ทั้งสามพาชาวบ้านมุ่งไปยังที่พักใต้ต้นไม้ใหญ่ ทางที่เลือกไปเป็ทางที่เดินได้สะดวกที่สุดแต่จะไกลกว่าระยะทางตอนที่พวกเขามาหน่อย เพราะตอนนี้มีเด็กเดินทางด้วย จะเลือกทางที่ลำบากเหมือนขามาจะพลอยทำให้การเดินทางล่าช้าลงกว่าเก่าด้วยซ้ำ ในระหว่างทางแกรนด์ได้คุยกับเอริคเกี่ยวกับชาวบ้านแต่ละคน ทำให้รู้ว่าในจำนวนนี้มีคนที่เคยเป็ทหารในเมืองถึง 4 คน เป็นักรบ 3 คนและผู้ใช้เวทย์อีก 1 คน ตัวเอริคในตอนนี้เป็นักรบคลาส 2 ขั้นสูง ซึ่งผู้คนอายุราวๆ นี้ที่เป็ทหารจะมีพลังอยู่ที่คลาส 2 กันทั้งนั้น นอกจากผู้ที่จบจากสถาบันศาสตร์การต่อสู้แห่งกลอเซน คนเหล่านี้ในวันที่จบการศึกษาพลังของแต่ละคนอย่างน้อยจะต้องคลาส 3 ขั้นสุดยอดแล้ว สัดส่วนในการแบ่งปันทรัพยากรระหว่างทหารธรรมดากับการเพราะบ่มผู้มีพร์มีความต่างกันมากนัก คนที่จบออกมาส่วนมากจะเป็หัวหน้าทหารในเมือง แกรนด์คิดว่าก่อนที่จะเป็นักล่าในสังกัดของเขาก็ต้องทดสอบความสามารถกับพลังที่พวกเขามีกันก่อนล่ะนะ
การเดินทางอพยพของพวกเขาเดินทางได้อย่างราบรื่น จนมาถึงที่ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีลำธารสายหนึ่งไหลอยู่ใกล้ๆ บ้าน แกรนด์ให้ชาวบ้านทำเพิงที่พักกันก่อนใน่นี้ เพราะวันนี้จะสำรวจและเคลียร์ที่ดินที่จะให้สร้างที่พัก บ็อบจะพาพวกผู้ชายไปตัดไม้มาเตรียมไว้ ผู้หญิงให้ทำเชือกเตรียมไว้ ส่วนหนึ่งก็แบ่งไปทำอาหาร แกรนด์กับเอเลน่าจะเข้าเมืองเพื่อหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็และไปสำรวจดูภารกิจใหม่ น่าเสียดายว่าภารกิจกำจัดฝูงจิ้งจอกไฟไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ เพราะชาวบ้านย้ายที่อยู่อาศัยใหม่และหมู่บ้านนั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว ทำให้เงื่อนไขภารกิจเป็โมฆะไป ยังดีที่ได้ค่าจ้างภารกิจมา 5 เหรียญทอง เงินจำนวนนี้สามารถทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว
แกรนด์กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็มากมาย รวมถึงขนมปัง ชีส เหล้าเบียร์ที่บ็อบฝากซื้อมาเพิ่ม เครื่องนุ่งห่ม การก่อสร้างคงจะรวดเร็วขึ้นมาก คนเยอะ อุปกรณ์พร้อม อาหารการกินมีไม่ขาด ในวันนี้ไม้ที่ใช้ก่อสร้างได้ตัดมาเตรียมไว้จนครบแล้ว คาดว่าจะเริ่มงานได้ในวันรุ่งขึ้น ในคืนนี้ชาวบ้านทุกคนจะพักอาศัยในเพิงที่สร้างไว้พักชั่วคราว แต่เมื่อเทียบกับสภาพในอุโมงค์หลบภัยที่พวกเขาอยู่ในนั้นเป็เดือนแล้ว ที่นี่เหมือนกับ์เลยทีเดียว เหมือนกับได้เกิดใหม่ คนที่พาพวกเขามาด้วยนั้นนอกจากจะไม่กดขี่แล้วยังจัดหาทุกอย่างเพื่อพวกเขาอีก ชาวบ้านรู้สึกตื้นตันในน้ำใจของชายหนุ่มอย่างมาก สายตาที่ชาวบ้านมองมายังคนทั้งสามตอนนี้เป็สายตาที่เคารพเทิดทูนมากกว่าความเกรงกลัวในพลังที่สูงส่ง
เวลาล่วงมาถึงตอนเย็น แกรนด์ได้เรียกให้ทุกคนมารวมกันที่หน้าบ้านเพื่อที่จะประกาศเื่สำคัญ
“ผู้ที่เคยเป็ทหารในเมืองก้าวออกมาข้างหน้า”
ชายหนุ่มอายุราว 20-25 ก้าวเท้าออกมาข้างหน้า 4 คน นอกจากเอริคแล้วทั้ง 3 คนมีพลังที่คลาส 2 ขั้นกลาง ส่วนเอริคมีพลังคลาส 2 ขั้นสูง ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกคนเป็คนธรรมดา
“ข้าจะฝึกให้คนที่พร้อมเป็นักล่าและจะให้พวกเ้าทั้ง 4 เป็หัวหน้าของแต่ละกลุ่ม”
“หัวหน้ากลุ่ม? ไม่ใช่ว่าท่านจะพาพวกเราไปช่วยด้วยเวลาที่ท่านออกไปล่าหรอกหรือ?” ชายผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พวกข้าจะออกล่าแต่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง พวกเ้าไปด้วยนอกจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังจะเป็ภาระซะเปล่า ข้าจะคัดเลือกคนและฝึกเบื้องต้นให้ จากนั้นข้าจะมอบหมายงานให้พวกเ้าแต่ละกลุ่มไปทำ แน่นอนว่ากลุ่มไหนทำสำเร็จก็จะมีรางวัลให้ด้วย เป็การฝึกพลังไปในตัว”
“แค่ท่านให้อาหารกับที่พักอาศัยกับพวกเราก็ถือเป็พระคุณมากแล้ว เรา้าทำงานตอบแทนอย่างเต็มที่ ไม่ได้หวังรางวัลอะไรเลย” เอริคกล่าวขึ้นมาทันที แค่นี้เขาก็รู้สึกตื้นตันใจมากแล้ว
“เอาเถอะ เื่นั้นค่อยว่ากันทีหลัง นอกจากทั้ง 4 คนที่ยืน ทุกคนเดินมาข้างหน้าข้าทีละคน ข้าจะทดสอบคุณสมบัติพลังของพวกเ้า”
แกรนด์นำหินทดสอบพลังเบื้องต้นออกมา เป็หินชนิดเดียวกับที่เขาเคยทดสอบพลังตอนเด็กๆ แต่มีขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น ชาวบ้านส่วนมากไม่เคยได้รับการทดสอบพลัง เพราะการเดินทางเข้าเมืองต้องใช้ค่าใช้จ่ายมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับการทดสอบพลังมักอาศัยอยู่ในเขตเมืองหรือไม่ก็เป็ผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะจากหมู่บ้านต่างๆ คนที่เข้าร่วมกับกองทัพก็จะได้รับการทดสอบพลังเช่นเดียวกัน
หลังจากที่ทดสอบพลังเสร็จสิ้นแกรนด์พบว่าผู้ที่มีร่างกายเหมาะสมกับการฝึกพลังทั้งชายและหญิงมีทั้งสิ้น 54 คน เป็คนที่อยู่ใน่อายุราว 15-25 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีไม่นับ คนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีก็อายุมากเกินกว่าที่จะเริ่มฝึกจากพื้นฐาน ควรจะมอบหมายอย่างอื่นให้พวกเขาทำ เด็กอายุ 10-14 ปีมี 8 คน จะให้เรียนในชั้นเรียนที่จัดขึ้นมาพิเศษ เพราะยังเด็กเกินไปที่จะไปรวมกับกลุ่มที่ตั้งขึ้น พวกเขาควรจะเรียนและฝึกบ่มเพาะพลังกันก่อน ซึ่งจากการทดสอบพลังของแกรนด์ในวันนี้พบว่าจากในจำนวน 54 คน มีผู้มีพลังนักรบถึง 40 คน ผู้ใช้เวทย์ 14 คน ธาตุต่างๆ ถูกระบุออกมา ซึ่งธาตุน้ำมีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือลม ไฟ ดินตามลำดับ ไม่สังกัดธาตุไหนเลย 5 คน จนมาถึงเด็กหนุ่มอายุ 14 ปีคนหนึ่ง
“หืม? คุณสมบัติธาตุสายฟ้า?”
