บทที่ 9 อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้
“ไร้สาระ!” นางกุ้ยด่าออกมาด้วยความโกรธ “มีใครไม่รู้บ้างว่าแกเป็คนยังไง ไอ้แก่เฝิง! ออกไปจากหมู่บ้านของเราเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“ใช่! ออกไป!”
พวกเขาทะเลาะกันเสียงดัง ชาวบ้านแถวนั้นเลยรีบออกมาดูด้วยความตื่นเต้น ตอนที่ชาวบ้านรู้ว่าลูกสาวคนโตของบ้านสกุลเล่อโดนรังแก และกำลังจะถูกพ่อม่ายสกุลเฝิงจับไปทำเมีย พวกที่มีลูกชายวัยกำลังเหมาะต่างไม่พอใจ
เล่อเวยเป็เด็กสาวหน้าตาดี ฉลาดหลักแหลม แถมยังจิตใจงดงาม เก่งไปเสียทุกเื่ ผู้หญิงดีๆ แบบนี้ ใครบ้างไม่อยากได้เป็สะใภ้! แม้ว่ายายเฒ่าเล่อและเล่อตงจะน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่พวกนั้นไม่สามารถก่อเื่อะไรในหมู่บ้านเฟิงเล่อได้!
ไอ้แก่เฝิงช่างกล้าจริงๆ ทำตัวเป็คางคกริอยากชิมเนื้อหงส์[1]
เชอะ!
“ตีมันเลย! ตีมัน!”
“คิดจะมาลักตัวคนในหมู่บ้านเรางั้นเหรอ อย่าอยู่เลยมึง!”
“กล้ารังแกหนูเวยงั้นรึ เอามันให้ตาย!”
“เหล่าเฉียว! ไม่ได้กินอะไรมาหรือไง! ตีอย่างกับคนไม่มีแรง!”
“มีอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น” จี่เฟิ่งเพิ่งจะกลับมาจากสถานีอนามัยพร้อมกับหมอห่าว ก็เห็นคนสามกลุ่มกำลังล้อมวงกันอยู่นอกประตูบ้าน
“อ้าว พี่จี่ กลับมาแล้วเหรอ มานี่เร็ว เล่อเวยลูกสาวพี่โดนทำร้าย!”
“อะไรนะ!” จี่เฟิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไป “เวยเวย! เวยเวย!”
ทันทีที่เธอแทรกตัวเข้าไปและเห็นเืบนศีรษะของลูกสาว ขาเธอก็อ่อนแรงจนแทบทรุด ดีที่หมอห่าวเข้ามาช่วยรับไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลง “เวยเวย!”
จากนั้นเธอก็เห็นเล่อตงที่อยู่ด้านหลังเล่อเวย มีรอยช้ำเต็มใบหน้าไปหมด “ตงตง!”
เล่อเวยะโเรียกแม่ หลังจากเห็นว่าการทุบตีใกล้จะยุติ เธอก็ดึงข้อมือของนางกุ้ย ก่อนจะบอกว่า “น้าสะใภ้กุ้ย สั่งสอนแค่พอให้หายโกรธเถอะนะ อย่าตีให้ถึงตายเลย ฉันเวียนหัว”
นางกุ้ยโบกไม้โบกมือ “เหล่ากุ้ย พอแล้ว บอกให้ทุกคนพอก่อน!”
เมื่อชาวบ้านถอยออกมา ก็เห็นชัดเจนว่าสภาพของเฝิงเจียงและพรรคพวกที่นอนกองกันอยู่บนพื้นนั้นดูน่าอนาถสุดๆ เสื้อผ้าของพวกเขาขาดวิ่น ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ ใบหน้าเละเทะราวกับหัวหมูโดนทุบ
เล่อเวยรู้สึกโล่งใจ เมื่อได้ระบายความโกรธออกไปบ้าง
ชาติที่แล้ว ตอนที่เฝิงเจียงทุบตีเธอเลวร้ายกว่านี้มาก แต่เธอเพิ่งจะเอาคืนเขาได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!
