บทที่17. เ้าลูกแมวหนังเหนียว
ภายในหอประมูลมธุรสคำรามห้องส่วนตัวสำหรับผู้ที่ส่งของเข้าร่วมการประมูลซึ่งจะถูกจัดให้อยู่ที่ชั้นสองมองออกไปที่หน้าต่างจะเห็นเวทีการประมูลที่ชั้นล่างอย่างชัดเจน
“ง่ำๆ ๆ อย่อย” แก้มกลมเคี้ยวซาลาเปาใส่เห็ดสนและผักตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อยไม่ได้สนใจการประมูลของพวกผู้ใหญ่สักเท่าไหร่นัก
ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าไป๋และพ่อบ้านหวังฉีกำลังจดจ่อคอยฟังราคาการประมูลส่วนหลานสาวอย่างจิ่วจิวน้อยหลังจากที่กินซาลาเปาจนหมดแล้วก็เอาเฉ่าเหมยลูกโตเท่าไข่ไก่ออกมากัดกินเฉ่าเหมยนี้ตอนเอามาจากป่าเร้นลับตอนเอามาปลูกก็ลูกนิดเดียว แต่พอจิ่วจิวยัดๆลงไปปลูกในถุงมิติเพาะปลูกกลับได้เฉ่าเหมยลูกโตเท่าไข่ไก่มาเป็ที่ถูกใจเ้าตัวน้อยนักล่ะ
“ฮึกหยักเข้าห้องน้ำ” กินอิ่มแล้วก็เกิดปวดเบาขึ้นมา
“เช่นนั้นบ่าวเดินไปส่งนะขอรับ”
“เ้าค่า”ร่างเล็กค่อยๆกระดืบตัวลงจากเก้าอี้ที่สูงกว่าตนเองมาก โดยมีท่านพ่อบ้านหวังฉีเดินเข้ามาช่วยประคองไม่ให้เ้านายตัวน้อยหน้าคะมำล้มไป
ก่อนลุกขึ้นพาคุณหนูสิบสี่ของตนเองเดินออกจากห้องไปห้องน้ำของหอประมูลดีมาก สะอาดเรียบร้อยเลยทีเดียวบ่งบอกว่าเ้าของที่นี่ใส่ใจเพียงใดนั้นเอง เมื่อทำธุระเสร็จแล้วร่างกลมๆก็ล้างมือเช็ดมือแล้วเดินกลับมาหาท่านพ่อบ้านหวังฉีที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก
ตอนนี้ผู้คนที่มาหอประมูลมากล้นจนเต็มไปหมดบนระเบียงทางเดินของชั้นต่างๆ มีคนงานชายหญิงและแขกมากมายที่เดินสวนกันไปมาแขกที่มาบางคนก็เจอสหาย บางคนก็เจอศัตรูคู่แค้นกันก็มีแต่เพราะการประมูลนี้มีของที่ผู้คนล้วนให้ความสนใจจึงทำให้คนเหล่านี้มารวมตัวกันได้นั้นเองและนอกจากการประมูลบนเวทีแล้วนี่ยังมีอาหารรสเลิศรับรองแขกที่มารวมประมูลให้ได้ดื่มกินกันอีกด้วย
หมับ!มือน้อยคว้าจับมือเหี่ยวย่นของท่านตาพ่อบ้านหวังฉีไว้เพราะคนเยอะเกินไปหวังฉีเองก็จับมือน้อยของคุณหนูสิบสี่ไว้แน่นเช่นกันก่อนจะพากันเดินกลับไปยังห้องที่ท่านผู้เฒ่าไป๋รออยู่
ผลัก!
