อีกไม่นานอีเวนต์ล่าสัตว์อสูรก็จะเริ่มต้นขึ้น มันคือ event เก็บเกี่ยวน้องหนูในฮาเร็มโดยแท้ พระเอกคุงจะได้น้องหนูมากหน้าหลายตาเข้าฮาเร็ม คราวนี้แหละฉาก 3P 4Pต้องได้มีให้อ่านกันซักตอนล่ะน่า
และที่สำคัญกว่านั้นมันคืออีเว้นท์หลักที่ผมต้องโยนพระเอกคุงลงไปเก็บ levelในหุบเขาหมื่นอสูร ผ่านไปอีกสามปีพระเอกคุงก็จะกลับขึ้นมาโชว์ความเทพแบบะเืฟ้าะเืดิน
และeventสุดท้ายก็จะเริ่มต้นขึ้น เมื่อตัวร้ายถูกกำจัดพระเอกก็จะได้ครองพิภพอย่างสงบสุข มีลูกมีหลาน มีครอบครัวที่แสนอบอุ่นสืบไป…
ก็นะยังไงซะพอร์ตตลาดแบบนี้ก็มีให้เห็นกันอยู่เกลื่อนเว็บนั่นแหละ ไอ้เื่ที่ว่าตัวร้ายหวังจะฆ่าพระเอกโดยการโยนลงหน้าผาบ้างโยนลงทะเลสาบบ้าง หรือไม่ก็เอาไปโยนไว้ในที่อื่นๆ ที่คิดว่าพระเอกน่าจะตายบ้าง แต่สุดท้ายด้วยสกิลร่างทองคำหมื่นปีไม่บุบสลายยังไงๆ ก็จะสามารถกลับมาโชว์เทพได้อยู่ดี
แต่กว่าที่พระเอกจะมี happy endแบบนั้นได้ตัวร้ายอย่างผมต้องถูกจับไปทรมานจนตายไม่ใช่เหรอ
[แน่นอนครับอวีเฟิงต้องตายตามบทที่ถูกกำหนดไว้ั้แ่ต้น]
‘...’
[แต่อย่างน้อยคุณสามารถใช้แต้มที่คุณมีหลีกเลี่ยงการถูกทรมานจากพระเอกได้ครับ]
แสดงว่าเก็บแต้มไว้เพื่อให้ตัวเองได้ตายแบบสบายๆ ว่างั้นเถอะ แล้วมันพอจะมีวิธีไหนที่ผมสามารถหลีกเลี่ยง Event นี้ได้บ้างไหม
[..ตอนนี้ไม่มีครับ]
เอาเถอะ ผมก็คิดไว้แล้วแหละว่าไอ้ระบบไร้ประโยชน์นี่คงไม่สามารถช่วยอะไรผมได้แน่ๆ แต่ก็ไม่เป็ไรยังไงซะตอนนี้ผมก็เริ่มปลงตกกับชีวิตนี้แล้วล่ะ ชีวิตของการเป็ตัวร้ายนี่มันช่างยากลำบากเสียจริง บางทีถ้าผมรีบๆ ตายไปซะมันอาจจะเป็วิธีที่สบายกว่าก็ได้..
[...คุณ้าดูเนื้อหาที่ไม่ปรากฏอยู่ในนิยายของอวีเฟิงออริหรือไม่]
ฮ่ะ! ทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามเื่นี้ขึ้นมาล่ะ แถมเป็เนื้อหาที่ไม่ปรากฏอยู่ในนิยายด้วย รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกลแฮะ
[....]
เอาเถอะ ไหนๆ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร
[..ระบบจะทำการเรียกดูข้อมูลเนื้อหาที่ไม่ปรากฏอยู่ในนิยายของตัวละครอวีเฟิงออริ จะสำเร็จในอีก 5 4 3 2…]
ติ๊ง!
