ช้าวันถัดมา
ณ เรือนหลิวรุ่ย บรรยากาศใน่สายของวันแม้แสงอาทิตย์จะโพล่พ้นหน้าผาด้านหลังตำหนักแล้ว แต่บรรยากาศโดยรอบยังสดชื่นอย่างเช่นเช้าตรู่ ที่โต๊ะม้านั่งหน้าตำหนัก หนิงเฟิ่งกำลังนั่งจิบชาด้วยใบหน้าเคร่งครึมเช่นเคย มือเรียบจับที่แก้วชาใช้นิ้วชี้เคาะที่ปากถ้วยช้าเบาๆ อย่างใช้ความคิด แต่ไม่นานก็ออกแรงกำถ้วยชาในมือจนนูนเห็นเส้นเื
แป๊ง!
เสียงถ้วยชาในมือแตกละเอียดคามือของชายหนุ่ม น้ำชาสีทองใสๆ ผสมเข้ากับโลหิตสีแดงจนแยกไม่ออก จากนั้นร่างสูงลุกเดินไปล้างที่อ่างล้างมือใกล้ๆ อาเหยาที่รู้หน้าที่รีบถือผ้าสะอาดเข้ามาให้ผู้เป็นาย
"กฎของสำนักกล่าวว่าเช่นไรเ้าคงลืมไปแล้วกระมัง"
เสียงทุ้มเอ่ยขณะที่กำลังเช็ดมืออยู่ โลหิตสีแดงก็ยังคงไหลไม่หยุด แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจเหม่อนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ที่ตำหนักหลิวรุ้ยตอนนี้ไม่ได้มีแค่หนิงเฟิ่งผู้เป็เ้าของที่พักแห่งคนนี้คนเดียว แต่ยังมีอีกถึง 3 คน หลังจากเกิดการที่ฟางเหนียงถูกลอบทำร้ายเมื่อหลายวันก่อน หยงอี๋ที่รับปากว่าจะจักการเื่นี้ก็ไม่นิ่งนอนใจแต่เหตุผลที่นางบอกแกเขานั้นไม่สามารถที่จะตัดสินได้เองจริงๆ อีกทั้งหากจะลงโทษขั้นสุดโดยการไล่ออกจากสำนักก็เสียดายพร์ที่นางมี และอีกอย่างนางก็ตั้งใจเรียนรู้และฝึกอย่างหนัก อีกไม่นานก็จะจบการศึกษาแล้ว
"ท่านเ้าสำนัก ได้โปรดให้โอกาสข้าสักครั้งนะเ้าคะ"
หญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ารู้สึกผิด ลี่ซือคือหญิงสาวที่ลอบทำร้ายฟางเหนียงขณะที่ฝึกพลังิญญา แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่านั้นเป็คำสั่งของท่านเ้าสำนัก และรางวัลผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจะคงได้ฝึกกับท่านรองเ้าสำนักเช่นเคย นางมิมีอันใดจะแก้ตัวทั้งนั้นรางวัลผู้ที่มีผลการเรียนสูงสุดตอนนี้นางก็มิอยากได้ ขอแค่เพียงได้ร่ำเรียนที่นี่จนจบเท่านั้น
"เดิมทีข้าจะส่งเ้าให้วังหลวงเพราะมีการประกาศรับสมัครผู้ที่มีความสามารถเพื่อเป็องครักษ์องค์รัชทายาท แต่ครานี้เห็นทีว่าที่ผ่านมาข้าคงคิดผิดไป"
หนิงเฟิ่งเอ่ยด้วยท่าทางผิดหวัง นางมาจากครอบครัวที่ยากจนแต่มีความสามารถ นี้เป็โอกาสดีสำหรับนางที่จะพาครอบครัวไปสู่หนทางที่ดีขึ้น การกระทำของนางเป็เื่ที่ร้ายแรงแก่วงการพลังิญญา หากให้เป็องครักษ์ขององค์รัชทายาทวันหน้าอาจเกิดเื่เช่นนี้ได้ และจังหวะนั้นเป็่ที่ฟางเหนียงเดินเข้ามาพอดี หญิงสาวมีใบหน้าสับสนเล็กน้อย ในมือของหญิงสาวถือตะกร้าใบหนึ่งไว้แต่มองไม่เห็นว่าในนั้นมีอันใด เพราะมีผ้าขาวสะอาดปิดเอาไว้
"ฟางเหนียงเ้ามาได้เวลาพอดี เ้าช่วยเอ่ยกับเ้าสำนักให้ข้าหน่อยได้หรือไม่"
ลี่ซือที่เห็นฟางเหนียงเดินเข้ามารีบเข้าไปหาหญิงสาวในทันที ฟางเหนียงมีท่าทีใจนถอยหลังออกไปเล็กน้อย
"นี่มันเื่อันใดกัน ข้าเกี่ยวอันใดด้วย"
หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมมองทุกคนที่อยู่ที่นี่ พลางคิดในใจว่าตนเองอาจมาผิดจังหวะเป็แน่
"นางเป็คนที่ลอบทำร้ายเ้าขณะที่ฝึกกับข้าเมื่อหลายวันก่อน"
เป็หยงอี๋ที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น ดวงตางามมองไปทางลี่ซือในทันทีด้วยความโกรธ
"เป็เ้า..."