“เ้าขี้โรคถอยไปไกลๆข้า”เสียงดังเหมือนคนทะเลาะกันมาจากข้างหลังเรียกความสนใจจากผู้คนบริเวณโดยรอบให้หันไปมองได้ทันทีแต่เมื่อเห็นว่าคนที่มีปากเสียงกันเป็เพียงเด้กน้อยอายุแต่7-8หนาว คนอื่นๆ ก็ละความสนใจแล้วหันกลับไปมองยังเวทีการประมูลกันต่อแต่ไม่ใช่กับจิ่วจิวน้อยยามอยู่ที่หมู่บ้านหุบเขาเร้นลับนางไม่เคยถูกแกล้งเช่นนี้มาก่อนอาจเพราะนางไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆก็เป็ได้ อีกทั้งเด็กๆในหมู่บ้านหุบเขาเร้นลับก็มีแต่เด็กนิสัยดีและสันโดษจึงไม่ค่อยมีเื่รังแกกันเช่นนี้ให้เห็นมากนัก
เห็นดังนั้นจิ่วจิวน้อยจึงทำท่ากระดึ๊บๆขาไปหลบอยู่ข้างหลังท่านตาพ่อบ้านแล้วโผล่หัวกลมๆ ออกมาแอบดูท่าทางน่ารักเหมือนลูกแม่ตัวน้อยเลยทีเดียว
“คนนิสัยไม่ดีหยือเ้าคะ”เสียงเล็กกระซิบถาม
“ขอรับคุณหนู”การออกมาข้างนอกบ้านย่อมเป็ธรรมดาที่คุณหนูสิบสี่จะได้พบเจอและเห็นเื่ราวในใต้หล้าได้พบเห็นว่าผู้คนนิสัยล้วนหลากหลายมีทั้งดีและเลวปะปนกันไปสิ่งที่เจอย่อมเป็การเปิดประสบการณ์ชีวิตที่ดี
“น่าฉงฉาน”ทั้งสองยังคงดูอยู่ห่างๆเพราะไม่อาจเดินผ่านไปได้เนื่องจากกลุ่มคนที่มีเื่กันนั้นขวางทางอยู่และดูเหมือนจะมีผู้คุ้มกันอยู่รอบๆด้วย
ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็เื่ราวกันใหญ่โตแต่เด็กผู้ชายนิสัยไม่ดีที่ผลักเด็กผู้ชายท่าทางอ่อนแอล้มก็เดินจากไปหลังจากผลักอีกฝ่ายล้มลงได้พร้อมทิ้งสายตาดูถูกไว้ให้ด้วยท่านพ่อบ้านหวังฉีพอจะมองออกว่าเด็กที่มีเื่กันทั้งสองคนนั้นคงจะเป็ลูกหลานคนใหญ่คนโตไม่ก็คหบดีร่ำรวยที่ติดตามคนที่บ้านมาร่วมงานประมูลด้วยเป็แน่
“คุณชายเป็อันใดหรือไม่ขอรับ”เสียงเอ่ยถามของบ่าวรับใช้พร้อมพยุงร่างคุณชายน้อยของตนเองขึ้นยืน
“ข้าไม่เป็อันใด”เด็กชายตัวผอมผิวขาวซีดราวคนอมโรคปัดมือไปตามเสื้อผ้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วได้เห็นเด็กน้อยท่าทางน่ารักยืนเกาะอยู่ข้างหลังชายชราผู้หนึ่งไม่ไกลนักนางกำลังมองมาที่ตนเองพร้อมยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“ซาลาเปาไส้เห็ดกับผักของที่นี่อย่อยมากนะเ้าคะจินแล้วจะมีความฉุขมาก” เสียงเล็กๆ น่ารักเอ่ยขึ้นขณะเดินผ่านไปเหมือนจะบอกให้รู้เพราะจิ่วจิวน้อยหันไปมองหน้าเด็กชายคนนั้นขณะพูดด้วย
“ขอบใจนะ”เสียงตอบกลับมาพร้อมคิดว่าเมื่อกลับไปที่ห้องรับรองเขาจะลองกินซาลาเปานั้นดู
ตอนนี้การประมูลเริ่มเข้าสู่่ท้ายที่สำคัญแล้วถึง่เวลาที่ผลไม้ปราณจะเริ่มถูกประมูลแล้วนั้นเอง คราแรกที่ผู้คนได้มองเห็นผิงกั่วปราณขั้นสูงบนเวทีแท่นประมูลก็ถึงกับตาลุกวาวบางคนถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียวราคาเปิดประมูลเริ่มต้นที่500ตำลึงทองจากนั้นเหล่าผู้คนที่ขนเงินกันมาร่วมการประมูลครั้งนี้ต่างส่งเสียงแย่งกันเสนอราคาอย่างคึกคักไม่นานนักผิงกั่วปราณทั้ง 5ลูกก็ถูกคนประมูลกลับไปจนหมด
