ตอนที่ 27
หลังจากไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเสร็จสตีฟก็ขับรถไปเอาป้ายที่สั่งทำเอาไว้
“อ้าวคุณลูกค้ามาแล้วเหรอครับ ป้ายพึ่งจะเสร็จเลยครับเป็นอย่างไรบ้างครับ” พนักงานเมื่อเห็นสตีฟเดินเข้ามาก็รีบไปหยิบป้ายที่ทำเสร็จแล้วออกมาให้สตีฟดู
“โอ้สวยมากเลยครับเหมือนป้ายรางวัลพิเศษเลย ขอบคุณมากครับ” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นป้ายที่ทำเสร็จแล้วมันดูหรูหราพิเศษเป็นอย่างมากสตีฟจ่ายเงินที่เหลือก่อนจะรับป้ายมา
“ขอบคุณที่มาใช้บริการเรานะครับ” พนักงานขอบคุณแต่ก็ไม่ได้ถามสตีฟว่าทำป้ายแบบนี้ทำไมเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของลูกค้านั่นเอง
“อ๊ะจริงสิครับคุณพนักงานพอจะมีเทปกาวมั้ยครับ และก็ผมอยากจะได้ริบบิ้นสักหน่อย” สตีฟถาม
“มีสิครับ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะหยิบเทปกาวและริบบิ้นออกมาให้สตีปหลายสี
“ขอบคุณครับ” สตีฟรับมาก่อนจะดึงริบบิ้นออกมาจากม้วนและพับมันจนกลายเป็นดอกไม้ที่ทำจากริบบิ้นดอกใหญ่ท่ามกลางสายตาพนักงานที่มองอย่างแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าผู้ชายแบบสตีฟจะทำงานละเอียดแบบนี้เป็นด้วย
“เท่าไหร่ครับ” สตีฟถาม
“ถือว่าเป็นของแถมไปแล้วกันครับ” พนักงานพูดทำให้สตีฟยิ้มออกมาที่ได้ของฟรีจากนั้นสตีฟก็เอาริบบิ้นไปติดไว้ที่ป้ายรางวัลปลอมอันนั้นก่อนจะเดินออกจากร้านไปและรีบเอาป้ายไปติดที่รถเวสป้าของเขา
“อ่ะแฮ่ม !!” สตีฟกระแอมเล็กน้อยก่อนจะหยิบมือถือออกมาและโทรหาซาร่าทันที (มือถือใช้โทรได้เฉพาะในเขตสัญญาณนะครับเหมือนกำวิทยุที่ต้องอยู่ในเขตใกล้ๆกันถึงจะใช้ได้อะไรแบบนั้น)
ตรู๊ด !!! ตรู๊ด !!! ตรู๊ด !!! เสียงรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้งก่อนซาร่าจะรับโทรศัพท์ของเขา
“หือสตีฟเหรอมีอะไร” ซาร่าถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“อ๊ะยังไม่ตื่นเหรอซาร่าโทษทีรบกวนหรือเปล่าพอดีผมอยากให้ลงมาข้างล่างคอนโดหน่อยน่ะ” สตีฟพยายามทำน้ำเสียงให้ตื่นเต้นมากที่สุด
“หือน้ำเสียงดูตื่นเต้นมีอะไรหรือเปล่า !!” ซาร่าถามและตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วหลังจากได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของสตีฟ
“มีสิเมื่อครู่นะตอนผมไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์พอดีมีรถจับรางวัลเคลื่อนที่ผ่านมาผมเลยลองเสี่ยงโชคดู ทายสิผมได้รางวัลอะไร” สตีฟพูด
“หือรางวัลอะไร อย่าบอกนะเป็นกิ๊ฟต์วอยเชอร์ที่ห้างน่ะ” ซาร่าถามอย่างตื่นเต้น
“ไม่ใช่รางวัลใหญ่ๆน่ะรางวัลใหญ่ เอาเป็นว่าลงมารอที่ด้านล่างคอนโดแล้วกันผมกำลังจะรีบกลับ” สตีฟตัดบทก่อนจะวางสายไปทันทีพร้อมสตาร์ทรถและขับกลับคอนโด
