หากการผสานธาตุเกิดล้มเหลว จะทำให้ไป๋หลงสูญเสียทั้งเปลวเพลิงและน้ำแข็งไป
แต่ถ้าสำเร็จขึ้นมา เขาจะได้รับธาตุสิ่งใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าสองธาตุเดิมแทน
พรึ่บ! เปลวเพลิงถูกจุดบนฝ่ามือของไป๋หลง จากนั้นชั้นน้ำแข็งบางๆจึงปรากฏเคลือบฝ่ามือ
“เยี่ยม! ไม่มีปัญหา” เมื่อครู่ไป๋หลงแค่ลองทดสอบดูแต่ต่อจากนี้คือของจริง
เขานั่งลงแล้วหลับตา ร่างทั้งร่างมีไฟลุงท่วมและตามมาติดๆด้วยชั้นน้ำแข็งที่เคลือบทั้งตัว
ซึ่บ! ในชั่วอึดใจทั้งไฟกับน้ำแข็งได้หายเข้าไปในร่างของไป๋หลงอีกครั้ง
คลื่น! และใน่เวลานั้นอยู่ๆท้องฟ้าเหนือหัวไป๋หลงก็เปลี่ยนไป
จากแสงแดดที่ยังเหลืออยู่บ้างมันปรากฏกลุ่มเมฆหลากสี ซึ่งเมฆเหล่านี้หลายคนรู้จักมันดี
และเรียกมันว่าเมฆก่อสมบัติเพราะเมื่อใดที่เมฆหลากสีปรากฏขึ้น
ในบริเวณนั้นๆจะมีสมบัติพิเศษถือกำเนิด...
จนกระทั่งเมฆหลากสีที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่หายไป ไป๋หลงจึงลืมตาแล้วฉีกยิ้มที่มีความสุขขึ้น
“เพลิงเหมันต์นิรันดร์!!! ไม่คิดเลยว่าหลังจากข้าทำสำเร็จ ข้อมูลต่างๆจะถูกส่งมาให้ข้าด้วย
หึ! แต่เงื่อนไขของการผสานธาตุแท้จริงแล้วบุคคลนั้นจะต้องมีพลังิญญาที่แข็งแกร่งมาก
ทั้งยังต้องเสียพลังิญญาที่มีแบบถาวรไปส่วนหนึ่งด้วย
เช่นนั้นแล้วในที่สุดข้าก็เข้าใจเกี่ยวกับอาการปวดของข้าขึ้นมาบ้างแล้ว
มันกลายเป็ว่าทุกครั้งที่ผ่านมายกเว้นครั้งนี้
อาการปวดเ่าั้คอยช่วยเพิ่มพลังิญญาให้กับข้า จนทำให้ข้ามีความสามารถพิเศษ...”
ไป๋หลงในชุดดำ ยามนี้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเพราะหนึ่งวันหลังจากเดินทางมาป่าอสูร
มันเกิดเื่ขึ้นมากมายจนทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ในระหว่างที่กำลังมีความสุข
ไป๋หลงได้ยินเสียงเคลื่อนไหวมาจากรอบทิศทาง
แต่ด้วยเวลานี้ใกล้จะมืดแล้วทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนเสียเท่าไหร่
แต่ถ้าเป็ผู้บ่มเพาะ...มันจะกลายเป็อีกเื่หนึ่ง
“เร็วเข้า! สมบัติจะต้องอยู่แถวนี้เป็แน่ หากเราช้าเกรงว่าจะถูกกลุ่มอื่นฉกชิงไปก่อน”
“ระวังตัวด้วย ภายในป่าอสูรชั้นกลางนี้อันตรายรอบด้านพยายามจับกลุ่มกันเอาไว้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมบัติต้องเป็ของบิดาผู้นี้หากใครกล้าแย่งชิง บิดาจะถล่มมันให้ราบเลย”
“ไป!!! ข้างหน้ามีคนอยู่…”
เป็กลุ่มผู้บ่มเพาะหลายคนที่มีความแข็งแกร่งไม่มากเท่าไหร่และสามารถพบเห็นได้ทั่วไป
ทั้งหมดหยุดลงเมื่อเห็นไป๋หลงที่ยืนอยู่
“เ้าหนู...หืม เ้ายังไม่ได้เริ่มบ่มเพาะด้วยซ้ำ เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรมาทำอะไรในป่าอสูร”
“ช้าก่อน ข้ารู้จักเด็กคนนี้ มันคือไป๋หลงที่เป็โรคประหลาด แปลกมากที่มันเข้ามาในนี้ได้
แต่ช่างเถอะข้าจะไม่ทำให้เ้าลำบาก ตอบข้ามาว่าเ้าเห็นสมบัติหรือไม่”
มีอีกหลายคำถามที่ดังขึ้นจนไป๋หลงประติดประต่อเื่ราวได้
ทำให้เขารู้ว่าตอนที่เขาผสานเปลวเพลิงกับน้ำแข็ง ทำให้เกิดเมฆหลากสีขึ้น
จนดึงดูดให้ผู้บ่มเพาะเหล่านี้เดินทางมาที่นี่
“ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นใช่สมบัติหรือไม่ แต่ข้าเห็นชายชราคนหนึ่งสามารถเดินเหยียบอากาศได้
ชายชราคนนั้นคว้าบางสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้าแล้วมุ่งไปทางนั้น''
ไป๋หลงพูดจบแล้วชี้ไปทางศพงูเกล็ดสีม่วงจากนั้นจึงพูดต่อ ''แต่อยู่ๆก็มีงูั์ออกมาขวาง
ชายชราคนนั้นจึงฆ่ามันแล้วจากไป”
เมื่อไป๋หลงเล่าจบผู้บ่มเพาะทั้งหมดต่างเงียบลงแล้วส่งคนออกไปตรวจสอบศพสัตว์อสูร
จนทุกคนที่ไปตรวจสอบกลับมา พวกเข้าต่างมีสีหน้าหวาดกลัว
“เกรงว่าชายชราคนนั้นจะต้องอยู่ในขอบเขตที่สูงมาก ไม่เพียงแต่เดินเหยียบอากาศได้
แต่ยังสังหารสัตว์อสูรงูเก้าพิษเกล็ดม่วงได้อย่างง่ายดาย”
“อะไรนะศพนั่นคืองูเก้าพิษเกล็ดม่วงเช่นนั้นรึ เช่นนั้นถิ่นของมันจะต้องอยู่แถวนี้เป็แน่
และว่ากันว่าหากมันอยู่ในถิ่นของตัวเองพลังของมันจะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว”
“เหอะ! เ้าจะไปรู้อะไร ที่น่ากลัวจริงๆคือพิษของมันต่างหากเล่า...เช่นนั้นจะเอาอย่างไร
นี่ไม่เท่ากับว่าเรามาเสียเที่ยวเช่นนั้นรึ” ระหว่างที่เหล่าผู้บ่มเพาะกำลังแลกเปลี่ยนความคิด
เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นและเสียงนั้นทำให้ไป๋หลงขมวดคิ้วทันที
เพราะมันคือซูหยางที่อยู่ท้ายกลุ่มเป็คนพูดขึ้น
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น ข้าว่าไป๋หลงจะต้องสร้างเื่โกหกขึ้นมาเป็แน่ หรือไม่ บางทีแล้ว...
มันอาจจะเก็บสมบัติที่เกิดขึ้นเอาไว้เองก็เป็ได้”
“เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด แค่มองก็รู้แล้วว่าบนร่างของเ้าเด็กนี่มันไม่มีสมบัติอันใดอยู่เลย
ซูหยางทุกคนต่างรู้เื่ที่ตระกูลต่างๆหวังสิ่งที่ตระกูลไป๋อยู่ ดังนั้นอย่าได้ปั่นหัว
หึ! พวกข้าไม่ได้หัวอ่อนขนาดนั้น”
ผู้บ่มเพาะที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นพูดออกมา ทำให้ซูหยางมีใบหน้าบิดเบี้ยว
แต่ซูหยางกลับไม่คิดถอยและยังคงพูดต่อ
“แต่ข้ามั่นใจว่าสมบัติต้องอยู่กับมัน ฮึ่ม! ข้าจะค้นตัวมัน”
เมื่อเห็นซูหยางเดินเข้าหาตัวเองเรื่อยๆ ไป๋หลงจึงยิ้มขึ้นแล้วพูด ''เช่นนั้นข้าจะให้เ้าค้นตัว
แต่ว่า...ถ้าหากข้าไม่มีสมบัติดังที่เ้ากล่าวหาข้าเล่า
เ้ากล้าจ่ายให้ข้าแสนเหรียญทองหรือไม่ แน่นอนคุณชายจากตระกูลซูย่อมจ่ายไหวอยู่แล้ว''
“หืม...ขยะเช่นเ้ามีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้อง...”
“ฮ่า ฮ่าาา...น่าขำไม่คิดว่าตระกูลซูจะมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย ซูหยางใช่หรือไม่ ...เ้ากลัว?
หากเ้าไม่มั่นใจให้หุบปากของเ้าไปเสีย ไม่เช่นนั้นข้าเถี่ยิกันคนนี้จะหุบปากเ้าเอง”
“ตระกูลเถี่ยงั้นรึ ฮึ่ม! ข้าเคยได้ยินชื่อของเ้า ทั้งเ้าทั้งตระกูลของเ้ามันก็แค่โชคดีเท่านั้น
หากตระกูลของเ้าไม่มีเถี่ยอันอัน พวกเ้าจะเทียบเคียงตระกูลซูของข้าได้งั้นรึ...”
บูม!!!... ซูหยางพูดไม่ทันจบเถี่ยิกันกลับะเิลมปราณของเขาออกมาเพื่อกดสะกดข่ม
“เถี่ยิกันเ้ากล้าทำร้ายข้าเช่นนั้นรึ”