ผมกับแม่ใช้เวลาอยู่บนรถไม่นานสุดท้ายก็มาถึงฟิตเนสแถวบ้าน พอเข้ามาภายในผมพบว่าที่นี่กว้างขวางมาก มีทั้งสระว่ายน้ำ ทั้งสปา ทั้งซาวน่า และเครื่องออกกำลังกายมากมายหลายชนิดให้เลือกเล่น เอาจริง ๆ ของพวกนี้ผมก็ไม่ค่อยได้แตะเท่าไหร่หรอกครับ ไอ้ผมมันเป็สายโอตะคุสุดี้เี ออกกำลังเดียวที่ทำบ่อยทำประจำคือ ออกกำลังด้วยอุ้งมือ ซึ่งผิดกับแม่ ที่ผมจะเห็นภาพเธอตอนออกกำลังกายปรากฏอยู่บน IG อยู่บ่อย ๆ นี้จึงเป็อีกเหตุผลว่าทำไมแม่ถึงได้มีรูปร่าง และทรวดทรงองค์เอวที่สวยงามบาดตาบาดใจขนาดนี้
“เอาล่ะ แม่จะไปเปลี่ยนชุดทางด้านนั้นก่อน ส่วนนนท์ก็ไปด้านโน้นแล้วเรากลับมาเจอกันตรงนี้” แม่พูดขึ้นในขณะกำลังถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ในมือ ผมเองก็เช่นกัน จากนั้นเราจึงแยกกันไปเปลี่ยนชุดออกกำลัง จนผ่านไปสักพักจึงกลับมาเจอกันใหม่
ชุดของผมเป็เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสีดำธรรมดา ๆ แต่ของแม่นี่สิ พอได้เห็นครั้งแรกถึงกับใจสั่น ตาค้างจนเกือบจะสะกดอารมณ์ไม่อยู่ เกือบปล่อยให้เ้าดุ้นในกางเกงโผล่ออกมาทักทายเธอซะแล้ว
แม่สวมสปอรต์บราสีเทาเอวลอยกับกางเกงโยคะขายาวรัดรูปสีดำ ดูรวม ๆ แล้วเซ็กซี่มากถึงมากที่สุด
“นนท์ จะจ้องอะไรแม่ขนาดนั้น!! นี่แม่พามาออกกำลังให้หายร่างกายสดชื่น ไม่ได้พามาให้ลูกมองแม่แบบหื่น ๆ นะ มีสติหน่อย ” แม่พูดเสียงแข็งกึ่งยิ้มกึ่งดุก่อนจะส่ายหน้าแล้วก็เดินเข้าห้องฟิตเนสไป โดยทิ้งให้ผมยืนอายหน้าแดงก่ำอยู่แบบนั้น
“สงสัยเราจะหมกมุ่นไปจริง ๆ ไม่ได้ ๆ ต้องเรียกเหงื่อเยอะ ๆ จะได้ไม่ฟุ้งซ่านมองแม่แบบนั้นอีก” ผมพึมพำเบา ๆ ก่อนจะทำท่าฮึดฮัด และกำหมัดแน่นด้วยความแน่วแน่ก่อนจะเดินตามแม่เข้าไป
ผมเลือกวิ่งบนลู่วิ่งก่อนเป็อันดับแรกตอนเริ่มวิ่งมันก็ดีหรอกแต่พอผ่านไปสัก 2-3 นาที ก็นั่งลิ้นห้อยหอบเป็น้องหมาหอบแดด อาจจะเป็เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายล่ะมั้งถึงได้เป็อย่างงี้ ผมนั่งหายใจถี่ ๆ สักครู่ก่อนจะหันไปดูแม่ซึ่งตอนนี้เธอกำลังปั่นจักรยานไฟฟ้าอยู่ และมีเทรนเนอร์หนุ่มหล่อสองสามคนกำลังป้วนเปี้ยนไปมาอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ ผมไม่แปลกใจเลย ก็แม่สวยน่ารักหุ่นดีขนาดนี่ ก็ต้องมีคนสนใจอยากจีบเป็ธรรมดา
