“พรึบ”
ท่ามกลางป่าที่เงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำตกไหลซู่ที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย เสียงบางอย่างดังขึ้นทำลายความสงบพร้อมกับเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
โนบลินยืนอยู่ด้านหลังอุปกรณ์แปลกๆ ที่หน้าตาคล้ายหน้าไม้ แต่มีขนาดใหญ่กว่าจนไม่สามารถถือได้ไหวและต้องมีขาตั้งเพื่อเป็ฐานในขณะใช้งาน้าของหน้าไม้ั์นี้ติดตั้งบางอย่างที่คล้าย ๆ กล่องสี่เหลี่ยมที่ทำจากไม้ดานในบรรจุลูกศรขนาดยาวประมาณ 1 ฟุตตรงปลายหัวลูกศรที่ปกติจะต้องมีปลายแหลมกลับพันหุ้มไว้ด้วยผ้าที่ด้านในยัดไว้ด้วยสำลีนุ่ม
อุปกรณ์นี้คือเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกของเพื่อนๆ ให้เร็วยิ่งขึ้นได้ตามที่โนบลินบอก มันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหลบหลีกได้อย่างมาก
ก็แน่นอนล่ะสิเล่นยิงลูกดอกได้เร็วและแรงแถมยังยิงได้ครั้งละห้าดอกแบบนี้คงต้องมีทักษะหลบหลีกที่สูงพอสมควรถึงจะไม่โดนลูกดอกกระแทกเอา
“ปุ้ก!!”เสียงหนึ่งดังขึ้น “โอ้ย.!” ตามมาด้วยเสียงะโอย่างเ็ปของบางคน
“อีกแล้วนะพอลนี่นายไม่คิดจะหลบลูกดอกพวกนี้เลยหรือยังไงกัน?” บันถามขึ้นขำๆเมื่อเห็นเพื่อนร่างใหญ่ของเขาโดนลูกดอกปลายนุ่มกระแทกเข้าที่หน้าผากและหน้าอกอย่างจัง
“โอ้ยก็มันยากนี่นา จะให้มาหมุนตัวหรือกลิ้งไปตามพื้นอย่างพวกนายน่ะ ฉันทำไม่ได้หรอกลูกผู้ชายมันต้องพุ่งเข้าชนตรง ๆ เซ่!” พอลแย้งขึ้นอย่างไม่ลดราวาศอกพอลคิดว่ารูปแบบของลูกผู้ชายตัวจริงคือพุ่งเข้าชนตรง ๆไม่ต้องหลบเลี่ยงให้เสียเวลา
“แต่ถ้าเมื่อกี้เป็ลูกดอกทั่วไปนายคงตายจนไม่สามารถตายได้อีกแล้วนะ” เรซเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจ
“เอาน่า ๆยังไงซะรูปแบบการฝึกของโนบลินที่ฉันได้ก็มีการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายและิัด้วยเพราะอย่างนั้นลูกดอกแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า”
พอลบอกอย่างภูมิใจพลางเอามือลูบตรงจุดที่โนลูกดอกเบาๆ เหมือนอาการคันมากกว่าเจ็บซึ่งถือว่าเป็เื่ที่มหัศจรรย์มากที่เดียวเพราะถึงแม้ลูกดอกนั้นจะหุ้มไว้ด้วยผ้าและสำลีที่นุ่มนิ่มแต่ด้วยความแรงของการยิงด้วยเครื่องยิงนั้นอย่างน้อย ๆ ก็รุนแรงพอ ๆกับโดนเซบัปพุ่งชน แต่พอลกลับทำท่าเหมือนโดนใบไม้ไหวมาสะกิดเท่านั้นเอง
