
ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์มานี้ทิพรดาเธอก็คอยส่งข้าวกลางวันให้กับจินดาพรทุกวัน จนทิพรดานั้นเธอรู้สึกว่าชินกับโรงบาลไปซะแล้ว แถมในแต่ละวันเธอยังได้ติ๊บจากจินดาพรทุกวันด้วย ถึงแม้ว่าเธอนั้นจะไม่อยากได้ก็ตามแต่จินดาพรก็ขู่ว่าจะเอาเงินที่เธอจ่ายค่ายาไปนั้นคือวันนี้ ทิพรดาเธอก็เลยต้องยอมให้จินดาพรนั้นให้ติ๊บเธอทุกวัน แล้วจินดาพรก็ไม่เคยที่จะทวงหนี้เธอเลยสักวัน มีแต่บอกให้เธอไปช่วยงานแล้วก็แถมยังลดหนี้ให้กับทิพรดาด้วยเพื่อเป็การตอบแทน แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่จินดาพรนั้นสงสัยอยู่ทุกวัน ว่าทำไมทิพรดาถึงได้มีรอยตามตัวแล้วก็ที่ใบหน้าไม่หายสักที จินดาพรเธอพยายามถามทิพรดาแต่เ้าตัวก็ไม่ยอมบอกเธอเลยสักครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อาหารเที่ยงมาส่งแล้วค่ะ”ทิพรดาเธอเคาะห้องทำงานของจินดาพรที่ตอนนี้ดูเหมือนว่า จะไม่ได้มีแค่จินดาพรคนเดียวเหมือนกับทุกวัน แต่ยังมีหมอคนสวยอีกคนที่เธอไม่รู้กำลังอยู่ในห้องทำงานของจินดาพรด้วย
“วันนี้เท่าไหร่....”จินดาพรเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ยิ้มที่ได้เจอหน้าของทิพรดา จินดาพรเธอไม่รู้ตัวหรอกว่าเธอนั้นกำลังทำตัวสดใสอยู่เวลาที่ได้เจอหน้าของทิพรดา
“ร้อยห้าสิบบาทค่ะ”
“ฟางไม่ยักจะรู้นะคะว่าพี่จินดาจะมีเด็กส่งอาหารด้วย ไม่อย่างนั้นฟางจะได้สั่งมากินกับพี่จินดาด้วย”รวิภารุ่นน้องที่มหาลัยแล้วก็เป็ลูกสาวเพื่อนของพ่อแม่จินดาพรด้วย ที่รู้จักกันมาั้แ่เด็กแล้วก็เรียนที่เดียวกันมาตลอดจนจบเป็หมอเหมือนกันอย่างนี้ แล้วรวิภาเธอก็เลือกเรียนเฉพาะทางเดียวกับจินดาพรด้วย ซึ่งก็มีเหตุผลเดียวนั้นก็คือเธอชอบจินดาพรนั่นเอง ครอบครัวของรวิภาก็รู้ทุกอย่างแล้วก็ไม่เคยห้ามที่จะชอบจินดาพร
“เออ...สามารถสั่งได้เลยนะคะเดี๋ยวฉันจะมาส่งให้ค่ะ ค่าบริการไม่มีค่ะมีแต่ค่าอาหารที่สั่งเท่านั้น”ทิพรดาเธอก็พูดแทรกขึ้นเมื่อคิดว่าถ้าตัวเองได้ลูกค้าเพิ่ม มันก็จะทำให้เธอมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย วันหลังเดี๋ยวฟางให้พี่จินดาสั่งให้นะคะ”
“วันนี้ลูกค้าเยอะหรือเปล่า”จินดาพรเธอไม่ได้ตอบแต่เธอกลับถามทิพรดาแทนว่าเ้าตัวนั้นมีลูกค้าเยอะไหม เพราะดูเหมือนว่าวันนี้ทิพรดาจะมาส่งช้าไปห้านาที
“เยอะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันมาส่งช้า”
“ไม่เป็ไรหรอก นี่ค่าอาหารถ้าหมอ้าอะไรเพิ่มจะโทรไปสั่งนะ”จินดาพรยื่นเงินให้ทิพรดาเพิ่มไปอีกหนึ่งร้อยเหมือนกับทุกครั้ง แต่รวิภาเห็นแล้วเธอก็คิดว่าไม่ควรก็เลยดึงคืนกลับมาหนึ่งร้อย เพราะเธอนั้นรู้สึกไม่ชอบทิพรดาเอาซะเลย ก็ด้วยความสวยความน่ารักของทิพรดานั่นแหละ มันเลยทำให้เธอคิดกลัวว่าจินดาพรจะชอบทิพรดาขึ้นมา
