#วันพฤหัสสีเขียว 14
“เขินแล้วชอบเปลี่ยนเื่” อีกอย่างนะ น้องน่ะรู้ทันฉันหมดเลย เขินก็รู้ว่าเขินคิดดูว่าน้องจะเก่งขนาดไหน แต่เห็นเก่งที่สุดก็คงจะเป็เื่ที่ชอบทำให้ฉันเขินนั่นแหละ
“อ้อ แล้วจะเริ่มซ้อมกันวันไหนนะ” ฉันถามน้องเมื่อเราขึ้นมานั่งบนรถแล้วเรียบร้อย คนเ้าแผนการบอกมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามาส่งป๊ากับม๊าเขาไปพักผ่อน เสร็จแล้วก็ให้คนขับรถขับมาส่งเขาที่นี่ เขาน่าจะถามพี่เกรฟว่าฉันอยู่ไหนหลังจากส่งป๊าม๊าเขาเสร็จแน่นอนไม่อย่างนั้นเขามาไม่ถูกแน่ๆ
“พักอีกสามวันก็เริ่มซ้อมกันแล้วครับ เห็นว่ารอบนี้มีคนเข้าแข่งขันเยอะ”
“อือ ซ้อมก็อย่าหักโหมเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วครับ” น้องยิ้มรับ ค่อย ๆ เคลื่อนรถไปตามถนน ไม่ต้องบอกแล้วล่ะว่าบ้านอยู่ซอยไหนเพราะเ้าตัวมาบ่อยจนจำได้หมดแล้ว คนตัวสูงช่วยขนของเข้าไปในบ้านระหว่างนั้นฉันก็ทำได้แค่เดินตาม มองดูชายทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอทั้งที่ก่อนหน้านี้สักสามสี่เดือนยังเขม่นกันอยู่เลย
“พี่สะใภ้ ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวลงมาช่วย” ฉันบอกกับพี่สะใภ้ตัวเองที่นั่งดูลูกหลับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองพรางยิ้มกริ่มแต่ก็ไม่ได้เอ่ยแซวอะ
“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวแม่บ้านทำให้”
“จ้า ๆ เดี๋ยวมา” ฉันตีต้นแขนฟ้าใสไปหนึ่งป๊าบด้วยความมันเขี้ยว เสียงร้องโวยวายเจือเสียงขบขันดังตามหลังมาในจังหวะที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันได ครึ่งชั่วโมงกับการแช่น้ำอุ่น ๆ ในห้องน้ำสบายตัวมากจริง ๆ อยากจะนอนแช่ทั้งวัน แต่ถ้าทำแบบนั้นฉันคงตัวเปื่อยกันพอดี คิดกับตัวเองขำ ๆ แล้วออกมาแต่งตัว
“พี่ครับ ง่วงจัง” เธิร์สเดย์ที่ตอนนี้สลัดชุดออกเหลือเพียงกางเกงบอลขาสั้นที่เขาเคยทิ้งไว้ที่นี่นอนกอดหมอนข้างจ้องฉันตาปริบ ๆ
“ง่วงก็นอน” ไม่รู้เลยว่าควรจะตอบยังไง ก็เ้าตัวเล่นทำเหมือนบ้านตัวเองแบบนี้นี่ อีกอย่างมันก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือไม่ชอบใจที่เขามาบ้านหรือทำนู่นทำนี่ต่างกันมันทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ๆ เลยล่ะ
“อยากกอดพี่”
“เื่เยอะ นอนไปเลย” ฉันยังไม่ยอมเดินขึ้นเตียงแต่เลือกที่จะเดินไปปรับแอร์และนั่งเล่นที่โซฟามุมห้องแทน สักพักคนบนเตียงก็เงียบ พอลอบมองก็เห็นว่าเขาหลับไปแล้ว พอมั่นใจว่าเขาหลับขาก็ก้าวเข้าไปใกล้เตียงค่อย ๆ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มฉันเองก็ง่วงเหมือนกันขอนอนพักหน่อยแล้วกัน...