แกรนด์อุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มผู้นี้มีคุณสมบัติธาตุหายากเช่นเดียวเดียวกันกับเขา หินทดสอบพลังเปล่งแสงสีเหลืองทองจางๆ ซึ่งเป็ลักษณะเฉพาะสีของออร่าธาตุสายฟ้า
“เ้าชื่ออะไร?”
“เกรย์ขอรับ”
เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แกรนด์ผงกหัวและยิ้มรับ ธาตุสายฟ้าหายยากยิ่งกว่าอะไรแต่กลับปรากฏในหมู่บ้านเล็กๆ ถ้าเขาไม่เจอก่อนเด็กหนุ่มคนนี้อาจไม่มีโอกาสฝึกพลังเลยตลอดชีวิต หลังจากทดสอบพลังเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน แกรนด์ใช้คริสตัลที่มีอักขระสื่อสารระยะไกลส่งข้อความเสียงบอกเอเลน่าเกี่ยวกับจำนวนคนและสิ่งของที่จะฝากซื้อมาด้วยในตอนเช้า ค่ำคืนนี้แกรนด์วางแผนจัดการกับคนที่ย้ายเข้ามาใหม่จนดึกดื่น
รุ่งเช้าเอเลน่ามาพร้อมกับหนังสือและอาวุธต่างๆ เต็มแหวนมิติของเธอ หนังสือและอาวุธ 53 ชุดพอดี หนังสือนักรบฝึกหัดธาตุต่างๆ พร้อมกับดาบสัมฤทธิ์ 40 ชุดและหนังสือผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดพร้อมไม้เท้า 13 ชุดถูกแจกจ่ายให้ตามคุณสมบัติที่เหมาะสมของแต่ละคน การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินไปมากพอสมควร เกรย์มองตาปริบๆ ไปที่ทุกคนที่ได้รับการแจกจ่ายทั้งตำราและอาวุธ มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่ได้รับอะไรเลย ซึ่งเขาเป็คนเดียวในที่นี้ที่มีพลังนักรบธาตุสายฟ้า แกรนด์กล่าวกับเกรย์ว่าหนังสือธาตุสายฟ้าไม่มีขาย จะมีก็แค่อยู่ในห้องสมุดของสถาบันศาสตร์การต่อสู้เท่านั้น แต่ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเขาจะเป็คนสอนให้เอง ผู้ที่ไม่สังกัดธาตุไหนนั้นแม้จะใช้วิชาธาตุไม่ได้แต่ก็มีวิชาเฉพาะตัวในสายนี้เช่นกัน นักรบไม่สังกัดธาตุ 3 คนได้ได้รับหนังสือนักรบผสานิญญา เป็ทักษะของนักรบไม่สังกัดธาตุที่ต้องจับสัตว์อสูรมาทำพิธีสังเวยเื เมื่อเสร็จพิธีคนผู้นั้นจะสามารถผสานพลังกับสัตว์อสูรชนิดนั้นและสามารถใช้พลังของมันได้ ส่วนผู้ใช้เวทย์ไม่สังกัดธาตุอีก 2 คนได้รับหนังสือเวทย์อัญเชิญ ที่จะสามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตอื่นมาช่วยในการต่อสู้ได้ ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่อัญเชิญออกมาจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพลังของผู้ที่ทำการอัญเชิญ
แกรนด์ทำการแบ่งกลุ่มเป็ 4 กลุ่มโดยให้อดีตทหารที่เคยฝึกพลังมาแล้วเป็หัวหน้าของแต่ละกลุ่ม และกลุ่มพิเศษอีกหนึ่งกลุ่มเป็กลุ่มของเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี เมื่อจัดการแบ่งกลุ่มได้เรียบร้อยสิ่งที่ทุกกลุ่มต้องทำคือการฝึกทำความเข้าใจพลังในเบื้องต้นก่อน บ็อบรับหน้าที่เป็ครูฝึกให้นักรบ ส่วนเอเลน่าเป็ครูฝึกผู้ใช้เวทย์ แกรนด์รับสอนเด็กๆ กลุ่มพิเศษ
“ท่านอาจารย์ ข้าอยากฝึกพลังเหมือนที่ท่านใช้ตอนสู้กับจิ้งจอกไฟ”
เกรย์เอ่ยกับแกรนด์ขึ้นด้วยแววตาเป็ประกาย เขาเป็หนึ่งในผู้ที่มองสังเกตการณ์ต่อสู้ในอุโมงค์หลบภัย พลังที่แกรนด์ใช้ในแต่ละครั้งสามารถทำให้แผ่นดินะเืได้เลยทีเดียว ทำให้เขาประทับใจและมองแกรนด์เป็ฮีโร่ของเขา
