ยิ่งลงไปในชั้นที่ลึกขึ้นของคุกอเวจี บรรยากาศก็ยิ่งกดดันและน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเป็ทวีคูณ ทางเดินในชั้นที่สองนั้นแคบกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด และจำนวนยามที่เฝ้าอยู่ก็หนาแน่นขึ้นอย่างมาก พวกมันทุกคนมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าขั้นรวบรวมปราณระดับเจ็ดเป็อย่างน้อย และสายตาของพวกมันก็เต็มไปด้วยความโเี้และระแวดระวัง
แต่สำหรับเฟิงหลงในตอนนี้... ยามเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกที่รอวันถูกบดขยี้ เขาเคลื่อนไหวราวกับิญญาพยาบาทที่ล่องลอยไปในเงามืด "มายาอสูร" ของเขาได้บรรลุถึงขั้นที่สามารถหลอมรวมเข้ากับความมืดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งที่เขาผ่านไป จะมีเพียงร่างไร้หัวของยามที่ล้มลงอย่างเงียบกริบเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้เื้ัเป็เครื่องยืนยันการมาเยือนของเขา เขาไม่ปล่อยให้มีผู้ใดได้ส่งเสียงร้องเตือนแม้แต่คนเดียว... ความตายมาเยือนพวกมันอย่างเงียบงันและรวดเร็วจนพวกมันไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ
ในที่สุด... หลังจากผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวและสังหารยามไปอีกนับสิบคน เขาก็มาถึงบันไดหินที่ทอดลงไปยังชั้นที่สาม... ชั้นสุดท้ายและชั้นที่ลึกที่สุดของขุมนรกบนดินแห่งนี้
ทันทีที่ก้าวเท้าแรกเหยียบลงบนบันได เขาก็ััได้ถึงไอพลังที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีเสียงครวญครางของนักโทษคนอื่น มีเพียงความเงียบที่น่าขนลุกและไอเย็นที่กัดกินไปถึงไขกระดูก ที่ปลายบันไดนั้นไม่ใช่ทางเดินยาว แต่เป็โถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า และใจกลางโถงนั้น... มีประตูเหล็กดำทมิฬขนาดมหึมาที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กเย็นพันปี ตั้งตระหง่านอยู่เพียงบานเดียวราวกับเป็ประตูสู่นรกอเวจีที่แท้จริง
หน้าประตูนั้น มีเก้าอี้กระดูกที่ทำจากซากกระดูกของอสูรขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และบนเก้าอี้นั้นมีชายร่างกำยำในชุดเกราะหนังสัตว์ที่ดูป่าเถื่อนนั่งไขว่ห้างอยู่ เขากำลังใช้ผ้าผืนหนึ่งเช็ดคมขวานรบสองคมขนาดใหญ่ในมืออย่างสบายอารมณ์ ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นแข็งแกร่ง, หนักหน่วง, และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหารที่สั่งสมมานานปี... มันคือยอดฝีมือระดับ ปราณปฐีขั้นที่ห้า!
เขาคือ "จ้าวอเวจี" หัวหน้าผู้คุมของคุกแห่งนี้ และเป็ผู้เดียวที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าประตูสู่ห้องขังสุดท้าย... ห้องขังของเฟิงเจิ้น
เมื่อเฟิงหลงปรากฏตัวที่ปลายบันได จ้าวอเวจีก็เงยหน้าขึ้นมองช้าๆ รอยยิ้มที่โเี้และกระหายเืปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มีรอยแผลเป็พาดผ่านของเขา "โอ้? ไม่ได้เห็นหน้าใหม่ๆ ที่กล้าลงมาถึงนี่นานแล้วนะ เ้าเป็ใครกัน? หรือว่าทางการส่งคนมาแทนไอ้งั่งสองตัวที่เฝ้าอยู่หน้าประตูใหญ่แล้วรึ?"
เฟิงหลงไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่เดินตรงไปยังประตูเหล็กนั้นอย่างเงียบๆ ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและหนักแน่น
จ้าวอเวจีหัวเราะในลำคอ "หึ! ท่าทางหยิ่งผยองไม่เลว แต่ข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อนในตระกูล... ถอดผ้าคลุมหน้าของเ้าออกซะ"
เฟิงหลงยังคงเดินต่อไป ราวกับว่าผู้คุมที่น่าเกรงขามคนนี้ไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
ความอดทนของจ้าวอเวจีหมดลงในทันที! ความอดทนของเขาไม่เคยมีมากอยู่แล้ว! "ข้าบอกให้ถอดผ้าคลุมหน้า! ไม่ได้ยินรึไงวะ ไอ้หนู!"
เขาทะยานร่างออกจากเก้าอี้ราวกับกระทิงเปลี่ยว ขวานรบในมือถูกเหวี่ยงออกไปอย่างเต็มกำลัง! คมขวานที่อาบไปด้วยพลังปราณปฐีนั้นสร้างเสียงแหวกอากาศที่น่าหวาดหวั่น มุ่งตรงไปยังศีรษะของเฟิงหลงด้วยความเร็วที่สามารถตัดยอดฝีมือระดับเดียวกันให้ขาดเป็สองท่อนได้ในพริบตา!
แต่แล้ว... สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดก็เกิดขึ้น!
เคร้ง!
เฟิงหลงหยุดเดินและยกมือซ้ายขึ้นมารับคมขวานนั้นไว้ด้วยมือเปล่า! นิ้วมือทั้งห้าของเขาที่บัดนี้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าจากนรก จับคมขวานที่กำลังฟันลงมาด้วยความเร็วสูงไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับจับกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง!
ดวงตาของจ้าวอเวจีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! "เป็...เป็ไปไม่ได้! พลังกายระดับนี้มันอะไรกัน!?"
"เสียงดังน่ารำคาญ" เฟิงหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็า ก่อนที่มือขวาของเขาจะกลายเป็หมัดและปล่อยออกไป!
"อัสนีบาตอสูร!"
หมัดที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถทลายูเาได้ พุ่งเข้ากระแทกที่ท้องของจ้าวอเวจีอย่างจัง!
ตูม!
เกราะหนังที่แข็งแกร่งถูกทำลายในพริบตา! ร่างกำยำของจ้าวอเวจีงอตัวเป็กุ้งและกระอักเืคำโตออกมา ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกจากเบ้าด้วยความเ็ปและความไม่เชื่อสายตา
ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว เฟิงหลงก็คว้าคอของเขาไว้ด้วยมือซ้ายที่ยังจับขวานอยู่ และกระแทกร่างของเขากับประตูเหล็กอย่างแรง!
โครม!
"บอกข้า... นักโทษที่เ้าจับมาเมื่อหนึ่งปีก่อน... เฟิงเจิ้น... อยู่ข้างในนี้ใช่หรือไม่?" เฟิงหลงถามเสียงเย็น
"อ่-อั่ก... เ้า...เ้าคือ...เฟิงหลง!" ในที่สุดจ้าวอเวจีก็จำเค้าโครงใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เคยเป็ขยะในสายตาของทุกคนได้! มันเป็ไปได้อย่างไร!?
"ดูเหมือนเ้าจะจำได้แล้วสินะ"
"ฮ่า...ฮ่าๆ! ต่อให้เ้ากลับมาจากนรกได้ก็ไม่มีประโยชน์! บิดาของเ้าถูกพิษสลายปราณ...ถูกล่ามด้วยโซ่สะกดิญญา... มันไม่ต่างอะไรจากหมาแก่ที่ใกล้ตาย! เ้าไม่มีทางช่วยมันได้หรอก!" จ้าวอเวจีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
แววตาของเฟิงหลงเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด
"ขอบใจสำหรับข้อมูล"
แกร๊ก!