“เอา ๆ ก็ได้ ๆฉันยอมละ จะพุ่งชนก็พุ่งชนไปเลยคนเดียว” เรซยอมแพ้อย่างปลง ๆ
นับจากที่เริ่มการฝึกตามรูปแบบที่ได้รับจากโนบลินมาถึงตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบเดือนแล้วตอนนี้ทุกคนมีพัฒนาการในการฝึกอย่างรวดเร็วตามสายตาของโนบลินรูปแบบการฝึกที่มีความคล้ายคลึงกันใน่แรกนั้นเริ่มมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ใน่สัปดาห์ที่สอง
จน่ท้ายของสัปดาห์ที่สามทุกๆคนล้วนฝึกฝนกันไปตามรูปแบบที่แตกต่างกันรวมไปถึงการฝึกร่วมกับอาวุธประจำตัวที่โนบลินใช้เวลาใน่ที่ทุกคนฝึกนั้นออกไปรวบรวมวัตถุดิบที่หาได้รอบๆ มาสร้างเป็อาวุธระดับ D ให้แก่เพื่อน ๆ ทุกคน
เรซนั้นได้รับหอกไม้ขนาดพอดีมือความยาวเมื่อตั้งกับพื้นนั้นมีความสูงกว่าหัวของเขาเกือบฟุตด้ามหอกทำจากไม้สีแดงเข้มจนเกือบดำเนื้อแข็งมากแต่มีความเหนียวของเนื้อไม้ที่สูงกว่าไม้ทั่วๆ ไป ปลายหอกด้านหนึ่งมีใบมีดแหลมคมขนาดความยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือติดอยู่ด้านท้ายมีโลหะลักษณะคล้ายหัวลูกศรติดอยู่
พอลได้รับขวานสองคมอันใหญ่ที่โนบลินบอกว่าตีขึ้นจากแร่เหล็กผสมกับไอโรนีเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้นจนทำให้พอลเดินยืดอกอย่างพอใจในอาวุธตัวเองที่มีส่วนผสมของแร่หายากแต่ในตอนท้ายพอลถึงกับสะอึกกับเงื่อนไขของโนบลินที่ว่า ‘ถ้าฝึกใช้ได้ไม่คล่องในหนึ่งเดือนนี้เขาจะยึดขวานนี้คืนไป’
บันได้รับธนูสั้นที่พกพาง่ายและใช้ได้สะดวกเนื่องจากความเร็วในการยิงที่สูงอีกทั้งขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไปจนทำให้เทอะทะเมื่อจะตั้งศูนย์ยิงคันธนูทำมาจากไม้เนื้อแข็งที่มีเนื้อไม้สีแดงเข้มคล้ายกับหอกของเรซสายธนูนั้นทำมาจากเถาวัลย์พิเศษที่มีความเหนียวเป็อย่างมากลูกธนูอีกหลายดอกที่เหลาจากไม้เนื้อแข็งเช่นกันทำให้ความแข็งแรงของมันนั้นจัดอยู่ในระดับที่สูง หัวลูกศรใช้แร่โลหะที่หาได้ใกล้ ๆหลอมขึ้นมาจนแหลมคมและมีจะงอยแหลมโค้งยื่นออกมาจากด้านท้ายของหัวลูกศรถ้าใครถูกยิงด้วยลูกศรนี้แล้วละก็อย่าหวังว่าจะดึงออกได้ง่าย ๆ
