ณ ท้องพระโรง
“ฝ่าา ทหารของแคว้นอ้ายฉีได้รับการฝึกฝนและมีความแข็งแกร่งยิ่ง ข้าพเ้าคิดว่าควรรับข้อเสนอการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีครั้งนี้”
เสนาบดีกรมพระคลังหลวง ก้าวออกมาถวายความคิดเห็นเป็คนแรก เขาเป็บิดาของหวงกุ้ยเฟยจึงยินดีเป็อย่างยิ่งหากองค์หญิงปิงหลินจะถูกขจัดออกไปให้พ้นทางตำแหน่งฮองเฮาของธิดาตน
“กระหม่อมเห็นด้วยกับท่านเสนาบดี การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีครั้งนี้ เพื่อเป็การหลีกเลี่ยงา ประชาชนแคว้นฉู่ของเราจะได้ไม่าเ็ล้มตาย”
ราชครูฟูเหยารีบสนับสนุนขึ้นทันที เพราะธิดาของตัวได้เป็กุ้ยเฟยแล้ว หากไม่มีองค์หญิงปิงหลิน โอกาสที่กุ้ยเฟยจะย่างขึ้นเป็ฮองเฮาก็มีมากขึ้น
“ขอให้พระองค์ทรงโปรดพิจารณาให้ท่านหญิงปิงหลินแต่งงานกับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นอ้ายซีด้วยเถิดพระเ้าค่ะ”
เสียงของบรรดาเหล่าขุนนางอีกมากมายที่ถวายข้อคิดเห็นไปในทางเดียวกัน
ผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือคนทั้งปวง มีสีพระพักตร์เคร่งเครียด เพราะพระองค์ทรงตามใจลูกสาวมากเกินไป จึงทำให้นางสร้างความไม่พอใจแก่เหล่าสนมในวังหลังเป็อันมาก ส่งผลกระทบมาถึงส่วนหน้าเหล่าขุนนางจึงบีบให้พระองค์กำจัดองค์หญิงปิงหลินออกจากวังหลวงให้ได้! เพราะความรักที่มีให้นางมากกว่าลูกคนอื่นแท้ ๆ จึงเป็การทำร้ายนางทางอ้อม
หากปิงหลินต้องแต่งงานไปอยู่แคว้นอ้ายฉี ด้วยนิสัยที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจมาั้แ่เด็กนางต้องได้รับความลำบากมิใช่น้อย และอยู่ไกลเกินกว่าที่พระองค์จะเอื้อมพระหัตถ์ไปปกป้องคุ้มครองเหมือนเช่นเคยได้
แต่ถ้าหากพระองค์ทรงคัดค้าน ไม่ยอมให้องค์หญิงปิงหลินแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ก็จะเกิดคำครหาได้ว่า เป็ฮ่องเต้ที่ทรงไร้คุณธรรมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม และเมื่อเกิดาราษฎรล้มตายเป็จำนวนมาก องค์หญิงปิงหลินก็คงจะถูกตราหน้าว่าเป็ – องค์หญิงแห่งเภทภัย – ชักนำภัยพิบัดมาสู่แคว้นฉู่
“เฮ่อ....”
ฮ่องเต้ฉู่ถอนพระทัย ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ล้วนทำให้พระองค์เป็ทุกข์ทั้งสิ้น
“เรียนเสด็จพ่อ กระหม่อมมีความเห็นต่าง แคว้นอ้ายฉีเป็เพียงเล็ก ๆ แต่บังอาจมาสู่ขอองค์หญิงเพียงองค์เดียวของแคว้นเรา แสดงให้เห็นถึงการหยามเกียรติพระองค์ หากเรายอมรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีนี้ ก็เท่ากับว่าเรายอมอ่อนให้ แคว้นอ้ายฉีก็จะเหิมเกริมมากขึ้น แล้วยกทัพมาตีแคว้นเราในที่สุด”
องค์ชายรัชทายาทถวายความคิดเห็น เขาไม่ได้้าเพียงช่วยเหลือน้องสาวแท้ ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่เขาพูดเป็ความจริง หากบรรดาขุนนางทั้งหลายไม่ถูกความโลภปิดหูปิดตาอยากจะสนับสนุนให้ลูกสาวตนครองตำแหน่งฮองเฮา ก็คงจะมีความเห็นเช่นเดียวกับเขาเป็แน่
“เรียนฝ่าา นั่นเป็การคาดการณ์ขององค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น และอาจจะเป็ความคิดเห็นของพี่ชายที่อยากจะปกป้องน้องสาวสายเืเดียวกัน ขอพระองค์โปรดใคร่ครวญอย่างยุติธรรม และเห็นแก่ราษฎรเป็ที่ตั้งพะย่ะค่ะ”
เพราะหวงกุ้ยเฟยทรงเป็ที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้เป็อย่างมาก เสนาบดีกรมพระคลังหลวงจึงรีบทูลทักท้วงอย่างไม่เกรงกลัว
พอสิ้นคำของเสนาบดีกรมพระคลังหลวงบรรดาขุนนางทั้งหลายก็ส่งเสียงแซ่เซ็งสนับสนุนขึ้น ฮ่องเต้จึงได้แต่ถอนพระทัยออกมา จากนั้นก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่งขึ้นเสียงเ่าั้จึงเงียบลงแล้วพระองค์จึงตรัสออกมาว่า
“เอาเถอะ เื่นี้พวกเราค่อยหารือกันอีกที”
เมื่อตรัสจบฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นเดินกลับไปยังห้องทรงงานอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เหล่าขุนนางได้เอ่ยปากทักท้วงได้
ขณะที่ทุกท่านหมอบถวายพระพรลา เสนาบดีกรมพระคลังหลวงลอบสบตากับราชครูฟูเหยา ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว อย่างไรเสียองค์หญิงต้องแต่งไปที่แคว้นอ้ายฉีแน่นอน!
..................................จบตอน.................................................