“ทักษะที่ข้าฝึกเป็ทักษะระดับสูง ทั้งยังอันตรายกับผู้ใช้แม้จะมีพลังสูงแค่ไหนก็ตาม อีกอย่าตอนนี้เ้าควรเรียนรู้การควบคุมพลังก่อน ควรมุ่งมั่นฝึกฝนเพื่อให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะตั้งใจฝึกฝน”
เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง ดวงตาของเขาทอแสงเป็ประกาย ในชีวิตนี้เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะเข้าร่วมเป็ทหารกับกองทัพ เหตุผลหลักๆ เพราะอยากจะฝึกฝนพลัง แต่การได้มาเจอกับคนที่เขาเรียกว่าอาจารย์เขาคิดว่าช่างเป็วาสนาของเขายิ่งนัก แกรนด์มองไปที่เด็กชายแล้วถอนหายใจ จริงๆ แล้ววิชาของเขานั้นไม่มีใครในโลกนอกจากตัวเขาเท่านั้นที่ฝึกได้ มันไม่ได้มาจากตำราเล่มไหนทั้งนั้น แต่มาจากความทรงจำของเขาเอง แกรนด์ไม่รู้ว่าความทรงจำที่เกี่ยวกับทักษะที่เขาใช้นั้นมาจากไหน แต่ที่รู้ๆ คือมันถ่ายทอดให้คนอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน ระดับความยากของมันแม้วิชาระดับสูงที่เขาเคยเปิดดูยังเทียบไม่ติด ่นี้แกรนด์ต้องดูแลการฝึกไปก่อนเป็การพักผ่อนในตัวเพราะอีก 2 วันจะถึงวันเปิดการประมูลแล้ว คนที่ว่างจากการฝึกและอดีตทหารที่เคยฝึกมาแล้วรับหน้าที่สร้างที่พักอาศัยไปก่อน
“ลูกพี่ นักรบที่ไม่สังกัดธาตุท่านจะหาตัวอะไรมาผสานให้พวกเขา?” บ็อบเดินเข้ามาถามหลังจากพักการฝึก่เที่ยง
“ไม่ พวกเขาต้องหามาเอง การที่จะแข็งแกร่งได้นั้น พลังที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้เป็ตัวเลือกที่ดีก็จริง แต่การพัฒนาและไขว่คว้าพลังมาด้วยตนเองจะนำมาซึ่งความภาคภูมิและเป็ตัวผลักดันให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เป็อยู่ ถ้าข้าหยิบยื่นทุกอย่างให้พวกเขาก็จะคิดแต่จะพึ่งพาเพียงคนอื่นเพื่อเพิ่มพลังของตัวเองเท่านั้น”
“จริงของท่าน ข้าเห็นด้วยกับเื่นี้” บ็อบผงกหัวช้าๆ เขาก็คิดถึงเื่แบบนี้ไว้แล้วเช่นกัน
“แล้วทางเ้าล่ะ ไปถึงไหนแล้ว?” แกรนด์หันไปถามเอเลน่าที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ใกล้ๆ
“ข้ากำลังสอนพื้นฐานการรวบรวมเวทย์อยู่ เหมือนจะไปได้สวยนะ มีสองสามคนที่รวบรวมพลังเพื่อสร้างแก่นเวทย์ขึ้นได้เสี้ยวนึงจนพอที่จะััพลังที่เบาบางได้แล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะกระตือรือร้นในการฝึกมากเลยนะ”
“เราจะฝึกพื้นฐานให้พวกเขาจนกว่าจะสร้างที่พักกันเสร็จ หลังจากนั้นค่อยมอบหมายงานให้ไปทำ ส่วนคนที่ไม่ได้ฝึกข้าก็จัดสรรงานส่วนอื่นๆ ให้ทำแล้ว พวกเราในตอนนี้ก็จะมีหน้าที่ออกล่าหาวัตถุดิบต่างๆ สั่งการและฝึกสอน คงเหนื่อยเพิ่มขึ้นมาหน่อยนะ ที่สบายขึ้นน่าจะมีแค่มีคนเอาอาหารมาให้ถึงที่นี่แหละ”
“ข้าชอบแบบนี้นะ” บ็อบพูดแทรกขึ้น เขาชอบที่ไม่ต้องทำอาหารเองหรือรอที่จะกินในขณะที่ทำเพราะในตอนนี้แค่สั่งคำเดียวก็มีคนยกมาให้ถึงที่
ในสองวันแรกทั้งสามก็ยุ่งอยู่กับการทำหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นขอตัวเอง เด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ นี้ดูเหมือนจะชอบเ้าลูกงูน้ำเกล็ดเงินทั้งสองตัว ครั้งแรกที่เห็นทุกคนรู้สึกกลัวพวกมันอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็สัตว์อสูร ถึงจะเป็แค่ตัวลูกแต่ขนาดตัวของมันก็พอๆ กับแขนของผู้ใหญ่ แกรนด์ให้พวกมันทั้งสองกินเครื่องในของกระทิงเขาเกลียวหวังให้พวกมันเพิ่มพลังขึ้นให้ไวที่สุด การฝึกฉบับเร่งรัดยังคงดำเนินต่อไป ผู้ฝึกทุกคนต้องฝึกั้แ่เช้ามืดจนดึกดื่นเพื่อให้ควบคุมพลังให้ได้โดยเร็วที่สุด แม้การฝึกจะโหดในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่มีใครที่ปริปากบ่นเื่นี้แม้สักคน