แอลนั้นได้รับมีดสั้นความยาวไม่ถึงหนึ่งฟุตมาสองเล่มซึ่งด้ามมีทั้งสองนั้นสามารถต่อกันได้และทำให้มีดคู่กลายเป็อาวุธขว้างคล้าย ๆมุมเบอแรงเพื่อการจู่โจมระยะไกลได้อีกด้วยนอกจากนั้นโรบลินได้ซ่อนกลไกไว้ในด้ามมีด เมื่อทำการกดปุ่มที่ด้ามมีดจะเป็การปลดสลักใบมีดให้หลุดออกเผยให้เห็นโซ่เหล็กเส้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมติดอยู่ยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่งทำให้มีดสั้นเปลี่ยนรูปร่างไปเป็แส้เหล็กที่ด้านปลายแส้มีใบมีดแหลมคมติดอยู่
“ตอนนี้ก็เลยกำหนดเวลาหนึ่งเดือนมาเกือบๆ สัปดาห์แล้วพวกนายคิดว่าพร้อมหรือยัง” โนบลินถามขึ้นกลางวงอาหารกลางวันบนลานหินข้างน้ำตกในป่า
“หืม? พร้อมสำหรับอะไรเหรอโนบลิน” เรซถามอย่างงง ๆ
“การเข้าไปในเขตป่าลึกอีกครั้ง”โนบลินพูดพลางส่งสายตาไปยังทิศทางของแนวป่าลึกที่มีต้นไม้ขึ้นแน่นขนัด
“อะ..เอ่อพวกเราคิดว่าพวกเราเริ่มต่อสู้ได้ดีขึ้นนะ แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าพร้อมหรือยัง”
บันตอบอย่างกล้า ๆกลัว ๆ เพราะถึงแม้จะฝึกหนักมาสักพักใหญ่ ๆ แต่ความรู้สึกในตอนที่พบกับพวก Darkknight นั้นยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่เรื่อย ๆ
“ถ้าอย่างนั้นเรามาลองจัดการเซบัปซักตัวดีไหม ถือเป็การทดสอบฝีมือด้วย” โนบลินเอ่ยถามขึ้น
“อืม ฉันเห็นด้วยถ้าสำเร็จเราจะได้มีเนื้อเซบัปกินกันอย่างเต็มที่ไปเลยฉันอยากลองกินสเต็กเนื้อเซบัปมานานแล้ว”พอลเห็นด้วยกับโนบลินอย่างเต็มที่ในขณะที่แอลก็พยักหน้าเป็เชิงคล้อยตามในขณะที่สองมือกำด้ามมีดสั้นไว้แน่น
หลังจากเสร็จสิ้นมื้อกลางวันแล้วเด็กๆพากันเก็บข้างของและออกเดินทางเข้าไปในเขตป่าลึกที่มีความหลังที่ไม่น่าจดจำอีกครั้งทุกคนต่างถืออาวุธของตนเองอย่างมุ่งมั่น
พอลคือขวานสองคมอันใหญ่เดินนำหน้ากลุ่มไปตามมาด้วยแอลที่ถือมีดคู่และบันที่ถือธนูสั้นและมีลูกศรไม้พาดอยู่ต่อมาคือโนบลินที่เดินตัวเปล่าจนเพื่อน ๆ สงสัยว่าอาวุธของเขาคืออะไร ปิดท้ายด้วยเรซที่ถือหอกด้วยมือขวาปลายหอกชี้ลงที่พื้นด้านหลังเดินปิดท้ายขบวนมา
การเดินทางเข้าเขตป่าลึกในครั้งนี้แตกต่างจากที่เคยเข้ามาซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาใช้วิธีเดินเลียบตามชายขอบของเขตป่าลึกแต่คราวนี้ทุกคนพากันมุ่งตรงเข้าไปในเขตป่าลึกเข้าไปเรื่อย ๆเพื่อค้นหาสัตว์ร้ายที่เป็เป้าหมาย เ้าหมูเขี้ยวยาวเซบัปหลังจากเดินหาอยู่เกือบชั่วโมงโชคก็เข้าข้างกลุ่มเด็ก ๆแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่...
