พอเปิดประตูเข้าไปในห้องสุดท้าย หยางตงเทียนก็พบเข้ากับหินิญญากองอยู่เป็จำนวนมาก แต่ละกองถูกแยกระดับเอาไว้อย่างชัดเจน หินิญญาขั้นต่ำมีจำนวนมากนี่สุด ลองลงมาเป็ขั้นกลางและขั้นสูงตามลำดับ
ที่ด้านในสุดของห้องมีแท่นวางตั้งอยู่ประมาณห้าสิบถึงหกสิบแท่น แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลับพบว่า มีเพียงสิบสองแท่นเท่านั้นที่มีสิ่งของวางอยู่
ของทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ศาสตราอาวุธทั้งสิ้น มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นที่เป็ลูกกลมๆสีทองเหมือนดวงตาสองลูก ซึ่งดูแล้วมันไม่เข้าพวกเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ถูกวางอยู่ที่นี้ มันคงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ปรากฏว่าห้องนี้คือห้องเก็บสมบัติ แม้ดูเหมือนว่าสมบัติในนี้จะมีอยู่มากมาย แต่ว่าในอดีตนิกายเทพเซียนแห่งนี้ ที่เป็ถึงผู้นำของยุทธ์ภพ พวกเขามีอำนาจมากมายอยู่ภายในมือ สมบัติควรจะมีมากกว่านี้ไม่ใช่หรอกรึ!?”หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ โดยที่สองเท้าของชายหนุ่มยังคงเดินสำรวจสิ่งของที่วางอยู่บนแท่นวางเรื่อยๆ
"ศาสตราวุธในแท่นวางแต่ละแท่น ล้วนแล้วแต่ไม่ต่ำกว่าระดับแปด ส่วนแท่นวางที่ว่างอยู่พวกนี้ แต่ก่อนก็คงจะเป็แท่นวางศาสตราวุธเช่นกัน"
"ระดับของมันก็คงจะไม่ต่ำกว่าระดับแปดอย่างแน่นอน? คงจะเป็เพราะว่าศาสตราวุธเ่าั้ถูกนำออกไปต่อสู่ในศึกาเมื่อครั้งเจ็ดหมื่นปีก่อน พวกมันจึงสูญหายไปพร้อมกับนิกายเทพเซียนที่ล่มสลายลง?"
"แต่ถึงแม้ว่าจะเป็เช่นนั้นก็เถอะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภายในห้องนี้จะมีสมบัติอยู่น้อยกว่าในอดีตเป็อย่างมาก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ขุมกำลังขั้นหนึ่งในยุคปัจจุบันจะสามารถมีในได้!"
"โดยเฉพาะศาสตราวุธระดับแปดและระดับเก้าเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วขุมกำลังขั้นหนึ่งในยุคนี้จะศาสตราวุธระดับเก้ากันเพียงขุมกำลังละชิ้นสองชิ้นเพียงเท่านั้น"
"ส่วนระดับแปดถึงจะมีในมากขึ้นมาหน่อย แต่ก็คงไม่เกินขุมกำลังละสี่ห้าชิ้นอย่างแน่นอน ส่วนระดับของมันก็คงจะเป็ขั้นต่ำไม่ก็ขั้นกลาง "หยางตงเทียนกล่าวกับตนเองเบาๆ พร้อมกับเดินสำรวจศาสตราวุธทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องนี้
"เจ็ดชิ้นเป็ศาสตราวุธระดับแปดขั้นสูง ส่วนอีกห้าชิ้นที่เหลือล้วนเป็ศาสตราวุธ ระดับเก้า สองในห้าเป็ศาสตราวุธระดับเก้าขั้นต่ำ มีขั้นกลางหนึ่งชิ้น ส่วนสองชิ้นที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็ขั้นสูง"
หยางตงเทียนเดินสำรวจศาสตราวุธเ่าั้จนเดินมาถึงสองแท่นที่มีศาสตราวุธระดับสูงที่สุดว่างอยู่ ที่หน้าแท่นแต่ละแท่นล้วนมีประวัติความเป็มาของศาสตราวุธสลักไว้อยู่
"กระบี่วัฏจักร ศาสตราวุธประจำกายของประมุขผู้ก่อตั้งนิกายเทพเซียน… ปรากฏว่ากระบี่เล่มนี้คือศาสตราวุธประจำกายของประมุขรุ่นแรกของนิกายเทพเซียน งั้นอาวุธประจำกายของเราก็เอาเป็มันนี้แหละ! หวังว่ามันจะยอมรับข้าเป็นายคนใหม่ของมันน่ะ!?"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็กัดที่นิ้วของตนเอง และนำแก่นเืออกมาหนึ่งหยด แล้วหยดลงไปที่กระบี่วัฏจักร
พอแก่นโลหิตของเขาหยดลงบนตัวกระบี่ มันก็เกิดการสั่นะเืขึ้นมาเบาๆ จากนั่นก็มีแสงสว่างจ้าขึ้น ไม่นานแสงนั้นก็ค่อยๆหายไป
"สวัสดีขอรับนายท่าน!"พอแสงสว่างนั้นหายไป ก็ปรากฏเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในจิติญญาของหยางตงเทียน
"ใครหน่ะ!!? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก ชายหนุ่มหันไปมองทางซ้ายทีทางขวาที เพื่อหาต้นตอของเสียงแต่เขาก็ไม่พบอะไร!
