ตอนที่5 ทักษะดวงตา์
พ่อบ้านหูขับรถตรงเข้าไปทางด้านหลังร้านอัญมณีซึ่งเป็โกดังเก็บหินหยาบ เป็ก้อนหินที่มีหลากหลายขนาด มีเปลือกสีดำ สีน้ำตาลสีน้ำตาลเข้ม ไม่มีสีเขียวเหมือนสีของกำไลและแหวนที่ซูเวยเคยเห็นแต่อย่างใด
แต่เธอไม่กังวลเพราะสามารถมองทะลุผ่านเปลือกหินและบอกได้ว่าภายในหินหยาบเ่าั้มีเนื้อหยกหรือไม่
“เคยเห็นหยกมาก่อนไหม?”พ่อบ้านหูซักถามซูเวยเพื่อประเมินทักษะเบื้องต้นของเธอก่อน
“เคยเห็นเป็กำไลกับแหวนสีเขียวค่ะ”ซูเวยตอบตามจริงเพราะร่างเดิมเคยเห็นแค่นั้นจริงๆส่วนตัวเธอที่อยู่บนดาวเอเอสนั้นไม่มีเครื่องประดับลักษณะนี้แต่อย่างใดดังนั้นจึงทำได้แค่อาศัยความทรงจำของร่างเดิมเท่านั้น
“ไม่เป็ไรงั้นฉันจะพาไปดูหยกชนิดต่างๆที่เธอควรรู้เอาไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาดูหินหยาบและบอกให้ฉันรู้ว่ามีหยกหรือไม่?”กัวจวินตัดสินใจให้ซูเวยไปดูหินหยกประเภทและชนิดต่างๆว่ามีแบบใดเพื่อให้ซูเวยมีความรู้เบื้องต้นก่อน
พ่อบ้านหูรู้งานในทันทีเขารีบเดินเข้าไปในร้านอัญมณีด้านหน้าที่เวลานี้ปิดจำหน่ายแล้วแต่เขาเรียกให้คนดูแลมาเปิด
ประตูด้านหลังอาคาร เพื่อให้คุณชายและซูเวยเข้าไปดูอัญมณีประเภทหยกภายในร้าน
เมื่อกัวจวินและซูเวยเข้ามาภายในร้านอัญมณีมั่งคั่งแล้วเธอมองเห็นเครื่องประดับสวยงามมากมาย แต่ละชิ้นส่องประกายต้องแสงไฟจนดูแสบตาแต่ทว่าซูเวยจ้องมองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีทีท่าสนใจเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปทำให้กัวจวินและพ่อบ้านหูเฝ้าสังเกตเธอด้วยความสนใจที่เห็นว่าเธอไม่มีท่าทางตื่นเต้นยินดีกับเครื่องประดับเหล่านี้แม้แต่น้อย
“นี่คือหยกชนิดต่างๆที่ร้านเรามีครับ”ผู้จัดการกู้ กู้ลี่เฉียว เป็ผู้จัดการประจำสาขาเมืองหลาน ชี้นิ้วให้ซูเวยและคุณชาย กัวจวินหลานชายของเ้านายดูเครื่องประดับหยกที่มีอยู่ในร้านเวลานี้
พ่อบ้านหูมองเห็นซูเวยให้ความสนใจและมีท่าทางคล้าย้าเรียนรู้เขาจึงอธิบายหลักการเลือกหยกกับซูเวยดังนี้ “สิ่งสำคัญในการเลือกหยกมี 5 อย่างนั่นคือ หนึ่งสี สองโปร่งใส สามรูปร่าง สี่ลาย และห้าเคาะ”
“สีเป็ความงามของหยกโดยธรรมชาติ สีที่นิยมมากที่สุดคือสีเขียว เราเรียกว่าหยกจักรพรรดิ สีต้องเขียวสดใส ไม่มืดหม่น ไม่อมฟ้าหรือเทา เนื้อใสแวววาวไม่มีมลทินถ้าเนื้อขุ่นแต่สีอ่อนหวานก็เป็ที่นิยม แต่ไม่ควรมีลายขาวหรือดำปนมาด้วยเด็ดขาด”
พ่อบ้านหูอธิบายกับซูเวยอย่างใจเย็น
“มลทินคืออะไรคะ?” ซูเวยขมวดคิ้วและถามด้วยความสงสัยแต่คำถามของเธอนั้นทำให้กัวจวิน พ่อบ้านหู และผู้จัดการกู้พยักหน้าอย่างพึงพอใจที่เห็นว่าเธอจับใจความสำคัญซึ่งเป็สัญญาณแสดงว่าซูเวยสามารถเรียนรู้เื่นี้ได้อย่างแน่นอน
