ตอนที่ 6
เช้าวันถัดมา ณ พระราชวังจักรพรรดิ
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นสองที ตามด้วยเสียงประกาศของมหาดเล็ก
“องค์หญิงโรเซล ขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
“เข้ามาได้”
“หม่อมฉันนำแผนโครงการมาให้เสด็จพ่อตรวจดูเพคะ” เธอพูดพร้อมกับยื่นเอกสารที่ถูกจักเรียงไว้อย่างดีปึกหนึ่งวางบนโต๊ะ
“เดี่ยวข้าตรวจดูให้วางไว้ตรงนั้นก่อน..เตรียมตัวสำหรับการประชุมแล้วหรือยัง” จักรพรรดิถามพลางอ่านเอกสารในมือไม่ละสายตา
“เรียบร้อยแล้วเพคะ...ส่วนเื่งบประมาณหม่อมฉันว่าจะหักจากงบประมาณของวังหม่อมฉันครึ่งหนึ่งเพคะ”
“ฮึ่ม” ผู้เป็พ่อละสายตาจากเอกสาร จ้องมองหน้าลูกสาวชั่วครู่ก่อนจะปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป
“เื่งบประมาณเ้าไม่ต้องกังวลใจไปหรอกหักเต็มหน่วยจากคลังหลวงนั่นแหละถึงเก็บไว้ยังไงพวกขุนนางเ้าเล่ห์ก็หาวิธีเบิกออกไปอยู่ดี”
หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ระหว่างทางเดินกลับ
เขาสังเกตุเห็นเธอเดินอยู่จากที่ไกลๆ จึงเดินเข้าไปทักทาย
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะองค์หญิง”
หญิงสาวได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่คิดถึงจึงหันหลังกลับไปมองทันที
“สวัสดียามเช้าค่ะเอเดรียน”
“กำลังจะเสด็จไปไหนหรือพะย่ะค่ะ” เขาถามออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยเล็กน้อย
หืมมม เอเดรียนสงสัยเื่ของข้า!! ขอบคุณนะคะสมุดตำราจีบหนุ่มของพี่หญิงไนเจล
เธอเก็บความดีใจไว้เพียงข้างในเท่านั้น ภายนอกกลับทำเหมือนเป็เื่ปกติ
“พอจะมีเวลาว่างไหมคะ...พอดีอยากชวนไปดื่มชาด้วยกันที่เรือนกระจกในตำหนักสักประเดี๋ยวแทนคำขอบคุณที่คุณพาข้าไปสถานที่แสนงดงามเมื่อวานน่ะค่ะ”
เขาตอบรับคำเชิญชวนของเธออย่างง่ายดายราวกับรอให้หญิงสาวเป็คนชวนอยู่แล้ว
สวนเรือนกระจก
ทั้งเธอและเขากำลังนั่งดื่มชาเงียบๆ แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความเงียบทว่ากลับเต็มไปด้วยความสบายใจไม่มีความอึดอัดใดๆ
“เป็อย่างไรบ้างคะสวนแห่งนี้” เธอเอ่ยถามขณะที่สายตาจ้องมองดอกกุหลาบสีขาวข้างๆ ตน
“ช่างเป็สวยที่งดงามมากพะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยชมสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานพันธุ์แต่สายตากลับจับจ้องไปที่หญิงสาวที่เชยชมดอกไม้อยู่
“เสด็จพ่อทรงสร้างให้เพื่อเป็คำขอโทษเมื่อหลายปีก่อนค่ะ ข้ากับพี่หญิงรองเคยแอบไปเล่นที่สวนเรือนกระจกหลังเก่าที่สวนด้านหลังของพระราชวังแล้วเกิดอุบัติเหตุข้าโกรธที่ท่านพ่อไม่โอ๋ข้า ข้าเลยน้อยเนื้อต่ำใจหนีไปนั่งร้องไห้อยู่ศาลากลางทะเลสาบ แล้วบังเอิญฝตกลงมาพอดีตอนนั้นทั้งมืดทั้งน่ากลัวข้าไม่กล้าตากฝนกลับไปเลยนั่งร้องไห้อยู่ที่นั่นค่ะ” เธอเล่าเื่ในอดีตพลางลุกออกจากเก้าอี้เดินชมสวนอย่างสบายใจ
“ตอนนั้นข้าก็ได้พบเอเดรียนครั้งแรก ท่านยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ข้าและนั่งเป็เพื่อนรอจนฝนหยุด ข้ารู้สึกดีใจมากเลยเพราะข้าไม่ต้องทนนั่งอยู่ในที่มืดมิดเพียงลำพังอีกแล้ว ข้าอยากขอบคุณมาตลอดเลย ขอบคุณนะคะเอเดรียน” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นดอกไม้ที่เด็ดมาหนึ่งดอกให้กับเขา
ภายในเรือนกระจกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้นานาพันธุ์ แสงแดดยามสายสอดส่องลอดผ่านกระจดใสตกกระทบลงบนเส้นผมสีทองอ่อนของเธอเข้ากับั์ตาสีเขียวมรกตที่เปล่งประกายกลมโตดุจอัญมณีหายาก ยามทอดมองดอกไม้รอบกายราวกับทั้งสวนกำลังผลิบานเมื่อเธอไปัั หัวใจของเขาเต้นตุบๆ เบาๆ ลมหายใจติดขัดเล็กน้อยล
เขาจ้องมองเธอไม่ละสายตาไปจากรอยยิ้มนั้นทั้งยังตกอยู่ในภวังค์ความคิด
เธอยื่นดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่ตัดมาเมื่อคู่ไปกระทบแก้มเขาเบาๆ
เขากระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบดอกกุหลาบนั้นไป
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”
เขาหยิบกุหลาบที่พึ่งได้รับขึ้นมาดมรอยยิ้มบางๆ ประดับบนหน้าชายหนุ่มเพียงชั่วครู่ หญิงสาวเห็นรอยยิ้มนั้นตราตรึงไปทั้งใจหัวใจเต้นรัวราวกลับจะหลุดออกมา
ความเงียบเข้าปกคลุมเรือนกระจกอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มและสายตาของทั้งสองกลับยิ่งทำให้สวนเรือนกระจกแห่งนั้นงดงามขึ้น
“หากข้าอยากจะจีบท่านขึ้นมาจริงๆ ท่านจะเปิดโอกาสให้ข้าสักเพียงเล็กน้อยไหมคะ” หญิงสาวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนกว่าครั้งไหน
“พระองค์ทรงล้อเล่นได้เก่งเสียจริง”
“ท่านก็ช่างปฏิเสธข้าได้เก่งเสียจริง ข้าเสียใจนะคะเอเดรียน”
ใบหน้าของเธอปรกชากฎรอยยิ้มอ่อนปนความเศร้า ก่อนจะเดินออกจากสวนเรือนกระจกแห่งนั้นไปทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่นั่งอยู่