"เป็ข้าเอง ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียงด้วย ข้าทำไปเพราะความเข้าใจผิด ข้ายอมรับผิดทุกอย่างแต่โดยดีเ้าจะให้ข้าทำอันใดก็ได้ข้ายอมทุกอย่าง"
"คำขอโทษเพียงไม่กี่คำของเ้าไม่พอให้กับความเ็ปของข้าหรอกนะ เ้ารู้หรือไม่ว่ารอยาแเป็ที่หลังของข้ามันใหญ่ขนาดไหน เ้าเป็ผู้หญิงเช่นเดียวกับข้าคงรู้ใช่หรือไม่ต่อให้เ็ปเท่าใด ก็ไม่เ็ปเท่ามีแผลเป็ขนาดใหญ่บนร่างกาย นั้นทำให้ข้าไม่สามารถออกเรือนได้เชี่ยวนะ"
ฟางเหนียงร่ายยาวใส่ผู้ที่ทำให้นางาเ็เมื่อหลายวันก่อนด้วยความโมโห
"ข้าขออภัยจริงๆ ข้าทำไปเพราะความคิดไม่รอบคอบ ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียง ข้าขออภัยแม่นางฟางเหนียง"
ลี่ซือเอ่ยพลางโขกศรีษะที่พื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะผู้หญิงทุกคนรู้ดีว่าหากหญิงสาวมีรอยแผลเป็ถึงแม้จะสูงส่งเพียงใด หน้าตางดงามเพียงใดก็ไม่ต่างจากหญิงสาวธรรมดาสามัญชน เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับผิวกายเป็ที่สุด และยิ่งฟางเหนียงเป็คุณหนูในห้องหอของสำนักเพลิงวิหคแห่งนี้ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีคงเป็เื่ใหญ่เป็แน่
"จะ...เ้าหยุดก่อน ข้าบอกให้หยุดเช่นไรเล่า"
ฟางเหนียงถึงกลับต้องขึ้นเสียงเพื่อให้ลี่ซือหยุด เมื่อเห็นว่าที่หน้าผากของนางแดงก่ำ และเป็อย่างที่คาดเมื่อฟางเหนียงขึ้นเสียงบรรยากาศโดยรอบเงียบขึ้นในทันทีจนแทบได้ยินเสียงหายใจ เมื่อสักครู่หญิงสาวเผลอลืมตัวขึ้นเสียงจนลืมไปว่าที่ยังมีเ้าสำนักและรองเ้าสำนักอยู่ด้วย ฟางเหนียงค่อยๆ หันไปทางหนิงเฟิ่งที่ยืนทำหน้าดุจ้องมาทางตนด้วยท่าทีโมโหเล็กน้อย
"อุ้ย! ขออภัยเ้าค่ะเมื่อสักครู่ข้าลืมตัว"
ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพลางเกาศรีษะแก้เขิน หนิงเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นจึงส่ายหน้าเล็กน้อยและเดินไปที่โต๊ะม้านั่งด้วยท่าทีสบายๆ "พิลึกคนเมื่อสักครู่ยังทำหน้าดุอยู่ด้วย เพียงเสี้ยววินาทีกลับเปลี่ยนเป็ท่าทีสบายๆ สะงั้น" หญิงสาวเอ่ยในใจขณะที่มองไปที่หนิงเฟิ่ง
"เ้ามาก็ดี นางคือผู้ที่ลอบทำร้ายเ้า เช่นนั้นแล้วแต่เ้าแล้วกันว่าจะลงโทษนางเช่นไร"
หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นพลางรินชาให้ตนเอง โดยที่ไม่ได้หันมามองหญิงสาว
"ขะ…ข้าหรือเ้าคะ"
ฟางเหนียงเอ่ยด้วยสีหน้ามึนงงและชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่แน่ใจ
