ซูหลงซูหนี่กับซูห่าว เดินมาหน้าจวนเพื่อส่งคนตระเฉิน มากุ้ยหลินได้หลายวันแล้วถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านเพื่อไปใช้ชีวิตที่ควรจะเป็
มู่เฉินมองตาที่กำลังคลอด้วยน้ำตาของซูหนี่ในใจคิดถึงเพียงใดก็คงต้องกลับเมื่อคืนเขาให้สัญญากับนางไว้ว่าพอกลับถึงเมืองหลวงจะรีบส่งสินสอดมาสู่ขอ ทำตามพิธีการอย่างสมเกียรติเขาไม่ใช่บุรุษที่ไม่มีความรับผิดชอบ ในเมื่อทำให้นางมีมลทินแล้วย่อมไม่คิดหลีกหนี เขายังมอบป้ายหยกที่สลักคำว่ามู่ไว้ให้นางหวังเพียงว่านางจะรอเขาส่งเกี้ยวมารับนางอย่างเปิดเผย
อี้เฉินเองก็รู้สึกชอบพอและถูกชะตากับซูหนี่มากๆ"น้องหนีหนี่ ไว้ครั้งหน้าข้าค่อยพาเ้าไปเที่ยวเมืองหลวงนะ"
"ได้ท่านต้องต้อนรับข้านะ"
"แน่นอน"
มู่เฉินพูดขึ้นมา "ท่านอาเขย พี่ห่าวพวกเรามีงานเหลืออยู่มาก คราวหน้าหากพวกท่านมาเมืองหลวงพวกเราค่อยเจอกันอีกที"
"ไว้คราวหน้าพวกท่านค่อยมาใหม่นะจวนซูเปิดประตูให้คนตระกูลเฉินเสมอ" ซูหลงกล่าวอำลา
รถม้าสองคันของคนตระกูลเฉินกำลังวิ่งไกลออกไปซูหนี่ได้แต่กำหยกในมือไว้แน่น นางเชื่อว่ามู่เฉินต้องกลับมาหานางอย่างแน่นอน
ซูห่าวเห็นน้องสาวตาลอยออกไปตามรถม้าของตระกูลเฉินเขาจึงเรียกสตินาง "หนีหนี่ พวกเรากลับเข้าไปในจวนเถอะ"
ซูหนี่หันกลับมามองพี่ชายที่กำลังเรียกนางอยู่นางจึงเดินตามเข้าไป
หลังจากตระกูลเฉินไปแล้วจิตใจดวงน้อยของหนีหนี่ไม่ได้อยู่ตามตัว หากแต่กลับลอยออกไปกับมู่เฉินคำนึงถึงเขาทุกเช้าค่ำ เข้ามาลูบเตียงในห้องแขกคืนแล้วคืนเล่านึกถึงค่ำคืนแห่งรักที่แสนจะหวาน เพียงพริบตาเดียวเวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
่นี้ซูห่าวสังเกตุเห็นน้องสาวไม่ค่อยร่าเริงดังก่อนจึงอยากชวนนางออกไปเดินเล่นนอกจวน
"หนีหนี่วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งแต่เช้า พวกเราออกไปเที่ยวตลาดดีหรือไม่"
"ท่านพี่ไปเองเถอะข้าไม่อยากไป"
"เ้าเป็อะไรไป ั้แ่พวกตระกูลเฉินจากไปเ้าก็เอาแต่นิ่ง เกิดอะไรขึ้นหรือไม่ หากมีเื่อะไร บอกพี่มาได้เลย"
"ข้าเปล่า"
แม้นางจะบอกว่าเปล่ากระนั้นกลับหนีไม่พ้นสายตาของพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกัน
"เ้ามีใจอี้เฉินใช่หรือไม่"
"ไม่ใช่สักหน่อยพี่ใหญ่อย่าเดาส่งเด็ด"
"หากไม่ใช่แล้วเ้าจะเหม่อลอยได้เช่นไร"
"ก็ได้ก็ได้ข้าไปเที่ยวกับพี่ใหญ่ก็ได้"
เพื่อตัดปัญหาความสงสัยของซูห่าวซูหนี่จึงตกลงออกไปเดินเล่นกับเขา
ฝั่งตระกูลเฉินกลับถึงเมืองหลวงเพียงไม่นานมู่เฉินคิดจะบอกบิดาให้สู่ขอซูหนี่ให้เขา แต่กลับมีเื่ด่วนเข้ามา
หยางเฉินเรียกตัวอี้เฉินกับมู่เฉินเข้ามา "ที่พ่อเรียกพวกเ้ามาเพราะมีเื่นิดหน่อยสินค้าที่เราส่งไปให้แคว้นซ่งเกิดปัญหา ระหว่างทางมีสินค้าสูญหายจำนวนมากหากรอบนี้ตามสินค้ากลับมาไม่ได้ ต่อไปหากคิดจะทำการค้ากับแคว้นซ่งคงจะยากแล้วข้าจึงอยากให้พวกเ้าคนใดคนหนึ่งเดินทางไปแคว้นซ่งเพื่อคลี่คลายปัญหานี้"
