“หรานเอ๋อ แม่ขอบใจเ้ามากที่วันนี้เ้าช่วยพูดแทนแม่” ฮูหยินใหญ่บอกลูกสาว
“ข้าไม่ได้พูดแทนท่านหรอกเ้าค่ะ ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น” ซูหยุนหรานมองมารดา “ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านรักท่านพ่อและอยากอยู่กับท่านพ่อไปชั่วชีวิต แต่ข้าไม่สามารถอยู่กับท่านและปกป้องท่านไปตลอดได้ วันนี้ข้าแค่อยากทำให้ท่านเห็นว่าการที่ท่านจะอยู่เคียงข้างท่านพ่อได้นั้น ท่านต้องยืนหยัดและต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง ท่านไม่จำเป็ต้องเอาตัวเองไปเป็เบี้ยล่างให้ใคร โดยเฉพาะหลินจี้เหยากับซูชิงหว่าน เป็พวกนางต่างหากที่ต้องหันมาเอาใจท่าน ท่านต้องไม่ลืมว่าท่านเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนนะเ้าคะ”
“แต่ถ้าแม่ไม่เอาใจพวกนาง ท่านพ่อของเ้าก็จะไม่พอใจ” ฮูหยินใหญ่ทำหน้าเศร้า “หลังจากที่แม่คลอดเ้าออกมา ท่านพี่ก็ไม่เคยมาหาแม่ที่เรือนอีกเลย แม่หวังว่าจะมีสักวันที่ท่านพี่จะมาค้างกับแม่ที่เรือนบ้าง แม่จึงพยายามเอาใจอนุหลินและหว่านเอ๋อ “
“แล้วผลลัพธ์เป็อย่างไรเ้าคะ” ซูหยุนหรานถามเสียงเรียบ
“ท่านพ่อของเ้าก็ยังไม่มาหาแม่อยู่ดี”
“เช่นนั้นก็เท่ากับว่าการกระทำของท่านมันเปล่าประโยชน์ไม่ใช่หรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานแทบจะโมโหตาย ไม่ว่าจะเป็มารดาของเ้าของร่างนี้หรือคุณแม่ของตนเมื่อชาติที่แล้ว ทำไมทั้งคู่ถึงมอบความรักให้สามีจนไร้สติถึงขนาดนี้
“ก็ไม่นับว่าเปล่าประโยชน์” ฮูหยินใหญ่ยิ้มน้อยๆ “เพราะั้แ่แม่ทำดีกับอนุหลินและหว่านเอ๋อ ท่านพี่ก็ยอมให้แม่ไปพบเขาและยังยอมกินของว่างมื้อดึกที่แม่ทำส่งไปให้เขาที่ห้องหนังสือด้วย”
“ท่านแม่ ท่านพ่อคือความสุขที่แท้จริงของท่านจริงหรือเ้าคะ ท่านไม่ลองมองหาความสุขอย่างอื่นดูบ้าง” ซูหยุนหรานเตือนสติมารดาอีกครั้ง อย่างไรฮูหยินใหญ่ก็เป็มารดาของเ้าของร่าง
“ตอนนี้แม่เจอความสุขอีกอย่างหนึ่งแล้ว ต่อไปนี้ความสุขของแม่ก็คือเ้า” ฮูหยินใหญ่หันมายิ้มพร้อมกับจับมือลูกสาวไว้แน่น “เมื่อก่อนแม่ละเลยและปฏิบัติกับเ้าไม่ดี แต่จากนี้แม่จะพยายามทำดีกับเ้าให้มาก”
ซูหยุนหรานคิดในใจอย่างไม่เชื่อ ‘ที่ท่านรู้สึกดีกับข้าเป็เพราะคำพูดของข้าโดนใจท่านเท่านั้น รอให้อนุหลินหรือซูชิงหว่านแผลงฤทธิ์ หรือไม่ก็รอให้ซูจิ้นจงโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นท่านก็จะหันหลังให้ข้าอยู่ดี ท่านกับคุณแม่ของข้าเป็คนประเภทเดียวกัน นั่นคือพวกท่านเอาหัวใจของตนเองไปผูกไว้ที่สามีมากเกินไป เอาเป็ว่าเพื่อทำให้เ้าของร่างเดิมสบายใจ ข้าจะลองเชื่อใจท่านสักครั้ง แต่หากท่านกลับไปเป็เหมือนเดิม ถึงตอนนั้นข้าจะไม่ให้อภัยท่านอีก และข้ายังจะทำเหมือนเดิมคือตัดสัมพันธ์กับคนตระกูลซูให้หมดทุกคน รวมถึงท่าน...ข้าก็จะไม่เหลียวแลท่านอีก’