ทางด้านซาร่า
“ฮาโหล !! สตีฟ !! อะไรกันยังไม่รู้เรื่องเลยวางไปซะแล้ว แล้วชิงโชคนี่จ่ายค่าชิงโชคไปเท่าไหร่กัน ถ้าได้ของไร้สาระมาล่ะก็น่าดู” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะไปล้างหน้าล้างตาใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพราะตอนนี้เธอใส่เสื้อยืดนอนเพียงตัวเดียวแถมยังเป็นเสื้อของสตีฟด้วยถ้าไม่เปลี่ยนแล้วลงไปแบบนี้คนรู้จักหรือเพื่อนบ้านมาเห็นเข้าเธอโดนแซวตายเลย
ติ๊ง !!! เสียงลิฟท์หยุดลงที่ชั้นล่างซาร่าเดินออกมาก่อนจะได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างดังเสียดหูเธอพอสมควร
แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เสียงของอะไรบางอย่างดังเข้าหูเธอ
“เสียงอะไรน่ะอย่างกับเครื่องตัดหญ้าสมัยก่อน !!!” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะเดินออกจากหน้าประตูคอนโดมาเธอมองซ้ายมองขวาเพื่อหาสตีฟก่อนจะสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์สีแดงคันหนึ่งกำลังส่งเสียงคล้ายเครื่องตัดหญ้าที่เธอได้ยินตอนเธอออกมาจากลิฟท์ เธออ้าปากค้างทันทีเพราะคนที่กำลังขี่มันอยู่คือสตีฟสามีของเธอนั่นเอง
“ไงซาร่ารถเท่ห์มั้ย !!!” สตีฟยิ้มก่อนจะดับเครื่องยนต์จนเสียงน่ารำคานนั้นหายไป
“สตีฟนี่นายไปขโมยรถใครมา !!!” ซาร่าเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าถมึงทึง
“ใช่ที่ไหนล่ะ ก็นี่ไงรางวัลใหญ่ที่บอกเมื่อกี้อ่ะ” สตีฟพูดพลางชี้ให้ดูที่ป้ายรางวัลที่ติดอยู่หน้ารถ
“นี่น่ะเหรอรางวัลที่ว่ารถงั้นเหรอ !!!! นายโชคดีขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่นี่ ปกติโชคนายไม่เคยมีเลยไม่ใช่เหรอ ขนาดสมัยก่อนซื้อไอศครีมแท่งมากินยังไม่เคยได้ไม้ฟรีกับเขาเลยนี่นา” ซาร่าพูดอย่างแปลกใจเพราะสตีฟเป็นคนดวงกุดแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“โธ่ !! ซาร่ามันก็ต้องมีวันของผมบ้างสิ ว่าแต่รถนี่เป็นไงสวยมั้ย” สตีฟถามซาร่าได้ยินดังนั้นก็เดินดูรอบๆรถ
“อืม...ก็สวยดีนะเหมาะกับนายดี” ซาร่าพูดแต่ทันใดนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
“นี่สตีฟทำไมยางมันดูเก่าๆล่ะ เหมือนเคยผ่านการใช้งานมาก่อนแล้วเลยนะ” ซาร่าถามหลังจากเห็ฯดอกยางไม่ได้ใหม่อย่างที่ควรจะเป็น
“เอ่อ....” สตีฟเหงื่อแตกพลักพลางพยายามหาข้อแก้ตัวเขาลืมคิดไปว่ารถคันนี้นั้นวิ่งไปหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว
“แถมดูนี่สิ !! ดูที่หน้าปัดพวกนี้ นายเห็นนี่มันมันมีบอกว่าวิ่งไปแล้วกี่กิโลเมตร นี่มันวิ่งไปแล้วกว่าห้าร้อยกิโลเมตรเลยนะ สตีฟนี่มันหมายความว่ายังไง” ซาร่าถามสตีฟได้แต่นิ่งเงียบเพราะคิดหาข้อแก้ตัวไม่ออกตอนนั้นเองซาร่าก็ยิ้มออกมาและพยักหน้าก่อนจะทำสีหน้าเยาะเย้นสตีฟและยกมือขึ้นตบบ่าสตีฟ
