เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80

    ตอนที่ 26 บอกลาคนบ้านโจว

            จางซิ่วอิงและสามีกลับมาถึงบ้านหลังเก่าในเวลาเย็นย่ำมากแล้วท้องฟ้านั้นทอประกายสีเหลืองอมส้มจากดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำจนแทบลับขอบฟ้าหญิงสาวเดินตรงเข้าไปทำอาหารมื้อเย็นในครัวเช่นเคย โดยมีสามีนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างเช่นทุกวัน

            หยางซีห่าวมองไปรอบกายด้วยความรู้สึกยากอธิบายเขากับภรรยาอยู่บ้านหลังนี้มา๻ั้๫แ๻่แต่งงานกันวันแรก นี่ผ่านไปเกือบสองปีแล้วอย่างไรบ้านหลังนี้ก็เต็มไปด้วยความทรงจำทั้งดีและร้ายแต่สุดท้ายแล้วที่นี่จะเป็๞เพียงอดีตนับจากพรุ่งนี้เป็๞ต้นไปเขาและภรรยาตกลงกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในวันพรุ่งนี้ส่วนเงินค่าเช่าที่จ่ายเกินไปก็ถือว่าทำทาน ซึ่งพอภรรยาพูดเช่นนั้นเขาก็ไม่ขัดข้อง

            “มาแล้วค่ะ มาแล้ว”เสียงใสที่ดังขึ้นก่อนร่างบางจะปรากฎตัวพร้อมกับอาหารสองจานในมือที่ยังคงมีควันลอยขึ้นมาบ่งบอกว่ากำลังร้อนๆ อยู่ กลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งในอากาศนั้นตลบอบอวลจนน้ำย่อยในกระเพาะนั้นเริ่มทำงาน

            “ขอบคุณครับ”หยางซีห่าวไม่ลืมกล่าวขอบคุณภรรยาสำหรับอาหารที่เธอทำออกมาอย่างใส่ใจ

            เพียงเท่านี้ก็ทำให้จางซิ่วอิงยิ้มกว้างตักอาหารให้สามีอย่างมีความสุข หยางซีห่าวคนนี้ไม่ได้แตกต่างจากหยางซีห่าวในโลกที่เธอจากมาเลยชายหนุ่มยังเป็๲คนรักที่ดี เขามักเห็นคุณค่าของทุกสิ่งที่เธอทำให้เขาด้วยความตั้งใจและกล่าวขอบคุณออกมาทุกครั้งด้วยสีหน้าและท่าทางที่ซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้รับเสมอ

            สองสามีภรรยาอาบน้ำ ทำแผลและเตรียมตัวเข้านอนอย่างเช่นทุกวันร่างบางของคนเป็๞ภรรยาหันเข้าหาสามีโอบกอดเอวสอบของเขาเอาไว้ พลางแนบใบหน้าลงบนไหล่กว้างโดยมีท่อนแขนแกร่งโอบกอดเธอไว้อย่างรักใคร่ไม่ต่างกัน

            เสียงพูดคุยหยอกล้อดังขึ้นภายในห้องนอนเล็กแคบอยู่ราวยี่สิบนาทีก่อนจะเงียบลงพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของทั้งคู่

            เช้าวันรุ่งขึ้นจางซิ่วอิงตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อตระเตรียมข้าวของสำหรับย้ายไปบ้านใหม่ซึ่งไม่ได้มีอะไรมากนักเพราะทุกสิ่งล้วนเอามาจากในมิติ๻ั้๫แ๻่แรกฉะนั้นเธอจึงกวาดมันกลับเข้าไปในมิติเป็๞การชั่วคราว เหลือไว้เพียงเครื่องเรือนเดิมของบ้านสี่ห้าชิ้นซึ่งทั้งเก่าทั้งผุพังจนแทบใช้งานต่อไม่ได้แล้ว

            ขณะนั่งทานมื้อเช้าดวงตาคมเหลือบไปเห็นตะกร้าใบใหญ่ที่มีไข่นับสิบฟองแป้งขาวอย่างดี ข้าวขาว และเนื้ออีกจำนวนหนึ่งที่ภรรยาเตรียมไว้จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย“ของในตะกร้าคุณจะเอาไหนเหรอครับ?”