"ใช่ "
ถึงแม้จะได้รับคำยืนยันมาจากหนิงเฟิ่ง แต่หญิงสาวก็ยังไม่แน่ใจจึงหันไปหาหยงอี๋ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเ้าสำนัก หยงอี๋พยักหน้าให้หญิงสาวเพื่อยืนยันคำตอบโดยที่ไม่ได้เอ่ยอันใด
"เอิ้ม~~~เช่นนั้นก็ลงโทษตามกฎสำนักก็แล้วกัน ถึงอย่างไรนางก็ทำไปด้วยความเข้าใจผิดมิใช่หรือ"
หญิงสาวเอ่ยจบทุกคนก็ยังคงเงียบอยู่ "เอ๊ยหรือว่าบทลงโทษกฎสำนักมันเบาเกินไปเช่นนั้นหรือ" หญิงสาวเอ่ยขึ้นในใจอย่างใช้ความคิด
"แอ๊ะ แฮ่ม! เช่นนั้นให้นางทำความสะอาดหอตำราเพิ่มอีกสัก 1 เดือนเป็เช่นไร"
เป็อีกครั้งที่นางเอ่ยจบแล้วแต่ทุกคนก็ยังเงียบอยู่ หญิงสาวจึงรู้สึกว่าต้องมีอันใดไม่ชอบมาพากลเป็แน่ จึงค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ ที่ข้างๆ อาเหยา
"บทลงโทษเบาไปเช่นนั้นหรือ"
เสียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่เดินไปหยุดที่ข้างอาเหยา
"เ้ามิรู้หรือ หากลงโทษตามกฎสำนักคือไล่ออกจากสำนักทันที และห้ามเข้ามาในบริเวณสำนักอีก"
อาเหยาเอ่ยจบ ฟางเหนียงถึงกับใช้มือปิดปากด้วยความใ แบบนี้มันร้ายแรงเกินไปฟางเหนียงหันไปทางลี่ซือเริ่มมีน้ำตาคลอและหมดหวังทันที "ข้านี่อยากจะเขกหัวตัวเองจริงๆ เ้าสำนักให้ข้าตัดสินเพราะไม่อยากให้การลงโทษรุนแรงแต่ข้ากลับ…เฮ้อสงสัยข้าจะต้องลงโทษตัวเองให้คัดกฎสำนักสัก 1 จบแล้วสิ" ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในใจพลางเคาะไปที่หัวตัวเอาเบาๆ อย่างลงโทษตัวเอง
"เช่นนั้นเอาตามที่นางเอ่ย"
"ดะ…เดี่ยว ข้าพูดเล่นเ้าคะ ที่จริงข้าเอ่ยเพราะอยากให้นางใที่ทำข้าาเ็มาหลายวัน เช่นนั้นๆๆ ให้นางทำความสะอาดหอตำราและกวาดพื้นทางเข้าหอเรียน 1 เดือน แล้วกันเ้าค่ะ"
"ได้ เอาตามนี้"
"ขอบคุณท่านเ้าสำนัก ขอบคุณแม่นางหยงอี๋"
ลี่ซือที่ได้ยินเช่นนั้นรีบคารวะ และเอ่ยขอบคุณยกใหญ่
"ข้ามีธุระต้องไปพบเซี่ยวลู่ถิงที่ด้านล่างเขา ขอตัวก่อนขอรับ"
เมื่อเห็นว่าธุระเรียบร้อย หยงอี๋ก็เอ่ยลาและออกไปในทันที
"ที่เหลือกลับไปให้หมด"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังจากหยงอี๋เดินออกไปไกลแล้ว
"ขอรับ/เ้าค่ะ"
ทุกคนเอ่ยจบก็ทำท่าคารวะและเดินออกไป
"เดี่ยว ฟางเหนียงอยู่ก่อน"
"เ้าค่ะ"
หญิงสาวรับคำแต่โดยดี ส่วนคนที่เหลือก็พากันออกไปแต่โดยเร็ว ฟางเหนียงยืนอยู่ห่างจากชายหนุ่มพอสมควรด้วยความระมัดระวัง
