ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินซึ่งถูกล้อมรอบด้วยดวงดาวระยับนับล้านไกอัสควบม้าฝ่าความมืดโดยมีแคเรนนั่งหันข้างอยู่ด้านหน้าท่าทางของเธอดูจะอึดอัดอยู่ไม่น้อย ไกอัสััได้ถึงความไม่สบายใจเขาจึงเป็ฝ่ายเริ่มบทสนทนาซึ่งเป็สิ่งที่ไม่ถนัดมากที่สุด
“ท่านหญิงกำลังกลัวข้าอยู่หรือเปล่าครับ”
“กลัวอะไรล่ะ”แคเรนรีบปฏิเสธแบบใจดีสู้เสือ เมื่อเงยหน้ามองเห็นั์ตาสีฟ้าครามที่ดูซื่อตรงของไกอัสเธอก็ลนลานกล่าวกับเขา“ข้าแค่ไม่เคยขี่ม้าแบบนี้เท่านั้นเอง”
“แล้วตอนอยู่ในวังได้เคยฝึกขี่ม้าบ้างมั้ยครับ”
“ฝึกสิฝึกกับคาร์ลนั่นแหละ แต่เขาก็ทำได้ดีกว่าข้าตลอดเลย”
“ท่านหญิงดูจะสนิทกับพ่อบ้านจังเลยนะครับ”
“ก็เขาอยู่กับข้ามาตลอดสิบปีได้แล้วล่ะมั้ง”
“แล้วเขามีนิสัยยังไงดีต่อท่านหญิงหรือไม่”
“ทำไมถามแบบนี้ล่ะ”แคเรนจ้องมองไกอัสด้วยสายตาจับผิด
“ข้าไม่ได้ไม่ไว้ใจเพราะเขาเป็เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีสแต่ข้าแค่อยากรู้ว่าเขาภักดีต่อท่านหญิงหรือไม่”
“เขาไม่เคยหักหลังข้าเขาช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้งแล้ว ที่จริงเมื่อห้าปีก่อนเ้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยจำไม่ได้หรือ”
“ห้าปีก่อน...”ไกอัสนิ่งคิดนิดหนึ่ง ตามปกติแล้วถ้ามีเขาอยู่ด้วย เขาไม่เคยปล่อยให้คนที่เขาคุ้มกันต้องตกอยู่ในอันตรายยกเว้นเพียงครั้งเดียวที่ตัวเขาเองก็ถูกลักพาตัวไปด้วย เขากล่าวเบาๆ “ตอนนั้นดอว์นก็อยู่ด้วย...”
“คนที่ถูกลักพาตัวไปพร้อมกับพวกท่านคือคาร์ลต่างหาก”
สีหน้าของไกอัสบ่งบอกว่าคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ได้ยินเขานึกขอบคุณคนที่ช่วยพวกเขากลับมาที่ปราสาทในวันนั้นและคิดว่าเป็ดอว์นมาตลอดไกอัสพึมพำออกมา
“ไม่น่าล่ะหลังจากนั้นข้าไม่เคยเห็นเขาใช้พลังเลย คิดว่าเขาออมมือเอาไว้เสียอีก”
“คาร์ลเป็คนเดียวที่มีพลัง่ควบคุมโลหะวิสทานัมในตอนนั้นเขาช่วยพวกท่านออกมาใช่มั้ยล่ะ แล้วจะบอกว่าเชื่อใจเขาไม่ได้งั้นหรือ”
“ท่านหญิงถึงจะเป็เช่นนั้นแต่ต่อจากนี้เขาจะถูกคำสั่งปะาเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นท่านควรจะเตรียมใจเอาไว้”
“ไม่ได้เกิดมาเป็เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีสถือเป็ความผิดของคาร์ลหรือไงเขาเลือกไม่ได้สักหน่อย”
“แล้วถ้าองค์ราชินีจะเอาชีวิตเขาล่ะ”
“ข้าจะขอร้ององค์ราชินีเองจนกว่าท่านจะยอม”
“ท่านหญิงยังไม่รู้จักนิสัยองค์ราชินีเื่ไหนที่ท่านตัดสินใจไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ท่านจะให้พ่อบ้านคนหนึ่งมาทำให้ท่านกับองค์ราชินีผิดใจกันหรือ”
“ไม่ได้”
“ท่านตัดใจจากเื่นี้เถอะเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองด้วย”
“ก็...ถ้าเสียคาร์ลไป...”
แคเรนยกมือขึ้นปิดปากเหมือนมีก้อนแข็งจุกอยู่ในลำคอเธอไม่เคยนึกถึงวันแบบนั้นเลย วันที่ไม่มีคาร์ลอยู่เคียงข้างเธอเพราะเขาอยู่กับเธอทุกครั้งที่เธอ้าใครสักคน เื่ครั้งนี้อาจใหญ่โตเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหวก็เป็ได้ไกอัสเห็นท่าทางของแคเรนก็รู้แล้วว่าคาร์ลสำคัญต่อความรู้สึกของเธอขนาดไหน
ไกอัสได้แต่นิ่งเงียบปล่อยให้เธอตั้งสติอยู่พักหนึ่งเมื่อเห็นั์ตาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำของหญิงสาวกลับสู่สภาพเดิมแล้วเขาจึงกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
“เห็นแก่ท่านหญิงข้าจะช่วยเขาจนถึงที่สุด”
แววตาของแคเรนมีประกายความหวังขึ้นมาเมื่อได้ยินคำนี้แต่สีหน้าของไกอัสเครียดลงก่อนกล่าวประโยคต่อไป
“แต่ถ้าเขาทำให้ท่านมีอันตรายถึงชีวิตไม่ต้องรอคำสั่งองค์ราชินี ข้าจะเป็คนสังหารเขาเอง”
หลังจากไกอัสควบม้ามาถึงท่าเรือแล้วเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเอื้อมมือไปช่วยอุ้มแคเรนลงมาด้วยเขาพาเธอเดินมายังท่าเรือที่ซึ่งเกร็นกำลังยืนโบกมือรอต้อนรับอยู่เมื่อคุ้มกันแคเรนขึ้นไปนั่งบนเรือแล้ว เกร็นกับไกอัสก็เดินออกมารอทากัสกับคาร์ลที่ท่าเรือ
ไม่นานนักเงาตะครุ่มของม้าตัวหนึ่งที่มีคนสองคนนั่งอยู่บนหลังก็ควบทะยานออกจากดงต้นไม้ใหญ่แต่พวกเขาไม่ได้มาอย่างโดดเดี่ยว มีมือสังหารจากกองทัพะวิ่งตามมาอีกราวสิบคนคาร์ลกำลังควบคุมคมดาบสั้นของดาบที่อีริคให้มาให้กลายเป็ลูกเหล็กขนาดเท่าหนึ่งข้อนิ้วชี้หลายอันพุ่งเข้าเจาะที่หน้าอกด้านซ้ายของศัตรูที่วิ่งตามมาเ่าั้
ลูกเหล็กอาบยาคืนชีวิตเอาไว้เมื่อเข้าเป้าที่ร่างมือสังหารก็จะหยุดเคลื่อนไหวแล้วล้มลงนอนกองกับพื้นแต่ลูกเหล็กเข้าเป้าเพียงสี่ลูกเท่านั้น อีกหกลูกถูกปัดทิ้งไปบ้าง หลบได้บ้างทำให้มือสังหารอีกหกคนยังคงวิ่งตามหลังม้ามา คาร์ลรีบกล่าวกับทากัส
“ลงจากม้าแล้วรีบไปทำพันธะไอรอนบอนด์กับแคเรนแล้วใช้พลังช่วยจัดการพวกมัน”
เมื่อม้าควบมาถึงริมแม่น้ำทากัสลงจากหลังม้าแล้วรีบวิ่งตรงเข้าไปในเรือ ในขณะที่ไกอัสกับเกร็นเดินออกมาสมทบกับคาร์ลที่พึ่งลงมายืนบนพื้น
เกร็นบังคับผ้าคลุมพรางตัวให้บินไปกระแทกใส่มือสังหารทางขวาสุดโดยมีไกอัสะโพุ่งตัวซ่อนอยู่หลังโล่เมื่อเกร็นบังคับให้โล่ลอยเบี่ยงไปโดนมือสังหารด้านข้างไกอัสก็แทงดาบอาบยาคืนชีวิตเข้ากลางลำตัวมือสังหารที่เป็เป้าในตอนแรกและเบนคมดาบใส่มือสังหารที่พึ่งล้มลงเมื่อครู่จัดการไปได้ทีเดียวสองคน
ในขณะเดียวกันคาร์ลกำลังควบคุมลูกเหล็กที่กระจายอยู่ให้กลับมารวมกันเป็คมดาบสั้นอีกครั้งแต่รวบรวมได้เพียงครึ่งเดียว เพราะลูกเหล็กบางส่วนก็กระจายอยู่ไกลเกินสองร้อยเมตรไปแล้วเขาจึงควบคุมดาบสั้นที่คมดาบหักซึ่งอาบยาคืนชีวิตเอาไว้แล้วให้วิ่งไปแทงเข้าใส่มือสังหารคนที่สาม
ไม่นานนักทากัสก็วิ่งออกมาสมทบกับทุกคนั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงเืก่อนที่มีดสั้นในมือของมือสังหารอีกสามคนจะลอยออกไปแทงพวกเดียวกันเองทำให้ไกอัสมีโอกาสกระโจนตามไปแทงซ้ำด้วยดาบอาบยาคืนชีวิตเพื่อสังหารพวกมันทั้งหมด
“ความสามารถของตระกูลสตรองวอลล์คือควบคุมโลหะทั้งหมดในระยะห้าร้อยเมตร”ทากัสกล่าวพลางควบคุมลูกเหล็กจากคมดาบของคาร์ลที่กระจายอยู่ไกลเกินสองร้อยเมตรนั้นให้คืนกลับมาวางลงในมือคาร์ลอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวยิ้มๆ “น่าเสียดายที่เปลี่ยนรูปร่างโลหะไม่ได้”
คาร์ลจึงใช้พลังของตนเปลี่ยนรูปร่างลูกเหล็กให้กลับไปรวมกับคมดาบจนมันกลายเป็คมดาบที่สมบูรณ์อีกครั้งหลังจากมองดูคาร์ลเก็บดาบกลับเข้าฝักหางตาของทากัสก็สะดุดเข้ากับร่างของไกอัสที่กำลังเดินตรงมา เขาจึงอธิบาย
“พลังของตระกูลชาฟเวิร์นคล้ายกับข้าแต่เปลี่ยนแปลงรูปร่างตอนอยู่ในสถานะอาวุธได้ด้วย เพียงแต่แยกส่วนหรือละลายตอนอยู่ในสถานะแร่โลหะแบบของตระกูลวอเตอร์พรูฟไม่ได้เท่านั้น”เขาร้องถามไกอัส “ว่าไง ทำไมไม่ทำพันธะไอรอนบอนด์กับท่านหญิงสักทีล่ะ”
“ข้าอยากให้ท่านหญิงรู้สึกสนิทใจกับข้ามากกว่านี้ก่อน”
คาร์ลได้ยินคำตอบของไกอัสก็ยิ้มนิดหนึ่งไกอัสมีคุณสมบัติเหมาะสมพอจะเป็คู่แข่งของดอว์นบางทีเขาอาจจะปกป้องแคเรนได้ดีกว่าคาร์ลก็เป็ได้หลังจากทุกคนมารวมตัวกันครบแล้วก็ลงเรือเพื่อกลับไปยังอาณาจักรลอฟท์เรีย
การเดินทางทางน้ำในอาณาจักรลอฟท์เรียจะมีท่าเรือสำคัญตั้งอยู่สามทิศ คือท่าเรือแม่น้ำทางทิศตะวันตกและทิศใต้เนื่องจากแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำอควาเลสซึ่งไหลจากทางทิศเหนือลงมาและแตกออกเป็แม่น้ำย่อยสองสายนี้เรียกว่าแม่น้ำริเวอร์เวสต์ทางตะวันตก และแม่น้ำริเวอร์เซาธ์ทางใต้ซึ่งแม่น้ำสองสายนี้ไหลออกนอกอาณาจักรลอฟท์เรียจึงต้องมีการตั้งท่าเรือและด่านป้อมปราการเอาไว้ตรวจสอบเรือที่สัญจรเข้าออกส่วนท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดเป็ท่าเรือติดทะเล
ป้อมปราการและด่านตรวจเรือสัญจรเพื่อป้องกันการบุกรุกจากศัตรูนี้ถูกควบคุมดูแลโดยตระกูลวอเตอร์พรูฟซึ่งเป็จอมทัพคุมกองทัพเรือเ้าตระกูลวอเตอร์พรูฟเป็น้องชายของ ชาร์ล เวนดีส และตระกูลวอเตอร์พรูฟก็ยังอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของตระกูลเวนดีสอีกด้วย