4 สะดุด...อุบัติใจ
“ทำอย่างนั้นจริงๆ หรือแล้วถ้ายายเด็กนั่นจับได้ล่ะ ถ้ามันเกิดเอาเื่นี้ไปฟ้อง...”
“หุบปากได้แล้ว!” ตวาดใส่คนที่เอ่ยถามครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรำคาญใจแทนที่จะช่วยทำให้ทุกอย่างสำเร็จด้วยดี กลับทำให้ทุกอย่างช้าลงอย่างกับถูกบังคับขืนให้กินบอระเพ็ดอย่างนั้นแหละ น่ารำคาญชะมัด
“แต่ถ้าถูกจับได้”ก็เธอไม่ได้มีเงินจับจ่ายใช้สอยคล่องมืออย่างอีกฝ่ายนี่ ที่บ้านก็รวยแถมยังมีแฟนเปย์ให้ไม่อั้นอีก อย่างได้อะไร แค่เอ่ยปากนิดเดียวไม่ทันข้ามวันสิ่งที่้าก็มากองอยู่ตรงหน้า ราวกับมีเทวดาเสกมาให้เสีย
“เราอาจถูกไล่ออกก็ได้นะ”เอ่ยเสียงสั่น ยังมีภาระอีกมากมายที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าตกงาน แล้วจะเอาอะไรกิน
“ถ้าถูกจับได้ ถ้าถูกไล่ออกเป็เพราะเธอนั่นแหละ ผีเจาะปากมาหรือไง ถึงพูดไม่หยุด”กัดฟันตอบคนช่างพูดไร้สาระยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทองด้วยคำถาม คิดผิดหรือเปล่าที่เลือกเอาผู้หญิงคนนี้มาเป็ผู้ช่วย แทนที่จะทำให้เื่ทุกอย่างง่ายขึ้นกลับยุ่งยากมากกว่าเก่า ดูซิตอนนี้ยังพูดไม่หยุดอีก
“แต่...”
“ถ้าไม่หุบปากฉัน ช่วยอุดด้วยเท้าเอาไหม” ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็เท่าทวีคูณเมื่อหันไปเจอแม่สาวร่างบอบบางเดินมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“พร้อมหรือยัง” ถามเป็กระซิบเมื่อเหยื่อเดินเข้ามาใกล้ระยะลงมือได้อย่างจัง
“เอ่อ...พะ...พร้อมแล้ว”อยากตอบปฏิเสธ แต่ต้องรีบกลับคำ เมื่ออีกฝ่ายตวัดสายตาขุ่นเขียวเกรี้ยวกราดใส่
“งั้นไปได้แล้ว”เมื่อเห็นอีกฝ่ายอิดออดให้รำคาญใจเป็ยิ่งนัก“หรือเธอจะไม่เอา...เงินที่ฉันเตรียมไว้ให้ แล้วต้องคืนของเก่าที่ยืมไปด้วยใช่ไหม”
ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายยืมเงินหรอกนะ แต่คิดดูอีกทีเงินเล็กน้อยแลกกับการมีลูกไล่ไว้คอยตามก้น สั่งให้ทำอะไรก็ทำแม้อิดออดและพูดมากไปหน่อย แต่ไม่เคยขัดใจสักครั้งก็ถือว่าได้อยู่
“เอาซิ เื่อะไรจะไม่เอาล่ะ”ตอบกลับพร้อมสะบัดหน้าใส่เล็กน้อย
“เอามา”ยื่นมือไปรับถ้วยโฟมที่เพื่อนส่งให้อย่างกระแทกกระทั้น แต่พอได้รับมาจริงๆก็กลัวจนมือสั่นอยู่ไม่ใช่น้อย แหงนหน้ามองเพื่อนสายตาขลาดกลัวแต่กลับถูกอีกฝ่ายถลึงตาใส่มา และยังทาบมือผลักแผ่นหลังให้ออกจากที่ซ่อนโดยคนถูกใช้ไม่ต้องตามแผนการที่วางไว้ เพราะความกลัวทำให้เธอสะดุดขาตัวเองร่างเล็กพุ่งลิ่วตรงไปหาแม่บ้านสาวปากดีอย่างจัง!
