ไคโตะและเซ็ตสึนะสบตากันเป็ครั้งสุดท้าย ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ แค่การพยักหน้าเบาๆ ก็เพียงพอที่จะสื่อสารแผนการทั้งหมด
เซ็ตสึนะชูนิ้วขึ้นมา... สาม... สอง...
หนึ่ง!
ร่างของหญิงสาวในชุดนักเรียนพุ่งตัวออกจากที่ซ่อนดุจเงาปีศาจ ฝีเท้าของเธอไร้เสียงโดยสิ้นเชิงด้วยเวทลม Air Cushion ที่ไคโตะเลี้ยงไว้ที่เท้าให้
การ์ดกอยล์ทั้งสองตัวเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ดวงตาหินของพวกมันเริ่มเรืองแสงและอ้าปากเตรียมส่งเสียงร้องเตือนภัย ระฆังที่คอเริ่มสั่นไหว...
ช้าไป!
เซ็ตสึนะพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างพวกมันทั้งสองตัวในชั่วพริบตา ดาบคาตานะถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน วาดเป็เส้นแสงสีเงินตัดผ่านลำคอหินหนาเตอะของพวกมันพร้อมกัน!
ชวิ้ง!
หัวของเมดูซ่า... เอ้ย! หัวของการ์ดกอยล์ทั้งสองหลุดออกจากบ่าพร้อมกัน!
แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ... เพราะถ้าหัวหินหนักๆ หรือร่างั์นั่นล้มกระแทกพื้น เสียงดังสนั่นจะปลุกค้างคาวทั้งถ้ำให้ตื่นขึ้นมาขย้ำพวกเขาแน่!
"ตอนนี้แหละไคโตะ!" เซ็ตสึนะส่งสายตา
ไคโตะที่ยืนรอจังหวะอยู่แล้ว สะบัดคทา Gale Rod สุดแรง เขาไม่ได้เล็งโจมตี แต่เล็งไปที่พื้นที่ว่างรอบตัวการ์ดกอยล์
"วินด์ เน็ต! (Wind Net - ตาข่ายวายุ)"
กระแสลมหมุนวนพุ่งเข้ามารองรับหัวของการ์ดกอยล์ที่กำลังจะตกถึงพื้นเพียงไม่กี่เิเ และอีกสายหนึ่งพุ่งไปพยุงร่างหินไร้หัวที่กำลังจะล้มตึง
ภาพที่เกิดขึ้นคือ... ชิ้นส่วนหินขนาดั์ "ลอยค้าง" อยู่กลางอากาศ ราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้!
ไคโตะกัดฟันกรอด เหงื่อเม็ดโป้งผุดเต็มหน้าผาก ‘หนักชะมัด! ต้องประคองไว้จนกว่าจะวางลงได้เบาๆ...’
เขาค่อยๆ ลดระดับความแรงของลมลง วางชิ้นส่วนของการ์ดกอยล์ลงบนพื้นหินอย่างนุ่มนวลที่สุด
กริ๊ก...
เสียงหินกระทบพื้นดังเพียงแ่เบาเหมือนเสียงวางแก้วน้ำ ระฆังที่คอของพวกมันแตะพื้นโดยไม่ส่งเสียงดังแม้แต่น้อย
เซ็ตสึนะสะบัดเืออกจากดาบแล้วเก็บเข้าฝัก กริ๊ก เธอหันมามองไคโตะแล้วยกนิ้วโป้งให้
ไคโตะทรุดลงนั่งหอบแฮ่กๆ ยกนิ้วโป้งตอบกลับ ‘เกือบไปแล้ว... หัวใจจะวาย’
ยูนะที่ลุ้นตัวเกร็งจนหางตั้ง รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่ประตูั์ เธอล้วงเอาลวดเส้นเล็กๆ ออกมาแหย่เข้าไปในรูกุญแจ
[เชื่อมือเค้าได้เลย!] เธอขยับปากบอก
แกร๊ก... กึ๊ก!
ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที ประตูกลไกโบราณก็ถูกปลดล็อก ยูนะค่อยๆ ผลักมันเปิดออกอย่างเบามือ
เื้ัประตูบานนั้น... ไม่ใช่ทางเดินแคบๆ หรือถ้ำมืดๆ อีกต่อไป แต่แสงสว่างสีนวลตาจาก "ผลึกคริสตัล" ขนาดมหึมาที่ฝังอยู่ตามผนังถ้ำสาดส่องเข้ามาจนแสบตา
และภาพที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาทั้งสามคน ก็ทำให้ต้องยืนตะลึง
มันคือ "เมืองโบราณใต้พิภพ"
ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่สร้างด้วยหินสีขาวสะอาดตา เรียงรายกันเป็ระเบียบ มีลำธารใต้ดินไหลผ่านกลางเมือง และพืชพรรณไม้เรืองแสงที่เติบโตปกคลุมซากเ่าั้อย่างงดงาม
"นี่มัน..." ไคโตะหลุดปากออกมา (ตอนนี้พูดได้แล้วเพราะพ้นเขตเสียงสะท้อน)
"นครที่สาบสูญ... ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง" เซ็ตสึนะมองด้วยความทึ่ง
แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่าคือ... ท่ามกลางซากเมืองร้างนั้น มี "ควันไฟ" ลอยขึ้นมาจากปล่องไฟของบ้านหลังหนึ่งที่ยังดูสมบูรณ์ดี
"มีคนอาศัยอยู่ที่นี่?" ยูนะกระดิกหู "แถมกลิ่นหอม... กลิ่นสตูว์เนื้อ!?"
ไคโตะมองหน้ากับเพื่อนร่วมทีม ในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลกอย่าง Abyss Gate... ใครกันที่มาใช้ชีวิตทำสตูว์กินอย่างสบายใจเฉิบแบบนี้?