“ทำไมต้องให้เพิ่มด้วยคะพี่จินดา ก็ไหนบอกว่าไม่มีค่าบริการไงคะ”
“ฟางเอาเงินคืนมา เด็กขยันพี่ก็อยากจะให้”จินดาพรเธอจับเงินคืนมาจากรวิภาแล้วก็ยื่นให้ทิพรดาอีกครั้ง ทิพรดาเธอก็ไม่กล้ารับเงินจากจินดาพรเลยครั้งนี้
“มะ...ไม่เป็ไรค่ะหมอ ขอบคุณนะคะ”
“ไม่ต้องกลัวฉันให้เพราะอยากให้ เงินฉันไม่ใช่เงินคนอื่นรับไปเถอะ”จินดาพรพูดแล้วก็จับมือของทิพรดาขึ้นมาแล้วก็เอาเงินใส่ที่มือเ้าตัว นี่เป็ครั้งแรกที่เธอทั้งสองคนได้ััตัวกันและกัน มือของจินดาพรนั้นนุ่มมากเลยทีเดียวจนทำให้ทิพรดาหัวใจเต้นแรงขึ้นมา มือของทิพรดาก็นุ่มไม่แพ้กันทั้งที่ดูเหมือนว่าทิพรดานั้นจะทำงานหนักก็ตาม
“ขอบ...ขอบคุณนะคะ ฉันขอตัวนะคะขอบคุณที่สั่งอาหารจากทางร้านเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”ทิพรดาเธอยกมือไหว้แล้วเธอก็รีบเดินออกไปจากห้องทำงานของจินดาพรทันที
“ดูเหมือนว่าพี่จินดาจะรู้จักเด็กคนนี้ดีนะคะ”
“ก็เขามาส่งอาหารให้พี่ทุกวัน ตอนนี้เป็เวลาพักพี่ขอตัวกินข้าวก่อนนะ”จินดาพรเธอบอกรวิภาแล้วก็ถอดเสื้อกาวด์ออกแล้วก็จับกล่องอาหารเดินออกไปจากห้องทันที รวิภาเธอเลยรู้สึกไม่พอใจจินดาพรที่นั้นไม่เคยสนใจเธอเลย แม้แต่ตอนนี้ที่ไปกินข้าวก็ยังไม่ชวนเธอเลยสักคำ ทั้งที่เธอนั้นย้ายมาที่โรงบาลนี้ก็เพื่อที่จะได้อยู่กับจินดาพร แต่จินดาพรนั้นทำเหมือนไม่รู้จักเธอด้วย ซึ่งจริงๆจินดาพรเธอก็รู้นั่นแหละว่ารวิภาชอบตัวเองเธอจึงไม่อยากให้ความหวังกับรวิภา เธอไม่อยากให้รวิภาเข้าใจเธอผิดคิดว่าเธอนั้นให้ความหวังเ้าตัวอีก
กุลจิราเธอจะไปเที่ยวกับเพื่อนที่ห้างเธอจึงกลับมาที่บ้านค้นหาเงินในห้องของทิพรดา แต่ก็ไม่มีสักบาทมีแต่ในกระปุกออมสินที่เป็เงินบาทเท่านั้น เธอไม่อยากได้มันแบบนี้เธอจึงเดินไปขอทิพกาที่หน้าบ้าน แต่ทิพกาเธอก็ไม่มีเหมือนกันเงินที่ได้จากการทำขนมขาย ก็นำเอาไปซื้อของสดมาไว้ทำกับข้าวหมดแล้ว แต่กุลจิราเธอไม่เชื่อว่าทิพกาไม่มีเงินเพราะทิพรดาก็หาเงินทุกวัน จึงทำให้กุลจิราไม่พอใจคิดว่าทิพกานั้นไม่อยากให้ตัวเอง เธอก็เลยเข้าไปค้นในห้องของทิพกากับขจรดู เผื่อว่าจะได้เงินไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง
“แหวนอย่าทำแบบนี้ลูก แม่ไม่มีเงินจริงๆ”
“ฉันไม่เชื่อ อีดอกบัวมันทำงานทุกวันมันจะไม่มีเงินได้ยัง เอาเงินมาให้ฉันไม่อย่างนั้นฉันจะบอกพ่อฉันให้จัดการ”กุลจิราเธอหาทุกซอกทุกมุมจนข้าวของในห้องกระจัดกระจายเต็มไปหมดก็ยังไม่เจอ แต่เธอก็เชื่อว่ายังไงทิพกาก็ต้องมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเงินสักบาท
“เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกันว่ะ กูจะนอนได้ยินไหม”ขจรเธอพูดออกมาด้วยความรู้สึกรำคาญที่กุลจิรากับทิพกาเสียงดังกัน และนี่ก็คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทิพกาไม่มีเงินติดตัว ก็เพราะขจรนี่แหละที่มาเอาเงินกับเธอทุกวัน ทั้งที่เธอไม่มีเธอก็ต้องไปหาหยิบยืมจากเพื่อนบ้านมาให้ ถึงแม้ว่าเพื่อนบ้านจะรู้ก็ตามว่าเอาไปทำไม ถึงจะไม่อยากให้ยืมทิพกาก็ต้องถูกทำร้ายอีก ซึ่งทุกคนแถวนั้นก็รู้แหละว่าบ้านของทิพรดาเป็ยังไง
“พ่อฉันไม่มีเงินไปเที่ยว พ่อเอากับน้านางให้แหวนหน่อย น้านางไม่ยอมให้เงินแหวนสักบาทเลยพ่อ”
“อะไรนะ อีนางมึงไม่อยากให้เงินลูกกูใช่ไหม”ขจรเขาลุกขึ้นจากแคร์ที่หน้าบ้านเดินเข้าไปหาทิพกาที่อยู่ในห้องทันที กุลจิราเธอก็ยิ้มอย่างสะใจเพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องได้เงินไปเที่ยว
“อีนางมึงทำไมไม่ให้เงินลูกกู”
“โอ๊ยพี่โทน...ฉันไม่มีเงินจริงๆจ๊ะ”ทิพกาเธอถูกขจนดึงผมอย่างแรงเมื่อเดินเข้ามาในห้อง ทิพกาเธอก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บแต่ขจรนั้นไม่ได้สนใจ
“มึงอย่ามาตอแหล เอาเงินมาให้ลูกกูเดี๋ยวนี้...”
“ฉันไม่มีจริงๆพี่โทน แหวนก็ค้นจนหมดห้องแล้วก็ไม่มี พี่โทนเอาเงินกับฉันไปหมดแล้วั้แ่เมื่อเช้า แล้วฉันก็ยังไม่ได้ไปส่งขนมด้วย ฉันไม่มีเงินจริงๆจ๊ะ...”
“ไม่ได้นะพ่อ แหวนต้องไปเที่ยวกับเพื่อนถ้าแหวนไม่มีเงินไป จะมีเพื่อนที่ไหนอยากคบกับแหวนล่ะจ๊ะพ่อ แหวนไม่ยอมนะพ่อ...”กุลจิราเข้าไปจับแขนของขจรว่าไม่ยอมถ้าหากว่าตัวเองไม่ได้เงินไปเที่ยวกับเพื่อนวันนี้ แล้วตอนนี้เพื่อนๆของเธอก็รอเธอแค่คนเดียวเท่านั้น
“ก็มันไม่มีจะให้พ่อทำยังไงล่ะแหวน ไม่มีก็ไม่ต้องไป...”
“พ่อ!...ฉันไม่ยอม!...”
“เออๆรู้แล้ว มีอยู่แค่นี้เอาไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีดอกบัวกลับมเดี๋ยวพ่อเอากับมันให้”ขจรเขาก็เอาเงินที่เหลือจากซื้อเหล้าออกมาให้กุลจิรา
“สามร้อย!!...มันไม่พอพ่อ”
“ก็มันมีแค่นี้ แกจะเอาไม่เอา”
“เอาก็ได้ ดีกว่าไม่ได้สักบาทเดียว”กุลจิราเธอเอาเงินจากขจรแล้วก็รีบออกไปจากบ้านทันที ด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจสักเท่าไหร่ที่ได้เงินไปเที่ยวแค่นิดเดียว ทิพกาเธอได้ยินอย่างนี้แล้วเธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารทิพรดา ที่ทำงานอยู่คนเดียวแต่สองลูกกลับเอาเงินไปใช้จนหมด
“พี่ควรให้แหวนไปหางานทำบ้างนะพี่โทน”ทิพกาเธอพูดขึ้นเพราะไม่อยากให้ขจรทำอย่างนี้กับทิพรดาอีก ขจรที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องเขาก็หันหน้ามามองทิพกาอย่างไม่พอใจทันที
“มึงว่าอะไรนะ”
“ดอกบัวทำงานคนเดียวเลี้ยงตั้งหลายปากท้องไม่ไหวหรอกนะพี่โทน ฉันสงสารลูก...”