"ข้าคือจิติญญาของกระบี่วัฏจักรขอรับนายท่าน! ปรกติแล้วศาสตราวุธเมื่อพวกมันมีระดับถึงระดับเก้าพวกมันจะกำเนิดจิติญญาขึ้นมาขอรับ!"จิติญญาของกระบี่วัฏจักรกล่าวตอบ พร้อมกับอธิบายให้หยางตงเทียนเข้าใจ
"แล้วทำไมก่อนหน้านี้ที่ข้าทำพันธสัญญากับกำไลมิติ ลูกแก้วนิจนิรันดร์ และหอคอยทั้งสามถึงไม่ปรากฏจิติญญาศาสตราวุธหล่ะ?"หยางตงเทียนกล่าวถามด้วยความสงสัย
“กำไลมิติและลูกแก้วนิจนิรันดร์นั้นเป็ศาสตราวุธกึ่งของวิเศษที่กำเนิดจากฟ้าดินขอรับ มันจึงไม่มีจิติญญา!"
"ซึ่งโอกาสที่สมบัติประเภทนี้จะถือกำเนิดเกิดขึ้นมานั้นถือว่ายากมาก มันต้องเป็ศาสตราวุธที่อยู่มายาวนานนับล้านปีและยังต้องอาศัยโอกาศพิเศษบางอย่างมันถึงจะถือกำเนิดขึ้นมาซักชิ้น”
"ส่วนใหญ่แล้วล้วนไม่มีศาสตราวุธชิ้นใดจะคงอยู่ได้นานนับล้านปีได้ แต่ถึงจะอยู่ได้ถึงก็ใช่ว่าจะสามารถกลายเป็ศาสตราวุธกึ่งของวิเศษได้"
"ั้แ่อดีตจนถึงยุคนี้ มีเพียงกำไลมิติวงนี้และลูกแก้วนิจนิรันดร์เท่านั้น ที่เป็ศาสตราวุธกึ่งของวิเศษที่ปรากฏขึ้นมาในยุทธภพขอรับ! ซึ่งพวกมันทั้งสองก็ถูกโดยนิกายเทพเซียนมาโดยตลอด!"
พอหยางตงเทียนได้ฟังชายหนุ่มก็ใเป็อย่างมาก เขาไม่คิดว่ามันจะล้ำค่ามากเช่นนี้
"อย่างนี้ก็หมายความว่ากำไลมิติวงนี้และลูกแก้วนิจนิรันดร์ก็มีระดับเหนือกว่าระดับเก้าหน่ะสิ? เช่นนั้นหากข้าใช้อาวุธสองชิ้นนี้โจมตีคู่ต่อสู้ ผู้ใดกันจะสู้ข้าได้อีก!? ฮ่าาาๆๆๆ"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นอย่างตื้นเต้น พร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นราวกลับคนบ้า
"เดียวก่อนขอรับนายท่าน!! แม้ว่าศาสตราวุธสองชิ้นนี้จะอยู่เหนือกว่าระดับเก้าก็จริง! แต่มันก็เป็ประเภทช่วยเหลือไม่ใช่ประเภทโจมตีขอรับ! ท่านจะใช้มันในการต่อสู่ไม่ได้!"พอหยางตงเทียนได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเขาก็แข็งค้างขึ้นมาในทันที เขาอุตส่าฝันหวานว่าจะได้ครองโลก!!