ผู้จัดการกู้จึงอธิบายให้ซูเวยฟังอย่างอารมณ์ดีว่า“มลทินหรือตำหนิ ถ้ามีมากจนมองเห็นด้วยตาเปล่า เรียกว่ามีตำหนิภายนอก เช่นมีรอยแตก รอยร้าว หรือรอยขีดข่วนต่างๆ ส่วนมลทินภายใน เช่นมีแร่สีดำหรือน้ำตาลอยู่ในหินหยกเป็หย่อมๆทำให้เนื้อหินหยกนั้นหมดคุณค่าความสวยงามไปยกเว้นว่าจะเจียระไนหรือแกะสลักเฉพาะส่วนที่ไม่ถูกมลทินนั้นทำลายแต่ทำได้ยากลำบากนัก”
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซูเวยพยักหน้าเข้าใจกับข้อมูลเื่ใหม่ที่เธอเพิ่งจะเรียนรู้
จากนั้นพ่อบ้านหูอธิบายกับซูเว่ยต่อไปอย่างใจเย็นว่า“หยกที่มีหลากสีในชิ้นเดียว เราเรียกว่าหยกห้าสี ส่วนหยกสามสีจะเรียกว่า ฮกลกซิ่วสีต้องสดใสและแบ่งตัวสีชัดเจน ส่วนหยกสีอื่นก็มีหยกสีม่วง สีน้ำหมึก สีแดงส้มสีแดงสดหรือหยกเื และสีอ่อนหรือเข้มอีกหลายสี”
“ความโปร่งใสถ้าใสสูงสุดจะเรียกว่าหยกเนื้อแก้ว รองลงมาคือ เนื้อน้ำแข็ง เนื้อน้ำมันเนื้อดอกไม้เขียว เนื้อถั่วเขียว และเนื้อแห้ง”
“รูปร่าง เป็เื่ของรูปทรงของชิ้นงานความประณีตในการแกะสลักเพื่อเน้นลายหยก แกะเพื่อเน้นตำแหน่งสี”
“ส่วนลายนั้นเป็รูปแบบลวดลายในเนื้อหยก เป็การยืนยันว่าเป็หยกแท้และชนิดของเนื้อหยก จะเป็แบบนี้”พ่อบ้านหูหยิบเครื่องประดับหยกแบบต่างๆออกมาให้ซูเวยเปรียบเทียบลายระหว่างหยกเนื้อแก้ว หยกเนื้อน้ำแข็ง หยกเนื้อน้ำมัน หยกเนื้อดอกไม้เขียวหยกเนื้อถั่วเขียว และหยกเนื้อแห้ง
“สุดท้ายการเคาะเป็การฟังเสียงเนื้อหยก ต้องรู้วิธีเคาะด้วย ขั้นตอนนี้เธอไม่จำเป็ต้องทำแค่ค้นหาหินหยาบที่มีเนื้อหยกให้ได้ก็พอแล้ว” พ่อบ้านหูเหล่ตามองซูเวยพลางพูดอย่างดูแคลนเล็กน้อยเขาไม่เชื่อว่าเด็กหญิงอายุแค่สิบขวบจะสามารถพนันหินได้ถึงแม้ว่าซูเวยจะเกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านนี้มานานก็ตามแต่ทว่าการพนันหินไม่ได้อาศัยแค่ทักษะความสามารถเท่านั้น ยังมีโชคชะตาร่วมด้วยดังนั้นจึงยากที่ตอบได้ว่าจะมีคนที่สามารถค้นหาหินหยาบที่มีหยกได้ทุกก้อนโดยไม่มีผิดพลาดแม้แต่ก้อนเดียว
ซูเวยยกยิ้มมุกปากอย่างพอใจเมื่อได้รับฟังคำอธิบายและเห็นหยกจริงถึงแม้ว่าจะไม่ครบทุกสีตามที่ผู้จัดการกู้อธิบายให้
เธอฟังก็ตามแต่ซูเวยมั่นใจในทักษะเอสเปอร์ของตนเองและคิดว่าสามารถค้นหาหินหยาบที่มีเนื้อหยกได้อย่างง่ายดาย
“ถ้าพร้อมแล้วก็ไปทดสอบกับหินหยาบจริงๆเลยดีกว่า” พ่อบ้านหูเห็นท่าทางมั่นใจของซูเวยทำให้เขาอยากทดสอบทักษะของเธอโดยตรง
“ตกลงค่ะ”ซูเวยร้อนวิชาอยากทดสอบทักษะของตนเองเช่นกัน จึงตอบตกลงอย่างสบายใจ
จากนั้นทุกคนเดินออกไปยังอาคารโกดังที่เก็บหินหยาบด้านหลังในทันที
..........
