จางซิ่วอิงและสามีกลับมาถึงบ้านหลังเก่าในเวลาเย็นย่ำมากแล้วท้องฟ้านั้นทอประกายสีเหลืองอมส้มจากดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำจนแทบลับขอบฟ้าหญิงสาวเดินตรงเข้าไปทำอาหารมื้อเย็นในครัวเช่นเคย โดยมีสามีนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างเช่นทุกวัน
หยางซีห่าวมองไปรอบกายด้วยความรู้สึกยากอธิบายเขากับภรรยาอยู่บ้านหลังนี้มาั้แ่แต่งงานกันวันแรก นี่ผ่านไปเกือบสองปีแล้วอย่างไรบ้านหลังนี้ก็เต็มไปด้วยความทรงจำทั้งดีและร้ายแต่สุดท้ายแล้วที่นี่จะเป็เพียงอดีตนับจากพรุ่งนี้เป็ต้นไปเขาและภรรยาตกลงกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในวันพรุ่งนี้ส่วนเงินค่าเช่าที่จ่ายเกินไปก็ถือว่าทำทาน ซึ่งพอภรรยาพูดเช่นนั้นเขาก็ไม่ขัดข้อง
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว”เสียงใสที่ดังขึ้นก่อนร่างบางจะปรากฎตัวพร้อมกับอาหารสองจานในมือที่ยังคงมีควันลอยขึ้นมาบ่งบอกว่ากำลังร้อนๆ อยู่ กลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งในอากาศนั้นตลบอบอวลจนน้ำย่อยในกระเพาะนั้นเริ่มทำงาน
“ขอบคุณครับ”หยางซีห่าวไม่ลืมกล่าวขอบคุณภรรยาสำหรับอาหารที่เธอทำออกมาอย่างใส่ใจ
เพียงเท่านี้ก็ทำให้จางซิ่วอิงยิ้มกว้างตักอาหารให้สามีอย่างมีความสุข หยางซีห่าวคนนี้ไม่ได้แตกต่างจากหยางซีห่าวในโลกที่เธอจากมาเลยชายหนุ่มยังเป็คนรักที่ดี เขามักเห็นคุณค่าของทุกสิ่งที่เธอทำให้เขาด้วยความตั้งใจและกล่าวขอบคุณออกมาทุกครั้งด้วยสีหน้าและท่าทางที่ซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้รับเสมอ
สองสามีภรรยาอาบน้ำ ทำแผลและเตรียมตัวเข้านอนอย่างเช่นทุกวันร่างบางของคนเป็ภรรยาหันเข้าหาสามีโอบกอดเอวสอบของเขาเอาไว้ พลางแนบใบหน้าลงบนไหล่กว้างโดยมีท่อนแขนแกร่งโอบกอดเธอไว้อย่างรักใคร่ไม่ต่างกัน
เสียงพูดคุยหยอกล้อดังขึ้นภายในห้องนอนเล็กแคบอยู่ราวยี่สิบนาทีก่อนจะเงียบลงพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของทั้งคู่
เช้าวันรุ่งขึ้นจางซิ่วอิงตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อตระเตรียมข้าวของสำหรับย้ายไปบ้านใหม่ซึ่งไม่ได้มีอะไรมากนักเพราะทุกสิ่งล้วนเอามาจากในมิติั้แ่แรกฉะนั้นเธอจึงกวาดมันกลับเข้าไปในมิติเป็การชั่วคราว เหลือไว้เพียงเครื่องเรือนเดิมของบ้านสี่ห้าชิ้นซึ่งทั้งเก่าทั้งผุพังจนแทบใช้งานต่อไม่ได้แล้ว
ขณะนั่งทานมื้อเช้าดวงตาคมเหลือบไปเห็นตะกร้าใบใหญ่ที่มีไข่นับสิบฟองแป้งขาวอย่างดี ข้าวขาว และเนื้ออีกจำนวนหนึ่งที่ภรรยาเตรียมไว้จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย“ของในตะกร้าคุณจะเอาไหนเหรอครับ?”