"เฮ้อ~ ช่างมันเถอะ!! แล้วหอคอยทั้งสามหล่ะ!! ทำไมพวกมันถึงไม่มีจิติญญา?"
แม้ว่าเขาจะเสียใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ทำใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าสิ่งที่เขาได้รับมาหลังจากที่เขาทะลุมิติมายังโลกนี้ มันก็มากพอแล้ว หากเขาศาสตราวุธที่ไร้เทียมทานอีก
เขาจะไม่สามารถครองโลกใบนี้ได้ั้แ่เริ่มต้นเลยหรือ? หากเป็เช่นนั้นแล้วชีวิตในโลกใบนี้ของเขาก็คงจะไม่มีอะไรหน้าตื่นเต้นเลยน่ะสิ!!
“ส่วนหอคอยทั้งสามนั้นมันก็มีจิติญญาเช่นกันขอรับ! แต่ตอนนี้พวกมันคงกำลังหลับไหลอยู่ ส่วนว่าพวกมันจะตื่นขึ้นมาตอนไหนนั้นข้าก็ไม่ทราบขอรับ!?"
"แต่ท่านไม่ต้องเป็กังวลไป ท่านยังคงสามารถสั่งการมันได้ตามปรกติขอรับ เพียงแต่มันไม่สามารถโต้ตอบกับท่านได้เพียงเท่านั้นเอง! แต่มันก็ยังคงสามารถทำงานได้ตามปรกติไม่มีปัญหาอะไร...”
“เช่นหอตำรา เมื่อมีคนเข้าไปก็จะสามารถเลือกตำราได้ตามปรกติ แต่ไม่สามารถนำตาราออกมาข้างนอกหอตำราได้! นอกจากท่านเพราะว่าท่านเป็เ้านายของมัน! แต่ท่านไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงเื่นี้เพราะว่ามันเป็กฏของหอตำราอยู่แล้วไม่เกี่ยวกลับการหลับไหลของมัน!”
“ในระหว่างมันหลับไหลอยู่ ถ้าคนอื่น้าเข้าไปต้องได้รับอนุญาตจากท่านก่อนถึงจะเข้าไปได้ เมื่อมันตื่นขึ้นมาแล้วมันถึงจะสามารถทำงานได้เอง! ส่วนหอคอยที่เหลือก็เช่นกันขอรับ!" พอได้ฟังิญญาศาสตรากล่าวอธิบายออกมา หยางตงเทียนก็เข้าใจมากยิ่งขึ้น
"เอาหล่ะ! เ้าเข้าไปอยู่ในทะเลิญญาของข้าก่อน ข้าจะดูศาสตราวุธชิ้นอื่นว่ามีชิ้นใดมีประโยชน์ต่อข้าอีกหรือไม่?!"หยางตงเทียนกล่าวจบ กระบี่วัฏจักรก็หายไปและไปปรากฏอยู่เหนือทะเลิญญาของเขา จากนั้นชายหนุ่มก็เคลื่อนกายไปที่แท่นวางข้างๆ
"เนตรส่อง์ ถือว่าเป็ศาสตราวุธระดับสูง เมื่อหลอมรวมมันเข้ากลับดวงตา จะสามารถมองทะลุได้ทุกสรรพสิ่ง เนตรส่อง์นี้ได้รับมาจากโบราณสถานแห่งหนึ่ง!? ไม่เคยมีใครหลอมรวมมันได้มาก่อน!?"
เมื่อหยางตงเทียนได้อ่านคำอธิบายที่ถูกสลักเอาไว้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา? แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็ปรากฏความตื่นเต้นขึ้นมาแทน
"คนอื่นหลอมรวมไม่ได้ ก็ใช่ว่าข้าจะทำไม่ได้หนิ! จริงไหม!?" คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบหยิบมันขึ้นมาและเก็บลงไปในแหวนมิติ จากนั้นค่อยหลอมรวมทีหลัง.....