นางกุ้ยหยิบถุงเงินบนพื้นแล้วโยนใส่เฝิงเจียง “เอาเงินสกปรกของแกคืนไป!”
เฝิงเจียงลุกแทบไม่ไหว ชาวบ้านหลายคนเลยลากเขากับพรรคพวกขึ้นไปบนเกวียน ตั้งใจเอาไปโยนทิ้งไว้ที่หมู่บ้านเฝิงเจีย
ดูจากชื่อเสียงของเฝิงเจียงในหมู่บ้านนั้น พวกเขาคิดว่าอาจจะได้รับการต้อนรับที่ดีจากชาวบ้านในละแวกนั้นก็เป็ได้!
เฝิงเจียงผู้น่ารังเกียจ ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
เขาอยากเกรี้ยวกราดด่าทอ แต่กลับอ้าปากไม่ขึ้นเพราะว่าหน้าบวมปูดไปหมด
เก่งนักใช่ไหม เล่อเวย ได้...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!
เล่อเวยเข้าไปในห้องนอน ให้หมอห่าวช่วยทำแผลให้ แต่จู่ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมา
สัญชาตญาณกำลังบอกเธอ!
สมัยที่เธออยู่ในเมืองกวางโจว ปีนั้นเป็ปีที่วุ่นวายและสับสนอลหม่าน เต็มไปด้วยมิจฉาชีพกับอาชญากร รวมไปถึงกลุ่มนักซิ่ง นักล่าค่าหัวและพวกมาเฟียใต้ดิน!
ในฐานะเด็กกำพร้า ที่ไม่มีใครให้พึ่งพา เล่อเวยจึงพัฒนาสัญชาตญาณของตัวเองให้เฉียบคม เพื่อเอาตัวรอดในเมืองกวางโจวจนกลายเป็ประธานเล่อได้ในที่สุด
เวลาที่มีใครคิดร้ายกับเธอ หัวใจจะเต้นแรงเสมอ!
ด้วยสัญชาตญาณนี้ เธอจึงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติระหว่างการเดินทางไปทำธุรกิจ เลยรีบซื้อตั๋วกลับบ้าน จนได้มาเห็นแม่สามีรัดคอยายหนูจนตาย ตอนที่เธอเปิดประตูเข้าไป มือของนังแก่อสรพิษนั่นยังค้างอยู่ที่คอของลูกสาวเธออยู่เลย!
และขณะนี้ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเฝิงเจียงจะไม่รู้จักเข็ดและยังอาฆาตพยาบาทเธอ รอวันที่จะกลับมาแก้แค้น!
เล่อเวยรู้ดีว่าเฝิงเจียงเป็คนขี้ขลาดใจปลาซิว ชอบรังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนที่มีกำลังมากกว่า เขาไม่กล้าเอาคืนคนบ้านสกุลกุ้ยกับบ้านของลุงเฉียว แต่คงจ้องจะเล่นงานสกุลเล่อที่ไม่มีผู้ชายอยู่ในบ้านมากกว่า!
ถ้าต้องเผชิญหน้ากัน เล่อเวยไม่เคยกลัว! แต่คนจิตใจต่ำทรามอย่างเฝิงเจียง หากลอบเข้ามากลางดึกและจุดไฟเผาบ้าน ใครล่ะจะช่วยเธอได้!
เธอต้องพาครอบครัวออกจากหมู่บ้านเฟิงเล่อโดยเร็วที่สุด!
จะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ได้!