“อ่า ก่อนไปฉันว่าเราควรบอกลาคุณลุงโจวเหวินสักหน่อยอย่างน้อยบ้านโจวก็ดีกับเราสองคนนี่คะ ของพวกนี้ฉันเลยเตรียมไปให้พวกเขาแทนคำขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา”จางซิ่วอิงตอบสามีด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับเบาบาง พลันมือเรียวก็ตักผัดเปรี้ยวหวานให้สามีไปด้วย
“ดีแล้วครับ”เขารู้สึกยินดีไม่น้อยที่ภรรยาคิดเช่นนั้นเพราะั้แ่เด็กเขาก็สนิทกับคนบ้านโจวไม่น้อยการช่วยเหลือที่ได้รับจากอีกฝ่ายอยู่ตลอดทำให้เขารู้สึกละอายอยู่บ้างที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะตอบแทนคนบ้านโจวได้แม้แต่ครั้งเดียวอาหารพวกนี้แม้จะไม่ได้มีค่ามากมายอะไร แต่สำหรับคนชนบทที่ขาดแคลนอาหารนั้นอาจจะนับได้ว่าเป็สมบัติล้ำค่าเลยก็ว่าได้
จางซิ่วอิงนัดคุณลุงคนขับเกวียนสายเล็กน้อยพอทานมื้อเช้าเสร็จได้ไม่นานเธอจึงมีเวลาตรวจตราความเรียบร้อยภายในบ้านอีกนิดหน่อยไม่นานเกวียนก็มาจอดหน้าบ้านพอดี สองสามีภรรยาจึงพากันขึ้นเกวียน พร้อมกับห่อผ้าขนาดไม่ใหญ่มากเพื่อไม่ให้คนที่พบเห็นสงสัยหากไม่หยิบอะไรติดตัวไปเลย
“ป้าโจวสวัสดีครับ”หยางซีห่าวเอ่ยทักภรรยาผู้นำหมู่บ้านอย่างเป็กันเองั้แ่เขายังเด็กนอกจากลุงโจว หญิงวัยกลางคนตรงหน้านี้ก็มีส่วนช่วยเขาไว้ไม่น้อยบ่อยครั้งที่ลุงโจวแอบนำอาหารมาแบ่งให้กิน อาหารนั้นก็ล้วนเป็ป้าโจวที่ทำเผื่อเขาทั้งนั้น
จางซิ่วอิงทำความเคารพป้าโจวตามสามีใบหน้าที่เคยซูบตอบในตอนนี้กลับดูมีน้ำมีนวลขาวผ่องจนขึ้นสีระเรื่อดูสุขภาพดี เส้นผมสีดำดูนุ่มสลวยที่ใช้ผ้าผูกผมลวดลายทันสมัยมัดเป็หางม้าง่ายๆ ผิวกายขาวเนียนละเอียดต่างจากเมื่อก่อนที่แห้งกร้านทั้งยังซีดเหลือง รูปร่างหญิงสาวไม่ได้ดูผอมแห้งและดูอมโรคอย่างเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว
หญิงวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็นึกแปลกใจเมื่อมองไปยังเด็กหนุ่มที่เห็นเป็หลานชายมาตลอดก็ดูสมบูรณ์แข็งแรงไม่ต่างกันแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและั์ตาที่เปล่งประกายนั้นบ่งบอกถึงความเป็อยู่ได้เป็อย่างดีเห็นเช่นนี้แล้วจูเฟยก็รู้สึกคลายกังวลกับความเป็อยู่ของหลานชายได้บ้างอย่างน้อยภรรยาของหลานชายก็ไม่ได้รังเกียจที่มีสามีที่ไม่ต่างจากชายพิการทั้งยังดูแลอย่างดีอีกต่างหาก
“ซีห่าว ซิ่วอิง พวกเธอมาหาลุงโจวสินะ รอเดี๋ยว ๆ”จูเฟยยิ้มให้คนหนุ่มสาวอย่างผู้ใหญ่ที่มีเมตตาต่อเด็กทั้งสองอย่างเต็มเปี่ยมพูดจบก็เดินตรงเข้าไปเรียกสามีที่กำลังรดน้ำแปลงผักอยู่ด้านหลังบ้านให้ออกมาพบคนหนุ่มสาวในทันที
พอชายวัยกลางคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสองสามีภรรยาจึงกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท ก่อนหยางซีห่าวจะเป็คนเริ่มเอ่ยถึงจุดประสงค์ของการมาหาคนบ้านโจว
พอดีกับที่ลูกชายผู้นำหมู่บ้านและภรรยาที่เดินเข้ามาหาพอดีหยางซีห่าวจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ผมมาขอบคุณลุงโจวกับป้าโจวครับพี่โจวเหยียนอีกคน วันนี้ผมจะย้ายออกจากหมู่บ้านแล้ว”
“ทำไมรีบร้อนขนาดนี้ล่ะ นี่ไม่ใช่ป้าสะใภ้ไปตามรังควานหรอกนะ”เป็โจวเหยียนที่ถามขึ้น ชายหนุ่มมีท่าทีเอาเื่อย่างชัดเจนครั้งก่อนที่สะใภ้ใหญ่บ้านหยางไปหาเื่น้องชายและน้องสะใภ้เขาก็พอรับรู้มาบ้าง และพอได้มารู้ว่าน้องสะใภ้จัดการได้อย่างเด็ดขาดก็โล่งใจแต่ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นคนบ้านใหญ่จะมาหาเื่น้องชายอีกครั้ง
จางซิ่งอิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบอธิบายทันทีก่อนที่ทุกคนจะคิดกันไปไกลแล้วเดี๋ยวจะเกิดการเข้าใจผิดกันไปใหญ่ “ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีว่าการค้าที่ฉันทำกับสหายนั้นไปได้ดีเลยเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังเล็กๆ ในอำเภออยู่กันสองคน”
สิ้นเสียงของหลานสะใภ้โจวเหวินพลันขมวดคิ้วเข้าหากันเป็ปมเขาพอรู้มาบ้างว่าจางซิ่วอิงทำการค้าเนื้อแปรรูปกับสหายในทีแรกเขาคิดว่าเด็กสองคนนี้จะเก็บเงินสักก้อนและสร้างบ้านอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไปคาดไม่ถึงว่าจะย้ายออกจากหมู่บ้านไปเลยเช่นนี้ “ไปอยู่ถึงในอำเภอเชียว?”