เซบัปหมูป่าเขี้ยวยาวตัวเขื่อง ความยาวของมันน่าจะเกือบ ๆ สองเมตรในขณะที่ความสูงมันมากกว่าหนึ่งเมตรกำลังใช้เขี้ยวยาวของมันขุดหารากไม้หัวมันในดินขึ้นมากินเป็อาหาร
โดยธรรมชาติแล้วเซบัปเป็สัตว์กินพืชและไม่ค่อยทำตัวเกะกะระรานใครปกติแล้วพวกนักเวทนักผจญภัยที่เดินทางผ่านป่าลึกนี้จะไม่ค่อยยุ่งกับเซบัปและเซบัปเองก็ไม่ยุ่งกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่นกัน
เขี้ยวโง้งยาวของมันมีไว้เพื่อใช้ขุดหาของกินแต่ความสามารถพิเศษของเขี้ยวเซบัปคือตรวจจับรังสีมุ่งร้ายที่แผ่ออกมาโดยสิ่งมีชีวิตในระยะรอบๆ ตัวนั่นทำให้มันรู้สึกถึงอันตรายที่จะกล้ำกรายก่อนที่ศัตรูจะบุกถึงตัวและเขี้ยวขุดมันของเซบัปก็จะเปลี่ยนเป็อาวุธอันตรายที่ทะลวงได้แม้แต่เกราะระดับD
พอลส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดเดินและนั่งลงหลบอยู่หลังพุ่มไม้จากนั้นหันหน้ามาเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับแผนในการจัดการเซบัปตรงหน้าแต่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ในทันที เพราะทั้งห้าคนไม่มีใครมีประสบการณ์ในการล่าเลยสักคนกลุ่มเด็ก ๆ จึงทำได้เพียงหันมองหน้ากันเลิกลัก
“ให้ฉันลองยิงมันดูไหม”บันขันอาสาเปิดฉากเป็คนแรก
“ถ้าเล็งที่จุดตายเราอาจจะจัดการมันได้ในครั้งเดียวก็ได้นะ”เขาอธิบายอย่างค่อนข้างมั่นใจในฝีมือการยิงธนูของตัวเอง
“อืมฉันก็ว่าเป็ความคิดที่ดีนะ” พอลเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย
“แล้วถ้าพลาดล่ะ”เรซถามขึ้นมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“อย่างนั้นให้พอลไปดักรอตรงช่องระหว่างต้นไม้สองต้นนั้นฉันเห็นรอยที่เซบัปเดินมา เพราะฉะนั้นถ้ามันใมันก็คงวิ่งกลับไปทางนั้นแน่นอนที่นายต้องทำก็แค่หวดมันให้เต็มแรงระหว่างที่มันวิ่งผ่านช่องนั้น”โนบลินบอกแผนให้เพื่อนได้รู้
“แต่ถ้ายังพลาดอีกเรซนายต้องไปดักอีกจุด ฝั่งตรงข้ามกับพอลถ้าเซบัปมันหลบการโจมตีของพอลได้มันอาจจะวิ่งย้อนกลับมาอีกทางคราวนี้ก็ถึงตานายแล้ว” หลังจากได้ฟังแผนเรซก็พยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ
“แล้ว..ฉันล่ะ”แอลถามขึ้นเบา ๆ เพราะตอนนี้เขายังไม่มีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
“เอ่อ...ฉันขอโทษทีนะแอลฉันยังนึกไม่ออกว่าจะให้นายทำอะไร เพราะฉันเองก็ไม่เก่งเื่วางแผนซะด้วย”โนบลินตอบอย่างจนใจ
“อย่างนั้น..ฉันว่านายเป็คนคอยก่อกวนและบังคับให้เซบัปวิ่งไปตรงจุดที่เราวางไว้แล้วกันนะ” เรซตอบอย่างประหม่าเพราะนี่เป็แค่หน้าที่เดียวที่เขาคิดว่าน่าจะให้แอลทำซึ่งมันดูไม่ค่อยเป็ชิ้นเป็อันเท่าไหร่แต่ถึงอย่างนั้นแอลก็ยังพยักหน้ารับอย่างยินดี อย่างน้อยเขาก็พอจะรู้ว่าควรทำอะไร
เมื่อตกลงหน้าที่ที่แต่ละคนต้องทำได้แล้วทั้งพอลและเรซจึงค่อย ๆ อ้อมไปซุ่มอยู่ที่จุดของตัวเองในขณะที่แอลย่องไปซุ่มตรงกลางระหว่างพอลกับเรซ ในส่วนของบันนั้นเขานำลูกธนูออกมาพาดกับคันธนูจากนั้นคุกเข่าลงกับพื้นดินพร้อมกับรั้งสายธนูจนสุดแรง
