“คือว่า…ข้าและท่านปู่ สามารถยืนยันเื่การเติบโตของพวกมันได้ แต่พวกข้าไม่รู้ว่าจะมีแรงพอ ที่จะอยู่ดูแลพวกมันไหม? ” หานซิ่นกล่าวออกมาอย่างเขิลๆ เขาลูบไปที่หน้าท้องตัวเองเบาๆ
“…..”
ไม่มีแรงพอ?
ลูบหน้าท้อง?
ปวดท้อง?
( - _ - ! )
"อ่อ! อ้อ! ท้อง ท้องเสีย นี่เอง แหม่! เ้าไม่ต้องกังวลว่าจะทำงานไม่ไหวนะ เดี๋ยวข้าจะให้คนหาสมุนไพรมาให้ " เฉินเหยนดูท่าทางที่หานซิ่นกำลังแสดง ก่อนที่จะลองทายดู
"ไม่ใช่ขอรับ~~ คือแบบ….สิ่งที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่นั้น มิใช่เพียงได้สมุนไพรแล้วก็จะหาย ตอนนี้ที่ข้าและท่านปู่จะกำลังเจออยู่นั้น…เอ่อ..คือแบบ…ถ้าพวกเรายังจะฝืนทำงานต่อไปเรื่อยๆก็จะแบบหน้ามืด เวียนหัว ไม่มีแรงจะทำงาน…ขอรับ" หานซิ่นส่ายหน้าออกมา พร้อมกับแสดงท่าทางประกอบเพิ่ม
หน้ามืด?
เวียนหัว?
ไม่มีแรง?
( - _ - !!)
“ อ้อ อ้อ ไม่สบายสินะ! อย่างงี้นี่เอง…ถ้าอย่างงั้นก็พักผ่อนให้หายดีก่อนก็ได้ ”
“ ไม่ใช่~~ ตอนนี้พวกเรายังร่างกายแข็งแรงดีขอรับ แต่ว่าถ้าหากยังทำงานต่อไปทั้งๆแบบนี้ พวกเราก็อาจจะไม่สบายเข้าสักวัน ถ้ายังขาดสิ่งนั้นน่ะขอรับ….สิ่งนั้น สิ่งนั้น…”
สิ่งนั้น?
“ กำลังใจเรอะ?”
“ ไม่ใช่ขอรับ ” (- - )
“ ความเชื่อ? ”
" ไม่ใช่ขอรับ ข้าหมายถึง สิ่งที่จับต้องได้~ มันเป็สิ่งที่พวกเราต้องใช้เวลาที่ทำงานเหนื่ิอยๆ "
“สบู่อาบน้ำ? ”
“ม้านั่ง?”
“นกเค้าแมว?”
“……..” (- _ - )
บ๊ะ!
" ก็แล้วมันคืออะไรเล่า? เ้า้าอะไร ก็ขอให้บอกมาตรงๆเลย " เฉินเหยนเริ่มที่จะปวดหัว สรุปแล้ว เ้าเด็กนี่้าอะไรกัน
“ก็คือแบบท้องนะขอรับ ท้องของข้า ก่อนที่จะทำงานมันก็จะต้องใหญ่ก่อนใช่ไหมล่ะ ” หานซิ่นพูดให้อ้อมๆแบบสุดๆ มันช่างน่าอายยิ่งนักที่จะต้องขอข้าวเขากิน แล้วยิ่งต้องมาขอกลับคนที่เขาลำบากอแต่ก่อน…
“ …..… ” เฉินเหยนเริ่มี้เีที่จะทายแล้ว แค่บอกสิ่งที่อยากได้ตรงๆมันยากเย็นตรงไหนกัน เอ๊ะ!
หรือว่ามันจะเป็สิ่งที่บอกตรงๆไม่ได้!!
ใช่แล้ว!!!
หน้ามืด?
เวียนหัว?
ไม่มีแรง?
ปวดท้อง?
ลูบหน้าท้อง?
ท้องใหญ่!!!!
( - _ - !!!!!)
" เอ่อ…อ้อ!…เข้าใจแล้ว…ที่แท้เ้าก็กำลัง ตั้งท้อง อยู่นี่เอง ไม่ต้องเป็ห่วงไป เดี๋ยวข้าจะบอกให้คนหนุ่มๆในหมู่บ้านเข้ามาช่วย เดี๋ยวเ้าก็แค่ต้องคอยแนะนำให้พวกเขานิดๆหน่อยๆ " เฉินเหยนเพ่่งมองไปที่ท่าทางของหานซิ่นอยู่สักพัก ก่อนที่จะไขความกระจ่าง เขารีบกล่าวออกมาอย่างดีใจ อย่างกับว่าได้รางวัลจากคำตอบพวกนั้น
แหม่! ที่แท้ หานซิ่น ก็กำลังตั้งท้องอยู่นี่เอง คราแรกเขาก็นึกว่าท่าน ชูช่าย มีหลานเป็เด็กผู้ชายเสียอีก
แต่ไม่น่าเชื่อว่าความจริงจะเป็อิสตรี ทั้งๆที่หน้าตาแอบไปทางผู้ชายเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำ ข้าคงจะอ่อนหัดนัก ที่สังเกตมองแต่ภายนอกจนมากเกินไป
ที่มาอยู่ ณ ที่ห่างไกลแบบนี้ ก็เพราะแบบนี้เองสินะ…
“…… ข้าวสาร พวกเรา้า ข้าวสาร ขอรับ” (- _ - )
!
“ข้าวสาร งั้นหรือ? อ่อ แล้ว…ท้องล่ะ…ท้อง ข้าทายถูกหรือเปล่า?” เฉินเหยนลูบท้องของตนเองบ้าง
“ ผู้ชายจะท้องได้ยังไงกันละขอรับ…” หานซิ่นแทบไม่อยากที่จะเชื่อ นี่เขาคิดออกมาได้ยังไง รู้อย่างนี้บอกตรงๆไปเสียก็จบ
.
หานซิ่นกล่าวอธิบายถึงเหตุผลเื่ๆต่างที่ ผู้ใหญ่เฉิน จำเป็ต้องรู้ ถึงแม้ว่าบางเื่จะได้ยินมาจาก อลิซ ก็ตามที ไม่ว่าจะเป็เื่ของข้าวสารที่กำลังจะหมด และเื่ก่อนหน้า
“อย่างนี้นี่เอง หมายความว่า พวกเ้าขาดแคลนอาหารสินะ ข้าก็คิดแล้วว่ามันต้องเป็แบบนี้ แหม่! เกือบจะทายถูกอยู่แล้วเชียว…แต่ว่าเื่นี้…” เฉินเหยนกล่าวออกมาอย่างลำบากใจ
พรึบ!
“…..ผู้ใหญ่เฉิน…ท่านพอที่จะช่วยข้าและท่านปู่ได้ไหมขอรับ 1 เดือน ไม่สิ ครึ่งเดือน! พวกเราขอข้าวสารเพียงพอต่อการกินแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น เมื่อผลผลิตเติบโตและงอกงามเมื่อไหร่ พวกเราขอสัญญาว่าจะตอบแทนพระคุณ” หานซิ่นคุกเข่า กล่าวขอร้องอย่างจริงจัง
ก็จริงอยู่ที่คนอื่นๆก็เดือดร้อนไม่แพ้กัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว จะมาเบรกก็เกรงว่าจะไม่ทันแล้ว
คันศรที่ง้างธนูออกไปแล้ว อย่างไรก็ต้องไปให้สุดแรง
เมื่อหน้าหนาขอยืมข้าวเขามากินแล้ว ก็ต้องลงแรงร้องขอไปให้สุดตัว
!!
“ หานซิ่นเอ้ย! เกิดเป็ลูกผู้ชาย อย่าได้คุกเข่าให้กับผู้ใดง่ายๆ ลุกขึ้นมาก่อน! ลุกขึ้นมา” เฉินเหยน รีบเข้าไปพยุงหานซิ่นให้ลุกขึ้น เด็กน้อยที่เห็น ปากท้อง สำคัญกว่าศักศรี เฉินเหยน ก็พึ่งจะเคยเจอครั้งแรก
“ ผู้ใหญ่เฉิน ท่าน…” หานซิ่น มองไปที่ เฉินเหยน ด้วยความหวัง
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เ้าในตอนนี้ได้ใจข้าไปแล้วเต็มๆ ข้าจักแบ่งข้าวสารให้เ้าแน่นอน แต่ว่า…ข้าก็มีกำลังแบ่งให้เ้าได้เพียงแค่ 1 ถุงเล็ก เท่านั้น...ส่วนที่เหลือ…” เฉินเหยนล้วงแขนเข้าไปในชายเสื้อ
พรึบ
เขาหยิบพลุไฟออกมา ก่อนที่จะจุดมันแล้วก็ชูมันขึ้นไปบนท้องฟ้า
วี๊ด! บรึ้ม!
วี๊ด! บรึ้ม!
ดอกไม้ไฟบานสะพรั้งอยู่ทั่วทั้งผืนฟ้า มันเปล่งประกายสวยงามอย่างเด่นชัดนักในยามราตรี
หานซิ่นเงยหน้ามองดูเบื้องบนด้วยความสงสัย ผู้ใหญ่เฉินมีสาเหตุอะไรถึงได้กระทำ
ตึก ตึก ตึก
!!!
หานซิ่นสังเกตเห็นเงาลางๆที่ปากทางเข้า มันเริ่มที่จะเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างกับมีใครกำลังเดินเท้าเข้ามา และมันไม่ใช่เพียงแค่ 1
ตึก ตึก ตึก
!