“โอ๊ะ!! โอ๊ย!!ขอ...” หุบปากโดยเร็ว เมื่อรู้ว่ากำลังจะหลุดพูดอะไรออกไป
“เดินประสาอะไร ทำไมถึงไม่ดูคนหาดูซิทำฉันสกปรกหมดแล้ว บ้าจริง!” บ่นเสียงเขียวก้มหน้าก้มตาปัดเกล็ดน้ำแข็งใสที่หกรดเสื้อผ้าจนแดงเป็หย่อม ด้วยใบหน้าหงิกงอบูดบึ้งเพราะผิดแผนไปมาก
“ขอโทษค่ะ” ตอบกลับอย่างอัตโนมัติก่อนความงุนงงจะตามมา ด้วยเส้นทางที่ทอดยาวจนสุดสายตา ไม่เห็นมีใครสักคนเดินมาแล้วอยู่ดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็โผล่มา ไม่แค่นั้นยังถลาพุ่งเข้าชนเธอเต็มรักเล่นเอาจุกหน้าเขียวไปเลย
“อ้าว...เธอนี่เอง” ยกมือชี้หน้าทำตาเขียวใส่“ทำไมยะ กะอีกเื่นิดหน่อย แค้นจัดจนถึงขั้นหาเื่แกล้งกันอย่างนี้เลยหรือ”ไม่แค่ชวนหาเื่ แต่ยังโยนความผิดใส่ซึ่งๆ หน้า
คนถูกกล่าวหาหน้าเหลอ ยกมือชี้เข้าหากตัวเอง ‘เธอนี่นะกลั่นแกล้ง’ ไม่จริง!ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ ‘เป็เธอไม่ใช่หรือไงที่ถูกแกล้งหน้าตาเฉยน่ะ’
“นวลนุช มายืนทำอะไรที่นี่แล้วไหนล่ะของที่ฉันฝากซื้อน่ะ” รีบเอ่ยถามและพาตัวเข้าไปหาอย่างเร็วก่อนนวลนุชจะปูดทำให้เื่มันยุ่งยาก
“อ้าว! แล้วยายนี่มาทำอะไรที่นี่ล่ะงานการไม่มีทำเหรอยะ ถึงได้มายืนเสนอหน้าอยู่แถวนี้น่ะ หรืออยากเปลี่ยนหน้าที่”กวาดสายตามองคนตัวเล็กั้แ่ปลายเท้าไล่ขึ้นไปทีละน้อย กลีบปากสีสดเบะออก
“หน้าตาอย่างกับจะไปตามไอ้ทุยตามท้องนาอย่างนี้ถ้าไม่อยากทำหน้าที่แม่บ้าน เดี๋ยวฉันไปบอกให้คุณหัวหน้าแม่บ้านให้ย้ายไปล้างส้วมก็ได้นะ” เอ่ยกลั้วหัวเราะจนตัวโยนไปมา
“ไม่ใช่หรอกลาวัลย์ยายนี่ร้ายกว่านั้นอีก” บอกผู้เป็เพื่อนเสียงเขียวเข้มด้วยเกรี้ยวกราดไม่แพ้แววตาที่ตวัดมองไปยังคนใกล้ ขนาดตัวเกือบเท่ากัน
“มันแค้นที่ถูกเราตักเตือนเมื่อเช้าเลยมาดักรอเอาคืน เธอดูซิ... เนื้อตัวฉันสกปรกหมดแล้วอย่างนี้ฉันจะทำงานได้ยังไงละ เอาสภาพแบบนี้ไปรับแขกมีหวังทำให้โรงแรมเราอายเขาตายเลย”จับดึงเสื้อผ้าส่วนที่สกปรกให้เพื่อนดูและปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างกับสั่งได้