ปุ !! ปุ !! เสียงซาร่าตบบ่าสตีฟเบาๆ
“โธ่เอ้ย !! สตีฟผู้น่าสงสารสามีใครกันนะไม่เคยมีโชคเลยได้รางวัลจากชิงโชคทั้งทีดันถูกย้อมแมวเอารถเก่ามาให้เป็นรางวัลซะได้แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็ได้รถมานี่นะสมัยนี้มอเตอร์ไซค์คันนึงก็เป็นแสนแล้ว เฮ้อเอารถไปจอดที่ใต้คอนโดเถอะ ฉันจะขึ้นไปนอนต่อซักหน่อยอาหารเย็นเสร็จแล้วก็ปลุกด้วยนะ” ซาร่าพูดออกมาพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดีเธอนั้นเข้าใจผิดว่าสตีฟโดนหลอกเอารถมือสองมาให้
สตีฟมองตามหลังซาร่าที่กำลังเดินไปขึ้นลิฟต์ด้วยสายตาปริบๆ
“นี่เรารอดแล้วใช่ป่ะ !!” สตีฟถามตัวเองอย่างโล่งอกก่อนจะถอนหายใจออกมาโชคดีเหลือเกินที่ซาร่าเข้าใจผิดไปแบบนั้นเพราะสตีฟนั้นยังคิดข้อแก้ตัวไม่ออกเลย
“เอาล่ะไอ้แดงลูกพ่อ ถึงซาร่าจะเข้าใจผิดแต่เท่านี้ก็ขับแกได้อย่างสบายใจแล้ว” สตีฟหันไปพูดกับรถเวสป้าของตัวเองก่อนจะเข็นมันไปจอดใต้คอนโดซึ่งมีรถจอดอยู่ไม่มาก สตีฟปลดป้ายที่ทำมาติดไว้ที่หน้ารถออกเพื่อเอามันขึ้นไปเก็บบนห้องก่อนจะขึ้นห้องไปเตรียมทำอาหารให้ซาร่าต่อ
ตอนค่ำ
หลังจากสตีฟทำอาหารเสร็จเขาก็ไปปลุกซาร่าเพื่อมากินอาหารเย็นระหว่างกำลังกินอยู่นั้นจู่ๆซาร่าก็หัวเราะออกมาจนสำลักอาหาร
“พรู่ด !! โอ๊ยขอน้ำๆ ขอน้ำหน่อยสตีฟ” ซาร่ารีบขอน้ำจากสตีฟซึ่งสตีฟรีบไปหยิบมาให้ทันที
“เป็นอะไรจู่ๆก็สำลักขึ้นมา” สตีฟถาม
“ก็เพราะนายนั่นล่ะสตีฟ” ซาร่าพูด
“เพราะผม” สตีฟชี้หน้าตัวเอง
“ใช่ใครใช้ให้นายไปถูกรางวัลใหญ่ที่โดนย้อมแมวมาเล่า ฮ่าๆ แค่คิดก็ตลกแล้วคอยดูเถอะพอพวกอาจารย์เอียนกลับมาจะเอาไปเล่าให้พวกแกฟัง พวกแกจะต้องตลกกับเรื่องนี้แน่ๆ แหมโทรมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจขนาดนั้นที่ไหนได้เป็นรถมือสองซะได้ ฮ่าๆๆๆ” ซาร่าหัวเราะลั่น
“โธ่อย่าเอาไปเล่าน่าอายเขา” สตีฟพูดก่อนจะบอกให้ซาร่ารีบกินอาหารต่อจะได้ไปอาบน้ำให้เรียบร้อย
หลังจากกินข้าวเสร็จสตีฟก็ไล่ซาร่าไปอาบน้ำ
“ซาร่ามานี่ก่อนสิเปลี่ยนผ้าพันแผลก่อนเดี๋ยวแผลอักเสบแล้วจะยุ่ง” สตีฟพูดหลังจากเห็นซาร่าเดินออกมาจากห้องน้ำ
“ไม่เห็นเป็นไรเลยแผลแค่นี้เองสมัยก่อนมีแผลเยอะกว่านี้อีกนะจำไม่ได้หรือไง” ซาร่าพูดพลางนึกถึงสมัยก่อนที่เลเวลเธอยังไม่มากเท่าไหร่ ตอนนั้นเธอพลาดท่าให้สัตว์กลายพันธ์บ่อยมากจนเป็นแผลเต็มไปหมด เธอนั้นโดนสตีฟดุเรื่องแผลอยู่นานจนในที่สุดเธอก็ถอนตัวจากการเป็นฮีโร่มาเป็นอาจารย์แทน
“ไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำแผลใหม่มานั่งนี่มา” สตีฟไม่ยอมก่อนจะลากซาร่ามานั่งที่โซฟาและแกะผ้าพันแผลที่หมอทำให้ออกก่อนจะล้างแผลและทำใหม่ให้เรียบร้อย