“เอาล่ะขอรับตอนนี้ผิงกั่วปราณขั้นสูงก็ได้ถูกประมูลไปจนหมดแล้วนะขอรับต่อไปเป็ของที่ดีที่สุดในการประมูลวันนี้และเชื่อว่าแขกทุกคนจะต้องสนใจเป็อย่างมากแน่นอนเพราะมันคือของที่หายากยิ่งกว่าผลไม้ปราณชนิดอื่นๆ หลายร้อยเท่า ทั้งยังมีสรรพคุณเพิ่มและยกระดับพลังปราณให้ผู้ที่ได้กินมันได้อย่างมากมายมหาศาลนั้นคือท้อเหมันต์ผลไม้ปราณิญญาขั้นสูงเริ่มเปิดประมูลที่ 2000 ตำลึงทองขอรับ”เป็หลงจู๊เกาเหลียงที่ขึ้นเวทีและกล่าวถึงสิ่งมีค่าที่กำลังจะถูกประมูลต่อไป
และเพียงได้ยินชื่อสิ่งที่กำลังจะถูกประมูลเสียงผู้คนก็เริ่มแตกตื่นดังขึ้นทั้งตื่นเต้นและตื่นใไปตามๆกันเพราะก่อนนี้ทางหอประมูลมธุรสคำรามเพียงปล่อยข่าวออกมาว่าจะมีผลไม้ปราณถูกส่งเข้าประมูลแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดถึงชนิดของผลไม้ว่าเป็ผลไม้อันใดบ้างผิงกั่วปราณขั้นสูงว่าน่าใแล้วแต่นี่ถึงกับเป็ผลท้อเหมันต์เชียวนะพอได้รู้ทุกคนในที่นี้จึงเกิดอาการตื่นตะลึงจนดวงตาเบิกกว้างกันเลยทีเดียว
“ผะ ผลท้อเหมันต์ เอามา ต้องเอามาให้ได้”
“ต้องเป็ของตระกูลพวกเรา”
“หากมีท้อเหมันต์ก็สามารถเพิ่มพลังได้อย่างก้าวประโดดเลยทีเดียว”
เสียงผู้คนจากตระกูลและจวนต่างๆพากันพูดพึมพำกับคนของตนเอง สอบถามตรวจสอบเงินในกระเป๋าว่าเอามาพอหรือไม่กันใหญ่จากนั้นการประมูลผลท้อเหมันต์ก็เริ่มขึ้น
“3000ตำลึงทอง”
“6000ตำลึงทอง”
“10000ตำลึงทอง”
“12000ตำลึงทอง”
การประมูลดุเดือดเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนท้อเหมันต์ลูกแรกจบราคาประมูลไปที่ 19500 ตำลึงทอง
“ต่อไปเป็ลูกที่สองนะขอรับ”หลงจู๊เกาเหลียงกล่าวขึ้นเขายังคงเป็ผู้ดำเนินการประมูลผลท้อเหมันต์ต่อด้วยตนเอง
“ลูกที่สอง!!มีลูกที่สองอีกหรือ”
“ข้าเข้าใจว่ามีเพียงลูกเดียวนี่ถึงกับมีลูกที่สองไม่ได้การแล้วลูกที่สองนี้ต้องเป็ของตระกูลข้า”
“เริ่มต้นราคาประมูลที่2000ตำลึงทองเช่นกันนะขอรับ เชิญเริ่มประมูลได้เลยขอรับ”สิ้นเสียงหลงจู๊เกาเหลียงการเสนอราคาที่ดุเดือดเืพล่านแทบจะตีกันตายก็เริ่มขึ้นอีกครั้งเพราะมีแต่คน้ามา บางคนถึงกับชักสีหน้าใส่กันเมื่อถูกอีกฝ่ายเสนอราคาที่สูงกว่าและแล้วลูกที่สองประมูลราคาได้ที่27000 ตำลึงทองเลยทีเดียว
“ต่อไปเป็ท้อเหมันต์ลูกที่3 ขอรับ”สิ้นเสียงของหลงจู๊เกาเหลียงก็ทำให้ผู้ที่พลาดจากสองลูกแรกตื่นตัวขึ้นมาได้ทันที