“ง่วงก็ไม่ยอมมานอน” เสียงทุ้มกระซิบดุ พร้อมกับร่างฉันที่ถูกรั้งเข้าไปกอด
“อื้อ ง่วง” พลิกตะแคงร่างเข้าหาร่างหนาซุกซบใบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง อุ่นจัง
“นอนพักได้แล้วครับ”
“อือ” บางทีฉันก็ชอบกอดของเ้าเด็กมาก ๆ เลยนะ
คล้อยเย็นฉันงัวเงียตื่นมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้สี่โมงเย็นจะห้าโมงเย็นแล้ว เธิร์สเดย์ขยับตามเมื่อฉันกำลังจะลุกนั่ง สองแขนแข็งแรงโอบรัดเอวฉันแน่นขึ้นไม่ยอมให้ลงจากเตียง
“ไปไหนครับ” น้ำเสียงงัวเงียของอีกฝ่ายทำให้ฉันหยุดนิ่งทันที เซ็กซี่มาก เสียงน้องเซ็กซี่จนใจฉันสั่นไหวไปหมด
“จะลงไปข้างล่าง”
“เดี๋ยวค่อยลงไปได้ไหมครับ”
“ทำไมเหรอ?”
“อยากกอดพี่อีกสักนิด”
“อ้อนอะไรขนาดนั้น” ถามอย่างไม่เข้าใจเ้าเด็กเธิร์สเดย์เองก็ขยับลุกนั่งกอดจากด้านหลัง ฉันแกะมือน้องออกแล้วชวนให้อีกฝ่ายลงไปข้างล่างพร้อมกัน เราสองคนล้างหน้ากันเสร็จก็เดินไปข้างล่าง เสียงหลานหัวเราะดังลั่นห้องรับแขกเลยไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ เดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเล่นกับพี่เกรฟ อยู่ ถัดไปข้าง ๆ เป็ฟ้าใสที่นั่งอ่านหนังสือ
“หายไปนานเลยนะ” ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองพรางเอ่ยแซวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“หลับน่ะสิ”
“เชื่อก็ได้ ๆ ว่าหลับ ปาร์ตี้กันนะสวนหน้าบ้าน” ฟ้าใสบอก
“ได้เลย มีซีฟู้ดด้วยนี่ใช่ไหม” ฉันถามเพื่อน
“ใช่มี ก็หมึกกุ้งนั่นแหละ ไก่หมูเนื้อมีครบ”
“เยี่ยมเลย ไปเตรียมของช่วยป้ากันไหมหิวแล้ว” ฉันชวนทั้งพี่ทั้งเพื่อนทั้งน้องไปกันให้หมด อยากปาร์ตี้แล้ว
“ไป ๆ เดี๋ยวพี่ไปช่วย” พี่เกรฟบอกส่งเ้าตัวเล็กไปให้ฟ้าใสจากนั้นพี่เกรฟก็ลากเธิร์สเดย์ไปเตรียมสถานที่ด้านนอก ฉันจึงเข้าไปเตรียมของช่วยป้าแม่บ้านด้านใน โดยมีฟ้าใสอุ้มลูกเดินตามเข้ามาด้วย
“น้องเขาน่ารักดีนะ มองแกตาปรอยเลย” ฟ้าใสเอ่ยแซว แต่ครั้งนี้ไม่ได้ติดเล่นจนทำให้เขินแต่เหมือนเป็การพูดคุยที่มีความจริงจังเพิ่มขึ้นมาระดับหนึ่ง
“ก็ไม่หรอก น้องเขายังมีโอกาสเจอคนอีกเยอะนะฟ้า”
“มันก็จริง แต่น้องทุ่มเวลาให้แกขนาดนี้จะไม่ลองดูหน่อยเหรอ”
“ไม่รู้อะ กลัวจะเสียใจ”
“กลัวเกินไปมันจะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเจอรักแท้นะ” ฟ้าบอก มือเรียวขาวยื่นมาหยิบแตงกว่าที่หั่นเป็แท่งยื่นให้ลูกได้แทะเล่น