“นั่นมันเป็เื่ของมึงกับลูก ลูกมึงต้องตอบแทนบุญคุณกูสิมึงอย่าลืม ถ้าไม่มีกูช่วยวันนั้นป่านนี้ลูกมึงตายไปแล้ว”ขจรเขาไม่สนใจหรอกว่าทิพรดานั้นจะทำงานเหนื่อยแค่ไหน แต่ที่เขารู้คือทิพรดาจะต้องเป็คนหาเงินให้เขาใช้ แล้วเขาก็ไม่สนด้วยว่าคนอื่นจะมองเขายังไง เพราะทิพรดาไม่ใช่ลูกแท้ๆของตัวเองเขาเลยไม่จำเป็จะต้องสนใจว่าใครจะเป็ยังไง
“แต่ดอกบัวเป็ลูกฉันนะ แล้วถ้าฉันไม่สนใจแหวนลูกพี่ พี่จะรู้สึกยังไง”
เพี๊ยะ!!!
“กูไม่สนว่าอีดอกบัวจะเป็ลูกของมึงหรือไม่ ลูกมึงจะต้องเป็ทาสคอยเลี้ยงลูกกูไปจนตายจำไว้!!...”ทิพกาพูดจบก็ถูกขจรตบทันที แล้วก็เอามือบีบปากของทิพกาอย่างแรงแล้วก็ผลักออก ก่อนที่เขานั้นจะเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย ทิพกาเธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ ที่นับวันยิ่งเลวร้ายขึ้นทุกวันจนเธอเริ่มที่จะรับมือไม่ไหวแล้ว ขจรกับกุลจิราก็ร้ายขึ้นทุกวันโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอกับทิพรดานั้นจะเป็ยังไง
ถึงเวลาพักตอนเย็นจินดาพรเธอก็เลยออกไปกินข้าวข้างนอก โดยที่ออกไปก่อนรวิภาจะมาชวนเธอไปกินข้าว จะบอกว่าเธอพยายามที่จะหลบหน้ารวิภาก็ว่าได้ ที่เวลาเจอกันที่ไรมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเพราะว่ารวิภาชอบทำตัวเป็เ้าของตัวเอง แค่มาทำงานได้ไม่กี่วันก็บอกกับคนอื่นไปทั่วว่าเ้าตัวนั้นชอบเธอ แถมยังเรียกคนที่ดูเหมือนว่าจะชอบเธอไปคุยเวลาหลังเลิกงานแล้วด้วย มันเลยทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่ชอบรวิภาในส่วนนี้ ยิ่งพ่อแม่เธอเห็นด้วยแล้วมันยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม
“ทำไมคุณหมอมากินข้าวที่ร้านล่ะคะ โทรบอกฉันก็ได้นะคะเดี๋ยวฉันไปส่งให้”
“ไม่ล่ะ หมออยากออกมากินข้าวข้างนอกดูบ้าง”จินดาพรเธอจ้องมองดูทิพรดาที่อยู่ในชุดทำงาน มันก็ทำให้ดูแปลกตาไปอยู่เหมือนกัน ที่ไม่ว่าทิพรดาจะใส่ชุดอะไรเธอก็รู้สึกว่าน่ามองไปหมดเลย
“ถ้าอย่างนั้นคุณหมออยากกินอะไรสั่งได้เลยนะคะ นี่ค่ะเมนู..”
“ช่วยเลือกให้หมอหน่อยสิ เพราะหมอไม่รู้ว่าจะต้องกินอะไร”จริงๆเธอก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไรเหมือนกันเพราะเมนูก็มีหลายหน้าด้วย เธอไม่อยากเลือกเองด้วยตอนนี้จนทิพรดาเธอขำเล็กน้อย ที่ได้ยินหมอคนสวยตอบเธอออกมาอย่างนี้
“แล้วหมออยากกินอะไรเป็พิเศษไหมล่ะคะ เดี๋ยวฉันช่วยคิด...”
