ตอนที่15 : บทกวีแห่งสายลม —ชื่อที่สะท้อนทั่วแผ่นดิน
???? บทนำ — งานเทศกาลกลอนลมเหนือ
ทุกปี ณ ฤดูใบไม้ร่วงแคว้นหานจะจัดงาน “เทศกาลกลอนลมเหนือ”
เพื่อยกย่องผู้มีปัญญาและศิลปะวรรณคดีแห่งแผ่นดิน
แต่ในปีนี้ — งานที่เคยเป็เพียงพิธีสืบเนื่องกลับกลายเป็สมรภูมิแห่งชื่อเสียง
“ฝ่าาตรัสเองว่าผู้ชนะเทศกาลปีนี้จะได้รับการยกย่องเป็ ‘เสียงแห่งฟ้า’!”
“และทั้งองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรอง... ก็เข้าร่วมด้วย!”
ลานกลางวังถูกประดับด้วยผ้าแพรสีทองและโคมร้อยดวง
ลมเหนือพัดผ่านใบไม้ร่วง เสียงขลุ่ยบรรเลงแ่ดั่งเสียงห้วงฟ้า
???? การประชันเริ่มขึ้น
พระาาทรงเสด็จประทับกลางลาน
ข้างพระองค์มีฮองเฮา พระสนมกุ้ยเฟยและเหล่าขุนนางระดับสูงนั่งเรียงราย
พระาาตรัสเสียงกังวาน
“ปีนี้ ข้าอยากได้บทกวีที่มิใช่เพียงงามด้วยถ้อยคำ
แต่ต้องงามด้วยจิตใจที่เข้าใจแผ่นดิน”
เสียงประกาศจากขันทีดังขึ้น
“หัวข้อของปีนี้ —‘สายลมเหนือ’”
เสียงลมหวนมาพร้อมเสียงซุบซิบ
“สายลมเหนือ...คือพลังที่เยือกเย็นและแข็งกร้าว”
“ใครจะถ่ายทอดมันได้ดีไปกว่าผู้เข้าใจฟ้าและคน?”
องค์ชายรอง หานอวี้หลง ก้าวออกมาก่อน
อาภรณ์สีทองอร่าม พัดในมือแกะลายั
เขากล่าวด้วยเสียงมั่นคง
“ลมเหนือหอบเกล็ดน้ำแข็งพัดสู่แผ่นดินแกร่ง
ฟ้าให้ความหนาว เพื่อกลั่นหัวใจคนให้แข็ง”
เสียงปรบมือดังขึ้นหลายระลอก
บัณฑิตบางคนะโชม “ยอดเยี่ยม! พลังแห่งาา!”
องค์ชายรองยิ้มอย่างภาคภูมิ
“สายลมคืออำนาจของฟ้า —ผู้เป็าาต้องควบคุมมันให้ได้”
เขากลับไปนั่งด้วยแววตาแห่งชัยชนะ
???? บทกวีขององค์ชายใหญ่
เมื่อถึงคราของ หานอวี้จิน
เขาก้าวออกมาอย่างสงบ ใต้ร่มไม้บ๊วยที่ลมพัดใบปลิวร่วง
ในมือเขาไม่มีพัด ไม่มีตำรา
มีเพียงเศษกระดาษขาวที่เขียนเพียงสองบรรทัด
“สายลมเหนือมิได้เกิดจากฟ้า
หากเกิดจากเสียงของประชาที่้าให้ฤดูเปลี่ยน”
เสียงนั้นเรียบง่ายแต่ก้องสะท้อนทั่วลาน
ทุกคนเงียบงัน แม้แต่ลมหยุดพัดไปชั่วขณะ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วกล่าวต่อ
“ฟ้าไม่อาจได้ยินเสียงของคน
แต่คนสามารถเป็เสียงของฟ้า”
???? พิณแห่งไป๋อวี้จิง
ขณะนั้นไป๋อวี้จิงซึ่งได้รับเชิญให้บรรเลงเพลงประกอบ
ค่อย ๆ ยกพิณขึ้น —
เสียงสายพิณแรกดังขึ้น อ่อนโยนแต่ลึกซึ้ง
ท่วงทำนองนั้นคล้ายลมพัดเหนือหิมะ
เสียงดนตรีประสานกับบทกวีขององค์ชายใหญ่ราวเป็สิ่งเดียวกัน
“สายลมเหนือ...พัดไม่เพราะความโกรธของฟ้า
แต่เพราะความหวังของคน”
พระาาเอนพระวรกายช้า ๆดวงพระเนตรสั่นไหว
ขุนนางหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาโดยไม่รู้ตัว
???? เสียงตอบรับของแผ่นดิน
เมื่อจบการบรรเลง
ทั่วลานเงียบงันอยู่นาน ก่อนเสียงปรบมือดังก้องสนั่น
“บทกวีขององค์ชายใหญ่มิใช่เพียงคำ แต่คือหัวใจของแผ่นดิน!”
“ลมเหนือยังเย็นน้อยกว่าความสงบในใจของเขา!”
พระาาทรงยืนขึ้น
เสียงตรัสของพระองค์ก้องกังวาน
“อวี้จิน — บทกวีของเ้าสะท้อนเสียงของประชา
เ้าคือผู้ทำให้ข้าเห็นว่า าาไม่ต้องยกตนเหนือคน
แต่ต้องยกหัวใจคนให้สูงเท่าฟ้า”
ฮองเฮายกผ้าเช็ดพระพักตร์ขึ้นซับน้ำตา
องค์ชายสามยิ้มกว้างด้วยความปลื้มปิติ
ขณะที่องค์ชายรอง... ก้มหน้าลงโดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว
สามวันต่อมา
ทั่วแคว้นหานมีประกาศใหม่แพร่สะพัด
“องค์ชายใหญ่หานอวี้จิน ได้รับการขนานนามจากพระาาว่า ‘เสียงแห่งฟ้า’”
“เปิดรับบัณฑิตผู้มีปัญญาเข้าสังกัดจวนหย่งหรานเพื่อช่วยฟื้นแผ่นดิน!”
บัณฑิตจากทั่วแคว้น เดินทางมาพร้อมฎีกาและบทกวีที่เขียนด้วยมือ
มีทั้งนักปราชญ์ผู้เฒ่า ขุนนางปลดเกษียณ และเยาวชนผู้ใฝ่รู้
ในวันเดียว มีคนยื่นชื่อเข้าสมัครกว่า300 คน
สวีเหวินซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มบัณฑิตกล่าวเสียงสั่น
“ในที่สุด...แผ่นดินนี้จะมีที่ให้คนใช้ปัญญาแทนดาบแล้ว”
หานอวี้จินเพียงพยักหน้า
“นี่ไม่ใช่จวนของข้า แต่คือจวนของเหตุผล”
ยามค่ำ
ลมเหนือพัดแรงกว่าทุกคืน
หานอวี้จินยืนอยู่บนระเบียงศาลามองไปยังธงสีฟ้าที่โบกสะบัดอยู่หน้าเรือน
ไป๋อวี้จิงเดินมาข้าง ๆยกมือแตะสายพิณเบา ๆ
“เสียงลมคืนนี้...ฟังเหมือนท่านกำลังพูดกับฟ้า”
“บางที...ฟ้าอาจกำลังฟังเสียงของคนก็ได้”
เขาตอบพลางยิ้ม
ระบบ M.A.S.ดังขึ้นในหัวอย่างเงียบสงบ
「วิเคราะห์ผลลัพธ์:ชื่อเสียงระดับแผ่นดิน
ความศรัทธาของประชา +68%
สถานะใหม่: ‘เสียงแห่งฟ้า’
ความเคลื่อนไหวขององค์ชายรอง... เพิ่มความเสี่ยง 52%」
หานอวี้จินมองขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ลมเหนือเริ่มแรงขึ้น...
แต่ตราบใดที่มันยังพัดเพื่อพาความหนาวไป — ข้าก็ยินดีให้มันพัดผ่าน”
ลมเย็นพัดกลีบดอกบ๊วยปลิวสะท้อนแสงจันทร์
ดั่งบทกวีที่ยังไม่จบสิ้นขององค์ชายผู้ใช้คำแทนดาบ