บทที่ 10 แม่ก็คือแม่
หลังขอบคุณเพื่อนบ้านทุกคน โดยเฉพาะน้าสะใภ้กุ้ย าแของเล่อเวยก็ได้รับการรักษา เธอกะจังหวะตอนตีไว้อย่างดี หมอห่าวเลยบอกว่า ถึงเืออกค่อนข้างเยอะ แต่ไม่น่าจะทิ้งรอยแผลเป็เอาไว้
เล่อเวยอยากให้หมอห่าวดูแผลให้เล่อตงด้วย
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็เคยเป็ผู้บริหารที่ดูแลพนักงานหลายร้อยชีวิตในทุกตำแหน่ง เธอจึงมั่นใจในทักษะการมองคนของตนเอง
ความขุ่นเคืองของเล่อตงต่อการขายลูกหลาน บวกกับความพยายามในการช่วยเหลือเธอ ทำให้เล่อเวยรู้สึกประทับใจ
แน่นอนว่าเล่อเวยยังไม่ปักใจเชื่อเล่อตงง่ายๆ แต่เธอจำเป็จะต้องรู้เสียก่อนว่าคนที่อยู่ในร่างนั้นเป็ใคร!
จังหวะนั้นเอง ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถาม เล่อตงซึ่งนั่งตัวงออยู่ข้างเตียงก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน!” เล่อเวยรีบห้ามเขา “จะไปไหน”
จี่เฟิ่งเองก็เอ่ยปากบอก “ให้หมอตรวจดูแผลก่อนเถอะ หน้าบวมไปหมดแล้ว!”
เล่อตงมีสีหน้าหนักใจ “ฉันจะไปบ้านน้ากุ้ย แผลแค่นี้ไม่ต้องดูหรอก สองวันก็หาย”
พูดจบ เขาก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
จี่เฟิ่งไม่มีทางเลือก จึงเดินออกไปส่งหมอห่าว และยืนอยู่ที่หน้าประตู พลางมองไปทางบ้านของเหล่ากุ้ย ก่อนจะกลับเข้ามา แล้วพูดกับเล่อเวยว่า “ปวดหัวจริงๆ ลูกอยากกินอะไรไหม เดี๋ยวแม่ไปทำมาให้”
ยายเฒ่าเล่อยังคงนอนอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าเล่อตงทำอะไรกับเธอ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น แต่หมอห่าวเข้าไปดูแล้วบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง อีกสักพักก็น่าจะรู้สึกตัว
ั้แ่กลับมาเกิดใหม่ เล่อเวยยังไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอเลย ระหว่างที่เธอกำลังนอนมองหน้าแม่อยู่นั้น เ้าตัวก็รู้สึกปวดหน่วงขึ้นมาที่ดวงตา
ชาติก่อน เธอถูกเฝิงเจียงขังอยู่ในบ้าน หลังจากหนีออกมาได้ เล่อเวยก็ไม่กล้าติดต่อใคร เพราะกลัวว่าจะถูกจับกลับไป
เธอเคยหวังว่าถ้าสร้างชื่อให้กับตัวเองได้แล้ว จะกลับมาพาแม่ออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกัน
แต่ไม่คิดเลยว่าจี่เฟิ่งจะมาด่วนจากไปเสียก่อน
ตอนที่เธอตาย เล่อเวยยังหาทางหนีออกจากบ้านของเฝิงเจียงไม่ได้! เธอไม่รู้ข่าวเลย! จนกระทั่งติดต่อกับน้าสะใภ้กุ้ยได้
ในชาติก่อนนางเล่อโกหกทุกคน เธอปิดปากเงียบเื่เฝิงเจียง และบอกใครต่อใครว่าเล่อเวยหนีตามผู้ชายไป
นางเล่อยังบอกด้วยว่าจี่เฟิ่งหนีตามผู้ชายมา ลูกสาวก็เลยทำตัวเหลวแหลกเหมือนแม่ พอเห็นผู้ชายก็หนีตามกันไปง่ายๆ!
เล่อเวยแค่นยิ้ม ตอนที่ได้ยินเื่นั้น คนอย่างแม่ไม่มีทางเชื่อเื่นี้แน่!