...ตอนนี้ผมกำลังมองภาพการใช้ชีวิตประจำวันของอวีเฟิงออริ มันคงเป็่ที่ก่อตั้งสำนักจันทราพิสุทธิ์ได้ไม่นาน อวีเฟิงที่ผมเห็นในเวลานี้ช่างแตกต่างจากสิ่งที่ผมเขียนลงในนิยายอย่างสิ้นเชิง
เขาชอบร่ำสุราและกลั่นแกล้งผู้อื่นอยู่เป็นิจ มันเป็การใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยจะมีอะไรแปลกใหม่…
ภาพตัดไปที่กระท่อมหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง มีหญิงชรากำลังนั่งเย็บผ้า และมีเด็กชายตัวเล็กๆ อายุประมาณ 5-6 ขวบกำลังง่วนอยู่กับการหัดเขียนชื่อตนเองอยู่บนพื้นดินย่างมีความสุข
อวีเฟิงยืนพิงต้นไม้มองจากที่ไกลๆ ก่อนเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่เหมือนรอยยิ้มของคนที่กำลังมีความสุขอยู่เลยแม้แต่น้อย หากจะพูดให้ถูกมันเป็รอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย เหมือนกับกำลังยิ้มเย้ยหยันให้กับโชคชะตาที่แสนเลวร้ายของตัวเอง
'ทำไมสีหน้าของเขาถึงดูเ็ปขนาดนั้น..ราวกับเขาแค่ต้องทนมีลมหายใจต่อไปเท่านั้นเอง'
กลางคืนที่เงียบสงัดผู้คนหลับใหลสู่ห้วงนิทราไปหมดแล้ว อวีเฟิงเดินเข้าไปในกระท่อมหลังนั้นอย่างไร้สุ้มเสียง เขายืนมองเด็กน้อยด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยระคนเ็ป
เขายื่นมือลูบเส้นผมเด็กน้อยอย่างแ่เบา ก่อนจะเอื้อมมือไปกอดกุมมือเล็กๆ เอาไว้อย่างนุ่มนวล แล้วส่งกระแสปราณอันอบอุ่นแ่เบาเข้าไปในร่างเด็กน้อยอย่างช้าๆ จนเกือบรุ่งสางจึงผละออกแล้วเดินจากไปเพื่อใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งร่ำสุราทำตัวเสเพลหรือเที่ยวแกล้งคนนู้นคนนี้ทีอยู่เรื่อยๆ
แต่แล้วผมก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่มันไม่ปกติ คราบเืเล็กน้อยที่ติดอยู่ตรงมุมปากของอวี่เฟิงซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ไม่ควรมีอยู่..เหตุผลเดียวที่พอเป็ไปได้ก็คืออวี่เฟิงาเ็เรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว เพราะต้องขับเคลื่อนกระแสปราณจำนวนมากเข้าไปในร่างเด็กคนนั้น ร่างกายที่าเ็เป็ทุนเดิมอยู่แล้วจึงรับไม่ไหว ถึงแม้ว่าเขาจะทำตัวเหมือนปกติสักแค่ไหน มันก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของคนที่ผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างผมไปได้อยู่ดี
อวีเฟิงจะไปถ่ายเทพลังปราณให้เด็กคนนั้นทุกๆ สิบห้าวัน ซึ่งการกระทำของเขาทำให้ผมสามารถคาดเดาได้ไม่ยาก เขาส่งกระแสปราณเข้าไปในร่างของเด็กคนนั้นเพื่อผนึกจิตมาร และเด็กคนนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้เลยนอกจากหลางผิงเย่
เหตุการณ์นี้ตอบสิ่งที่ผมสงสัยได้เป็อย่างดี อะไรที่ทำให้หญิงชราที่เป็มนุษย์ธรรมดาสามารถเลี้ยงเด็กที่เป็มารชั้นสูงเช่นนี้ได้นานถึงสิบสี่ปี
อวีเฟิงไม่เคยเกลียดหลางผิงเย่ กลับกันเขาเอ็นดูผิงเย่กว่าใครๆ คนคนนี้ปูเส้นทางในอนาคตไว้ให้ผิงเย่มาั้แ่แรก และตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างแล้ว อวีเฟิงที่าเ็สาหัสเป็ทุนเดิมเขาทนมีชีวิตอยู่มาสิบกว่าปีเพื่อเลี้ยงดูหลางผิงเย่ให้เติบโต เขาทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างเส้นทางให้เด็กคนนั้นมาโดยตลอด หลางผิงเย่คือเหตุผลที่เหนี่ยวรั้งให้อวี่เฟิงยังคงต้องทนมีลมหายใจอยู่..
ตอนนี้ผมได้เข้าใจในสิ่งที่เขาอยากจะทำแล้วล่ะ เพราะอวีเฟิงรู้ตัวดีว่าเขาจะสามารถมีลมหายใจอยู่ได้นานที่สุดเท่าไหร่เขาจึงไม่เคยตอบรับความรู้สึกของซางเย่เสมอมา และต้องคอยทำเหมือนใจร้ายกับผิงเย่มาโดยตลอด เพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกฝ่ายจะได้ไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำเขาเพื่อขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่เขาได้ปูทางเอาไว้ให้ั้แ่แรก
..ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกกำหนดเอาไว้ั้แ่ต้นแล้ว รอแค่เวลาที่จะทำตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น เฮ้อ! ต้องมีความรู้สึกยังไงถึงจะสามารถทำให้คนคนหนึ่งยอมทำได้ถึงขนาดนี้ ใช่จะรักจนหมดใจ? หรือรู้สึกผิดจนไม่อาจชดใช้ไหว?
พอเถอะ…
ระบบผมไม่อยากดูต่อแล้ว
[คุณแน่ใจแล้วหรือ]
อืม แน่ใจไม่มีประโยชน์ที่จะดูต่อไปอีก...ถึงยังไงผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไปเถอะ
[...รับทราบ]
ทั้งๆ ที่ร่างกายของอวีเฟิงาเ็อยู่แท้ๆ แล้วทำไมผมที่อยู่ในร่างของเขาถึงไม่ได้รู้สึกถึงอาการาเ็เลยล่ะ
[นั่นเป็เพราะอวีเฟิงออริได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันก่อนที่เนื้อเื่หลักจะเริ่มต้นขึ้น ระบบจึงทำการเปลี่ยนแปลงค่าสถานะของอวี่เฟิงใหม่ทั้งหมด ก่อนที่จะพาดวงิญญาของคุณมาอยู่ในร่างนี้เพื่อดำเนิน Event หลักต่อไป]
งั้นเหรอ เขาจากไปอย่างสงบแล้วสินะ..ตัวร้ายในนิยายของผมน่ะ..