เวลาผ่านล่วงเลยไปแล้ว 2 วัน ในเช้าวันนี้แกรนด์เตรียมตัวที่จะไปยังโรงประมูลในเมือง บ็อบอยู่ฝึกให้กลุ่มนักล่าฝึกหัดที่นี่ แกรนด์นัดกับเอเลน่าที่ร้านของอริส ทั้งสองจะเข้าไปในโรงประมูลพร้อมกับเธอ แกรนด์เอาหนังงูเห่าไฟดำกับงูน้ำเกล็ดเงินออกมา อริสตรวจดูอย่างถี่ถ้วนก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ พวกเขาต้องไปก่อนเวลาประมูลประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อลงทะเบียนสินค้าที่จะเข้าประมูล โดยแกรนด์ให้อริสจัดการเื่การประมูลทั้งหมด เขาเพียงแค่อยากเข้าไปดูบรรยากาศด้านในเท่านั้น
หอประมูลสินค้าประจำเมืองกลอเซนตั้งอยู่ภายในเขตเมืองชั้นในที่ติดกับปราสาทของเ้าเมือง ลอร์ดเวนสัน ผู้ปกครองเมืองกลอเซนเป็ผู้รับผิดชอบ การประมูลจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเ้าเมือง มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ใครที่กล้าชักดาบในการประมูลหรือมาก่อความวุ่นวายต้องจบไม่สวยทุกรายไป แกรนด์มาถึงหน้าหอประมูลสินค้า สถานที่แห่งนี้เป็ตึกทรงสูงขนาดใหญ่ ตัวตึกก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมชั้นสูง แค่ภายนอกก็ดูยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม ประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมมากมาย มีสวนขนาดใหญ่หน้าตึก ดอกไม้ถูกประดับตกแต่งอย่างอลังการ ผีเสื้อและนกตัวเล็กๆ บินประปรายในสวนดูผ่อนคลายสายตา แกรนด์ไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้มากนัก เพราะชีวิตของเขาส่วนมากใช้ชีวิตอยู่ในป่า ดูอะไรเพลินๆ พักสายตาไปสักพักคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาดึงแขนเอเลน่าเข้ามาแล้วกระซิบอะไรบางอย่างข้างๆ หู
“ไม่กี่วันก่อนใครเป็คนพูดว่าข้างกแบบมีอุดมการณ์?” เอเลน่าถึงกับกุมขมับพร้อมเอ่ยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“น่า มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อุดมการณ์มันก็ดิ้นได้เช่นกัน ข้าเห็นกลุ่มคนที่ทยอยเข้าโรงประมูลก็เพิ่งนึกได้ นี่มันนาทีทองชัดๆ”
“นั่น คุณหนูเอเลน่านี่นา เ้าสนใจงานประมูลด้วยหรอข้าไม่เห็นรู้มาก่อนเลย” เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมากลางบทสนทนาของทั้งสองคน ชายหนุ่มท่าทางองอาจสวมชุดเกราะหรูหรา ผ้าคลุมสีแดงปักลวดลายสวยงามโบกสะบัดอยู่ด้านหลัง เขาเดินเข้าโดยลูกน้องหลายคนเดินตามหลัง
“ข้าแค่ไม่มีอะไรทำ เลยมาหาอะไรดูแก้เซ็ง เผื่อมีของที่อยากได้” เอเลน่าตอบด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรรู้สึกเซ็งไปกว่าการเจอหน้าคร็อกคัสอีกแล้ว
“เ้าอยากได้อะไรที่นำมาประมูลขอให้บอก เดี๋ยวข้าซื้อให้” ชายหนุ่มพูดอย่างจริงจัง แน่นอนว่าตระกูลของนั้นเขาร่ำรวยรวยอย่างมาก พ่อของเขาเป็ถึงหัวหน้าภาคีอัศวินของเมืองกลอเซน จะมีอะไรที่ในเมืองนี้เขาใช้เงินซื้อไม่ได้
“แล้วเ้าเป็ใคร?”