“หรานเอ๋อ อยู่ดีๆ ทำไมเ้าถึงเงียบไป” ฮูหยินใหญ่ถามลูกสาวเมื่อเห็นว่านางเอาแต่เงียบ
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้ม “ท่านแม่เ้าคะ ข้าขอดูตำราแพทย์ของตระกูลลั่วได้หรือไม่เ้าคะ”
“เ้ารอแม่อยู่นี่ เดี๋ยวแม่ไปหยิบมาให้” ฮูหยินใหญ่เดินเข้าห้องนอนไปสักพัก จากนั้นนางก็กลับออกมาพร้อมตำราเล่มเก่าเล่มหนึ่ง “นี่เป็ตำราและบันทึกทางการแพทย์ที่ตระกูลลั่วของเราบันทึกไว้เพื่อส่งต่อให้ทายาท”
“แล้วทำไมบันทึกเล่มนี้ถึงมาอยู่กับท่านได้เ้าคะ” ซูหยุนหรานแสร้งถาม นาง้าให้มารดาเสียสมาธิเพราะนางจะใช้เวลานี้เข้ามิติวิเศษเพื่อทำการคัดลอก ต้องบอกว่ามิติวิเศษนั้นช่างวิเศษสมชื่อ เพราะนอกจากมิติวิเศษจะมีห้องผ่าตัดและห้องจ่ายยา แต่มันยังทำตามคำสั่งของนางด้วย อย่างเช่นตอนนี้นาง้าคัดลอกตำราแพทย์ของตระกูลลั่ว แค่หาทางเอาตำราเล่มนี้เข้าไปในมิติให้ได้ ไม่กี่วินาทีต่อมา ตำราฉบับคัดลอกก็จะปรากฏขึ้นเล่มหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ตำราแพทย์ของตระกูลลั่วฉบับคัดลอกก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ฮูหยินใหญ่อึ้งไปกับคำถามของลูกสาวก่อนจะตอบคำถามด้วยความรู้สึกละอาย “เ้าก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หากแม่ไม่ขโมยตำราเล่มนี้มา ท่านพ่อของเ้าคงไม่ยอมแต่งงานกับแม่”
ซูหยุนหรานแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินแล้วเปิดตำราที่อยู่ในมือไปทีละหน้า แต่เปิดตำราไปได้ไม่กี่หน้า นางก็ปิดตำราแล้วคืนมันกลับให้มารดา “ข้าอ่านไม่เข้าใจเลยเ้าค่ะ ข้าคืนให้ท่านเก็บไว้เหมือนเดิมก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ข้าขอตัวกลับเรือนก่อน ข้าลาเ้าค่ะท่านแม่”
ฮูหยินใหญ่รับตำรากลับมาถือไว้ แต่นางไม่รู้เลยว่าตำราเล่มที่นางถืออยู่นั้นเป็ตำราฉบับคัดลอก อีกทั้งซูหยุนหรานยังสั่งให้มิติลบข้อความหน้าสุดท้ายของแต่ละบทออกไปด้วย ต่อให้ซูจิ้นจงกับซูชิงหว่านได้ตำราเล่มนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะตำราหน้าสุดท้ายของแต่ละบทจะเป็วิธีการรักษาขั้นสุดท้ายของแต่ละโรค รวมถึงสูตรยาที่บรรพบุรุษตระกูลลั่วคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาโรคนั้นๆ ก็ถูกลบไปด้วย