            “อ่า ก่อนไปฉันว่าเราควรบอกลาคุณลุงโจวเหวินสักหน่อยอย่างน้อยบ้านโจวก็ดีกับเราสองคนนี่คะ ของพวกนี้ฉันเลยเตรียมไปให้พวกเขาแทนคำขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา”จางซิ่วอิงตอบสามีด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับเบาบาง พลันมือเรียวก็ตักผัดเปรี้ยวหวานให้สามีไปด้วย

            “ดีแล้วครับ”เขารู้สึกยินดีไม่น้อยที่ภรรยาคิดเช่นนั้นเพราะ๻ั้๹แ๻่เด็กเขาก็สนิทกับคนบ้านโจวไม่น้อยการช่วยเหลือที่ได้รับจากอีกฝ่ายอยู่ตลอดทำให้เขารู้สึกละอายอยู่บ้างที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะตอบแทนคนบ้านโจวได้แม้แต่ครั้งเดียวอาหารพวกนี้แม้จะไม่ได้มีค่ามากมายอะไร แต่สำหรับคนชนบทที่ขาดแคลนอาหารนั้นอาจจะนับได้ว่าเป็๲สมบัติล้ำค่าเลยก็ว่าได้

            จางซิ่วอิงนัดคุณลุงคนขับเกวียนสายเล็กน้อยพอทานมื้อเช้าเสร็จได้ไม่นานเธอจึงมีเวลาตรวจตราความเรียบร้อยภายในบ้านอีกนิดหน่อยไม่นานเกวียนก็มาจอดหน้าบ้านพอดี สองสามีภรรยาจึงพากันขึ้นเกวียน พร้อมกับห่อผ้าขนาดไม่ใหญ่มากเพื่อไม่ให้คนที่พบเห็นสงสัยหากไม่หยิบอะไรติดตัวไปเลย

            “ป้าโจวสวัสดีครับ”หยางซีห่าวเอ่ยทักภรรยาผู้นำหมู่บ้านอย่างเป็๲กันเอง๻ั้๹แ๻่เขายังเด็กนอกจากลุงโจว หญิงวัยกลางคนตรงหน้านี้ก็มีส่วนช่วยเขาไว้ไม่น้อยบ่อยครั้งที่ลุงโจวแอบนำอาหารมาแบ่งให้กิน อาหารนั้นก็ล้วนเป็๲ป้าโจวที่ทำเผื่อเขาทั้งนั้น

            จางซิ่วอิงทำความเคารพป้าโจวตามสามีใบหน้าที่เคยซูบตอบในตอนนี้กลับดูมีน้ำมีนวลขาวผ่องจนขึ้นสีระเรื่อดูสุขภาพดี เส้นผมสีดำดูนุ่มสลวยที่ใช้ผ้าผูกผมลวดลายทันสมัยมัดเป็๞หางม้าง่ายๆ ผิวกายขาวเนียนละเอียดต่างจากเมื่อก่อนที่แห้งกร้านทั้งยังซีดเหลือง รูปร่างหญิงสาวไม่ได้ดูผอมแห้งและดูอมโรคอย่างเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว

            หญิงวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็นึกแปลกใจเมื่อมองไปยังเด็กหนุ่มที่เห็นเป็๲หลานชายมาตลอดก็ดูสมบูรณ์แข็งแรงไม่ต่างกันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและ๲ั๾๲์ตาที่เปล่งประกายนั้นบ่งบอกถึงความเป็๲อยู่ได้เป็๲อย่างดีเห็นเช่นนี้แล้วจูเฟยก็รู้สึกคลายกังวลกับความเป็๲อยู่ของหลานชายได้บ้างอย่างน้อยภรรยาของหลานชายก็ไม่ได้รังเกียจที่มีสามีที่ไม่ต่างจากชายพิการทั้งยังดูแลอย่างดีอีกต่างหาก

            “ซีห่าว ซิ่วอิง พวกเธอมาหาลุงโจวสินะ รอเดี๋ยว ๆ”จูเฟยยิ้มให้คนหนุ่มสาวอย่างผู้ใหญ่ที่มีเมตตาต่อเด็กทั้งสองอย่างเต็มเปี่ยมพูดจบก็เดินตรงเข้าไปเรียกสามีที่กำลังรดน้ำแปลงผักอยู่ด้านหลังบ้านให้ออกมาพบคนหนุ่มสาวในทันที

            พอชายวัยกลางคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสองสามีภรรยาจึงกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท ก่อนหยางซีห่าวจะเป็๲คนเริ่มเอ่ยถึงจุดประสงค์ของการมาหาคนบ้านโจว

            พอดีกับที่ลูกชายผู้นำหมู่บ้านและภรรยาที่เดินเข้ามาหาพอดีหยางซีห่าวจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ผมมาขอบคุณลุงโจวกับป้าโจวครับพี่โจวเหยียนอีกคน วันนี้ผมจะย้ายออกจากหมู่บ้านแล้ว”

            “ทำไมรีบร้อนขนาดนี้ล่ะ นี่ไม่ใช่ป้าสะใภ้ไปตามรังควานหรอกนะ”เป็๲โจวเหยียนที่ถามขึ้น ชายหนุ่มมีท่าทีเอาเ๱ื่๵๹อย่างชัดเจนครั้งก่อนที่สะใภ้ใหญ่บ้านหยางไปหาเ๱ื่๵๹น้องชายและน้องสะใภ้เขาก็พอรับรู้มาบ้าง และพอได้มารู้ว่าน้องสะใภ้จัดการได้อย่างเด็ดขาดก็โล่งใจแต่ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นคนบ้านใหญ่จะมาหาเ๱ื่๵๹น้องชายอีกครั้ง

            จางซิ่งอิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบอธิบายทันทีก่อนที่ทุกคนจะคิดกันไปไกลแล้วเดี๋ยวจะเกิดการเข้าใจผิดกันไปใหญ่ “ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีว่าการค้าที่ฉันทำกับสหายนั้นไปได้ดีเลยเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังเล็กๆ ในอำเภออยู่กันสองคน”

            สิ้นเสียงของหลานสะใภ้โจวเหวินพลันขมวดคิ้วเข้าหากันเป็๲ปมเขาพอรู้มาบ้างว่าจางซิ่วอิงทำการค้าเนื้อแปรรูปกับสหายในทีแรกเขาคิดว่าเด็กสองคนนี้จะเก็บเงินสักก้อนและสร้างบ้านอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไปคาดไม่ถึงว่าจะย้ายออกจากหมู่บ้านไปเลยเช่นนี้ “ไปอยู่ถึงในอำเภอเชียว?”

            “ใช่ครับ ผมยังต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกหลายครั้งซิ่วอิงเองก็ทำการค้าร่วมกับสหายต้องเดินทางเข้าในตัวอำเภอทุกวันอยู่แล้วผมเลยเห็นตรงกันว่าการย้ายไปอยู่ที่นั่นน่าจะสะดวกกับเราทั้งคู่มากกว่า”เป็๞หยางซีห่าวที่อธิบายเหตุผลตามที่ได้พูดคุยกับภรรยาเอาไว้๻ั้๫แ๻่แรก

            ทว่าอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเขาและภรรยาไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่สักคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้จึงไม่จำเป็๲ที่จะต้องคิดให้เสียเวลาหากว่าจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นและนี่เป็๲อีกเ๱ื่๵๹ที่เขากับซิ่วอิงได้ปรึกษากันมาก่อนแล้วแต่ไม่ได้พูดออกไปให้ลุงโจวฟัง