เวลานี้ซูเวยยืนอยู่ท่ามกลางก้อนหินหยาบหลากหลายขนาดที่กองรวมกันเป็เนินขนาดเล็กในโกดัง พ่อบ้านหูและผู้จัดการกู้และชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังยืนรอเธออยู่ที่เครื่องตัดหิน เพื่อเปิดหินทดสอบทักษะของเธอส่วนคุณชายกัวจวินนั้น เขานั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟาด้านหนึ่งของโกดัง
ซูเวยเปิดใช้ทักษะดวงตา์ไปพร้อมกับทำทีเดินเข้าไปเลือกหินเพื่อกลบเกลื่อนทักษะพิเศษของเอสเปอร์อย่างตนเองเธอยังไม่ไว้ใจผู้คนบนโลกนี้ ดังนั้นเธอจึงทำการคัดเลือกหินอย่างไม่ประมาทโดยไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเธอมีทักษะดวงตา์ระหว่างมองหาหินพร้อมกับใช้ไฟฉายส่องดูหินแต่ละก้อนอยู่นั้น
“เปลือกหินลายดอกสนลายงูเหลือม สีสนิมเหล็ก........” ซูเวยพึมพำกับตัวเองเบาๆคล้ายทบทวนความรู้ในการเลือกหินหยาบโดยการเริ่มต้นพิจารณาจากเปลือกหินควบคู่ไปกับการส่องไฟเพื่อดูประเภทและสีของหินหยกภายในหินหยาบนั้นขณะทำท่าเลือกหินหยาบอย่างระมัดระวังเธอพบว่ามีก้อนหินหยาบหลายก้อนที่มีเนื้อหินหยกติดแค่ผิวเปลือกหินเล็กน้อยหรือลึกลงไปไม่มากนักซึ่งเพียงพอที่จะทำเครื่องประดับได้ไม่กี่ชนิด ดังนั้นราคาน่าจะไม่สูงมาก เธอจำเป็ต้องหาหินหยกที่มีราคาแพงที่สุดตามเงื่อนไขของกัวจวินที่บอกไว้ก่อนหน้า
ทันใดนั้นซูเวยเหลือบมองเห็นหินหยาบก้อนหนึ่งขนาดเท่าหัวของเธอวางนิ่งอยู่บนพื้นเหมือนไม่มีใครสนใจเพราะว่าตำแหน่งของมันนั้นอยู่ใต้โต๊ะและทำหน้าที่แทนขาโต๊ะอย่างไรอย่างนั้นเธอทำท่าเข้าไปลูบคลำพร้อมกับใช้ไฟฉายกำลังสูงส่องดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็เทคนิคที่เธอเรียนรู้มาจากผู้จัดการกู้นั่นเองฉับพลันซูเวยตื่นตะลึงเมื่อเห็นอย่างชัดเจนว่าภายในหินหยาบก้อนนี้มีหยกเนื้อแก้วใสกระจ่างขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่อยู่กึ่งกลางของหินมันมีสีม่วงอ่อนที่ทำให้ซูเวยรู้สึกเย็นสบายทันทีที่มองเห็น
“นี่คือหยกแก้วงั้นหรือ? สวยใสจริงๆ รู้สึกสดชื่นเย็นสบายช่างเป็ของขวัญจากธรรมชาติโดยแท้” ซูเวยพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้นยินดีเธอไม่คิดว่าโลกใบนี้จะมีสิ่งแปลกใหม่ให้เธอเรียนรู้มากมายโดยเฉพาะเื่ราวที่เหนือจินตนาการของตนเองไม่ว่าจะเป็เื่ของคฤหาสน์ในสถานที่ลึกลับ หรือการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้แม้กระทั่งพ่อผู้ลึกลับของตนเอง
“เธอจะค้นหาหินหยาบที่มีเนื้อหยกได้ตามเงื่อนไขไหมครับคุณชาย?”พ่อบ้านหูถามคุณชายด้วยความแปลกใจที่พบว่าคุณชายของตนเองเชื่อมั่นเด็กหญิงตัวน้อยนี้ความจริงแล้วเขาไม่ค่อยเชื่อใจซูเวยเท่าใดนัก เนื่องจากเธอยังเด็กและดูเหมือนเพิ่งจะมาเรียนรู้ฉบับเร่งด่วนที่นี่ดังนั้นไม่น่าจะค้นหาหินหยกพบ
“ผมคิดว่าเธอน่าจะทำได้”กัวจวินตอบคำถามพ่อบ้านหูตามจริงเขารู้สึกเชื่อมั่นซูเวยอยู่ลึกๆในใจอย่างไม่มีเหตุผล
จังหวะนี้เองซูเวยเงยหน้าขึ้นพลางส่งเสียงบอกกัวจวินและทุกคนโดยตรงว่า“ฉันหาได้แล้วค่ะ”
กัวจวินพ่อบ้านหู และผู้จัดการกู้วิ่งเข้ามาหาซูเวยทันทีและถามเธออย่างแปลกใจว่า“ไหนละหินหยาบที่เธอหาได้?”