ซูหยุนหรานกลับมาถึงก็เห็นเซียงเซียงยืนรออยู่หน้าเรือนอย่างกระวนกระวาย
“ฮูหยินใหญ่ไม่ได้ตำหนิหรือลงโทษท่านใช่หรือไม่เ้าคะ” เซียงเซียงเริ่มสำรวจเ้านาย “ดีจริงเ้าค่ะ คราวนี้เสื้อผ้าของท่านไม่มีรอยเปื้อนและไม่มีรอยเืแม้แต่หยดเดียว เห็นทีว่าฮูหยินใหญ่จะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”
“ข้าแค่ไปพบท่านแม่ที่เรือนของนางเท่านั้น เ้าจะกังวลไปทำไม” ซูหยุนหรานยิ้ม “หน้าร้อนนี่มันร้อนจริงๆ ข้าจะเข้าไปแช่น้ำสักหน่อย หากมีใครมาขอพบ เ้าบอกปัดไปให้หมด”
“ผู้ใดจะมาขอพบคุณหนูหรือเ้าคะ หรือว่าจะเป็อนุหลินกับคุณหนูรอง” เซียงเซียงถามอย่างสงสัย
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น” ซูหยุนหรานไม่ได้พูดต่อ นางเดินเข้าด้านในเพื่อไปแช่น้ำเย็นทันที
ภายในห้องนอนของซูหยุนหรานเวลานี้มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งรอนางอยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แม้จะแปลกใจที่เห็นฉินจื่อฉิงมาอยู่ในห้องนอนของตน แต่เมื่อนึกถึงอาการาเ็ก่อนหน้า นางจึงรีบเดินเข้าไปถามอาการของว่าที่คู่หมั้น
“าแของท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” ซูหยุนหรานถาม
“าแสมานตัวดี” ฉินจื่อฉิงมองหญิงสาว “ขอบใจเ้ามาก หากไม่ได้เ้าช่วยไว้ข้าคงตายไปแล้ว”
“ข้าขอตรวจดูาแได้หรือไม่เ้าคะ”
ฉินจื่อฉิงลังเลอยู่อึดใจ แต่เมื่อนึกถึงว่านางเป็คนที่รักษาาแและเย็บแผลให้เขาด้วยตัวเอง เช่นนั้นร่างกายท่อนบนของเขานางคงเห็นหมดแล้ว คิดได้อย่างนั้นเขาจึงพยักหน้าพร้อมกับเริ่มถอดเสื้อของตัวเองออก
ซูหยุนหรานช่วยเขาถอดเสื้ออย่างเบามือ จากนั้นนางก็แกะผ้าปิดแผลออกแล้วเริ่มสำรวจาแ “อืม...แผลสมานตัวดีและไม่ติดเชื้อ แต่อย่างไรท่านยังต้องระมัดระวังเื่ของอาหารด้วยนะเ้าคะ ท่านต้องงดอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารทอด ขนมหวาน โดยเฉพาะสุรา ท่านต้องงดมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นาแอาจเกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อ และร่างกายยังจะฟื้นตัวช้าด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่ใช่ว่าเ้าเขียนบอกเื่เหล่านี้ให้หยวนจื่อกับเซียนเยี่ยรู้หมดแล้วหรือ ั้แ่ที่ข้าฟื้นขึ้นมา พวกเขาเอาแต่ให้ข้ากินข้าวต้มหรือไม่ก็ไข่ต้ม จนตอนนี้ลิ้นของข้าไม่รับรสอาหารชนิดอื่นแล้ว”
“งดแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเ้าค่ะ เอาไว้เมื่อท่านหายดี ข้าจะทำกับแกล้มอร่อยๆ ให้ท่านดื่มกับสุราดีหรือไม่เ้าคะ” ซูหยุนหรานพูดอย่างเอาใจ