ลมหายใจของบันเริ่มเบาลงทุกทีพร้อมกับสองตาที่พริ้มหลับบันกำหนดลมหายใจอยู่สักพักจากนั้นพลันลืมตาขึ้นทันทีพร้อมกับมือซ้ายที่กุมคันธนูแน่นนั้นขยับเล็กน้อยเพื่อให้ตรงเป้าจากนั้นมือขวาที่รั้งสายธนูพลันปล่อยจนเกิดเสียงดัง “ผึง” อยู่ข้างหู
ลูกศรที่สร้างจากไม้เนื้อแข็งพุ่งทะยานเข้าไปหาเซบัปที่กำลังหารากไม่กินอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเมื่อเข้าไปในระยะห้าเมตรเซบัปพลันมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมันยกหัวที่กำลังคุ้นดินอยู่ขึ้นและมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย
แต่กว่าเซบัปผู้โชคร้ายนั้นจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นลูกธนูแหลมก็พุ่งเข้าไปปักที่ลำคอของมันอย่างแรงจนมันเซถลาไปตามแรงจากนั้นจึงนิ่งไปบันยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเพราะการยิงเมื่อสักคู่นั้นเข้าเป่าที่เขาเล็งไว้อย่างพอดิบพอดี
แต่ในขณะที่เขาเก็บธนูเข้ากับซองธนูนั้นเองเซบัปพลันลุกขึ้นยืน ลูกธนูดอกยาวยังคงปักอยู่ที่คอของมันมีเืไหลออกมาเล็กน้อยด้วยความที่ิัของเซบัปนั้นมีความแข็งแรงเป็อย่างมาก จนถือเป็วัตถุดิบที่สำคัญในการสร้างเครื่องป้องกันั้แ่ระดับDถึงระดับ C เลยทีเดียว
ถึงแม้บันจะผ่านการฝึกฝนมาไม่น้อยรวมถึงได้อาวุธที่โนบลินสร้างขึ้นมาให้แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเซบัปได้มากเท่าที่ควรลูกธนูเจาะเข้าไปในลำคอของเซบัปได้เพียงสองถึงสามนิ้วเท่านั้นเองเ้าเขี้ยวโง้งลุกขึ้นมาอย่างง ๆ และออกวิ่งอย่างเร็วไปทางที่พอลยืนอยู่
‘เอาละนะ’พอลคิดในใจพร้อมทั้งกระชับขวานในมือแน่นเตรียมพร้อมสำหรับการเหวี่ยงให้เต็มแรงในทีเดียว
เซบัปเขี้ยวยาววิ่งหนีอย่างสุดแรงมายังทิศทางของช่องว่างระหว่างต้นไม้ที่พอลยืนรออยู่ระหว่างนั้นลูกศรไม้ที่ปักอยู่ที่คอของมันก็ไปเกี่ยวกับต้นไม้ด้านข้างอย่างแรงจนก้านลูกศรหักหล่นอยู่ที่พื้นความเ็ปจากลูกศรทำให้เซบัปถึงกับร้องคำรามออกมาและเพิ่มความเร็วขึ้นอีก
พอลเห็นดังนั้นจึงเงื้อขวานสองคมขึ้นเหนือหัวพร้อมทั้งใช้สองมือกุมด้ามจับของขวานไว้แน่นเตรียมพร้อมที่จะฟันปิดงานในฉับเดียว ลมหายใจค่อย ๆ เบาลงช้า ๆและเมื่อกำหนดจังหวะได้แล้วพอลจึงหลับตวัดมือที่กุมด้ามขวานลงอย่างเร็ว
เสียงขวานเหล็กสองคมอันใหญ่เขื่องกระแทกพื้นดังโครมใหญ่ความรุนแรงในการฟันครั้งนี้ทำให้พื้นดินตรงหน้ายุบลงเป็หลุมขนาดที่จะให้เซบัปนั้นลงไปนอนได้ทั้งตัวนี่คือผลของการฝึกตามแนวทางของโนบลินที่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์
พอลเปิดตาขึ้นช้า ๆเพื่อมองภาพของเซบัปที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นให้ชัดตาแต่แล้วสองหูพลันได้ยินเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของเซบัปอีกครั้งภาพที่เห็นคือเซบัปตัวนั้นล้มตัวนอนอยู่ห่างจากหลุมที่เกิดจากการฟันของพอลประมาณหนึ่งเมตรพื้นดินด้านหลังของมันมีรอยไถลยาวเกือบสองเมตร
