ตอนที่ 5 ป่วยก็คอยเฝ้าไข้ (5)
ต่างจากตระกูลเซวียโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเด็กชายหรือเด็กหญิงตระกูลเซวีย ขอเพียงมีความสามารถที่แท้จริงที่มากเพียงพอ ก็แก่งแย่งชิงดีไต่เต้ากันได้ตามสบาย เขาเองก็ฝ่าฟันไต่เต้ามาจากสภาพแวดล้อมครอบครัวที่เลวร้าย กระทั่งได้ครอบครองและควบคุมทุกอย่างของเจ้าสัวตระกูลเซวีย
นี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เขามีด้านที่สามารถลงมือโดยไม่สนวิธี บีบบังคับให้กู้ชิงเลือกข้างตระกูลเซวีย เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้อะไรหรือใครที่ข่มขู่ตนได้ไว้เฉยๆ
ในเมื่อเป็นสิ่งที่คว้ามาบังคับหรือควบคุมไม่ได้ ฉะนั้นก็พังให้พินาศไปเลยแล้วกัน
นิสัยแบบนี้หล่อหลอมมาจากการแก่งแย่งภายในของตระกูลเซวีย
ก็เพราะกู้ชิงอ่านประเด็นนี้ได้ปรุโปร่ง ถึงพูดว่าตนกลัวเขา...เนื่องจากอำนาจและสิทธิทางการเมืองในมือเขาคืออาวุธที่สามารถโค่นล้มนครเจียง
เขาต่างจากนักการเมืองที่ได้รับการผลักดันหรือต่างฝ่ายต่างแบ่งรับแบ่งสู้กับสี่เจ้าสัวใหญ่อย่างที่เคยเป็นมา นายกเทศมนตรีต่างถิ่นผู้นี้มีพลังข่มขู่สี่เจ้าสัวใหญ่ได้มากกว่า ถ้าเกิดคบค้าสมาคมกันได้ดีๆ ก็จะกลายเป็นอำนาจที่ทำลายคู่ต่อสู้ลงได้ เพราะเหตุนี้ถึงปล่อยให้เขายังวางตัวเป็นกลางอย่างที่ประกาศไว้ไม่ได้
เขาต้องเลือกเซวียติ้งอย่างตนเท่านั้น
“ไปสืบหาตารางทำงานวันนี้ของนายกเทศมนตรีกู้มา” เขาเรียกตัวผู้ช่วยมาสั่งงาน
ผู้ช่วยตอบว่า “ทราบแล้วครับท่านประธานเซวีย” ก่อนจะต่อสายไปที่เจ้าหน้าที่ภายในของเทศบาลนคร ผ่านไปสองนาทีก็วางสายแล้วรายงานว่า ‘กู้ชิงไม่สบาย ลาพักสองวัน จึงไม่ได้เข้าทำงาน’
ป่วยเหรอ บังเอิญขนาดนี้เชียว
“เขาอยู่ที่บ้านพักข้าราชการหรือที่ซอยเสี่ยวโหลว”
“ไม่เจอรถยนต์ใช้ในราชการที่บ้านพักข้าราชการ คงจะอยู่ที่ซอยเสี่ยวโหลวครับ”
“อืม ฉันรู้แล้ว นายออกไปเถอะ”
ทีแรกวางแผนว่าจะนัดนายกเทศมนตรีกู้แล้วเจรจาดีๆ กันใหม่ ในเมื่อป่วย ก็ควรไปเยี่ยมไข้ถึงที่บ้านสักหน่อยสินะ
ภายในชั้นสองของร้านผลไม้รสครอบครัวในซอยเสี่ยวโหลวที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้นั้นให้บรรยากาศโรแมนติกได้อย่างเคย กู้ชิงผู้หลับใหลหลับไม่ค่อยสนิท
เขากำลังฝัน เหงื่อแตกท่วมศีรษะ
ในความฝันเขากับหยวนจุนร่วมรักกันด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่า ปากก็หอบหายใจสลับส่งเสียงครางไม่หยุด ต่อมาในความมืดมิดก็เกิดเสียงขึ้นพร้อมกลืนกินเขาเข้าไป หยวนจุนพลันหายไปทั้งตัว จากนั้นรอบข้างก็บิดเบี้ยวกลายเป็นสีสันลวงตา แล้วสีแดงประหนึ่งเปลวเพลิงก็โถมเข้าหา แผดเผาเขาจนร้อนระอุไปทั่วกาย
“อืม...” เขาเผยอริมฝีปาก เค้นเสียงโอดครวญที่ทรมานออกมา
ระหว่างหายใจเข้าหายใจออกเหมือนกับคมมีดเข้ามากรีดคอหอยจนเจ็บเสียดนิดหน่อย
เขาป่วยแล้วจริงๆ
เขาค่อยๆ ลืมตาด้วยความรู้สึกตัวดังว่า
ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงส่องสว่าง แต่ตนกลับเหมือนหลับนานเป็นสิบปี
หลังจากยกมือมาจ่อริมฝีปากแล้วพ่นลมหายใจออกมาทีหนึ่ง เขาก็รู้ตัวว่าตนเป็นไข้เพราะลมหายใจที่ร้อนระอุบริเวณมือ นี่อาจเกิดจากน้ำเย็นที่ราดรดร่างนานเกินไป
ในบ้านไม่มียาสำรอง โชคดีที่ซอยเสี่ยวโหลวมีร้านยา เขาลุกมานั่งอย่างอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะสวมรองเท้าแตะเดินมาออกจากห้องนอนอย่างเชื่องช้า จังหวะที่เขาเดินไปถึงห้องรับแขก เสียง ‘ก๊อกๆ’ ก็ดังมาจากประตูบ้าน
“กู้ชิง อยู่บ้านหรือเปล่า”
เสียงเซวียติ้งดังมาจากหน้าบ้าน เขาจึงหยุดเดินไปตามจิตใต้สำนึก
‘ก๊อกๆ...’