คร็อกคัสมองมาที่ชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ เอเลน่า รูม่านตาค่อยๆ หดแคบลง สายตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจปนอิจฉา ไม่สิ ไม่ใช่แค่ยืนข้างๆ นี่มันยืนชิดกันเลยนี่หว่า! แกรนด์กรอกหางตามามองที่คร็อกคัสแว็บหนึ่งแล้วกรอกสายตากลับ เขาไม่ได้สนใจในตัวของชายที่ท่าทางหยิ่งยโสสักเท่าไหร่ จะเป็การดีกว่าถ้าไม่ไปยุ่งกับคนเหล่านี้ เพราะมันอาจจะนำปัญหาที่ยุ่งยากไม่จบไม่สิ้นตามาทีหลัง
“เฮ้ย! คุณชายถามเ้าอยู่ ทำไมไม่ตอบ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
ผู้ติดตามของคร็อกคัสกำดาบแน่นพร้อมที่จะดึงออกมาสังหารชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก พฤติกรรมของคนผู้นี้เหมือนไม่เห็นคร็อกคัสอยู่ในสายตา การที่บังอาจดูิ่ผู้เป็นายเหมือนกับการดูิ่พวกเขาด้วย ผู้ติดตามคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน แกรนด์รู้สึกได้ถึงจิตสังหารของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน
“ถอยห่างออกไปจากเธอแล้วไสหัวไปซะเ้าสามัญชนชั้นต่ำ! ข้าจะไว้ชีวิตเ้า แต่ถ้าข้าเห็นเ้าที่ไหนอีกเ้าต้องก้มเช็ดรองเท้าให้ข้า”
คร็อกคัสเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าดำทะมึน เขารู้เื่เกี่ยวกับชายผู้นี้มาหลายวันแล้ว ผู้ที่ส่งคนไปสอดแนมก็คือตัวเขานั่นเอง
‘อยู่ในเขตควบคุมอาวุธของเมืองยังวางก้ามขู่จะสังหารข้า?’ แกรนด์คิดในใจขึ้นมาทันที เขาไม่ได้สนใจคร็อกคัสอยู่ก่อนแล้ว แถมอีกฝ่ายยังใช้อำนาจข่มขู่อีก เอเลน่าเองก็ดูอึดอัดั้แ่เริ่มสนทนากับชายหนุ่มผู้นี้ เป็เื่ปกติของชนชั้นสูงที่ใช้อำนาจข่มขู่ผู้คนจนเคยตัวและวางตัวเหนือกว่าผู้อื่น นี่ถึงขนาดขู่ฆ่าคนในเขตห้ามใช้อาวุธ แต่ดันชักดาบข่มขู่
‘ข้าเอาคืนพวกเ้าแน่!’ แกรนด์คิดในใจพลางมองหน้าคร็อกคัสก่อนถอนสายตาและกำลังจะเดินออกไป
“ข้าได้ยินว่า่นี้เ้าเบื่ออาหารกินอะไรไม่ค่อยลง ไม่มีอาหารถูกปากรึเ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษงั้นเหรอ?”
แกรนด์หันไปคุยกับเอาเลน่าพร้อมกับขยิบตาให้เล็กน้อย
“อืม ่นี้กินอะไรไม่ลงเลย ไม่รู้เป็อะไร ถ้าได้ของที่รสชาติยอดเยี่ยมคงดีไม่น้อย”
เอเลน่าไม่รู้ว่าแกรนด์พูดเื่อะไรขึ้นมาก็แต่ตอบแบบตามน้ำไปก่อนแล้วกัน เสียงนั้นแม้จะเหมือนคุยกันปกติอย่างแ่เบาแต่คร็อกคัสกลับได้ยินเต็มสองหูเหมือนพูดให้เขาฟังอีกคน