ในจังหวะที่อันตรายที่สุดแต่เขี้ยวของเซบัปยังคงจับสัญญาณถึงอันตรายที่รออยู่ตรงหน้าได้จนมันตัดสินใจหยุดวิ่งทำให้ตัวมันไถลมาด้านหน้าแต่ก็ยังทันที่จะรอดพ้นจากการฟันของพอลได้อย่างหวุดหวิด
เซบัปลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่รอช้ามันหันหน้าวิ่งหนีไปจากจุดที่พอลเฝ้าอยู่ไปอีกทางหนึ่งซึ่งเรซดักซุ่มอยู่ทำให้เรซต้องเรียกสติกลับมาให้ตัวเองตื่นตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ระหว่างที่เซบัปนั้นวิ่งเข้ามาหาเขาพยายามคิดถึงความเป็ไปได้ต่าง ๆ นานาเพื่อหาวิธีป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
“เรซ เตรียมแทง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ หูอย่างแ่เบาแต่ชัดเจน เรซจำได้ว่านั่นคือเสียงที่คุ้นเคยของแอลพอหันไปมองตามทิศทางที่มีของเสียงปรากฏว่าแอลได้เคลื่อนที่ไปไกลแล้วการเคลื่อนที่ของแอลนั้นทั้งรวดเร็วและแ่เบาจนแทบจะไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดๆ
แอลเคลื่อนตัวไปถึงจะจุดซุ่มที่อยู่ระหว่างเรซและเซบัปที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงจากนั้นหันหน้ามาส่งสัญญาณให้เรซเตรียมพร้อม
เมื่อเซบัปเริ่มเข้ามาใกล้แอลพยายามตั้งสมาธิหลับตาและผ่อนลมหายใจ จนเรซแทบจะไม่รู้สึกถึงตัวตนของแอลทั้ง ๆ ที่ยืนจ้องอยู่แท้ๆ เขาไม่รู้ว่าแอลทำได้อย่างไรแต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้มันสุดยอดมาก
ทันใดนั้นแอลลืมตาขึ้นและวาดมือที่กุมมีดสั้นอยู่ออกไปอย่างเร็วเกิดเสียงดัง “กริ๊ก” เบา ๆ ขึ้น จากนั้นคมมีดของแอลพลันหลุดออกจากด้ามและพุ่งไปปักที่ต้นไม้ดานหน้าอย่างแรงจนโซ่ที่เชื่อมต่อระหว่างใบมีดและด้ามนั้นยืดตรงจนตึง
เซบัปโชคร้ายที่ไม่สามารถััได้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากแอลไม่ได้ตั้งจิตคิดร้ายต่อเซบัปแต่เขาเพียงตั้งใจเหวี่ยงคมมีดไปปักที่ต้นไม้เท่านั้นจึงไม่มีจิตสังหารเกิดขึ้นให้เ้าเขี้ยวโง้งนั้นได้รู้สึกตัว
กว่าจะเห็นว่ามีโซ่เหล็กสายหนึ่งมาขวางหน้าก็สายเกินไปเสียแล้วขาหน้าของเซบัปที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงไปสะดุดเอากับโซ่เหล็กจนตัวมันลองขึ้นจากพื้นและพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วยิ่งกว่าเข้าหาเรซที่รออยู่
ฝ่ายเรซที่ดักซุ่มอยู่เมื่อได้รับสัญญาณจากแอลเขาจึงออกจากที่ซ่อนและถือหอกยาวเอาไว้มั่นตั้งสมาธิและเพ่งไปที่จุดเป้าหมายมอทั้งสองกุมที่ด้ามหอกอย่างแรงจนเส้นเืปูดออกมารอจังหวะที่สำคัญอย่างจดจ่อ จนเห็นเซบัปที่ลอยมานั้นเริ่มส่งเสียงร้องคำรามเป็เชิงขู่ออกมา
ภาพที่ทุกคนเห็นคือเซบัปตัวโตพุ่งเข้าชนกับเรซที่ยืนขวางอยู่อย่างรุนแรงจนร่างของทั้งคู่พุ่งกระเด็นไปด้านหลังและแน่นิ่งไป...ความใและความสับสนปิดกั้นไม่ให้ทุกคนส่งเสียงใดๆ ออกมาได้ จนโนบลินที่ได้สติก่อนและวิ่งเข้าไปดูอาการของเพื่อน
"เรซเป็ยังไงบ้าง!!"
โนบลินะโขึ้นด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับวิ่งเข้าไปที่จุดที่เรซถูกเซบัปทับอยู่ทั้งเรซและเซบัปต่างนอนนิ่งไม่ไหวติง กลิ่นคาวเืโชยออกมาจนบันที่ยืนอยู่ถึงกับเข่าทรุดลงไปกับพื้น พอลยืนตัวสั่นปล่อยคมขวานลงไปกระทบพื้น
"นะ..นี่เรซปลอดภัยรึเปล่า" แอลพูดขึ้นมาเสียงเครือ
"อึ..อือ..."เสียงดังลอดออกมาจากใต้ท้องของเซบัป ทำเอาทุกคนใจนทำอะไรไม่ถูก"แต่ว่า..มันหนักนะ ช่วยทีสิ" เสียงเรซดังออกมาอีก
ทุกคนต่างช่วยกันพลิกร่างของเซบัปออกไปจากตัวเรซจนสังเกตเห็นหอกของเขาที่ปักอยู่ในร่างของมัน จากทางปากเข้าไปตลอดตัวทำให้มันเคลื่อนไหวไม่ได้อีกต่อไป
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาจังหวะที่เซบัปอ้าปากร้องคำรามนั้นเองปลายหอกแหลมของเรซได้พุ่งเข้าไปในปากของมันและทะลวงเข้าไปในร่างของเซบัปอย่างแรง
ด้วยแรงหมุนจากการบิดข้อมือของเรซทำให้อวัยวะภายในของเซบัปถูกทำลายและทำให้มันสิ้นใจในทันทีแต่ถึงอย่างนั้นเรซก็หลบไม่พ้นจากแนวการพุ่งตัวของมันจนถูกชนเข้าอย่างจังและลงท้ายด้วยการโดนทับอยู่ใต้ร่างใหญ่โตของเซบัปอย่างที่เห็น
เมื่อเรซอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนๆ ได้ฟังจนเข้าใจกันแล้ว โนบลินจึงบอกให้เพื่อน ๆ ช่วยกันแล่เก็บชิ้นส่วนของเซบัปกันอย่างรวดเร็วเพราะเวลาในตอนนี้ก็บ่ายแก่ ๆ แล้วต้องรีบเก็บและเดินทางกลับกันเสียที
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นโนบลินก็ยังบอกให้เพื่อนๆ เก็บชิ้นส่วนของเซบัปมาเกือบทั้งหมดเพราะเซบัปถือเป็สัตว์ร้ายที่สามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งตัว
ทั้งเนื้อที่มีรสชาติดีเืและกระดูกของมัน สามารถนำไปทำยาได้หลายสูตรหนังของมันมีความเหนียวทนทานแม้จะบางเพียงไม่ถึง 1 นิ้วนั่นทำให้หนังของเซบัปเป็ที่นิยมในการสร้างเครื่องป้องกันเป็อย่างมาก
และส่วนที่สำคัญที่ทุกคนไม่ลืมที่จะเก็บนั่นก็คือเขี้ยวยาวโง้งของมันที่มีค่าเป็อย่างมาก เพราะโนบลินบอกว่าเป็วัตถุดิบทำยาระดับกลางที่ขาดไม่ได้
กว่าจะรวบรวมชิ้นส่วนของเซบัปเสร็จก็จวนเจียนจะถึง่เย็นเต็มทีตอนแรกนั้นพอลอาสาจะเป็คนแบกเ้าเซบัปนี่กลับไปทั้งตัวร่วมกับเรซ แต่โนบลินบอกว่าการแบกเซบัปทั้งตัวเข้าไปในเมืองโดยเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบห้าคนจะทำให้เป็ที่สนใจจนเกินไป