“ไม่ เอาอะไรก็ได้ดอกบัวจัดมาแล้วกัน”
“ก็ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะเดี๋ยวฉันไปจัดมาให้”ทิพรดาเธอคิดเมนูก่อนที่จะจดลงไปแล้วก็เดินไปเอารายการอาหารให้กับแม่ครัว แล้วเธอก็เดินกลับมาเสริฟน้ำให้กับจินดาพรอีกครั้ง จินดาพรเธอสังเกตดูทิพรดาก็คิดว่าน่าจะเป็คนที่ขยันทำงาน ดูเป็คนที่มีความมุ่งมั่นไม่น้อยแล้วที่สำคัญเป็คนที่สวยมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ใน่ที่ทิพรดากำลังเทน้ำใส่ในแก้วของจินดาพรนั้น ก็มีลูกค้าหลายคนกำลังจะเดินออกไปจากร้าน ก็เลยทำให้ชนด้านหลังของทิพรดาแล้วทำให้น้ำให้เหยือกนั้น หกใส่ที่ตัวของจินดาพรทันทีซึ่งทิพรดาเธอก็ใเหมือนกัน เธอจึงรีบเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเช็ดให้กับจินดาพร
“ขอโทษนะคะหมอ ฉันขอโทษนะคะ...”ทิพรดาเธอขอโทษแล้วก็เช็ดซับน้ำที่เปียกอยู่บนตัวของจินดาพรด้วย เธอกลัวว่าเ้าของร้านจะออกมาเห็นแล้วก็ถูกหักเงินเดือนอีก
“ไม่เป็ไรดอกบัว ไม่เป็ไร...”
“...............”จินดาพรเธอรีบจับมือของทิพรดาไว้ไม่ให้เช็ดเสื้อของเธอ เพระว่าเธอไม่ได้เป็อะไรแล้วทิพรดาก็ไม่ใช่คนผิดด้วย มันจึงทำให้ทิพรดาหยุดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองจินดาพร เพราะว่าเธอรู้สึกแปลกๆที่ถูกจินดาพรจับมือของเธอแบบนี้ แล้วตอนนี้ใบหน้าของเธอทั้งสองคนก็อยู่ห่างกันไม่มากด้วย จึงทำให้ทั้งสองคนนั้นเผลอสบตากันโดยทันที ต่างคนก็ต่างอึ้งไปเลยในตอนนี้
“เออ...ดอกบัวขอโทษค่ะ”ทิพรดาเธอดึงสติกลับมาแล้วก็รีบยกมือขอโทษจินดาพรทันที
“ไม่เป็ไร เธอไม่ได้เป็คนผิดไม่ต้องขอโทษฉันหรอก”
“ซุ่มซ่ามอีกแล้วหรอดอกบัว ดูสิทำลูกค้าเปียกเลยนั่น”เ้าของร้านเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าทิพรดานั้นทำให้ลูกค้าเปื้อนอย่างนี้
“หนูขอโทษค่ะ”ทิพรดาเธอยกมือขอโทษเ้าของร้านทันที ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของตัวเองก็ตาม แต่เธอก็เป็ลูกน้องเธอจึงยอมรับผิดแต่โดยดี
“มาขอโทษฉันทำไม ขอโทษลูกค้าโน้น...ทางเราขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้า”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ดอกบัวไม่ได้ผิดอะไรลูกค้าเมื่อกี้ที่เดินออกไปต่างหากที่ผิด เดินชนดอกบัวแล้วก็ยังไม่ขอโทษ อย่าไปโทษดอกบัวเลยนะคะ ฉันไม่เป็ไร...”เ้าของหันไปมองดอกบัวแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเป็อย่างที่จินดาพรพูดทิพรดาก็ไม่ใช่คนผิดจริงๆนั่นแหละ จะไปโทษทิพรดาก็ไม่ได้อีกแล้วอีกอย่างลูกค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย
“ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ดูแลลูกค้าดีๆเดี๋ยวฉันจะไปดูกล้องวงจรปิด”เขาบอกทิพรดาแล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที ทิพรดาเธอก็รู้สึกโล่งใจที่เ้าของร้านเธอไม่หักเงินเดือนเธอ
“ขอบคุณนะคะหมอ ที่ช่วยพูดกับเ้าของร้านให้ดอกบัว”
“ไม่เป็ไรหรอก เธอไม่ได้เป็คนผิดฉันก็พูดในสิ่งที่เป็ความจริง ฉันไม่ได้โกหกเพื่อช่วยเธอซะหน่อยจริงไหม”
