ตอนที่ 18 — เสียงจากใต้ดิน
เสียงเหล็กเสียดกันดัง ครืด... ครืด...
ประตูทางลงใต้ดินเปิดออกเองราวกับมีคนดึงจากข้างใน
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นโลหะคละคลุ้งทันที — หนักแน่นจนวรุฒเผลอพูดว่า
“โอ้โห... กลิ่นแบบนี้แปลว่า ถ้าผีไม่ออกมา ผมก็ตายเพราะเชื้อราแน่ ๆ”
เมฆาส่องไฟฉายลงไปในความมืด เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดัง ติ๋ง... ติ๋ง... สม่ำเสมอเหมือนจังหวะหัวใจ
“ไม่มีใครลงมาที่นี่นานแล้ว” เมฆาพูดเรียบ ๆ
“ดีแล้ว...” วรุฒตอบทันที “เราจะได้เป็คนแรกที่โดนผีต้อนรับสด ๆ”
“ถ้าเจอผี ฉันฝากให้พี่เมฆาทำหน้าสบาย ๆ แบบนั้นให้ได้ด้วยนะ” จิตรากระซิบ
“ฉันไม่ทำหน้าอะไรเลย” เมฆาตอบ
“นั่นแหละปัญหา — หน้านิ่งกว่าผีอีก”
บันไดเหล็กนำพวกเขาลงสู่ห้องโล่งใต้พื้นดิน — มีโครงสร้างคล้ายสตูดิโอเก็บงานศิลป์
แต่ผนังทุกด้านกลับมี ภาพวาดของเด็กหญิงคนเดิม เรียงอยู่เป็ร้อยภาพ
ทุกภาพมีท่าทางแตกต่าง — บางภาพร้องไห้ บางภาพหัวเราะ บางภาพมองตรงมาที่กล้องอย่างรู้ตัว
“นี่มัน... แกลเลอรีของเสี่ยธาดาเหรอ?” จิตราพึมพำ
“ไม่ใช่” เมฆาตอบพลางก้มสำรวจพื้น “มันคือห้องทดลองของเขา”
“ทดลองอะไร?”
“การบันทึกจิตผ่านพลังงานสนามแม่เหล็ก”
เมฆาเปิดเครื่องสแกนพลังงาน เส้นแสงบนจอกระพริบเร็วผิดปกติ
“ที่นี่คือจุดศูนย์กลางทั้งหมด — ‘โหนดแม่’ ของพลังงานผีเด็กกับแม่ของเธอ”
ทันใดนั้น ทุกหลอดไฟที่ติดเพียงครึ่งเดียวกลับติดขึ้นพร้อมกัน
ห้องสว่างจ้า — แล้วจู่ ๆ ภาพวาดทั้งหมดเริ่ม “ขยับ” พร้อมกัน!
วรุฒร้อง “โอ้ย พระเ้า ผมไม่ไหวแล้ว ผีแกลเลอรีกำลังเล่นแฟลชม็อบ!”
จิตรากระชากแขนเมฆา “ทำยังไงดี!”
“อยู่นิ่ง ๆ” เมฆาพูดเรียบ “พวกเขาไม่ได้จะทำร้ายเรา”
ภาพวาดเ่าั้เริ่มรวมแสงเข้าหากันกลางห้อง
กลายเป็รูปร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง — คนเดียวกับในภาพวาดทั้งหมด
เธอสวมเสื้อคลุมสีขาว เปื้อนรอยสีและเืเก่า ๆ ใบหน้าอ่อนโยนแต่เศร้า
เสียงของเธอดังขึ้นช้า ๆ
“เขา... เอาชีวิตฉันแลกกับงานชิ้นสุดท้าย”
เมฆาก้าวไปข้างหน้า “เธอคือแม่ของเด็กคนนั้นใช่ไหม”
หญิงคนนั้นพยักหน้าเบา ๆ
“เขาบังคับให้ฉันวาด... เพื่อพิสูจน์ว่า ‘จิต’ วัดได้... ว่าความทรงจำของคนตายถ่ายทอดได้ผ่านภาพ”
จิตราน้ำตาซึม “แปลว่าเขาใช้เธอเป็เครื่องทดลอง?”
“ใช่” เสียงนั้นสั่นเครือ “เขาบอกจะปล่อยลูกฉัน ถ้าฉันวาดจนเสร็จ...”
“แต่เขาไม่เคยปล่อยสินะ” เมฆาพูดเบา
หญิงสาวเพียงยิ้มจาง ๆ “ลูกฉันยังรออยู่ใต้สะพาน... เขาไม่รู้ว่าฉันตายแล้ว”
แสงรอบห้องเริ่มสั่นระริก
ภาพทั้งหมดค่อย ๆ หลอมกลับเข้าร่างหญิงคนนั้น — แล้วเสียงเด็กดังขึ้นจากทุกทิศ
“แม่...”
วรุฒสะดุ้ง “อันนี้... หลอนแบบอบอุ่นใช่ไหม? หรือเราควรหนี?”
เมฆาหันมาพูดสั้น ๆ “อยู่ดู — นี่คือสิ่งที่ผีอยากให้เราเห็น”
แสงค่อย ๆ รวมเป็ร่างของเด็กหญิงคนนั้น — เธอวิ่งเข้าหามารดา กอดแน่น
สองร่างส่องแสงเรืองอ่อน ๆ ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป
เหลือเพียงเสียงลมพัดอ่อน ๆ
เมฆาหันไปมองผนังอีกที — ภาพทั้งหมดหายไป เหลือเพียงผนังว่างเปล่า
จิตราพูดเสียงเบา “พวกเขาไปแล้ว...”
“ใช่” เมฆาตอบ “แต่เรายังมีอีกคนที่ยังอยู่”
“ใคร?” วรุฒถาม
“เสี่ยธาดา” เมฆาเอ่ยชื่อ “ผมไม่เชื่อว่าเขาตายจริง”
เสียงคล้ายหัวเราะแ่ ๆ ดังขึ้นจากปลายบันได
“เก่งมาก... เมฆา”
ไฟทุกดวงดับวูบ
*ทีมสืบพบว่ามีคนยังใช้ระบบทดลองนี้อยู่ และเสี่ยธาดาอาจไม่ได้ตาย แต่ “เปลี่ยนร่าง” เป็บางสิ่งที่อยู่ในเงาเครื่องจักรนั้นเอง*
*โปรดติดตามตอนต่อไป*