“นี่ถ้าหัวหน้ามาเห็นเข้าคราวนี้คงไม่ได้เรียกไปตักเตือน แต่ถูกเรียกไปรับซองขาวแน่เลย”ก้มหน้าพูดเสียงเศร้า แต่แอบเหลือบตามองแม่บ้านคนใหม่เป็ระยะ
“เอ่อ...คือฉัน... ‘ไม่ได้ทำอย่างที่คุณว่านะ ฉันแค่เดินผ่านมาเท่านั้นคุณนั่นแหละที่คิดหาเื่แกล้งฉัน แล้วยังมาโยนความผิดให้หน้าด้านๆ อีก’ทว่าคนถูกกล่าวหาได้แต่อ้าปากค้างด้วยพูดไม่ทันแม่สาวร่างโปร่งที่ส่งเสียงแว้ดแปดหลอดจนขี้ในหูเต้นเร่าๆ
“ฉันอะไรยะเธอทำอะไรลงไปก็รับผิดชอบซิ” ตวาดแว้ดส่งไปอย่างไม่สนใจสีหน้าปูเลี่ยนๆจืดเจื่อนของอีกฝ่าย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”เขาว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วนะแต่เมื่อเห็นคนตัวเล็กมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่สำคัญเผอิญจำได้ติดตาผู้หญิงตรงหน้าคือคนที่ก้าวลงจากรถสายน้ำผึ้งเมื่อเช้า แล้วที่สำคัญ...ช่วยเอาไว้ก็ไม่เสียหายนี่น่า เผื่อวันหนึ่งเขาอาจใช้เหตุนี้ขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายเพื่อเข้าถึงตัวบางคนก็ได้ เขาบอกโอกาสมาถึงมืออย่างปล่อยทิ้งไปเสียเปล่าๆ
“คุณเจสัน!” วิลาวัลย์เอ่ยเรียกหนุ่มผู้มาใหม่น้ำเสียงค่อนไปทางใ ดวงหน้าตกแต่งอย่างดีเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยคิดไม่ถึงจะมีคนมาเห็นเหตุการณ์เข้าอย่างจังแล้วยังเป็คนซึ่งเธอนั้นให้ความสนใจ ทว่าเข้าไม่ถึงเพราะมีบางคนยืนขวางทางยายบ้านั่นทำเป็เริดเชิดไม่สนใจ คิดว่าตัวเองสวยเลือกได้ล่ะซิถึงได้หยิ่งไม่มองหน้าใคร
“อ้าวคุณสองคนนั้นนั่นเองเกิดอะไรขึ้นน่ะ” เอ่ยถามทั้งที่ตัวเขานั้นเดินผ่านมาในรัศมีได้ยินคำพูดที่สองสาวเข้าอย่างจัง ตอนแรกก็ไม่สนใจ ทว่าพอหันไปเห็นใครบางคนเข้าเขาเลยเลือกหยุดสังเกตการณ์
วิลาวัลย์รีบดึงเสื้อห้ามไม่ให้นวลนุชพูดอะไรก็ตามที่จะทำให้เธอกลายเป็คนไม่ดีในสายผู้มาใหม่“ไม่มีอะไรค่ะคุณเจสัน” รีบบอกออกไปอย่างเร็วไวทว่ามีหลักฐานหลงเหลืออยู่บนพื้นน่ะซิ...