“สงสัยจะห่างสนามรบไปนานร่างกายตึงๆไปหมดเลยสัญชาติญาณเองก็ทื่อไปเยอะ” ซาร่าพูดกับตัวเองเบาๆส่วนสตีฟนั้นไม่ได้ยินเพราะตั้งใจทำแผลให้เธออยู่
“เอาล่ะเรียบร้อย !!!” สตีฟพูดหลังจากทำแผลให้ใหม่เสร็จแล้ว
“ขอบคุณนะ” ซาร่ายิ้มออกมาก่อนจะเข้าห้องไปนอนต่อวันนี้เธอเพลียมากจากการต่อสู้
หลังจากซาร่าเข้าไปนอนแล้วสตีฟก็ไปจัดการทำความสะอาดครัวต่อก่อนจะไปยืนสูดอากาศอยู่ที่นอกระเบียง
“ที่นิวยอร์คนี่สงบสุขจังเลยนะ คิดภาพเม็กซิโกตอนนี้ไม่ออกเลย” สตีฟพูดพวกมนุษย์นั้นเรื่องข่าวสารถูกตัดขาดไปนานแล้วเพราะเสาสัญญาณดาวเทียมต่างๆถูกทำลายไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ประชาชนจะไม่รู้เรื่องเม็กซิโกถูกทำลายโดยสัตว์กลายพันธ์ไปแล้ว
สตีฟหันหน้าไปมองทางห้องนอนของพวกเขาที่มีซาร่าอยู่ด้านในสตีฟมองด้วยสายตาและอารมณ์หลากหลาย
“นี่เธอจะต้องกลับไปสู้อีกแล้วงั้นเหรอ ผมสามารถทำอะไรเพื่อเธอได้บ้างนะซาร่า” สตีฟพูดเบาๆกับตัวเอง ตลอดมานั้นเขารู้สึกแย่มาตลอดเพราะเขานั้นไม่สามารถต่อสู้แทนเธอได้เพราะเขาเป็นเพียงแค่คนอ่อนแอ
“จริงสิตอนนี้เราไม่ใช่คนอ่อนแอแล้ว ไม่รู้หรอกนะตัวผมในตอนนี้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าความสามารถของผมสามารถปกป้องซาร่าไม่ให้ไปเจออันตรายได้ล่ะก็ ผมจะเลิกเป็นนายสตีฟ แมคดูวัลล์ซะ จากนี้ไปผมจะเป็นคุณพ่อบ้าน !!!!” สตีฟพูดกับตัวเองพลางมองไปบนท้องฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ด้วยสาตามุ่งมั่น
“อ๊ะแต่ว่าเรื่องจะไปเป็นฮีโร่ก็ให้ซาร่ารู้ไม่ได้อยู่ดีถ้ารู้เข้าจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆโดนอัดยับแน่ !!!” สตีฟพูดก่อนสายตามุ่งมั่นเมื่อครู่จะเปลี่ยนเป็นสายตาลูกหมาเชื่องๆในทันที
ตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงกีตาร์จากคนข้างห้องพร้อมร้องเพลงออกมา
ไม่เคยทำร้ายให้เธอต้องทน ~~ ก็ยังเป็นเพียงคนที่กลัวเมีย !!! ............................... ไม่เคยบังคับให้เธอเชื่อฟัง แค่ต้องการความไว้วางใจ อยู่มาจนป่านนี้ฉันเคยมีสิ่งไหน ให้เธอสงสัยกัน ~~~~~~ เสียงคนข้างห้องร้องเพลงออกมาจนดังมาถึงหน้าระเบียงที่สตีฟยืนมองท้องฟ้าอยู่ซึ่งเนื้อเพลงนี้ถึงกับทำให้สตีฟสะดุ้งก่อนจะตะโกนออกไปท่ามกลางท้องฟ้าอันกว้างใหญ่แห่งมหานครนิวยอร์ค (เพลง คนกลัวเมีย – Mushroom Hunter)
“ตรูไม่ได้กลัวเมียเฟ้ย !!!!” สตีฟตะโกนไปสุดเสียง และตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาอย่างแรงด้วยลูกถีบของซาร่า
“ที่รักคะเมื่อกี้ตะโกนอะไรเหรอคะ !!!” ซาร่าเดินออกมาจากห้องพลางพูดและยิ้มให้สตีฟ
กร๊อบ !! กร๊อบ !! เธอเดินไปหาสตีฟก่อนจะหักนิ้วไปมา
“ซวยละตรู !!!!” สตีฟพูดกับตัวเองตอนนี้เขาอยากจะมีพลังแรงโน้มถ่วงแบบซาร่าจริงๆจะได้เหาะหนีไปให้ไกล
จบ...