“ใช่ครับ ผมยังต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกหลายครั้งซิ่วอิงเองก็ทำการค้าร่วมกับสหายต้องเดินทางเข้าในตัวอำเภอทุกวันอยู่แล้วผมเลยเห็นตรงกันว่าการย้ายไปอยู่ที่นั่นน่าจะสะดวกกับเราทั้งคู่มากกว่า”เป็หยางซีห่าวที่อธิบายเหตุผลตามที่ได้พูดคุยกับภรรยาเอาไว้ั้แ่แรก
ทว่าอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเขาและภรรยาไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่สักคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้จึงไม่จำเป็ที่จะต้องคิดให้เสียเวลาหากว่าจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นและนี่เป็อีกเื่ที่เขากับซิ่วอิงได้ปรึกษากันมาก่อนแล้วแต่ไม่ได้พูดออกไปให้ลุงโจวฟัง
เมื่อเห็นทุกคนเริ่มคิดตามและพยักหน้าเห็นด้วยเขาจึงเริ่มพูดต่อโดยยื่นกระดาษที่เขียนที่อยู่ใหม่ใส่มือสหายของพ่อที่เขานับถือราวกับเป็ลุงแท้ ๆ
“แต่ถ้าหากลุงโจวมีเื่เดือดร้อนก็ไปหาผมตามที่อยู่นี้ได้เลยนะครับหากผมช่วยได้ผมจะช่วยอย่างแน่นอน”
โจวเหวินยิ้มรับโดยไม่ลืมกล่าวอวยพรเด็กทั้งสอง“เข้าใจแล้ว อย่างนั้นลุงกับป้าก็ขอให้หลานทั้งสองโชคดีก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับ”
จูเฟยที่เริ่มรู้สึกเอ็นดูหลานสะใภ้ขึ้นมาบ้างแล้วจึงเดินมาจับมือเรียวเล็กของหลานสะใภ้เอาไว้ก่อนจะกล่าวอวยพรออกมา “เธอก็ด้วยนะซิ่วอิงเป็ผู้หญิงต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ร่างกายสมบูรณ์เข้าไว้เผื่อวันหน้าจะได้มีหัวผักกาดน้อยกับเขาบ้างลุงกับป้าน่ะยังรอรับขวัญลูกของเธอสองคนอยู่นะ”
คำอวยพรของป้าโจวนั้นทำเอาหญิงสาวใบหน้าแดงซ่านทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาของป้าโจวที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อเธอจากใจจริงจางซิ่วอิงจึงยิ้มรับในทันที “เอ่อ…ค่ะป้าโจว ขอบคุณป้านะคะ พี่ทั้งสองก็ด้วย”
จางซิ่วอิงไม่ลืมหันไปกล่าวของคุณลูกชายของลุงโจวกับภรรยาเื่ในตอนแยกบ้านเธอยังคงจดจำการช่วยเหลือของคนบ้านโจวได้ไม่ลืม
“ของพวกนี้แทนคำขอบคุณของผมกับซิ่วอิงครับ”หยางซีห่าวช่วยภรรยายกตะกร้าใบใหญ่ที่เตรียมมาให้กับลุงโจว
“ขอบใจ ๆ เดินทางกันดี ๆ ล่ะทั้งสองคน”โจวเหวินรับของในตะกร้ามาด้วยความยินดี ก่อนจะกล่าวอวยพรอีกครั้ง
คนบ้านโจวยืนส่งสองสามีภรรยาจากไปจนลับตาก่อนจูเฟยจะเป็คนเดินมาเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าขึ้นมาพลันเมื่อเห็นของที่วางอย่างเป็ระเบียบนั้นคนบ้านโจวก็ร้องออกมาพร้อมกันอย่างตื่นใ
ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สู้ดีเศรษฐกิจฝืดเคือง ทุกหย่อมหญ้าประสบปัญหาอาหารขาดแคลนเช่นนี้มีใครบ้างที่กล้าแบ่งปันอาหารให้คนอื่นอย่างใจกว้างเช่นเด็กสองคนนี้
จูเฟยที่ยกถุงแป้งขาวอย่างดีขึ้นมากะน้ำหนักก็ถึงกับปาดเหงื่อรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็ลมจนต้องให้ลูกสะใภ้เข้ามาประคอง ต่างจากคนเป็สามีที่รู้สึกพอใจกับเด็กสองคนนี้เป็อย่างมากในใจคิดเพียงว่าคนไม่ลืมบุญคุณเช่นหลานชายและหลานสะใภ้อย่างไรวันหนึ่งจะต้องได้ดีอย่างแน่นอน