เขาหยุดยืนเงียบๆ ไม่คิดจะตอบ ทั้งยังไม่อยากปล่อยให้คนหน้าบ้านเข้ามามากกว่า
“ถ้านายไม่เปิด ฉันใช้วิธีของฉันเองบุกเข้าไปก็ได้นะ”
น้ำเสียงเซวียติ้งแฝงแววข่มขู่ ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
“คุณคอยเดี๋ยว”
เขาถูกบังคับให้เปล่งเสียง ทั้งๆ ที่เสียงยังแหบแห้ง
“ดี ฉันจะรอ”
คนหน้าบ้านตอบ
เขากลับเข้าห้องนอน แล้วหยิบเสื้อเชิ้ตผ้าแจ็กคาร์ดสีขาวกับกางเกงสีดำที่พาดไว้กับเก้าอี้ขึ้นมาสวม ก่อนจะไปล้างหน้า ฝืนเรียกสติของตนในห้องน้ำสักเที่ยว ถึงจะไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิด ชายหนุ่มบริเวณประตูบ้านก็ไล่มองใบหน้าป่วยๆ ที่ผิดปรกติของอีกฝ่ายอย่างไร้มารยาท แล้วสายตาก็จับจ้องรอยจูบบริเวณลำคอ
“นายได้กับคนอื่นมาเหรอ” เซวียติ้งซักไซ้
นายกเทศมนตรีกู้เบื้องหน้าในผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อย ช่างต่างกับเวลาที่สวมชุดสูทเต็มยศ จัดระเบียบให้ตนเองเพียบพร้อมที่เซตผมเข้าทำงาน เพราะให้ความรู้สึกสวยงามแบบเปราะบาง ดูจะบังคับได้ง่ายกว่า
“กรุณาอย่าซักไซ้เรื่องส่วนตัวของคนอื่นส่งเดชครับ” กู้ชิงเอ่ยปาก ไม่ได้เบี่ยงกายเชิญเขาเข้าบ้าน
“นับตั้งแต่วันแรกมาจนถึงป่านนี้ นายไม่มีเรื่องส่วนตัวที่ว่าหรอกนะ” สีหน้าเซวียติ้งเผยแววหงุดหงิดรางๆ
“ถ้าคุณมานี่เพราะอยากจะพูดแค่นี้ เชิญกลับดีกว่าครับ” กู้ชิงไล่แขก
“ไม่...เราเข้าไปคุยเรื่องรอยจูบที่ตัวนายกันดีกว่า ฉันอยากรู้สุดๆ เลยว่า คนที่ไม่ยอมคบหาใครสักคนอย่างนายนี่ไปขึ้นเตียงกับใครมา” ขณะที่เซวียติ้งคว้าข้อมือของเขา แล้วสัมผัสถึงความร้อนจากในมือก็ขมวดคิ้วพูดว่า “นายตัวร้อนจี๋เลย”
“ปล่อย” น้ำเสียงแหบแห้งทว่าเย็นชาออกคำสั่ง
“ถ้านายดิ้นไหว ฉันจะปล่อยนายไป” เซวียติ้งฝืนดึงเขาเข้ามาที่ห้องรับแขก ก่อนจะเหวี่ยงลงกับโซฟา
“อือ...” กู้ชิงที่หมดแรงไปทั้งร่างล้มไปกองกับโซฟา
เซวียติ้งรุกขึ้นคร่อม ส่วนนิ้วมือก็เลิกเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาเล็กน้อย พลางเช็กดูร่องรอยร่วมรักที่เด่นชัด
“คนที่ขึ้นเตียงกับนาย อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนายอย่างดุเลยนี่”
ยังไม่ต้องดูให้หมด ก็รู้ว่าเรือนร่างที่ร้อนระอุเพราะฤทธิ์ไข้นั้นเกลื่อนไปด้วยรอยจุมพิต
“เมื่อคืนนายไปนอนกับใคร”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจี้ถามที่ไม่ลดละ กู้ชิงก็รู้สึกขบขันอยู่ในใจ มุมปากเผยยิ้มเย้ยหยันออกมาบางๆ