ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    กลิ่น

    ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

     

    เมื่อพวกชูได้กินซุปผักเข้าไปพวกนี้ร้องเพลงสรรเสริญกันอย่างบ้าคลั่ง จากปกติที่สมิธเห็นคือจังหว่ะทั้งการร้องและการเต้นจะออกไปทางค่อนข้างช้างแต่ภาพในตอนนี้ที่คือ ชูขาไฟ! พวกนี้เต้นกันอย่างกับอยู่ในคอนเสิร์ตเพลงอิเล็กทรอนิกส์! ร้องเพลงตะโกนอย่างสุดเสียงอย่างบ้าคลั่งราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตเพลงเมทัล

     

    หลังจากกินอาหารเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาเข้านอน สมิธพยายามบอกให้พวกชูเข้ามานอนในเต็นท์แต่ก็โดนปฏิเสธตลอดจากที่กรีนชิลดแปลให้ฟังเพราะพวกชูเลือกที่จะนอนกับดิน โดยพวกชูจะใช้เท้าใบไม้เล็กๆของตัวเองขุดดินพอให้เท้าทั้งสองจมดิน พอดินทับเท้าจนจมเป็นที่เรียบร้อยแล้วพวกชูจะใช้มือของตัวเองกลบดินเพิ่มเข้าไปทำให้เท้าติดดินมากขึ้น การกระทำโดยรวมของพวกชูคือเหมือนกับกำลังปลูกตนไม้แต่เปลี่ยนเป็นปลูกตัวเองแทน!

     

    วันแรกของการตามหาฟีนิกซ์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแม้จะเจอปัญหานิดหน่อย ตอนเช้าสมิธทำมื้อเช้าให้ทุกคนกินและเมื่อกินมื้อเช้าเสร็จสิ้นแล้วก็ออกตามหาฟีนิกซ์กันต่อในทันที การตามดำเนินต่อไปอย่างช้าๆจนมาถึงเวลาเที่ยงสมิธตัดสินใจหยุดพักพร้อมกับกินเนื้อตากแห้ง ซึ่งพวกชูก็กินได้แต่เหมือนจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่และในระหว่างนั้นเอง

     

    “สมิธเจ้าได้กลิ่นอะไรแปลกๆไหม?” กรีนชิลดถึงกับหยุดกินเนื้อตากแห้งเมื่อมันได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เป็นกินแปลกๆที่ตัวมันไม่คุ้นเคยและไม่รู้ที่มาของกินด้วยว่ามาจากตรงไหน

     

    “ไม่นะ” สมิธหันไปตอบงงๆเพราะตัวเขาไม่ได้กลิ่นอะไรทั้งนั้นนอกเหนือจากกินเนื้อตากแห้งและกลิ่นของป่า

     

    “แล้วพวกเจ้าล่ะได้กลิ่นอะไรไหม?” กรีนชิลดหันไปถามพวกชูเช่นเดียวกัน

     

    ชู ชู? ชูซัยเดย์ส่ายหน้า

     

    ชู ชู ชู ชู ชู! ชูแซทเทอร์เดย์เองก็ส่ายหน้า

     

    พวกชูล้วนแล้วส่ายหน้าตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้กลิ่นอะไรทั้งนั้น

     

    ซูด! ซูด! กรีนชิลดนั่งลงแล้วหลับตาทำสมาธิจากนั้นก็ซุดลมหายใจอย่างสุดกำลังเพื่อตามหาต้นตอของกลิ่นแปลกที่ว่า ด้วยวิธีการนี้เองทำให้กรีนชิลด “นี้ไง! ข้ารู้แล้วว่ากลิ่นมันมาจากไหน ตามข้ามาเร็ว” กรีนชิลดพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นก่อนจะรีบวิ่งไปยังทิศทางของกลิ่นที่มันสัมผัสได้เมื่อสักครู่

     

    แม้สมิธจะไม่รู้ว่าอะไรแต่ก็รีบนำพวกชูใส่กระเป๋าเช่นเดิมพร้อมกับรีบวิ่งตามกรีนชิลดไป สมิธวิ่งตามกรีนชิลดมาสักพักจนหยุดอยู่ที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นไม้ต้นนี้ก็เหมือนกับต้นอื่นๆภายในป่าไม่มีความโดดเด่นอะไร

     

    “ฉันก็ไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไร?” สมิธพยายามสูดลมหายใจเมื่อหากลิ่นที่ว่าแล้วแต่เขาก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย

     

    “กลิ่นไม่ต้องแล้ว เจ้ามองขึ้นไปบนต้นไม้สิเจ้าเห็นอะไรไหม” กรีนชิลดตื่นเต้นสุดๆในตอนนี้หลังจากตามกลิ่นแปลกที่ว่าแล้วมาเจอเข้ากับอะไรบางสิ่ง

     

    “อืม! บอกตามตรงฉันเองก็ไม่เห็นอะไรเหมือนกัน แล้วพวกนายล่ะชู!? เห็นอะไรไหม” สมิธไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนอกเหนือจากใบไม้ปกติ เขาจึงก้มไปถามพวกชูซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือการส่ายหน้าเหมือนก่อนหน้านี้

     

    “พวกเจ้านี้นะ! ทั้งตาบอดทั้งจมูกเสีย...” กรีนชิลดเหลือจะเชื่อ! ที่สมิธและพวกชูไม่เห็นไม่ได้กลิ่นอะไรเลยแม้สิ่งนั้นจะอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม

     

    “นายอย่าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานไม่รู้หรือไงว่าเผ่าพันธุ์นายทรงพลังขนาดไหนหากเทียบกับมนุษย์ปกติอย่างฉัน” สมิธบ่นออกมาเล็กน้อยเพราะต่อให้ใช้ประสบการณ์ในการเผชิญนรกมากกว่า 30 ปีก็ไม่ช่วยอะไรในเรื่องของพลังต้นกำเนิดที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสายพันธุ์

     

    กรีนชิลดยืดขาตัวเองให้สูงจนถึงยอดต้นไม้ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอะไรบางอย่าง จากนั้นมันก็นำมาให้สมิธดู

     

    “ขนสีแดงแบบนี้และความร้อนแบบนี้ที่หลงเหลืออยู่...” สมิธถึงกับอึ้งเมื่อได้เห็นสิ่งที่กรีนชิลดยื่นให้เขาดู เพราะลักษณะของสิ่งนี้มันแทบจะเหมือนกับ...

     

    “ใช่ ฉันว่าใช่แน่นอน ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนบนจักรวาลนี้แล้วที่จะมีลักษณะขนแบบนี้” กรีนชิลดเองก็คิดเหมือนกับสมิธและมั่นใจด้วยว่ามันใช่อย่างแน่นอน

     

    “ฟีนิกซ์!” ใช่แล้วนี้คือขนของฟีนิกซ์อย่างแน่นอนไม่มีทางเป็นอย่างอื่น สมิธมั่นใจอย่างแน่นอนจากคนที่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตนี้ เขาไม่มีทางลืมมันอย่างแน่นอนสิ่งมีชีวิตที่คร่ามนุษย์ราวกับแมลง

     

    “ฮ่า ฮ่า ฟีนิกซ์ยังอยู่ในป่านี้แน่ พวกเราได้เจอฟีนิกซ์แน่”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย ที่คุณอ่าน