อี้เฉินพูดออกมา "ท่านพ่อเื่นี้ให้พี่ใหญ่ดีกว่า เขามีประสบการณ์มากกว่าข้าการที่จะตามหาของหายน่าจะดีกว่าข้า เช่นนี้แล้วถือว่าไม่เสียเที่ยว"
มู่เฉินอยากจะปฏิเสธแต่เขาทำได้เพียงน้อมรับงานในครั้งนี้ หากเขาปัดความรับผิดชอบไปให้น้องชายก็ดูเหมือนจะเห็นแก่ตัวเกินไป "อีกสองวันข้าจะไปแคว้นมู่เอง"
ภายใต้แสงจันทร์รำไรมู่เฉินนั่งอยู่ขอบหน้าต่างห้องนอนเขากำลังก้มหน้าก้มตาวาดภาพของสตรีนางหนึ่งอย่างจดจ่อในใจอยากขออยู่ร่วมกับนางไปจนแก่เฒ่า ทนรอไม่ไหวที่จะไปสู่ขอนาง นั่งยิ้มให้กับรูปที่เขาวาดเอง ไม่รู้ว่ายามนี้คนไกลจะรำพันถึงเขาบ้างหรือไม่ หากแต่คนทางนี้จิตใจล่องลอย ไม่เป็ตัวของตัวเองกินไม่ได้นอนไม่หลับ นึกถึงแต่ค่ำคืนแสนหวานในคืนนั้นอยากให้ระหว่างพวกเขาเป็ดั่งเช่นคืนนั้นทุกคืน
รุ่งเช้ามู่เฉินเตรียมตัวจนครบเรียบร้อย เขาเดินมาบอกบิดาไว้ล่วงหน้า "ท่านพ่อ หากข้ากลับมาท่านต้องให้ข้าแต่งงานนะ"
"เ้าจะแต่งกับใครเหตุใดพ่อถึงไม่รู้เลยล่ะ"
"เื่นี้เอาไว้ข้ากลับมาแล้วค่อยบอกท่าน" มู่เฉินบอกสั้นๆก่อนจะเดินไปขึ้นรถม้าคันใหญ่
"พี่ใหญ่ เดินทางปลอดภัยนะทางนี้ข้าจัดการเอง ท่านไม่ต้องห่วง"
อี้เฉินส่งยิ้มให้พี่ชายที่อยู่บนรถม้า
หลายวันผ่านไปซูหนี่เริ่มผอมลงไร้เรี่ยวแรง จนทำให้ซูหลงแปลกใจ เหตุใดลูกสาวที่เคยร่าเริงในครั้งก่อนถึงได้กลายเป็สตรีนิ่งเช่นนี้ เขาเดินเข้าไปหา
"หนีหนี่ลูกเป็อะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะท่านพ่อ ข้าสบายดีเพียงแต่่นี้จวนเราเปลี่ยนพ่อครัวใหม่ อาหารในจวนไม่ค่อยถูกปากข้าก็เลยไม่ค่อยกินข้าวเท่านั้น"
"อย่าทรมานตัวเองเลยนะออกไปหาอะไรกินข้างนอกก็ได้ พ่ออยากให้หนีหนี่คนเดิมกลับมาเร็วๆ"
"รู้แล้วค่ะท่านพ่อ" ซูหนี่ยิ้มให้บิดา
นางเดินออกจากจวนซูไปหาของอร่อยกินของที่นางชอบที่สุดคือเต้าหู้เหม็น เพียงแค่เดินผ่านกลิ่นอันเย้ายวนน้ำลายก็สอแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดว่าชอบกินมากแค่ไหน
"เฒ่าแก่ข้าเอาเต้าหู้เหม็นหนึ่งชุด"
นางกินเข้าไปเพียงชิ้นเดียวกลับรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาจนนางต้องคายทิ้ง ซูหนี่เดินต่อไป เจอร้านเป็ดย่างที่เคยโปรดปรานก็อยากจะกินอีกครั้ง นางสั่งมาเพียงน่องเดียว อาการก็ไม่ต่างจากครั้งแรก เกิดอะไรขึ้นกับตัวนางเหตุใดของที่เคยโปรดกลับกลายเป็ไม่ถูกใจขึ้นมา รอบเดือนของนางขาดได้สองเดือนแล้วสุดท้ายนางตัดสินใจเดินเข้าไปในโรงหมอ
ซูหนี่สวมหมวกผ้าปิดหน้าเอาไว้เดินเข้าไปในโรงหมอ "ท่านหมอ ข้ามาตรวจอาการ ่นี้ข้ากินอะไรก็คลื่นไส้ไปหมดท่านช่วยตรวจให้ข้าที"
หมอวัยชราเพียงจับชีพจรนางเดี๋ยวเดียวก็พูดออกมาอย่างดีใจ
"ยินดีด้วยฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว ท่านกำลังจะเป็แม่คน"
ประโยชน์นี้ของหมอยา ทำให้ซูหนี่ยิ้มออกมาทันทีนางกำลังตั้งครรภ์ให้มู่เฉิน หากเขารู้ต้องดีใจแน่นี่คงเป็รางวัลที่ดีที่สุดในชีวิตของนาง