"เ้ามาที่นี่มีอันใด"
"อ้อ! ข้านำขนมมาให้ท่านเพื่อตอบแทนที่ท่านช่วยรักษาาแข้าเมื่อวาน"
"หึ าแที่เ้าบอกเป็รอบแผลเป็น่าเกลียดเมื่อสักครู่นั้นหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยประชดหญิงสาว เพราะเมื่อคืนที่รักษาให้นางที่แผ่นหลังไม่เหลือรอยแผลเป็แม้แต่นิด พอนึกถึงแผ่นหลังภาพที่เขาเห็นเมื่อคืนก็ฉายขึ้นมา จนเกิดเม็ดเหงื่อหน้าผาก
"ท่านเ้าสำนักเป็อันใดหรือเ้าคะ เหตุใดจู่ๆ ใบหน้าท่านถึงดูมิดีเช่นนั้น"
หญิงสาวเอ่ยพลางเดินเข้ามาใกล้ๆ แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอนกายหลบเช่นเคย ฟางเหนียงลี่ตามองเขาก่อนที่จะนึกได้ว่าเมื่อวานเขาเห็นแผ่นหลังของข้า หรือว่าเขา…ว๊าย~~~ลามกจริงๆ แต่ก่อนที่ตนจะถอยห่างออกไปเช่นเคย ดวงตากลับมองไปเห็นาแที่ฝ่ามือของชายหนุ่มเสียก่อน
"เื! ท่านได้รับาเ็หรือเ้าคะ"
"อย่ามาเแตะ"
ตุบ!
เสียงร่างเล็กกระแทกที่พื้นอย่างแรงเมื่อร่างโตสบัดมือที่หญิงสาวเข้ามาจับเพื่อดูาแเมื่อสักครู่
"ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือเ้าค่ะ"
"หึ เ้าก็ยังมิเปลี่ยนแต่ก่อนเป็เช่นไรตอนนี้ก็เป็เช่นนั้น เดิมทีข้าคิดว่าเ้าฟื้นแล้วจะเปลี่ยนไป"
"เช่นไรเ้าคะ เมื่อก่อนข้าเป็เช่นไรหรือเ้าคะ เงียบทำไมเ้าคะ"
"ฟางเหนียง!"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีโมโห
"ขออภัยเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงเอ่ยจบก็เดินออกไปโดยที่ไม่รอรับคำอนุญาต และไม่หันหลังมามองคนตัวโตเลยแม่แต่น้อย หนิงเฟิ่งนั่งลงด้วยท่าทีหงุดหงิด หมู่นี้เขามักอารมณ์เสียบ่อยซึ่งอาจเกิดมาจากสัตว์ิญญาของเขาส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็เพราะตัวเขาเองอีกด้วย มือหนาเอื้อมไปเปิดผ้าขาวสะอาดในตะกร้า ในนั้นมีขนมกุ้ยฮวาอยู่ 6 ชิ้นที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีหน้าท่าน ดวงตาคมมองเลยไปและหยิบเอากระดาษขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดอ่านมันด้านใน 'ขอบคุณเ้าสำนักที่ช่วยรักษาให้ข้า บุญคุณย่อมทดแทนจะได้ไม่มีอันใดติดค้าง เช่นนั้นข้าใช้ขนมนี้ทดแทนแล้วกันนะเ้าคะ ฟางเหนียง'
หนิงเฟิ่งเก็บกระดาษของนางเข้าแขนเสื้อ ก่อนที่จะหยิบขนมกุ้ยฮวาที่นางนำมาให้กัดเข้าไปคำหนึ่ง พลางมองสายน้ำตกที่ไหลลงมาไม่หยุดด้วยความคิดที่หลากหลาย
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว