ทิวพาเนมล่องเรือ ดำน้ำ กว่าจะกลับมาที่พักก็ใกล้ค่ำระหว่างนั่งเรือเพื่อเข้าฝั่งด้วยความเหนื่อยบวกกับคืนที่ผ่านมาทิวแทบไม่ได้นอนเลยเพราะนอนไม่หลับ ทำให้เขานั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ
ฟึ่บ!
จังหวะเรือตีโค้งเล็กน้อยทำให้ทิวเอนตัวซบไหล่เนมพอดิบพอดี เนมใเล็กน้อยแต่เมื่อเอียงหน้ามองคนข้างๆเมื่อเห็นว่าเขาหลับจริงๆ เธอจึงปล่อยเลยตามเลย รู้สึกเห็นใจทิวขึ้นมาทันทีคงจะเหนื่อยมากพาเธอมาเที่ยว จนเรือแล่นมาเทียบท่า แต่ว่าคนหลับยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเนมจึงเขย่าไหล่เบาๆ
"พี่ทิว...พี่ทิวคะ ถึงแล้วค่ะ"
"อืออ..ถึงแล้วเหรอ" ทิวขยับตัวค่อยๆยกหัวขึ้นสลัดเบาๆ แล้วหันมองเนมขวับ
"อย่าบอกนะว่าพี่พิงไหล่เนมมาตลอดทาง"เขาทำตาโตถามเธอเหมือนเป็เื่ตื่นเต้น
"ใช่ค่ะ ไหล่แทบทรุด"เธอโอดเบาๆ
"พี่ขอโทษๆ พี่เผลอหลับไป"ทิวรีบขอโทษพร้อมทำท่าบีบนวดไหล่ให้เธอ
"อุ๊ย!! พี่ทิวไม่ต้องหรอกค่ะ เนมล้อเล่น"
"อ่าว..ตัวแสบ" เขาหยุดแล้วขยี้หัวเธอเบาๆก่อนจะพากันลงเรือแล้วเดินตรงไปยังตัวโรงแรม
"หิวมั้ย?"
"มากๆ เลยค่ะ"เนมทำท่ากุมท้องเมื่อเขาถาม
"งั้นวันนี้หาอะไรกินที่โรงแรมเลยแล้วกันจะได้รีบพักผ่อนพรุ่งนี้จะได้กลับกัน"
"......" เมื่อพูดถึงเวลาที่ต้องกลับทำให้เนมหน้าเศร้าและเงียบไป
"ไม่อยากกลับ?"
"เปล่าค่ะ กลับก็ได้ เนมแค่...."
“เอางี้มั้ย ไปอยู่กับเพื่อนสักพักดีมั้ย่ปิดเทอม”เขาเสนอ
“ฟ้าใส กลับบ้านที่ใต้ค่ะส่วนแยมก็ไปต่างประเทศกับครอบครัวค่ะ”
“อ่อ เป็แบบนี้นี่เอง ถึงไม่เห็นเราโทรหาเพื่อนเลย”
“เนมไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเป็ห่วงเนมแทนที่จะได้พักผ่อนอยู่บ้านหรือไปเที่ยวกับครอบครัวค่ะ”
“แล้วทำไมเราไม่ลองกลับบ้านดูล่ะ”
“เนมตั้งใจว่าจะกลับอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ยังไม่อยากไปในสภาพนี้สักเท่าไหร่”
“ไหนเล่าให้พี่ฟังได้มั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“คือว่า......”เนมตัดสินใจเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ทิวฟังแบบคร่าวๆ ในระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ
“พี่ว่าเราไม่ควรหนีเลยนะยังไงมันก็หนีความจริงไม่พ้นหรอก ทำไมถึงไม่ฟังเขาพูดหรืออธิบายก่อนล่ะ”
“เนมไม่พร้อมฟังอะไรตอนนี้ค่ะ”
“โอเค ตามใจเราเลย งั้นตอนนี้พี่ขอได้มั้ย”
“คะ?”
“พี่ขอให้เนมเอาความทุกข์ทิ้งไว้ที่นี่แล้วกลับคอนโดพรุ่งนี้อย่างคนเข้มแข็ง ถ้ายังไม่พร้อมคุยก็ไม่เป็ไรแต่ทำให้ใจตัวเองแข็งแรงก่อน ได้มั้ย?” ทิวพูดพร้อมจ้องหน้าเนมด้วยสายตาที่อบอุ่นและอ่อนโยน น่าแปลกที่คำพูดของเขาวันนี้ทำให้เธอใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อแต่ฟังแล้วก็ทำให้เธอรู้สึกโล่ง และสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“ค่ะ เนมจะทำตามที่พี่ขอ”
“ดีมาก งั้นกินข้าวกัน พี่ง่วงมากเลยวันนี้ขอนอนให้เต็มอิ่มหน่อยนะ เมื่อคืนพี่นอนไม่หลับเลย”
“ทำไมถึงนอนไม่หลับล่ะคะ”
“เอ่อ...ไม่รู้สิ ไม่เคยนอนกับใครล่ะมั้ง”
คำพูดของเขาทำให้เนมชะงักช้อนที่กำลังจะส่งข้าวเข้าปากไปนิดนึงแต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เธอก็บอกไม่ถูกว่าทำไมรู้สึกแปลกๆ
สายวันต่อมา ทิวและเนมขับรถกลับจากทะเล ทิวแวะส่งเนมที่คอนโดก่อนทิวช่วยหญิงสาวขนของใช้ที่และของฝากที่แวะซื้อติดมือมาด้วยระหว่างทาง
“อ้าว พี่ทิวเดินตามเนมมาทำไมคะ”เธอหันมาถามเมื่อเห็นทิวกดล็อกรถแล้วเดินตามหลังเธอมา
“เดี๋ยวพี่ไปส่งให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาดักรอให้เนมคิดมากอีก” เขาว่าหน้าตาเฉยพร้อมฉวยข้าวของในมือเนมไปถือแล้วเดินนำหน้าเนมเข้าไปในลิฟต์
“ขอบคุณนะคะ แต่เนมกลัวจะมีเื่กันอีกน่ะค่ะ”
“เนม กลัวเขาจะเข้าใจผิดเหรอ”
“เปล่าค่ะ เนมไม่สนหรอกค่ะเนมไม่อยากให้พี่เดือดร้อนเพราะเนมต่างหาก”
“งั้นก็ไม่ต้องกลัว พี่ไม่สนอยู่แล้ว”
พูดเสร็จเขาก็เดินนำออกจากลิฟต์อีกเช่นเคยเนมเดินตามหลังมาติดๆแต่ไม่ทันระวังเธอก็ชนกับแผ่นหลังโดยที่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“อุ๊ย!!”
“เนม!!”
“พี่เคน” เสียงเรียกเนมดังจนเกือบตะคอกทำให้เนมเดินออกมาจากด้านหลังของทิวแล้วหลุดปากเรียกชื่อเขาออกไป
“เนมหายไปไหนมา แล้วทำไมถึงมากับไอ้นี่อีกแล้ว”เคนถามพร้อมชี้หน้าทิว
“มึงเรียกใครว่า ไอ้นี่” ทิวกดเสียงต่ำถามออกไป
“พี่เคน กลับไปเลยนะ เนมไม่อยากคุยกับพี่”
“เนม นี่เนมไปไหนกับมันมาตั้งหลายวันอ่ะ อย่าบอกนะ..”
“มึงหยุดความคิดชั่วๆ ของมึงไปเลยนะไอ่เคนอย่าคิดว่าเนมจะเป็เหมือนมึง” ทิวพูดเสียงเข้มพร้อมชี้หน้าเคนจ้องหน้าเคนอย่างเอาเื่
“แล้วที่มึงพาแฟนกูไปไหนต่อไหน มึงคิดว่ามึงเท่ห์เป็คนดีมากงั้นเหรอ” เคนไม่ยอม เสียงดังกลับ
“อย่างน้อยก็ดีกว่ามึงก็แล้วกัน”
“หยุด พอได้แล้ว พี่เคนกลับไปเถอะค่ะเนมไม่อยากคุยตอนนี้”
“เนม แต่พี่อยากอธิบาย พี่กับข้าวฟ่างไม่มีอะไรกันจริงๆมันเดือดร้อน พี่ก็ช่วยมันแค่ชั่วคราวเท่านั้น”
“เนมบอกว่าไม่อยากฟังไง!!”เนมะโเสียงดังออกมาแบบไม่เคยเป็
“พี่กลับไปได้แล้ว” เธอย้ำเคนอีกครั้ง
“เนม แต่..”
“ถ้าพี่ไม่กลับ เนมจะเรียกรปภ.มาพาพี่ลงไปนะคะ”
“เนม เข้าห้องไป” ทิวพูดขึ้นมาเสียงเรียบและยื่นถุงในมือให้เธอเนมจึงรีบเดินเข้าห้องทันทีเธอจัดการเปลี่ยนรหัสเรียบร้อย
“ส่วนมึง ลงมากับกู” ทิว ดึงคอเสื้อเคนให้เดินตามลงมาแต่อีกฝ่ายก็สะบัดออก
“มึงไม่ต้องมาสั่งกู กูเป็แฟนเนมส่วนมึงเป็แค่พี่รหัส อย่าเสือก!!”
ทิวได้แต่มองตามหลังรถสปอร์ตหรูที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วแล้วหยิบมือถือขึ้นกดหาคนบนห้อง
“ค่ะพี่ทิว”
“โอเครึเปล่า”
“เนมโอเคค่ะ พี่ทิวล่ะคะ”
“พี่ก็ไม่ได้เป็อะไร เขากลับไปแล้ว ดูเหมือนจะโมโห”
“ช่างเขาเถอะค่ะพี่ทิวกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะไม่ต้องห่วงเนม เนมเปลี่ยนรหัสเข้าห้องเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“อืม ดีแล้ว มีอะไรโทรหาพี่ทันทีนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ด้านเคนเขาขับรถกลับมาคอนโดตัวเองเพราะอารมณ์ตอนนี้ไม่พร้อมที่จะไปเที่ยวหรือไปเจอใครทั้งนั้น
ปัง!!
เสียงเปิดและปิดประตูห้องดังจนคนที่อยู่อีกห้องใ เดินออกมาดูด้านนอก ก็เห็นเพื่อนกำลังยกขวดเหล้าดื่มเพียวๆจนหน้าแดง
“เห้ย เคนเป็อะไรของมึงวะออกไปั้แ่บ่ายกลับมาสภาพนี้อ่ะ”ข้าวฟ่างเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนกระดกเหล้าไม่หยุด
“....” เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝ่าย
“นี่ เคน มึงไปคอนโดเนมมาใช่มั้ย”
“ไอ้เคน”
“เออ!! ไปแล้วจะทำไม มึงไม่ต้องมายุ่งเื่ของกู”เคนตอบกลับเสียงดังทำให้ข้าวฟ่างผงะไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็อารมณ์โมโห
“แบบนี้คงโดนเค้าไล่กลับมาสินะ มึงเป็อะไรของมึงกูจะช่วยพูดมึงก็ไม่ให้ช่วย พอโดนเค้าไล่กลับมาก็มาเมาเป็หมาบ้าแบบนี้ถ้าเค้ารักมึงจริงเค้าต้องฟังมึงดิวะ”
“มึงเงียบไปเลยฟ่าง”
“ทำไม กูไม่มีสิทธิพูด ไม่มีสิทธิทำอะไรเลยหรอวะกูก็เมียมึงนะ” ข้าวฟ่างหลุดพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาด้วยความโมโห
“ฟ่าง!!! กูบอกมึงแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าพูดเื่นี้อีก”เคนจ้องหน้า ข้าวฟ่างก็ไม่ยอมหลบตา
“ทำไม...ทำไมมึงไม่หันมามองคนที่รักมึงบ้าง ทำไมมึงต้องไปรักคนที่ไม่รู้ว่าเค้ารักมึงรึเปล่าด้วยซ้ำ”ข้าวฟ่างพูดไปน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม
“มึงอย่าพูดอีกเลยฟ่าง มึงไม่เข้าใจหรอก”
“กูเนี่ยนะ ไม่เข้าใจ...กูสิเข้าใจดีกว่ามึงกูเป็ฝ่ายรักมึงข้างเดียวมาตลอดโดยที่กูไม่สาสามารถทำอะไรได้ บอกมึงก็ไม่ได้แสดงออกก็ไม่ได้ เพราะกูกลัวจะเสียมึงไปไง แต่ดูสิ่งที่มึงตอบแทนกูสิกูไม่ได้อยากจะเรียกร้องสิ่งที่ผ่านมา แต่แค่อยากให้มึงมองกูบ้าง..แค่นั้น”
อุ๊บ!!
“ได้...ฟ่าง มึงอยากให้กูทำกับมึงแบบนี้ใช่มั้ยมึงจำไว้เลยนะ ว่ามึงจะได้ร่างกายกูก็ต่อเมื่อกู้าส่วนหัวใจ...มึงไม่มีวันได้มัน”
“อื้อ...อุ๊บ!!!”
ไม่มีคำว่าอ่อนโยน ไม่มีคำว่าทะนุถนอมสำหรับััทางกายที่เคนมอบให้ฟ่างตลอดทั้งคืนจนเกือบสว่าง ก่อนสติจะดับวูบไป