“ลูกที่สามไอ้หยา!! ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีท้อเหมันต์ประมูลในคราวเดียวกันถึงสามลูกแล้ว”
“นั่นสิหลงจู๊เกาท่านก็ช่วยบอกข้อมูลออกมาบ้างเถิดว่าหอประมูลมีท้อเหมันต์มาประมูลกี่ลูกกันแน่”
“ขออภัยด้วยข้อรับที่ทางเรายังไม่ได้บอกข้อมูลนี้ออกไปให้ทุกท่านทราบแต่ทางหอประมูลมธุรสคำรามได้ท้อเหมันต์มาทั้งหมด 3 ลูกซึ่งลูกนี่จะเป็ลูกสุดท้ายแล้วขอรับราคาเปิดประมูลเริ่มที่ 2000 ตำลึงทองเชิญทุกท่านเสนอราคาประมูลได้เลยขอรับ”
“5000ตำลึงทอง”
“9000ตำลึงทอง”
“15000ตำลึงทอง”
“22000ตำลึงทอง”
ราคาเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงที่ตรงใดเพราะผลท้อเหมันต์ลูกนี้คือสุดท้ายแล้วที่มีให้ประมูลทุกคนจึงยิ่งแข่งกันประมูลอย่างดุเดือนทุ่มเทเงินกันจนหมด
“โฮ้ววว!ฉูงอีก ๆ” ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักเอ่ยขึ้นอย่างคึกคัก
แปะๆๆ ๆ เสียงมือน้อยตบแปะๆแม้ไม่ค่อยเข้าใจเื่การประมูลมากนักเพราะนางยังเด็กน้อยอยู่มากรู้เพียงว่าท้อหนาวเย็นของนางนั้นมีคนมาแข่งกันให้เงินตำลึงเพื่อซื้อกลับไปรู้เพียงว่ามันค่อยๆ สูงขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆและท่านปู่ก็ดูมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยตอนนี้จิ่วจิวน้อยมาเกาะที่ขอบหน้าต่างที่สามารถมองออกไปที่ชั้นล่างเวทีการประมูลได้และมีคนข้างล่างมากมายที่กำลังแข่งกันเสนอราคาอย่างดุเดือด ใบหน้ากลมเล็กแก้มยุ้ยที่ดูนุ่มนิ่มนั้นวางแปะลงกับขอบหน้าต่างเอียงหัวไปมาพลางฮึมฮำเสียงในลำคออย่างอารมณ์ดีตากลมโตมองซ้ายทีขวาทีไปข้างล่างอย่างเพลิดเพลิน
“หื้มนั้นเ้าลูกเ้าแมวน้อยนี่” เสียงทุ้มติดเ็าของหยางไท่อวิ๋นฟงเอ่ยขึ้นคิ้วเรียวงามทรงกระบี่คมเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจแววตาเบื่อหน่ายกลับมีแววรื่นเริงขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นหัวกลมๆ เล็กๆที่วางแปะกับขอบหน้าต่างฝั่งตรงข้ามกับห้องที่เขาอยู่
“ลูกแมวหรือขอรับ”อิงเฉิงเมื่อได้ยินที่นายท่านเอ่ยขึ้นมาก็ทำหน้างงงวยเขายังไม่เห็นว่าจะมีแมวอยู่ตรงใดเลย
“หึหึ เป็เ้าลูกแมวหนังเหนียวน่ะ”
แมวหนังเหนียวหรืออิงเฉิงได้แต่ทำหน้างงต่อไปแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามนับั้แ่กลับจากป่าเร้นลับชั้นในที่ไปล่าพยัคฆ์ขาวนายท่านก็ดูเหมือนจะชอบแมวขึ้นมาเสียอย่างนั้นบางครั้งก็ยิ้มคนเดียวแล้วก็พูดบางอย่างออกมาลอยๆอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุราวกับนายท่านเพียงแค่พึมพำคนเดียวเท่านั้นพึมพำบางอย่างที่เขาได้ยินก็ยังอดขนลุกไม่ได้มันคือคำว่า ‘น่ารักจริงๆ’