“คือเด็กคนนี้เดินมาชนนวลนุชนะคะแต่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมเอ่ยคำขอโทษ ลาวัลย์อยากบอกให้น้องเขาเข้าใจเท่านั้นเองค่ะทำงานบริการแบบนี้ รอยยิ้มสำคัญเท่ากับการที่เราต้องเอาใจใส่ลูกค้าผิดพลาดยังไงก็ต้องเอ่ยคำขอโทษให้เป็”
“จริงหรือคุณ...”ก้มหน้าลงแทบถึงเนินอกอิ่มเพื่ออ่านชื่อ “เฌอเอม”
“เอ่อ...” เฌอเอมใจนทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้มาก่อน ยิ่งคนที่เข้ามา...หน้าตาหล่อคมเข้ม หน้าผากกว้างคิ้วหนาเป็ปื้น จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนาสีแดงสด ล้อมกรอบด้วยโครงหน้าแข็งแกร่ง
โอ๊ย! อย่างกับหัวใจถูกบีบอย่างเร็ว จนเต้นตุบตับๆจนน่ากลัวจะหลุดออกมาจากอก เขามองสบตาก็หวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็มาก่อนไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมถึงได้เป็อย่างนี้ ราวกับโลกที่ยืนอยู่โคลงเคลงไหวยวบ
“อ้าว...ไม่ตอบแล้วยังอ้าปากค้างอีก ใอะไรหนักหนา” ถามเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนั์ตาเข้มเป็ประกายพร่างพราวระยับออกเค้าเอ็นดูคนตรงหน้าจนถึงกับคลี่ยิ้มกว้างๆ เห็นฟันขาวสะอาดแทบทั้งปาก
เฌอเอมยิ่งใจนทำอะไรไม่ถูก เสียงของหัวใจเต้นกระหน่ำแรงรัวเร็วยิ่งกว่ากลองที่กำลังรัวก่อนจะออกศึกจนกลัวอีกฝ่ายได้ยินเลยรีบสาวเท้าถอยไปข้างหลัง ส่งยิ้มแหยๆ ให้กับคนมาช่วยเหลือ
“ฉันไม่...” ‘ได้ทำอย่างที่สองคนนั้นพูด’กลับหายไปในลำคอ เพราะเสียงแหลมเล็กของอีกคนที่สอดแทรกมาเสียก่อน
“ลาวัลย์เข้าใจค่ะคุณเจสันน้องเขาเป็เด็กใหม่ เพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรกไม่ค่อยรู้งานแล้วก็ไม่รู้เื่อะไร แต่โตแล้วนะคะไม่ใช่เด็กสามขวบที่ต้องบอกต้องกล่าวเมื่อทำผิดไป ควรทำยังไงนี่ทำกับลาวัลย์และนวลนุช เราสองคนไม่ถือสาหาความเด็กหรอกค่ะแต่ถ้าหากไปทำอย่างนี้กับแขกที่มาพักละคะ”
ยอมรับเลยผู้หญิงคนนี้สตอเบอแหลเก่งมากเหมาะสมกับตำแหน่งที่ทำอยู่ เฌอเอมได้แต่ยืนกลอกตาไปมาด้วยอยากพูดแต่พูดไม่ทันอีกฝ่ายที่รัวเร็วยิ่งกว่ารถด่วนขบวนสุดท้าย
“งั้นเฌอเอมก็ขอโทษสองคนนี้เสียซิเื่จะได้จบ จะได้แยกย้ายกันไปทำงาน”
“ขอโทษด้วยนะคะคุณพี่สาว”รีบทำตามคำแนะนำ ดวงตาใสวามวาวยิ้มใส่ตาวิลาวัลย์และนวลนุชที่ไม่ชอบการตัดสินใจนี้สักเท่าไหร่เหลือบไปมองหนุ่มร่างใหญ่หน้าคมเข้มก่อนตวัดกลับไปมองวิลาวัลย์แล้วร้องอ๋อ...ในลำคอด้วยคิดว่าพอรู้อะไรบางอย่าง
เฌอเอมคลี่ยิ้มราวเด็กที่ได้เจอทางเข้าห้องแห่งความลับ“ฉันเผอิญซุ่มซ่ามไปหน่อย เผอิญสะดุดตีน...อุ้ย!” ยกมือปิดปากอย่างเร็ว ใบหน้าและดวงตางแวววาวใส“ขอโทษค่ะ ลืมตัวไปนิดหนึ่ง ฉันไม่ควรพูดไม่สุภาพ แต่อดคิดไม่ได้นี่น่าทำไมคนหน้าตาดีบางคน นิสัยถึงได้แย่จังเลย ชอบหาเื่แกล้งคนอื่นตลอด”
วิลาวัลย์ได้แต่ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยโกรธที่โต้ตอบคำพูดของเด็กปากเปราะไม่ได้เพราะชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า!
“ฉันขอโทษเสร็จแล้วก็ไปได้แล้วใช่ไหมคะพี่สาว” เฌอเอมถามเน้นน้ำเสียงในบางคำ“แบบว่าเป็เด็กใหม่ต้องขยันทำงาน เดี๋ยวจะถูกบางคนกลั่นแกล้งนำเื่ไปฟ้องหัวหน้ากล่าวหาว่าฉันเลี่ยงหนีไม่ยอมทำงาน”
เจสันถึงกับหัวเราะในลำคอเห็นหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสา ท่าทางตื่นตระหนกใกลัว ตอนแรกก็คิดว่าไม่สู้คนแต่ที่ไหนได้ พอมีโอกาสปากคอก็ใช่เล่นเหมือนกัน
เฌอเอมรีบดึงเอาความไม่พอใจมากลบเกลื่อนบางสิ่งบางอย่างที่เริ่มต้นราวกับกล้าที่แทงยอดอ่อนขึ้นจากพื้นดินทีละน้อยแต่มั่นคงในความรู้สึกจนน่ากลัว ตวัดสายตาเจิดจรัสกล้าแข็งไปให้คนตัวใหญ่ จมูกโด่งได้รูปยู่ย่นเล็กน้อย ‘คนบ้าอะไรนี่ชอบใจที่เห็นคนเขาทะเลาะกันนะ ชิ...’
“อือ...แล้วอย่าเดินไปสะดุด...ใครเข้าล่ะบางคนเขาไม่เหมือนพี่สองคนหรอกนะ ระวังถูกถลกหนังโดยไม่ทันรู้ตัว”
“ขอบคุณพี่สาวที่เตือนนะคะฉันจะจำไว้ เพราะใกล้ๆ นี่ก็มีเหมือนกันที่สนุกกับการได้หาเื่แกล้งคนอย่างพวกสมองไม่พัฒนาปัญญาไม่สมประกอบ”เฌอเอมโต้กลับดวงหน้านวลซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มสะบัดเชิดใส่สองสาวจอมหาเื่แกล้งตน แต่เพราะลืมบางอย่างเลยต้องหันกลับพร้อมสาวเท้าไปหาคนตัวใหญ่ที่เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
“ขอบคุณที่ช่วย” ทำใจกล้าสุดๆ กับการต้องเข้าใกล้ผู้ชายหน้าตาดีซึ่งเธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เท่าที่เคยเห็นมาคือคนพวกนี้ชอบหลงตัวเองและนิสัยค่อนข้างเสียงสุดๆจนไม่อยากพาตัวเองเข้าไปใกล้ แต่เมื่ออีกฝ่ายมีใจช่วยเหลือมาให้ทำใจจืดไม่ยอมทำอะไรก็คงไม่ได้
“ถือว่าฉันติดหนี้คุณครั้งหนึ่งมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกมาได้ แต่...บอกไว้ก่อนต้องขอในสิ่งที่ฉันทำได้”ดักคอเอาไว้ก่อน เพราะบางคนพอขอร้องแล้วเขาช่วยไม่ได้ ก็มาโกรธกันอีกอย่างให้ช่วยเหลือคนอื่นโดยที่ตัวเองเดือดร้อนน่ะหรือ ไม่ล่ะเธอทำเท่าที่ตัวเองมีความสามารถและทำได้เท่านั้น
“แต่คราวหลังไม่ต้องยุ่งก็ได้นะกลัวเป็เพราะคุณทำให้ฉันมีศัตรูั้แ่วันแรกที่เข้างาน ซวยชะมัดเลย”บ่นพึมพำเบาๆ ให้คนตัวใหญ่ได้ยิน
เจสันหัวเราะกลั้วลำคอ เหลือบั์ตามองวิลาวัลย์ที่เจอคู่ปรับคนใหม่เก่งกล้าสามารถไม่แพ้อีกคนซึ่งทำให้อีกฝ่ายนั้นพ่ายแพ้หน้าแตกยับหลุดลุ่ยมาแล้วหลายครั้งงานนี้ชักจะสนุกแล้วซิ เขาคงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด
“เดี๋ยวซิหนูเฌอเอม”
เฌอเอมตวัดวงหน้าบึ้งตึงใส่คนตัวใหญ่“ฉันไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องมาเรียกหนู”
“เปล่าๆ โทษที ไม่ใช่อย่างนั้น”รีบยกมือขึ้นปฏิเสธ ใบหน้ายิ้มๆ
“เรียกฉันทำไม”
“คุณเจสันเรียกน้องเขาทำไมหรือคะ”วิลาวัลย์รีบเดินเข้าไปประชิดร่างหนาใหญ่พร้อมตวัดดวงหน้าและแววตาแข็งกร้าวดุร้ายใส่เฌอเอม กลีบปากอิ่มนุ่มขยับเบาๆไล่ให้อีกฝ่ายนั้นรีบไปเสียเร็วๆ
เจสันเบะน่าเบื่อหน่ายเขาลืมไปได้ยังไงว่ามีตัวสอดแทรกอยู่ถึงสองนางด้วยกัน ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อยสอดสองมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างเสียดายนิดๆแต่เอาเถอะ...เขายังมีเวลาอีกเยอะนี่น่า
“เอ้าคุณ เรียกแล้วทำไมไม่พูดบ้าหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ คนชอบสอดเสือกเื่ชาวบ้านก็เหมาะกับพวกชอบแกล้งคนอื่นนั่นแหละ”
“นี่เธอไม่รู้หรือไงว่าคุณเจสันน่ะ...”
“ไม่เป็ไรครับคุณลาวัลย์”รีบเอ่ยห้ามไม่ให้อีกฝ่ายบอกฐานะของเขาต่อเฌอเอม ด้วยยังไม่อยากเปิดเผยในตอนนี้เขากลัวเธอรู้เื่ ถ้าไม่ถอยหนีโดยเร็ว ก็จะเป็เหมือนวิลาวัลย์ชอบพาตัวมาใกล้ชิดทำให้หงุดหงิดรำคาญใจเพราะไปทำให้หญิงอีกคนที่หมายตาไว้เข้าใจผิดั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน เมื่อเขายื่นใบสมัครจีบเธอสิ่งที่ได้รับกลับคืนมาเป็ความรังเกียจเดียดฉันท์
“ปล่อยไปอย่างนั้นจะดีหรือคะเกิดไปทำกิริยาอย่างนี้กับแขกคนอื่นละคะ ทางโรงแรมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”ตอนแรกคิดค้าน แต่กลับเลือกพูดไปเป็อย่างอื่น เพื่อทำให้ตัวเองดูดีในสายตาเจสัน
“ไม่รู้ก็ถือว่าไม่ผิดไม่มีอะไรแล้ว คุณสองคนไปทำงานเถอะ ผมเองก็มีธุระเหมือนกัน ขอตัวนะ”
“เอ่อ...คุณ...”วิลาวัลย์ร้องเรียกคนซึ่งเดินจากไป ที่เธอเรียกความสนใจไม่ได้เลยหญิงสาวเลยพาลเกลียดขี้หน้าเฌอเอมที่ทำให้เธอดูแย่ในสายตาเจสันอีกเื่หนึ่งขบกัดฟันกรามจนแก้มนูน ั์ตาเป็ประกายกร้าวแข็งกำมือแน่นจนปลายเล็บแหลมยาวทิ่มตำไปในฝ่ามือด้วยความแค้นเคืองซึ่งอัดแน่นอยู่ในทรวง
วันหนึ่งเธอต้องหาทางเล่นงานยายตัวแสบทั้งสองคนนี้ให้ได้!