ซูเวยฉีกยิ้มพร้อมกับชี้นิ้วเข้าใส่ก้อนหินหยาบที่ทำหน้าที่เป็ขาโต๊ะตัวหนึ่งในโกดังอย่างมั่นใจ“ก้อนนี้ค่ะ”
พ่อบ้านหูหรี่ตามองซูเวยพลางถามอย่างไม่แน่ใจว่า“เธอบอกได้ไหมว่าเนื้อหยกเป็แบบไหนและสีอะไร?”
“เนื้อแก้วสีม่วงอ่อนค่ะ ขนาดเท่ากำปั้นคุณลุงนี่แหละ มันอยู่ตรงกลางๆ ต้องเปิดหินอย่างระวังนะคะ”ซูเวยตอบอย่างมั่นใจ
คำตอบของซูเวยทำให้กัวจวินตาโตด้วยความประหลาดใจ
ผู้จัดการกู้ยกหินก้อนนั้นตรงไปที่เครื่องตัดหินโดยตรงเป็เครื่องตัดหินหยกขนาดย่อมที่มีท่อฉีดน้ำพร้อมเสร็จสรรพ
“เดี๋ยวหนูขีดเส้นให้ค่ะ”ซูเวยส่งเสียงบอกกับทุกคนหลังจากเธอเดินตามมาถึงเครื่องแล้วเธอสามารถขีดเส้นได้หลังจากที่เรียนรู้กับพ่อบ้านหูและผู้จัดการกู้มาก่อนแล้วดังนั้นเธอไม่้าเสียเวลาอีกจึงวาดเส้นสำหรับให้เครื่องลงมีดตัดตามลายเส้นทันที
“เอาสิ”ผู้จัดการกู้ปล่อยให้ซูเวยวาดเส้นสำหรับลงมีดอย่างกังวลเล็กน้อยเขาคิดเหมือนกับพ่อบ้านหู นั่นคือทั้งสองคนไม่มั่นใจว่าซูเวยจะสามารถมีทักษะพนันหินได้อย่างรวดเร็วหลังจากเรียนรู้ไม่กี่ชั่วโมง
พนักงานชายของร้านเปิดปุ่มให้เครื่องตัดหินทำงานจากนั้นเขานำหินไปวางในตำแหน่งตามเส้นที่ซูเวยวาดไว้และเริ่มลงมีดอย่างช้าๆท่ามกลางการลุ้นของทุกคนอย่างใจจดจ่อ
“ครื้ดๆๆๆๆ”เสียงใบเลื่อยของเครื่องตัดหินเสียดสีกับเนื้อหินขณะผ่าลงไปดังสนั่นเสียดแทงจิตใจหลายคน
พ่อบ้านหูและผู้จัดการกู้ต่างมีเหงื่อซึมด้วยความกังวลใจเพราะนี่คือการพนันกับอนาคตของร้านอัญมณีมั่งคั่งกับร้านอัญมณีรุ่งเรืองทั้งสองร้านเป็ศัตรูคู่แค้นทางธุรกิจมาเป็สิบปีสุดท้ายการแผ่ขยายอิทธิพลของทั้งสองร้านจบลงด้วยการพนันหินหากร้านใดชนะพนันหินในปีนั้นจะสามารถขยายสาขาได้อีกไม่เกิน 2 สาขาหากฝ่ายใดแพ้จะไม่สามารถขยายสาขาได้เลยรวมทั้งอาจไม่ได้รับหินหยาบจากพ่อค้าคนกลางที่ทำการซื้อขายระหว่างประเทศทำให้ทั้งสองตระกูลต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เวลานี้หินถูกเปิดออกหมดแล้วด้านหนึ่งทันทีที่น้ำฉีดเข้าใส่หน้าหินที่ถูกเปิดออกพลันมีสีม่วงอ่อนของหยกค่อยๆปรากฏออกสู่สายตาของทุกคนในทันใด
“โอ้! หินหยกแก้วสีม่วงอ่อนจริงๆด้วย”ผู้จัดการกู้เห็นคนแรก เขาส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดี
“จริงด้วยไม่น่าเชื่อ” พ่อบ้านหูอุทานอย่างไม่เชื่อสายตาเขาไม่คิดว่าซูเวยจะสามารถบอกชนิดและสีของหยกได้อย่างแม่นยำเช่นนี้
“ดีมาก”กัวจวินยิ้มกว้างอย่างพอใจ เขารู้สึกภูมิใจที่สัญชาตญาณไม่ทำร้ายตนเองและทำให้เขาเชื่อมั่นซูเวยมากขึ้น
จากนั้นซูเวยช่วยหาหินหยกได้อีกสามก้อนพร้อมกับบอกชนิดและสีของหินหยกได้อย่างแม่นยำรวมถึงระบุขนาดและวาดเส้นให้เปิดหินได้ชัดเจน ทำให้ร้านสามารถใช้หยกเพื่อไปทำเครื่องประดับได้อย่างเต็มที่โดยมีส่วนเสียหายน้อยมากทักษะของเธอทำให้ทุกคนมั่นใจกับชัยชนะครั้งนี้มากขึ้น
..........
เวลานี้กัวจวินและพ่อบ้านหูขับรถมาส่งซูเวยที่โรงพยาบาล หลังจากที่ทุกคนถามไถ่อาการป่วยของเธอกันอย่างละเอียดแล้วเนื่องจากซูเวยออกมาในชุดคนป่วยที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อรู้ว่าเธอหายดีแล้วโดยซูเวยยืนยันด้วยการปลดผ้าพันแผลบนหัวออกโดยตรงทำให้ทุกคนยอมเชื่อเธอตามจริง
จากนั้นกัวจวินนัดหมายที่จะมารับเธอในอีกสองวันข้างหน้าที่หมู่บ้านัโดยเธอวาดแผนที่บ้านของตนเองให้กับเขาอย่างละเอียด
เมื่อซูเวยกลับมาถึงโรงพยาบาลประชาชน
เธอรีบวิ่งกลับไปยังห้องคนป่วยที่เคยนอนรักษาตัวอยู่อย่างรวดเร็ว
โชคดีที่ยังไม่มีใครตื่นมาแต่เมื่อเธอล้มตัวลงนอนอย่างแ่เบาได้แค่อึดใจเดียว
ยายงัวเงียตื่นขึ้นมาพลางจับมือเธอพร้อมกับถามด้วยความแปลกใจว่า“เวยเวย ทำไมหลานเหงื่อออกมากขนาดนี้?ร้อนหรือ?”
ซูเวยรีบตอบยายทันทีว่า“เปล่าค่ะ พอดีหนูนอนไม่หลับเลยออกไปเดินเล่น เจอพี่ชายใจดีคนหนึ่งเขาบอกว่าจะสอนหนูเื่การตรวจสอบอัญมณีให้ค่ะยาย ยายว่าดีไหมคะ?”ซูเวยจำเป็ต้องบอกข้อมูลของกัวจวินบางส่วนเพื่อจะได้ไม่มี
ปัญหาเวลาที่เขามารับเธอที่บ้านในอีกสองวันข้างหน้านี้
“หือ ใครกันเชื่อใจได้หรือ? ไม่ใช่พวกโจรหรือคนร้ายอีกนะ”ยายส่งเสียงใที่เห็นว่าหลานสาวไปพบกับคนแปลกหน้าซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็พวกคนร้ายอีกหรือไม่ทำให้ยายเป็กังวล
“ไม่ใช่แน่นอนค่ะเอาไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้อีกทีนะคะ”ซูเวยพูดเสียงเบาเมื่อเหลือบมองเห็นญาติคนป่วยเตียงข้างๆเริ่มขยับตัวและส่งเสียงบ่นรำคาญเล็กน้อย
“ก็ได้อย่าลืมบอกยายตามจริงล่ะ” ยายพยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นซูเวยและยายต่างพากันนอนหลับพักผ่อน
ส่วนซูเวยนั้นลอบกลับเข้าไปในคฤหาสน์ขาวเพื่ออ่านตำรา“ทำนาย์” จนถึงรุ่งเช้าจึงตื่นขึ้นโดยไม่ให้ยายปลุกตัวเองได้อีก