“ถ้าใครได้แม่ไปเป็แฟนคงเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งสิบใบติดกันแน่ ๆ น่าอิจฉาเป็บ้า”
ผมนั่งมองแม่ตาเยิ้ม ก่อนที่สมองจะจินตนาการไปไกล จินตนาการไปถึงตอนที่แม่กับชายผู้โชคดีคนนั้นกำลัง...อ๊า อ๊า อ๊า ตั่บ ตั่บ ตั่บ....กันบนเตียง
“อึก!! เวรเอ๊ย!!” พอผมนึกถึงเื่เสียวพรรค์นั้น สมาธิก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกแล้ว แถมเ้าดุ้นก็มีปฏิกิริยาตอบสนองนิด ๆ ด้วย ไม่ไหว ๆ ต้องออกกำลังกายต่อแล้ว”
ผมรีบลุกพรวดขึ้นทันทีก่อนจะหันซ้ายหันขวาไปพบเข้ากับบาเบลล์เหล็กอันยาวที่วางอยู่บนพื้นห้อง ผมเดินปรี่ตรงเข้าไปหามันทันที ก่อนที่จะใช้สองมือยกมันขึ้นมาสุดแรงเกิด ฮึ้บบบบบบ!!! ย้ากกกกก หนักเป็บ้าเลย ผมรีบวางมันลงก่อนจะหอบแฮก ๆ แต่ก็ลองอีกครั้ง ฮึ้บบบบ!! ย้ากกก!! โอ๊ะ!! คราวนี้ขึ้นง่ายจังแฮะ ผมคิดในใจ แต่เอ๊ะ!! มันมีอะไรนิ่ม ๆ นุ่ม ๆ มาโดนหลังผมอยู่แถมยังกลิ่นหอม…นะ...นี่มัน….อึก!! ผมชะงักนิ่งตัวแข็งค้างไปทันที
“เอ้า นนท์ หยุดทำไมล่ะลูก ยกต่อสิ แม่จะยกประคองด้านหลังอีกแรง เห็นลูก เก้ ๆ กัง ๆ อยู่นานแล้วแม่ก็เลยเข้ามาช่วย”
เสียงของแม่ดังขึ้นเบา ๆ ข้างหู มันทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไหนจะ หน้าอกนิ่ม ๆ ไซซ์มโหฬารที่เบียดบี้กับแผ่นหลังอีก ยกต่อไหวก็บ้าแล้ว
“เอ่อ ไม่รบกวนแม่ดีกว่าครับ นนท์เหนื่อยแล้ว เมื่อกี้วิ่งบนลู่มานานเลย ขอไปพักข้างนอกก่อนนะครับ”ผมยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะตอแหลเธอไป ซึ่งในความเป็จริงก็ได้นานอะไรเลยยย แค่สองนาทีเอง นั่งมองแม่ยังนานกว่า
“อ้าว เหรอจ๊ะ งั้นไม่เป็ไรลูกไปนั่งพักข้างนอกก่อน แม่ขอเล่นต่ออีกสัก 10 นาที เดี๋ยวเจอกัน”
ผมเลยเดินออกมาข้างนอกและเดินไปกดเครื่องดื่มกระป๋องมาดื่มแก้เหนื่อยแล้วก็นั่งชิว ๆ ไปเรื่อย จนเกือบ 10 นาทีแล้วแม่ก็ออกมาจากห้องในสภาพเหงื่อท่วม ผมคิดในใจว่าแม่ก็คงจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็กลับบ้านเลย
“ยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่แฮะ หรือจะไปว่ายน้ำในสระต่อดีนะ?”
ผมถึงกับร้อง หือ!! ทันทีด้วยความแปลกใจ และคิดว่าแม่เหงื่อท่วมตัวขนาดนี้แต่บอกไม่เหนื่อยเรอะ สุดยอด...
“แม่ไม่เหนื่อยแต่นนท์ไม่ไหวแล้วล่ะครับ ขอผ่าน ถ้าแม่อยากว่ายงั้นให้นนท์ไปนั่งแอบมองเอ๊ย! ไปนั่งเฝ้าข้างสระเอาไหมครับ”
“เอ๋? ไม่เอาหรอกแบบนั้นน่ะ จะแม่ว่ายน้ำคนเดียวมันจะไปสนุกอะไร เฮ้อเสียดายจัง แต่ไม่เป็ไรกลับก็กลับ แถมนี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวพี่มิลค์กลับมาไม่เห็นใครคงบ่นเป็หมีกินผึ้งแน่ ๆ” แม่พ่นลมหายใจออกมายาว ๆ พร้อมท่าทางเสียดายที่ไม่ได้ว่ายน้ำ ก่อนที่เธอกับผมจะเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และขับรถกลับบ้าน
ตอนแรกที่นั่งอยู่ในรถพวกเราคิดว่าคงใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงบ้าน ทว่า...ไม่เลย วันนั้นเป็วันที่รถติดสุด ๆ ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุหรือไงนี่แหละ ดังนั้นจากเวลา 10 กว่านาทีจึงอัพเป็สองชั่วโมงแบบจุก กว่าผมกับแม่จะถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบจะสองทุ่มแล้ว พอจอดรถได้ แม่ก็กุลีกุจอจะรีบเข้าบ้านให้ได้เพราะปานนี้ยัยพี่สาวนักศึกษาทรงโตของผมคงนั่งกอดอก หน้างอเป็ กอ.กุ้งเผาแล้ว แต่เวลานั้นผมกลับใช้มือดึงรั้งข้อมือแม่ไว้ก่อน
“มีอะไรนนท์แม่จะรีบเข้าบ้าน?”
“แม่ครับนนท์ว่ามันแปลก ๆ นะครับ พี่มิลค์กลับมาแล้วแน่ ๆ แต่ไหงบ้านมันดูมืด ๆ แปลก ๆ”
“หือ? เออ...นั่นสิ จะว่าไปแม่ก็สังเกตเห็นั้แ่ตอนเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านแล้ว ไฟดับรึก็ไม่ใช่ เพราะข้างบ้านก็เปิดไฟสว่างจ้า แถมพี่สาวลูกไม่ชอบที่มืด ๆ ด้วย”
“งั้นเอาไงดีครับ”
“เอาไงเหรอ...? ก็คงต้องเข้าไปดูนั่นแหละ ถ้าไม่ใ่จรไฟฟ้าอะไรสักอย่างในบ้านเกิดมีปัญหา ก็อาจจะเป็พี่สาวลูกนั่นแหละที่รอแกล้งพวกเราตอนเข้าไป...” พอได้แม่บอกแบบนั้นผมก็คิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย
...ยัยมิลค์โมโหที่เรากลับแม่กลับช้าเลยจะแกล้งให้ใงั้นเหรอ? จะเป็ไปได้เหรอฟ่ะ? เออ.......แต่ก็ช่างเถอะคงไม่มีอะไรหรอก
ผมคิดในใจก่อนจะเดินนำแม่เข้าไปในบ้าน พอเข้ามาถึงก็ะโเสียงดังทันที
“เฮ้....พี่มิลค์!! ออกมาเถอะ เลิกเล่นอะไรเป็เด็ก ๆ แบบนี้น่า รถมันติดจริง ๆ แถมแม่ก็โทรหาพี่ตั้งหลายครั้งแต่พี่ไม่รับสายเองนะพี่ออกมา... โอ๊ย*******!!!” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบจู่ ๆ ก็เหมือนมีอะไรมากระแทกที่ท้ายทอยอย่างแรก และจากนั้นสติของผมก็พลันขาดห้วงไปดื้อ ๆ
...
“.....อูยยย....ยยย เจ็บชะมัดนี่มันบ้าอะไร.... หือ? เฮ้ย!!!”
ไม่รู้ว่าสลบไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตอนนี้ทั่วบ้านเปิดไฟสว่างจ้า รอบกายของผมมีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ราว ๆ 2-3 คนยืนมองอยู่ แม่ กับพี่มิลค์ถูกมัดปาก มัดด้วยเชือกให้นั่งอยู่ใกล้ ๆ พวกมัน
“พะ....พวกแก!!!”
“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอไอ้หนู นึกว่าจะหลับไปนานกว่านี้ซะอีก” ผู้ชายใส่สูทสวมแว่นตาดำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ขณะที่มันนั่งอยู่บนโซฟาของบ้านเรา
“พวกแกมาทำอะไร? นี้ยังไม่ถึงเวลาจ่ายหนี้ตอนสิ้นเดือนเลย” ผมตวาดถามเสียงแข็งด้วยความโกรธ
“ถูกต้องนี่ยังไม่ถึงสิ้นเดือน...”
“งั้นพวกแกมาทำอะไร้าอะไร...”
“้าอะไรงั้นไอ้หนู? ก็้าเงินที่พ่อของแกยืมไปยังไงล่ะ คืองี้นะ ไอ้การที่แกหาเงินมาใช้หนี้ทุกเดือนมันก็น่ายกย่องอยู่หรอก แต่หัวหน้าพี่บอกว่ามันช้าว่ะ...เขาก็เลยส่งพี่มายืนข้อเสนอบางอย่างให้กับครอบครัวน้อง ข้อเสนอนี้ถ้าทำสำเร็จ หนี้สินที่เหลือจะถือว่าเป็โมฆะทั้งหมด...”
...ขะ...ข้อเสนอปลดหนี้งั้นเหรอ!!” ในวินาทีแรกที่ได้ยินแบบนั้น สองตาผมเบิกกว้าง หัวใจพองโต ทว่า....เสี้ยววินาทีเดียวก็เข้าใจว่าเสนอนี้ไม่ใช่เื่ดีแน่
“ขะ...ข้อเสนออะไร!! ต้องไม่ใช่เื่ดี ๆ แน่ ต้องเป็เื่ชั่ว ผิดกฎหมายใช่ไหม!!” ผมทำใจดีสู้เสือถามมัน
“ฉลาดดีนี่น้องชาย แน่นอนว่าไม่ใช่เื่ดี แต่ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายร้ายแรงอะไรขนาดนั้น...”
“ไม่ผิดกฎหมายร้ายแรง? แต่ก็ผิดอยู่ดีสินะ...”
“เลิกสงสัยให้มากความน่า ลองดูสภาพตัวแกกับครอบครัวในตอนนี้นี่สิ มันยังมีทางเลือกอื่นอีกรึไง...เป็หนี้นอกระบบ จะไปแจ้งความก็ไม่ได้ และที่สำคัญ ถ้าก่อนหน้าพวกพี่อยากจะได้เงินต้นกับดอกเบี้ยทั้งหมดคืนในทีเดียวก็คงทำไปแล้ว ตอนนี้หัวหน้าพี่เขาใจดียื่นข้อเสนอให้ก็รับ ๆ ไปเถอะ พวกเราจะได้จบเื่กัน ไม่ดีรึไง....”
คำพูดของผู้ชายคนนั้นทำเอาผมชะงักนิ่งไปชั่วขณะ นี่เหมือนกับทำสัญญากับซาตานชัด ๆ แต่ก็อย่างที่มันบอก พวกมันถือไพ่เหนือกว่าผมทุกด้าน แต่ตอนนี้ผมมีโอกาสที่จะจบปัญหาทุกอย่างที่พ่อทิ้งไว้แล้ว เพราะอะไรถึงไม่ทำล่ะ
“ตะ...ตกลงผมยินดีรับข้อเสนอ จะให้ทำงานอะไรว่ามา....” ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ แน่นอนว่าสีหน้าของแม่กับพี่มิลค์ดูหวาดกลัวสุด ๆ ถ้าไม่มีผ้ามัดปากทั้งสองคนคงห้ามไม่ให้ผมทำแน่ ๆ
“เป็การตัดสินใจที่ถูกต้องมาก ๆ ไอ้หนู งานที่พี่จะให้ทำไม่ยาก...ก็แค่...
“ก็แค่...?
“ก็แค่มึงต้องแสดงหนังสดสุดเสียวกับพี่สาวคนสวยของมึง แล้วก็แม่มึงเท่านั้นเอง ส่วนพวกกูก็จะถ่ายคลิปแล้วไปขายในตลาดมืด ่นี้ลูกค้ากำลัง้าหนังแนวลูกเอากับแม่นี้พอดี ถ่ายจบ หมดหนี้ตามสัญญา ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ในวินาทีที่ได้ยินเื่ที่จะต้องทำเพื่อปลดหนี้ ผมถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความใ แม่กับพี่มิลค์เองก็เช่นกัน...
จบตอน
ตอนต่อไป จำใจแสดงหนังสดกับยัยมิลค์ต่อหน้าแม่