[...]
•
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาผมเริ่มเคี่ยวเข็ญพระเอกให้เก่งขึ้นด้วยวิธีต่างๆ ถึงแม้วิธีของผมมันจะดูสปาต้าไปหน่อยก็เถอะ แต่มันจะมีประโยชน์ต่อพระเอกในอนาคตอย่างแน่นอน
ไม่ว่าพระเอกจะทำผิดเล็กน้อยขนาดไหน ผมก็จะลงโทษเขาอย่างหนักเสมอเพื่อเป็การฝึกเขาไปในตัว ไม่ว่าจะจับโยนลงเหวแล้วบอกให้ปีนขึ้นมาด้วยกำลังของตนเอง จับไปโยนไว้กลางมหาสมุทรแล้วบอกให้เขาว่ายน้ำกลับมา หรือแม้แต่หิ้วไปโยนไว้กลางทะเลทราย ในห้วงอเวจี ในูเาน้ำแข็งที่มีหิมะตกตลอดทั้งปี แล้วบอกให้หาทางกลับมาด้วยขาของตนเองก็ทำมาหมดแล้ว
และยังถือว่าโชคดีที่ผมมีตัวช่วยเื่นี้อยู่มากพอสมควร ลูกใครหลานใครหากไม่อยากให้ตายก็สอนกันเอาเองแล้วกัน เพราะตอนนี้ผมจะไม่สอนอะไร สิ่งที่ผมจะทำมีแค่ลงโทษพระเอกอย่างเดียวเท่านั้น
"น้องเล็กเ้าไม่คิดการว่าลงโทษผิงเย่มันหนักไปหน่อยหรือ"หลางอ้าวเทียนถามขึ้น
"หากท่านกังวลก็สอนให้เขาเก่งขึ้นสิ"
"เฮ้อ! ก็ใช่ว่าข้าจะไม่สอน และข้าก็มิได้กังวลว่าเขาจะตายแต่ข้าเพียงอยากรู้ว่าเ้าคิดจะทำอะไรกันแน่"
"แล้วท่านคิดว่าอย่างไรเล่า..พี่ใหญ่สิ่งใดที่ควรเกิดจะช้าจะเร็วมันย่อมต้องเกิด"
"แต่อย่างน้อยเ้าก็ควรอธิบายให้เด็กคนนั้นเข้าใจ เพราะเขาอาจจะเกลียดเ้าเข้าสักวัน"
"..แล้วถ้าหากข้าบอกว่านั่นคือสิ่งที่ข้า้าเล่าท่านจะโกรธข้าหรือไม่"
"ถึงข้ายังไม่รู้ว่าเ้ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ แต่ถ้าหากเด็กนั่นกล้าคิดร้ายต่อเ้าไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมข้าก็จะไม่มีทางปล่อยเขาเอาไว้ ต่อให้นั่นจะเป็ลูกชายเพียงคนเดียวของข้าก็ตามที"
"มันไม่มีประโยชน์ใดที่ท่านจะทำเช่นนั้นหรอกพี่ใหญ่ ท่านน่าจะคาดเดาได้ว่าข้าอยู่ได้อีกไม่นานนัก การที่ข้ายังคงมีลมหายใจอยู่จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเกินความคาดหมายแล้ว อย่างไรเสียร่างนี้ก็จำต้องสูญสลายในอีกไม่ช้า มิสู้ใช้มันปูเส้นทางสู่อนาคตให้หลานข้าไม่ดีกว่าหรือ"
“..เ้าช่างใจร้ายยิ่งน้องเล็ก”
“...”
ผมทำได้แค่เงียบเพราะผมไม่ใช่อวี่เฟิง..น้องเล็กของเขา ทุกสิ่งที่ผมพูดกับเขาในวันนี้คือความรู้สึกนึกคิดของอวี่เฟิงออริที่ยังคงหลงเหลืออยู่เท่านั้น ยังไงซะความ้าของอวีเฟิงออริกับสิ่งที่ผมจำเป็ต้องทำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ต่อจากนี้มันก็เป็ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งสิ้น ทุกอย่างจะต้องดำเนินต่อไปในทิศทางที่มันควรจะเป็ที่สุด..มันก็แค่นั้น
จะบอกว่าผมใจร้ายก็ได้ แต่ผมว่าฉากจบของตัวร้ายในนิยายมันก็ควรจะเป็แบบนี้อยู่แล้ว..ไม่ใช่หรือไงล่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
หากชอบอย่าลืม comment เป็กำลังใจให้นางด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