“ผู้คน? แถมยังมากันตั้งมาก ผู้ใหญ่เฉิน ท่าน….” หานซิ่นมองไปยังผู้คนที่ถยอยเดินเท้าเข้ามากันเรื่อยๆ เพียงแค่มองผ่านๆ หายซิ่นก็มั่นใจว่าไม่ต่ำกว่า 50 คนเลยทีเดียว
“ช่างน่าเศร้าที่ข้ามีข้าวสารให้เ้ายืมเพียงแค่ 1 แต่ว่า…ถ้าเ้าได้จากคนอื่นๆอย่างละ 1 เล่า? ” เฉินเหยนบอกกล่าวเป็นัยๆ
ผู้คน ณ หมู่บ้านนี้ล้วนเป็น้ำหนึ่งอันเดียวกัน ความอยู่รอดของหมู่บ้าน พวกเขาย่อมยกขึ้นมาเป็ประเด็นสำคัญในอันดับ 1 จะได้ข้าวสารหรือว่าได้ข้าวเปลือก ก็อยู่ที่วาจาของเ้าแล้ว…
ผู้ใหญ่เฉินเรียกพวกเรามาทำไมกัน
นั่นสิ พวกเราลองมาฟังเขากันก่อนเถอะ ยิ่งยุ่งๆด้วย
พวกเ้าพูดอย่างกับว่ามีงานอย่างนั้นแหละ อยู่เฉยๆมาเป็ปีแล้วไม่ใช่?
พวกเ้าจะบ่นเพื่อ? ผู้ใหญ่เฉินเรียกพวกเรามารวมตัวกันทุกวันหรือไร?
ซุบซิบๆ
.
.
พวกชาวบ้านต่างซุบซิบกันด้วยความแปลกใจปนสงสัย เพราะว่าปกติแล้ว ผู้ใหญ่เฉินจะใช้สัญญาณเรียกพวกเขามารวมกัน ด้วยเื่สำคัญมากๆเท่านั้น
“สวัสดียามดึกพี่น้องทุกท่าน วันนี้ข้า เฉินเหยน ผู้ใหญ่บ้านแค่ในนามของพวกท่าน ไม่ได้เรียกทุกคนมาเพื่อที่จะกล่าว…แต่เป็เด็กคนนี้…เขาคือหลานของท่าน ชูช่าย ที่จะมาอยู่ร่วมกับพวกเรานับต่อจากนี้ไป…” เฉินเหยนประกาศกล่าวต่อหน้าทุกๆคน เขาหันไปมองหานซิ่นพร้อมกับพยักหน้าให้
โอ้ว นั่นใช่เ้าเด็กที่เดินเข้าหมู่บ้านมาวันนี้นี่
ใช่ ใช่ คราแรกข้าก็นึกว่าเด็กหลงทางที่ไหน
ตึก ตึก
หานซิ่นเดินก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เขากวาดสายตามองไปยังทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็คนใหม่ที่พึ่งเจอ หรือว่าคนเก่าที่ท่านปู่พึ่งแนะ พวกเขาล้วนอยู่ในที่แห่งนี้ทั้งหมด
เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ของแต่ละคนล้วนสปรกซอมซ่อ บางคนยังถึงกับไม่สวมใส่ด้วยซ้ำ เกือบทุกคนมีรูปร่างที่ซูบผอม การที่จะหาคนร่างท้วมแบบ ผู้ใหญ่เฉิน มันช่างเป็อะไรที่หาดูยากไปแล้ว…
“ข้าหานซิ่น ขอรบกวนเวลาทุกท่านแค่เพียงครู่…ข้ารู้ว่าพวกท่านทุกคนลำบาก บางคนยังถึงกับต้องประทังแบบอดมื้อกินมื้อ…แต่ที่ข้าต้องรบกวนผู้ใหญ่เฉินให้พาทุกท่านมา ก็เพราะว่าข้ามีเื่ที่จะร้องขอ….”
ขอร้องอะไรกัน! พวกข้าต่างหากที่้าจะขอร้อง!
เ้าแหกตาดูพวกข้าทุกคนสิ มีใครดูสภาพที่เ้าน่าจะขอร้องบ้างไหม!
มีอะไรก็พูดมาเถอะหนุ่มน้อย ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย!
……
ต่างคนต่างความคิด ชาวบ้านแต่ละคนเมื่อได้ฟังก็ล้วนต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ บ้างก็ไม่พอใจ บ้างก็มีท่าที่จะช่วย บ้างก็อยู่เฉยๆรู้ดูท่าทีอีกฝ่าย แต่พวกเขามีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ…
พวกเขาไม่ได้หนีไปไหน…พวกเขาอยู่ทนฟังว่า หานซิ่น ้าอะไร ถึงแม้ว่าบางคนจะดูปากร้าย แต่หานซิ่นก็คล้ายจะมองออกถึงตัวตนจริงๆของพวกเขา
" ท่านเห็นแปลงผักตรงนั้นหรือไม่ ข้ามีวิธีที่จะปลูกพวกมันขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง "
!!!!!!!!
ซุบซิบๆๆๆ
ชาวบ้านที่ได้ยินเช่นนั้น ก็เหมือนกับโดนฟ้าผ่าที่กลางหัว พวกเขาไม่รู้เลยว่าควรที่จะเชื่อคำพูด จากเด็กที่พึ่งพบเจอดีหรือเปล่า
“สิ่งที่เ้าหนูนี่พูดออกมาเป็เื่จริง ทุกคนก็รู้ว่า ท่านชูช่าย ไม่ใช่บุคคลที่จะมาพูดล้อเล่น ”