“เ้ายังทำอาหารเป็ด้วยหรือ” ฉินจื่อฉิงถามอย่างแปลกใจ “แต่ไหนแต่ไรคุณหนูสกุลใหญ่ต่างถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งในห้องครัว เพราะหากโดนมีดบาด น้ำร้อนลวก ไฟลวก หรือแม้แต่น้ำมันกระเด็น ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดรอยแผลเป็ เ้าไม่กลัวว่าจะเกิดเื่เหล่านี้ขึ้นกับเ้าบ้างหรือ”
ในชีวิตที่แล้วนางต้องดูแลตัวเองเพราะคุณแม่เอาใจใส่แต่คุณพ่อ จนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย นางก็ย้ายออกไปอยู่หอพัก เมื่อได้ใช้ชีวิตตัวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็งานบ้านหรือการทำอาหารย่อมเป็เื่เล็กสำหรับนาง แต่เมื่อซูหยุนหรานนึกถึงความทรงจำของเ้าของร่างเดิม “ข้าใช้ชีวิตในสกุลซูอย่างไรท่านไม่รู้หรือเ้าคะ ตำแหน่งคุณหนูใหญ่มีไว้ให้ผู้อื่นเรียกเท่านั้น แต่ในความเป็จริง ความเป็อยู่ของข้าไม่ต่างจากสาวใช้ระดับล่างแม้แต่น้อย”
ฉินจื่อฉิงพอจะรู้เื่ราวของว่าที่คู่หมั้นอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มาฟังจากปากของนาง เขาก็อดที่จะปวดใจแทนนางไม่ได้ “เมื่อเ้าแต่งเข้าจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะไม่มีผู้ใดทำให้เ้าต้องลำบากใจอีก”
“ข้าเชื่อท่านเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้มรับ “ว่าแต่วันนี้ท่านมาหาข้าทำไมหรือเ้าคะ”
“ข้าแค่อยากมาขอบคุณที่เ้าช่วยข้าไว้ และข้าตั้งใจมาบอกเื่สมรสของเราด้วย” ฉินจื่อฉิงถามหญิงสาว “เื่ตัดสัมพันธ์กับตระกูลซูเล่า เ้าทำไปถึงไหนแล้ว ข้าจำได้ว่าเ้าอยากตัดสัมพันธ์กับพวกเขาก่อนจะถึงวันแต่งงาน แต่กำหนดงานแต่งของเราเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งเดือน เ้าจะให้ข้าช่วยจัดการเื่นี้หรือไม่”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องเ้าค่ะ แต่ข้าสัญญาว่าหากข้า้าความช่วยเหลือ ข้าจะไปหาท่านเป็คนแรก”
ฉินจื่อฉิงทำใจกล้าด้วยการคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้ “หรานหราน เ้าจงจำไว้ ไม่ว่าเ้าจะทำอะไร ข้ายินดีสนับสนุนเ้าทุกเื่”
“ขอบคุณเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานมองสบตาชายหนุ่มก่อนยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ “ไม่ใช่แค่ท่านที่สนับสนุนข้า แต่ข้าก็จะสนับสนุนและยืนเคียงข้างท่านไปตลอดเช่นกันเ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านกลุ้มใจเื่อะไรอยู่หรือเ้าคะ” ซูชิงหว่านถามมารดา “ได้ขึ้นเป็ฮูหยินเท่าเทียมแล้วท่านไม่ดีใจหรือ”
“หว่านเอ๋อ แม่รู้สึกว่าสายตาของท่านพ่อเวลามองไปลั่วเจินเจินมันดูเปลี่ยนไป” หลินฮูหยินพูดอย่างกังวล
“ทีแรกข้าก็คิดเหมือนท่าน แต่พอท่านพ่อบอกว่าคืนนี้จะมาค้างกับท่าน ข้าจึงไม่กังวลกับเื่นี้อีก” ซูชิงหว่านบอกมารดา “ท่านแม่เ้าคะ ท่านปรนนิบัติท่านพ่อมาเป็สิบปี ผิดกับฮูหยินใหญ่ที่ท่านพ่อไม่เคยเหลียวแล แม้วันนี้ท่านพ่อจะมองนางเปลี่ยนไปบ้าง แต่มันคงไม่ทำให้ความรักที่ท่านพ่อมีต่อท่านลดน้อยลงไปหรอกเ้าค่ะ”
ได้ฟังคำของลูกสาว หลินฮูหยินก็ใจชื้นขึ้นเล็กน้อย “เช่นนั้นวันนี้แม่จะไปแช่ตัวในน้ำดอกไม้สักหน่อย ท่านพ่อของเ้าชอบดมกลิ่นดอกไม้บนตัวแม่”
ซูชิงหว่านได้ยินก็หน้าแดง แต่เวลานี้นางกำลังจะได้แต่งเข้าจวนเสียนอ๋อง นางจึงต้องศึกษาเื่เหล่านี้ไว้ “ท่านแม่เ้าคะ ท่านช่วยสอนข้าได้หรือไม่”
หลินฮูหยินเข้าใจคำของลูกสาว นางจึงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ก่อนถึงวันที่เ้าออกเรือน แม่จะสอนหน้าที่ภรรยาที่ดีให้เ้าทั้งหมด รับรองว่าตำแหน่งพระชายาอ๋องของเ้าย่อมมั่นคง เพราะไม่มีบุรุษใดทนทานต่อความร้อนแรงของสตรีไปได้หรอก ดูอย่างท่านพ่อของเ้าสิ เขาหลับนอนกับข้ามาเป็สิบปี แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อข้าสักวัน”
ซูชิงหว่านหน้าแดงเข้าไปใหญ่ “ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะตั้งใจเรียนรู้จากท่านอย่างดีเ้าค่ะ”
บทเรียนแรกที่หลินฮูหยินสอนให้ลูกสาวคือการแช่ตัวในอ่างดอกไม้ แต่หลินฮูหยินยังมีของดีใช้ผสมเข้าไปในอ่างน้ำด้วย นั่นคือยารัญจวนที่นางขอซื้อมาจากหอนางโลมชื่อดังในเมืองหลวง ยาชนิดนี้จะทำให้ผิวพรรณของสตรีที่ใช้อ่อนนุ่มและเรียบลื่น และกลิ่นหอมของมันยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้บุรุษได้เป็อย่างดี
ยาชนิดนี้ถูกปรุงมาด้วยสมุนไพรหายากที่เกิดอยู่ในเฉพาะแคว้นเจา ยาจึงมีราคาแพงและหาซื้อได้ยาก แต่นับเป็โชคดีของหลินฮูหยินที่นางเคยช่วยเหลือเถ้าแก่เนี้ยผู้เป็เ้าของหอนางโลมไว้ครั้งหนึ่ง เ้าของหอนางโลมจึงตอบแทนบุญคุณด้วยการแบ่งยารัญจวนมาขายให้หลินฮูหยินบางส่วน หลินฮูหยินจึงนำยารัญจวนมาใช้กับซูจิ้นจงเป็บางครั้ง ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซูจิ้นจงหลงนางจนหัวปักหัวปำ
แต่ดูท่าหลินฮูหยินคงเปลืองยาไปเสียเปล่าแล้ว เพราะคืนนี้ซูจิ้นจงเปลี่ยนใจไปนอนค้างกับฮูหยินใหญ่ และครั้งนี้ทำให้ซูจิ้นจงใและดีใจในเวลาเดียวกัน นั่นคือฮูหยินที่เขาไม่เคยเหลียวแลกลับมีกลิ่นกายหอมละมุนที่เกิดจากธรรมชาติ คืนนั้นทั้งคืนเขาจึงตักตวงความสุขจากฮูหยินใหญ่ไปจนถึงรุ่งสาง