น้าสะใภ้กุ้ยบอกว่า ไม่ใช่แค่แม่ของเธอ แต่คนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครเชื่อเื่นั้นเลยสักคน ตอนนั้นทุกคนคิดว่านางเล่อขายเธอให้กับพวกค้ามนุษย์! แม่ของเธอร้องไห้จนตาแทบบอด วิ่งออกไปนอกบ้านเพื่อตามหาเธอ แต่กลับถูกสองย่าหลานจากนรกทุบตีอยู่ค่อนคืน กว่าคนจากบ้านสกุลกุ้ยและลุงเฉียวจะรู้ แม่ของเธอก็เริ่มหายใจไม่ออก พวกเขารีบพาแม่ไปส่งที่สถานีอนามัย แต่ก็ไม่ทัน แม่ของเธอเสียชีวิตในคืนนั้น ทุกคนอยากบอกให้เธอรู้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอถูกขายไปที่ไหน
เพราะตอนนั้น เธอยังถูกเฝิงเจียงเฆี่ยนตีอยู่ในคอกวัว!
เล่อเวยจำได้ว่าตอนเธอได้ข่าวเื่ของแม่ เธออยากกลับหมู่บ้านเฟิงเล่อใจแทบขาด จะได้จับย่ากับเล่อตงฉีกเป็พันเป็หมื่นชิ้น!
แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ ยายเฒ่าเล่อชิงตายไปเสียก่อน!
แต่ ณ ตอนนี้ จี่เฟิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ และปลอดภัยดีทุกประการ!
พอเห็นลูกสาวตาแดงก่ำ จี่เฟิ่งก็ถึงกับใจสลาย “เจ็บมากเหรอลูก”
“อืม เจ็บ...” เล่อเวยกอดจี่เฟิ่งเอาไว้ อันที่จริงแผลนี้ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมาก แต่เธออยากกอดแม่และทำตัวเหมือนเด็กๆ อีกครั้ง “แม่ เป่าให้หน่อยสิคะ”
พอได้ยินแบบนั้น จี่เฟิ่งก็รู้ว่าลูกสาวไม่ได้เจ็บมากมายอะไร แต่เธอก็ยังคงเป่าแผลให้อยู่ดี “โตเป็สาวแล้ว ยังอ้อนแม่เป็เด็กๆ เอ้า แม่เป่าให้แล้ว หายเจ็บได้แล้วนะ”
บ้านสกุลจี่เป็ตระกูลที่ร่ำรวยมั่งคั่ง พวกเขาใส่ใจเลี้ยงดูลูกสาวเป็อย่างดี ถึงจี่เฟิ่งจะมาอยู่กับครอบครัวที่ยากจนอย่างบ้านสกุลเล่อนานหลายปี แต่เธอก็ยังคงมีกิริยามารยาทงดงามสมกับที่มาจากครอบครัวผู้ดี ย่าเล่อไม่เคยเข้าใจเธอ แต่เล่อเวยรักแม่ที่เป็แบบนี้ เพราะจี่เฟิ่งไม่เคยเห็นลูกชายดีกว่าลูกสาว และปฏิบัติต่อเธอดียิ่งกว่าที่ทำกับเล่อตงเสียอีก
“ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ แม่ก็คือแม่นะคะ!” เล่อเวยซ่อนใบหน้าลงในอ้อมแขนของจี่เฟิ่ง ก่อนจะแอบปาดน้ำตาที่หัวตา
เธอนึกถึงลูกสาวตัวน้อยของตัวเองขึ้นมา
ถึงเด็กหญิงตัวน้อยจะอายุแค่สี่ขวบ แต่ก็ชอบอ้อนเธอราวกับเด็กทารก
แม่ก็คือแม่จริงๆ!
หัวใจของเล่อเวยเ็ปรวดร้าวทันทีที่คิดถึงลูกสาว น้ำตาที่เพิ่งปาดทิ้งเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง
[1] คางคกริอยากชิมเนื้อหงส์ เป็สำนวนจีน เปรียบเปรยคนที่ปรารถนาเกินตัว เกินฐานะ ไม่รู้จักมองตัวเอง