“เอาไว้ก่อนก็ได้ เผื่อน้องได้เจอคนที่ดีกว่าเรา”
“พี่ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังอยู่หน้าประตูห้องครัวทำเอาฉันถึงกับสะดุ้งหันไปมอง น้องมาั้แ่เมื่อไหร่ แล้วสายตาผิดหวังแบบนั้นมันคืออะไรกันแน่
“ผมไม่้าใครนอกจากพี่ ขอร้องนะครับอย่าผลักผมไปให้ใคร” น้องเดินเข้ามากอดฉันไว้แน่น
“พี่อายุเยอะกว่าเรา”
“ช่างเื่อายุสิ ผมไม่สน”
“คนจะมองเราไม่ดี ไม่กลัวใครเขานินทาหรือไงกัน” ฉันถามออกไปตรง ๆ น้องผละออกห่างดึงมือฉันให้เดินตามขึ้นข้างบน ทันทีที่ประตูห้องปิดลงริมฝีปากร้อนก็ฉกจูบลงมาอย่างดุดัน จนเริ่มแสบบริเวณริมฝีปากฝ่ามือที่ดันไหล่น้องออกอยู่เริ่มไร้เรี่ยวแรง น้องค่อย ๆ ผละออกห่างช้า ๆ ใช้หน้าผากแตะกันและจ้องมองดวงตาผ่านแสงสลัวภายในห้อง
“ใครจะมองยังไงผมไม่สนอยู่แล้ว ครอบครัวผมรับได้ทุกคน ครอบครัวพี่ไม่มีปัญหาอะไร ทำไมเราต้องแคร์คนอื่นมากขนาดนั้นล่ะครับ เราจะมีความสุขได้เมื่อไหร่ถ้าเรายังเอาแต่แคร์คนรอบข้างจนละเลยความสุขตัวเอง”
“พี่แค่กลัว...”
“ผมรู้ครับ แต่พี่ช่วยจับมือแล้วเดินไปพร้อมกับผมได้ไหม เดินไปด้วยกันนะครับ ทำตามหัวใจกันนะ”
“...”
“พี่กรีน”
“...”
“ผมรักพี่มากเลยนะ จากแรกที่เจอคือความประทับใจแล้วผมก็เริ่มมองหาพี่เรื่อย ๆ จนเจออีกครั้งวันที่ไปสนามและพี่ถ่ายคลิปสัมภาษณ์ ั้แ่วินาทีที่พี่ยิ้มให้ ผมได้แต่บอกตัวเองว่าผมปล่อยพี่ไปไม่ได้แล้ว”
“...”
“ผมรักพี่นะครับ”
“...”
“เป็แฟนกันนะครับ”
“...”
“พี่กรีน...” น้องเรียกชื่อด้วยเสียงที่นุ่มนวล ฝ่ามือที่ประคองแก้มอยู่ลูบเบา ๆ ไม่ได้กดดัน ไม่ได้บังคับแต่กำลังเว้าวอนให้ตอบคำถามนั้นของน้อง
“เรามั่นใจ มั่นใจแล้วใช่ไหมถึงได้พูดแบบนั้น”
“ผมมั่นใจ มั่นใจั้แ่แรก ผมอยากเป็ของพี่” ความจริงจังส่งมาพร้อมกับน้ำเสียง แววตาที่เขาใช้มองฉันมันช่างน่าค้นหาเสียจริง ถ้าหากลบความกลัวออกจากใจ ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกับน้องเพียงแต่คำว่ากลัวมันกดความรู้สึกเอาไว้จนไม่กล้าที่จะแสดงอะไรออกมาชัดเจน ถ้าตอนนี้น้องบอกว่าน้องมั่นใจและพร้อมจะชัดเจน จะเป็อะไรไหมถ้าฉันขอทำตามหัวใจตัวเองบ้าง ขอทำสักครั้งได้ไหม
“พี่ครับ คำตอบ...”
“อื้อ เป็” ฉันพยักหน้าตอบเมื่อน้องกำลังจะถามอีกครั้ง”
“พี่กรีนเป็แฟนกันนะครับ” น้องถามอีกครั้ง ครั้งนี้รอยยิ้มกว้างถูกเผยขึ้นมาอีกครั้ง
“ค่ะ เป็แฟนกัน”
====
ฮื่อ ผู้ชายบ้านนี้น่ารักทุกคนเลย เขินมาก ทำไมดีแบบนี้ลูก อิจฉาพี่กรีนได้ไหม