เขาหักคอของจ้าวอเวจีและใช้ห้วงิญญาอสูรดูดกลืนพลังทั้งหมดของมันมาในชั่วพริบตา ก่อนจะคว้าเอาขวานรบและพวงกุญแจที่เอวของมันมา
เขามองไปยังประตูเหล็กมหึมาบานนั้น และใช้ขวานรบที่เพิ่งยึดมาได้ฟันลงไปที่แม่กุญแจที่ทำจากเหล็กดำเย็นอย่างเต็มแรง!
ฉัวะ! โครม!
แม่กุญแจที่แข็งแกร่งถูกทำลายในการฟันเพียงครั้งเดียว! เฟิงหลงใช้ไหล่กระแทกประตูที่หนักอึ้งให้เปิดออก...
กลิ่นเหม็นอับของเืแห้งกรังและกลิ่นของความสิ้นหวังที่เข้มข้นกว่าทุกชั้นที่ผ่านมาลอยออกมากระทบใบหน้าของเขา ภายในห้องขังนั้นมืดสนิทและว่างเปล่า มีเพียงร่างๆ หนึ่งที่ถูกโซ่ตรวนสีดำสนิทที่สลักอักขระผนึกไว้ ล่ามแขนและขาไว้กับผนังในส่วนที่ลึกที่สุดของห้อง
ร่างนั้นผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ผมสีดำที่เคยดกหนาบัดนี้กลับขาวโพลนและยาวรุงรังจนปิดใบหน้า เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี...
แต่เฟิงหลงจำได้... เขายังคงจำแผ่นหลังที่เคยแข็งแกร่งและคอยปกป้องเขามาตลอดทั้งชีวิตได้...
"ท่านพ่อ..."
เสียงของเขาสั่นเครือเป็ครั้งแรกนับั้แ่ที่เขาปีนกลับขึ้นมาจากหุบเหว
เขาก้าวเข้าไปในห้องขังอย่างช้าๆ เปลวไฟจากคบเพลิงนอกห้องสาดส่องเข้าไป ทำให้เห็นสภาพของชายคนนั้นชัดขึ้น... ใบหน้าที่เคยองอาจและสง่างาม บัดนี้กลับซูบตอบและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความทุกข์ทรมาน ดวงตาปิดสนิทราวกับไม่ได้ลืมตามานานแสนนาน
เฟิงหลงคุกเข่าลงข้างๆ ร่างนั้นอย่างช้าๆ เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปปัดผมที่ปิดใบหน้าของบิดาออก...
และในวินาทีนั้นเอง...
กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความเ็ปตลอดหนึ่งปี... ก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!
เปลวไฟ! เปลวไฟแห่งความแค้นที่ดำมืดและรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้ะเิขึ้นจากส่วนที่ลึกที่สุดในจิติญญาของเขา! มันไม่ใช่ความโกรธที่ร้อนแรงและบ้าคลั่ง แต่เป็ความเกลียดชังที่เย็นเยียบและพร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่าง!
เซียวคัง...
เซียวเทียนอี้...
หลันเจี้ยน...
หลันซูเหยา...
และทุกคน... ทุกคนที่เคยหัวเราะเยาะและเหยียบย่ำตระกูลเฟิงของข้า!
ข้าขอสาบานด้วยจิติญญาอสูร...
ข้าจะทำให้พวกเ้าได้ชดใช้... ชดใช้อย่างสาสม... มากกว่านี้เป็พันเท่า! หมื่นเท่า!
เฟิงหลงก้มศีรษะลง ััได้ถึงหยาดน้ำตาหยดแรกที่ไหลออกมาในรอบหนึ่งปี... แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ...
มันคือน้ำตาแห่งคำสาบานของอสูร!
เขาค่อยๆ เขย่าร่างของบิดาเบาๆ "ท่านพ่อ... ข้าเอง... หลงเอ๋อร์... ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
เปลือกตาที่หนักอึ้งของเฟิงเจิ้นค่อยๆ ขยับ... และลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ...