คุณวรเดชบอกว่ามีคนหักหลังเรา ซื้อหุ้น IE ไว้ก่อนเป็นร้อยล้านหุ้น ในช่วงที่เรายังไม่ปั่น ตอนนี้คนๆ นั้นกำลังเทขายหุ้น IE เพื่อทำกำไร
ใครกันทำแบบนี้?...
คุณวรเดชถาม“เรื่องที่เราทำราคาหุ้น IE มีใครเอาไปพูดข้างนอกไหม?”
ทุกคนในห้องประชุมต่างนิ่งเงียบ ต่อให้มีคนเอาไปพูดจริงเรื่องแบบนี้ใครจะกล้ายอมรับ
คุณวรเดชบอกต่อว่า “ฉันโทรหาเพื่อนโบรกเกอร์ที่รู้จักแล้ว กำลังให้คนเช็คว่าใครเป็นคนเทขายหุ้น IE ลงมา”
ผมรีบถาม “ตอนนี้ราคาหุ้น IE กำลังตก แต่เรายังได้กำไรอยู่ เราจะเทขายตามไหมครับ”
คุณวรเดชส่ายหน้า “ถ้าเราเทขายตาม หุ้นจะยิ่งตกหนักกว่านี้ สุดท้ายที่เราทำมาเป็นเดือนๆ จะแทบไม่ได้อะไร”
“แล้วเราจะแก้ปัญหายังไงดีครับ” ผมถาม
คุณวรเดชกล่าวเสียงคมกริบ "หาตัวไอ้โม่งให้เจอ”
พอเลิกประชุม ผมก็ออกจากห้องประชุมมา พบว่าราคาหุ้น IE ตกหนัก จาก 2 บาทกว่า เหลือเพียงแค่ 1.80 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมากในการตกเพียงแค่ 1 วัน
พวกผมเร่งตรวจสอบก็ไม่รู้ว่าใครผู้อยู่เบื้องหลัง จนสุดท้ายปิดตลาดหุ้นวันนั้น หุ้น IE ปิดที่ราคา 1.78 บาท (หนึ่งบาทเจ็ดสิบแปดสตางค์)
เรื่องหุ้น IE โดนทุบ ทำให้บรรยากาศในออฟฟิตค่อนข้างทะมึน ทุกคนมีสีหน้าเครียด แทบไม่คุยเล่นกัน
เวลาเลิกงานมาถึง ผมไม่เห็นคุณวรเดชไม่ออกจากห้องทำงานเลย พวกเราทยอยกลับบ้าน โดยที่เจ้าของบริษัทยังคงเก็บตัวเงียบ
ผมกลับบ้านมาพร้อมกับความเครียด เจอแม่ทำอาหารอยู่ แม่เรียกผมมากินข้าว ผมก็บอกว่าไม่กิน ขอขึ้นห้องนอน
บนห้องนอน ผมเล่าข่าวเรื่องที่หุ้น IE โดนทุบให้คุณหญิงวิมลรัตน์ฟังผ่านไลน์ แกก็บอกว่าแกเห็นข่าวนี้แล้ว เงินที่แกเอามาลงทุนร่วมกับผมยี่สิบล้านจะไม่เป็นไรใช่ไหม ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร เรามีราคาหุ้น IE ต้นทุนประมาณ 1 บาทต้นๆ เพราะทยอยซื้อมาตลอดทาง ตอนนี้หุ้นราคา 1.78 บาท เรายังกำไรอยู่พอสมควร คุณหญิงก็เลยส่งสติกเกอร์ไลน์หน้ายิ้มมาให้
เช้าวันต่อมาผมไปทำงานตามปกติ หุ้น IE พอเปิดตลาดก็ราคาหล่นพรวดลงไปที่ 1.61 บาท ทันที! มันหล่นเร็วมากจนพวกผมรับไม่ทัน
ตามกฎตลาดหุ้น หุ้นตัวหนึ่งจะขึ้นหรือลงในหนึ่งวันไม่ได้เกิน 30 เปอเซนต์ แค่ตลาดเปิดมาหุ้น IE มันก็ลงไป 10 เปอเซนต์แล้ว ถือว่าเยอะมากๆ ถ้าคุณเล่นหุ้น 1 ล้านบาท แสดงว่าเงินคุณหายไปทันที 1 แสนบาท
แมงเม่าแห่เทขายพร้อมบ่นกระจายในโซเชียลว่าขาดทุนหนัก สำนักข่าวต่างๆ ก็รายงานข่าวเรื่องหุ้น IE ตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ
คุณวรเดชเดินออกจากห้องทำงานแกมาหาพวกผม สีหน้าแกปั้นยากสุดทนดู แต่แกพยายามข่มระงับเอาไว้
“ได้ข่าวแล้วครับ!” พี่เอกซ์ หนุ่มผมหยักศก อายุราวสามสิบกว่าซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าตะโกนขึ้น
พี่เอ็กซ์รีบเดินมาหาคุณวรเดช “ได้ข่าวแล้ว คนที่ชื่อไมเคิลเทขายหุ้น IE ลงมา มันเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นที่สิงคโปร์ ทำให้ตรวจสอบอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ไอ้นี่คือคนอยู่เบื้องหลังทำหุ้น IE ตก”
ไมเคิล ใครวะไมเคิล? ฝรั่งเหรอ?
คุณวรเดชบอกว่า “คนไปเปิดบัญชีอยู่สิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นพวกอยากปกปิดชื่อตัวเอง ใช้ชื่อฝรั่งที่จริงอาจเป็นคนไทย”
ผมยังทำหน้างงๆ พี่เอ็กซ์เห็นสีหน้าผมก็อธิบาย
“สิงคโปร์เป็นประเทศเกาะเล็กๆ มีทรัพยากรน้อย เลยชูจุดเด่นพยายามสร้างตัวเองเป็นศูนย์กลางทางการเงินของอาเซียน ถ้าไปเปิดบัญชีที่นี่จะสามารถเทรดได้ทั้งหุ้น น้ำมัน ทองคำ แทบจะทั่วโลก คนไทยรวยๆ เลยนิยมไปเปิดบัญชีที่นั่นและเปลี่ยนไปใช้ชื่อฝรั่งเพื่อปกปิดตัวเอง”
คุณวรเดชหันไปบอกผม “พล็อตพรุ่งนี้เลิกงาน เราจะไปงานเลี้ยงกัน แต่งตัวดีๆ”
ผมรีบรับคำ จะว่าไปตั้งแต่ผมมาทำงานที่นี่ได้เกือบสองเดือน ผมมีแต่นั่งคุยกับคุณวรเดชในห้องทำงานแก ไม่เคยไปไหนกับแกมาก่อน
“งานเลี้ยงที่ไหนเหรอครับ?” ผมถาม
“โรงแรมซิลเวอเนีย” คุณวรเดชตอบ
วันนี้ผมกับพี่หลินไปเดินห้างเพื่อเลือกชุดสูทไปงานเลี้ยงที่โรงแรม ผมอายุแค่ยี่สิบเอง ไม่เคยมีชุดสูทอะไรกับเขาหรอก ตอนไปงานแต่ง งานบวช ก็ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวธรรมดา
ขณะผมซื้อสูทเสร็จก็เดินห้างต่อ ดันไปเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดนักศึกษาเดินมากับผู้ชายหน้าตาดี จมูกโด่ง ใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไท
ผมใจหายวาบ ผู้หญิงคนนั้นก็ทำหน้าตกใจรีบชะงักเท้า
“แก..ไอ้แมง..” ผู้หญิงคนนั้นรีบหยุดคำพูด ก่อนจะด่าหยาบคายใส่ผม
ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครไปได้ นอกจากยัยอิ๊งลูกคุณหญิงวิมลรัตน์
ผมกลัวยัยอิ๊งผีบ้านี่จะบอกเรื่องที่ผมไปนอนกับคุณหญิงวิมลรัตน์ ผมเลยรีบเดินจูงมือหลินไปทางอื่น แต่ยัยอิ๊งไม่ยอมจบรีบตะโกน
“ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลยนะ”
“ฉันดูไม่ผิดแกไม่ใช่คนดี”
“แกเกาะผู้หญิงไปทั่ว”
โอ๊ย มันจะอะไรนักหนายัยนี่
ผมรีบหันไป “นี่คุณ อย่าให้มันเกินไปนะ”
“ฉันจะด่าแก แกมัน..อุ๊บส์!”
ผู้ชายที่เดินมาด้วยกันกับอิ๊งรีบเอามือปิดปากอิ๊งไว้
“อิ๊ง เป็นอะไร เสียงดังโวยวายกลางห้าง อายเขา”
อิ๊งดิ้นรนส่ายหน้าไม่หยุด ผ่านไปสักพัก พออาการอิ๊งเริ่มสงบลงบ้างผู้ชายค่อยปล่อยมือ
“สงบสติอารมณ์หน่อยอิ๊ง” ผู้ชายคนนั้นพูด
“พี่ธีร์ ก็ไอ้ผู้ชายคนนี้มันหลอกลวงแม่อิ๊งนี่”
ผมรีบตัดบท “นี่คุณ พูดจาอะไรให้เกียรติแม่คุณและผมหน่อย แม่คุณเป็นลูกค้าผม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“งั้นเหรอ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมแกอยู่กับแม่ฉันสองต่อสองในห้อง”
ผมสะอึกไปพักแต่ก็รีบตอบว่า “แม่คุณจะสมัครเปิดบัญชีหุ้นกับผม เลยขึ้นไปที่ห้องเอาเอกสารพวกสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีธนาคาร ผมก็ไปช่วยเช็คให้ คุณเข้ามาถึงก็โวยวาย”
การตอแหลผมนี่พอจะรับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงตอแหลยอดเยี่ยมได้ไหมเนี่ย?
อิ๊งได้แต่อึ้งไป จากนั้นเธอก็ตอบโต้ “แต่ตอนนั้นฉันเห็น..ฉันเห็น”
อิ๊งจะยังไงก็ยังเป็นผู้หญิง ไม่สามารถพูดว่าตอนนั้นแม่เธอกำลังรูดซิบกางเกงผมเพื่ออมไอ้หนูผม
“เห็นอะไรล่ะ คุณมาถึงก็ด่าๆ ปาข้าวของนั่นนี่ จะไปทันเห็นอะไร” ผมรีบบอก
“ไอ้แมงดา แก..แก..มันไอ้แมงดา” อิ๊งพูด
ธีร์ผู้ชายที่มากับยังอิ๊งรีบพูดเสียงดุ
“อิ๊งพอแล้ว คนมองเต็มห้างแล้ว อยู่ๆ ไปหาเรื่องทะเลาะกับเขาทำไม”
“พี่ธีร์ไม่เคยอยู่ข้างอิ๊ง เข้าข้างแม้กระทั่งคนไม่รู้จัก” อิ๊งพูดเสียงสั่นน้ำตาคลอ
พี่ธีร์ส่ายหน้า “พี่ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น อยู่ดีๆ อิ๊งก็โวยวายด่าผู้ชายคนนี้ คนมองเต็มห้างแล้วเห็นไหม?”
พี่ธีร์คนนั้นส่งเสียงตำหนิยัยอิ๊ง ผมเห็นก็ได้ใจแลบลิ้นนิดๆ ทำหน้าล้อเลียน ซึ่งทำให้เธอโกรธกรี๊ดออกมา
“อิ๊งจะกรี๊ดทำไม” พี่ธีร์ดุอีก ยังอิ๊งก็กรี๊ดอีกจนหูผมแทบแตก
ผมรีบจูงมือพี่หลินเดินไปที่อื่น พี่หลินถามว่า“คนนั้นใคร?”
ผมเล่าให้พี่หลินฟังคร่าวๆ ว่ายัยอิ๊งเป็นลูกสาวของคุณหญิงวิมลรัตน์ เธอเห็นผมอยู่กับแม่เธอในห้องเลยคิดว่าผมจะมีอะไรกับแม่เธอ ทั้งที่จริงผมแค่ไปเอาเอกสาร
“พล็อตไม่มีอะไรกับคุณหญิงแน่นะ” พี่หลินจ้องตาผมด้วยแววตาคมยิ่งกว่าปลายมีด
“ไม่มีนะ หลินเชื่อใจพล็อตดิ คุณหญิงอายุปาไปเท่าไรแล้ว พล็อตจะชอบได้ไง”
“ถ้าหลินแก่แบบคุณหญิง พล็อตจะทิ้งหลินไปสินะ” พี่หลินบอก
ผมรีบจับมือหลินไว้ “ต่อให้หลินแก่จนหนังเหี่ยวไปถึงพื้น พล็อตก็จะรักหลินเหมือนกับวันแรกที่เราเจอกัน”
หลินยิ้ม ผมก็ยิ้มตอบ เรื่องหยอดเรื่องอวยล่ะขอให้บอกผม
วันต่อมาราคาหุ้น IE ยังคงตกไม่หยุด จาก 1.61 บาท เหลือเพียงแค่ 1.40 บาท คุณวรเดชทนไม่ไหวสั่งขายหุ้น IE ออกไปอีกหลายล้านหุ้นเพื่อทำกำไรบ้าง ก่อนที่กำไรจะเป็นขาดทุน ทำให้ราคามันร่วงหนักเข้าไปอีก จนสุดท้ายปิดตลาดที่ 1.38 บาท (หนึ่งบาทสามสิบแปดสตางค์)
เวลาเลิกงานมาถึง ผมใส่สูทสีดำเรียบร้อย คุณวรเดชใส่สูทสีเทาดูสง่างามไปอีกแบบ วันนี้แกไม่ใส่แว่น เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อคิ้วเข้มพอจะเป็นนายแบบได้สบาย
เราสองคนขึ้นไปที่รถเบนซ์คันหรูของคุณวรเดช ในนั้นกว้างสบายมากกว่ารถลัมโบกินี่ของพี่หลินซะอีก เวลานั่งรู้สึกอย่างกับเป็นพระราชาเลย
ผมถามคุณวรเดชว่า “เราจะไปงานเลี้ยงทำไมเหรอครับ?”
คุณวรเดชตอบว่า “ไปดูหน้าไอ้โม่งที่หักหลังเรา!”
จบตอนที่ 16ใครคือคนที่หักหลังคุณวรเดชในการปั่นหุ้น ทุบหุ้น IE ที่กำลังขึ้นอยู่ให้ตกจนเละเทะ โปรดติดตามตอนหน้าจ้า การหักเหลี่ยมชิงหุ้นยังไม่จบแค่นี้แน่นอน