“ค่ะ ฉันไปดูอาหารให้ก่อนนะคะ”จินดาพรเธอพยักหน้าให้ทิพรดาเธอก็เดินไปดูอาหารของจินดาพรว่าเสร็จแล้วหรือยัง แล้วก็ไปต้นรับลูกค้าคนอื่นที่เข้ามาในร้านด้วย จินดาพรเธอก็มองตามทิพรดาอย่างคิดอะไรในใจ เหมือนกับว่าทิพรดานั้นจะลำบากกว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก แต่เธอก็เข้าใจว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ชีวิตคนเราต้องเดินก้าวไปข้างหน้า คนที่ลำบากก็ยิ่งต้องขยันทำงานเพื่อให้ชีวิตของตัวเองนั้นดีขึ้น
จินดาพรกำลังนั่งทำงานอยู่เธอก็รู้สึกอยากจะไปดูทิพกาว่าตอนนี้เป็ยังไงบ้าง เธอหันไปดูนาฬิกาตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เธอก็เลยรีบทำงานให้เสร็จจะได้ไปบ้านของทิพกา เธอเองก็มีเื่ที่อยากจะคุยกับทิพรดาด้วย เธอก็เลยคิดว่าไปทิพรดาที่บ้านเลยแล้วกัน แต่พอเธอมาถึงที่บ้านของทิพรดาเธอก็เห็นทิพกากำลังนั่งรอทิพรดาอยู่ที่หน้าบ้าน เธอจึงจะเดินเข้าไปหาแต่เธอเห็นใครไม่รู้เดินออกมาจากบ้าน แล้วก็ขอเงินทิพกาไปเที่ยวแต่ทิพกาก็บอกว่าไม่มี แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ยอมแล้วก็บอกว่าจะเอาเงินไปเที่ยวให้ได้
“น้าจะยอมให้เงินฉันดีๆไหม หรือว่าจะให้ฉันต้องฟ้องพ่อฉัน”
“แม่ไม่มีเงินจริงๆลูก”ทิพกาเธอก็พยายามบอกกุลจิราว่าไม่มีเงิน แต่กุลจิรานั้นเธอไม่เชื่อเพราะว่าเธอเห็นคนที่จ้างให้ทำขนมไปส่งให้เอาเงินให้ทิพกาแล้ว เธอจึงมาเอาเงินกับทิพกาจะไปเที่ยวกับเพื่อนต่ออีก
“น้าอย่ามาโกหกฉันนะ ฉันเห็นน้าได้เงินจากที่เขาสั่งทำขนมจากน้าแล้ว”
“แต่เงินนี้แม่จะต้องเอาไว้ซื้อกับข้าวพรุ่งนี้นะลูก”
“ฉันไม่สนใจ เอาเงินมาให้ฉันฉันจะเอาเงินไปเที่ยว”กุลจิราเธอก็พยายามที่จะค้นตัวทิพกาเพื่อที่จะเอาเงิน จินดาพรที่ยืนดูอยู่นานแล้วทนไม่ไหวก็เลยเข้ามาห้ามด้วยความไม่พอใจ ที่กุลจิรานั้นทำอย่างนี้กับทิพกาที่อายุมากกว่าอย่างนี้ ซึ่งเธอเห็นแล้วเธอคิดว่ามันไม่ควรเลยที่กุลจิราจะทำอย่างนี้
“อย่านะแหวน เงินนี้ต้องเอาไว้ซื้อกับข้าวพรุ่งนี้นะลูก”
“อย่าพูดมากได้ไหม เอาเงินมาให้ฉัน”
“ทำแบบนี้กับผู้ใหญ่มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ”จินดาพรเธอพูดแทรกขึ้นจากทางข้างหลังของกุลจิราอย่างไม่พอใจ กุลจิราค่อยๆหันหน้ามามองคนที่พูดแทรกขึ้นนั้นเป็ใคร กล้าดียังไงถึงได้มาว่าเธออย่างนี้อย่างไม่พอใจเช่นเดียวกัน
“เธอเป็ใคร นี่มันเื่ของครอบครัวฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้”เธอตอบจินดาพรออกไปอย่างไม่รู้สึกผิดอะไรสักนิดเลย เพราะยังไงเธอก็ไม่สนใจไม่แคร์ว่าทิพกาจะรู้สึกยังไงด้วย เพราะว่าทิพกาไม่ใช่แม่ของตัวเองจริงๆซะหน่อย เธอคิดเพียงว่าทิพกากับทิพรดาคือทาสของเธอ ที่ต้องคอยหาเงินให้เธอกับพ่อของเธอใช้เท่านั้น
“แต่นี่มันมากเกินไป คุณเป็เด็กอายุน้อยก่อนคุณไม่ควรทำอย่างนี้กับผู้ใหญ่”
“หมอจินคะไม่เป็ไรค่ะ หมอมาที่นี่มีอะไรหรือเปล่าคะ”ทิพกาเธอรีบลุกขึ้นเข้ามาห้ามไว้ก่อนเพราะว่าเธอไม่อยากให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน เพราะมันคงไม่ดีต่อจินดาพรแน่ๆถ้าหากว่ากุลจิราทำร้ายจินดาพรขึ้นมา
“นี่น้าจะไปสนใจคนอื่นทำไม เอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“แม่ไม่มีจริงๆลูก”
“เอาเงินมาเดี๋ยวนี้!”
“เอะนี่คุณ”จินดาเห็นกุลจิรายกมือขึ้นจะตบตีทิพกาเธอจึงดึงตัวของทิพกาออกมา แล้วก็มองกุลจิราอย่างไม่พอใจก่อนที่เธอจับเอาเงินในกระเป๋าของตัวเองออกมา
“เอาเงินไปแล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าคุณทำร้ายคุณป้าอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับคุณ”
“ฮ่าๆๆๆ ตำรวจนะหรอจะทำอะไรฉันได้ ถ้าคุณแจ้งตำรวจมาจับฉันมันก็ต้องหาเงินไปประกันตัวฉันออกมาอยู่ดี ถ้าไม่ทำมันก็ต้องถูกพ่อฉันทำร้าย หรือถ้ามันไม่แจ้งตำรวจจับพ่อฉันอีก มันก็ต้องหาเงินไปประกันพ่อฉันอีก คนอย่างมันต้องชดใช้หนี้บุญคุณพ่อฉันไปจนตาย เงินนี่มันหอมจริงๆวันหลังมาอีกนะคุณฮ่าๆๆ...”กุลจิราจับเงินจากจินดาพรไปอย่างดีใจที่จินดาพรเอาเงินให้เธอตั้งห้าพัน ทิพกาเธอทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดแรงเลยทันที ที่จินดาพรนั้นต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออย่างนี้
“คุณหมอไม่น่าทำอย่างนี้...”
“หนูขอโทษค่ะ หนูทนไม่ได้ถ้าเข้าจะทำร้ายคุณป้า และดูเหมือนว่าเขาจะไม่หยุดถ้ายังไม่ได้เงิน ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้กับคุณป้าล่ะคะ แล้วดอกบัวไปไหนยังไม่เลิกงานหรอคะ”
“ดอกบัวยังไม่เลิกงานค่ะ แต่อีกสักพักก็น่าจะกลับมาถึงที่บ้านแล้ว คุณหมออย่าบอกเื่นี้กับดอกบัวนะคะหมอ ถือว่าป้าขอนะคะ”ในแต่ละวันทิพรดาก็มีเื่ต้องคิดมากมายอยู่แล้ว เธอจึงไม่อยากให้ทิพรดาต้องมารับรู้เื่ตอนที่เ้าตัวออกไปทำอีก
“ทำไมละคะคุณป้า”
“ทุกวันนี้ดอกบัวก็เหนื่อยมากแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทำงานมาได้ ก็ต้องเอามาใช้ง่ายในครอบครัวแล้วก็ยังเอาให้คนในครอบครัวใช้อีก ถ้าดอกบัวรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกับป้าบ้าง ป้าไม่อยากเห็นดอกบัวต้องโกรธแล้วเผลอทำอะไรร้ายแรงลงไปอีก”เธอจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ทิพรดาเห็นขจรทำร้ายต่อหน้าตัวเอง ทิพรดาโกรธมากจนไปจับมีดมาเพื่อที่จะฆ่าขจรด้วยความโกรธ แต่เธอห้ามไว้ก่อนไม่อย่างนั้นทิพรดาอาจจะติดคุกไปแล้วั้แ่ตอนนั้น
“แม่คะดอกบัวกลับมาแล้ว”
“..............”
จบตอน