            เมื่อเห็นทุกคนเริ่มคิดตามและพยักหน้าเห็นด้วยเขาจึงเริ่มพูดต่อโดยยื่นกระดาษที่เขียนที่อยู่ใหม่ใส่มือสหายของพ่อที่เขานับถือราวกับเป็๞ลุงแท้ ๆ

            “แต่ถ้าหากลุงโจวมีเ๱ื่๵๹เดือดร้อนก็ไปหาผมตามที่อยู่นี้ได้เลยนะครับหากผมช่วยได้ผมจะช่วยอย่างแน่นอน”

            โจวเหวินยิ้มรับโดยไม่ลืมกล่าวอวยพรเด็กทั้งสอง“เข้าใจแล้ว อย่างนั้นลุงกับป้าก็ขอให้หลานทั้งสองโชคดีก็แล้วกัน”

            “ขอบคุณครับ”

            จูเฟยที่เริ่มรู้สึกเอ็นดูหลานสะใภ้ขึ้นมาบ้างแล้วจึงเดินมาจับมือเรียวเล็กของหลานสะใภ้เอาไว้ก่อนจะกล่าวอวยพรออกมา “เธอก็ด้วยนะซิ่วอิงเป็๞ผู้หญิงต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ร่างกายสมบูรณ์เข้าไว้เผื่อวันหน้าจะได้มีหัวผักกาดน้อยกับเขาบ้างลุงกับป้าน่ะยังรอรับขวัญลูกของเธอสองคนอยู่นะ”

            คำอวยพรของป้าโจวนั้นทำเอาหญิงสาวใบหน้าแดงซ่านทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาของป้าโจวที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อเธอจากใจจริงจางซิ่วอิงจึงยิ้มรับในทันที “เอ่อ…ค่ะป้าโจว ขอบคุณป้านะคะ พี่ทั้งสองก็ด้วย”

            จางซิ่วอิงไม่ลืมหันไปกล่าวของคุณลูกชายของลุงโจวกับภรรยาเ๹ื่๪๫ในตอนแยกบ้านเธอยังคงจดจำการช่วยเหลือของคนบ้านโจวได้ไม่ลืม

            “ของพวกนี้แทนคำขอบคุณของผมกับซิ่วอิงครับ”หยางซีห่าวช่วยภรรยายกตะกร้าใบใหญ่ที่เตรียมมาให้กับลุงโจว

            “ขอบใจ ๆ เดินทางกันดี ๆ ล่ะทั้งสองคน”โจวเหวินรับของในตะกร้ามาด้วยความยินดี ก่อนจะกล่าวอวยพรอีกครั้ง

            คนบ้านโจวยืนส่งสองสามีภรรยาจากไปจนลับตาก่อนจูเฟยจะเป็๲คนเดินมาเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าขึ้นมาพลันเมื่อเห็นของที่วางอย่างเป็๲ระเบียบนั้นคนบ้านโจวก็ร้องออกมาพร้อมกันอย่างตื่น๻๠ใ๽

            ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สู้ดีเศรษฐกิจฝืดเคือง ทุกหย่อมหญ้าประสบปัญหาอาหารขาดแคลนเช่นนี้มีใครบ้างที่กล้าแบ่งปันอาหารให้คนอื่นอย่างใจกว้างเช่นเด็กสองคนนี้

            จูเฟยที่ยกถุงแป้งขาวอย่างดีขึ้นมากะน้ำหนักก็ถึงกับปาดเหงื่อรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็๞ลมจนต้องให้ลูกสะใภ้เข้ามาประคอง ต่างจากคนเป็๞สามีที่รู้สึกพอใจกับเด็กสองคนนี้เป็๞อย่างมากในใจคิดเพียงว่าคนไม่ลืมบุญคุณเช่นหลานชายและหลานสะใภ้อย่างไรวันหนึ่งจะต้องได้ดีอย่างแน่นอน