จึงใช้วิธีตัดแบ่งชิ้นส่วนของมันออกและช่วยกันขนกลับจะได้ไม่เป็ที่สนใจจากชาวเมืองซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาอยู่นานเพราะวิธีการแล่เก็บชิ้นที่โนบลินบอกนั้นค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อนแต่ก็ทำให้ได้ชิ้นส่วนของเซบัปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เมื่อแบ่งชิ้นส่วนลงในกระเป๋าของแต่ละคนที่ตอนนี้มันตุงจนแทบจะแตกอยู่มะรอมมะร่อแล้วทุกคนก็เตรียมเดินทางกลับแต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเรียกความสนใจจากทุกคนจนต้องหันไปมอง
เสียงนั้นดังข้ามมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ ภาพที่เห็นคือเซบัปตัวใหญ่ที่สูงกว่าสองเมตรกำลังส่งสายตาอาฆาตแค้นมาให้กับกลุ่มเด็กๆ สองตาของมันแดงกร่ำแสดงออกถึงความโกรธที่เดือดพล่านอยู่ในใจของมันหน้าตาของมันดูคุ้นตาอย่างแปลก ๆ แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตจนเรียกได้ว่ามหึมานั้นทำให้มันดูแปลกตาอยู่เล็กน้อย
“ฉันว่า..”โนบลินกล่าวเบา ๆ “เราต้องรีบแล้วล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอโนบลินทำไมเซบัปั์ตัวนั้นมันจ้องเรายังกะจะกินเราแบบนั้นล่ะมันเป็สัตว์กินพืชไม่ใช่เหรอ” บันถามพลางเดินเข้ามาหลบที่หลังของพอล
“ฉันคิดว่านี่เป็แม่ของเ้าตัวที่เราเพิ่งจัดการไป และตอนนี้มันคงโกรธสุด ๆ ไปเลยล่ะ”
“อย่างนั้นเราจะจัดการมันอีกตัวไหม”เรซถามขึ้นพลางเอื้อมมือไปความหอกของเขา
“นายคิดว่าเราสามารถสู้กับเ้าตัวเล็กก่อนหน้าพร้อมกันสักเจ็ดแปดตัวได้ไหม?”โนบลินถามทำให้ทุกคนต่างงงงันกันไปหมด
“จะ..จะบ้าเหรอตัวเดียวก็แทบตายแล้วเจ็ดแปดตัวเราคงไม่เหลือแม้แต่ศพที่สมบูรณ์แล้วล่ะ” พอลตอบอย่างกลัว ๆเมื่อคิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเซบัปทีเดียวเจ็ดแปดตัว
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกคิดจะสู้กับเ้าตัวใหญ่นั่นและใช้แผนสองกันเถอะ”โนบลินบอกเรียบ ๆ
“หืมนี่นายมีแผนสำรองด้วยเหรอ ไหนลองบอกมาซิ”
บันถามด้วยเสียงที่เปี่ยมด้วยความหวังเพราะคิดว่าโนบลินต้องมีแผนการดีๆ ที่จะมาจัดการเ้าตัวใหญ่นั่นได้โดยไม่ต้องสู้อย่างแน่นอน
“เราจะทำอย่างที่แอลทำ”
โนบลินพูดพลางพยักหน้าบอกให้เพื่อนๆ มองไปในทิศที่แอลอยู่ ขณะที่กำลังหันไปโนบลินก็ออกวิ่งไปในทิศทางนั้นทันที
ภาพที่ทุกคนเห็นคือโนบลินที่หิ้วกระเป๋าหนังใบตุงออกวิ่งอย่างเต็มกำลังไปในทิศทางที่แอลออกวิ่งนำไปไกลหลายสิบเมตรแล้ว
“ไอ้เ้าบ้าแอลไอบ้าโนบลิน ถ้าจะใช้แผนโกยเกียร์หมาอย่างนี้ก็บอกกันก่อนสิโว้ย...