หลังจากขุมกำลังที่ไม่อยากมีปัญหากับ 4 ราชวงศ์ออกไปกันจนหมด ทั่วทั้งห้องโถงก็หลงเหลือขุมกำลังอยู่เพียงแค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้น
"องค์จักรพรรดินีทั้งสอง พวกเราพร้อมสู้ตายเคียงข้างพวกท่าน" เสียงกู่ร้องอันทรงพลังของเซียนเบิกนภาและเซียนสวรรค์หลายท่านดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"เหอะ เจ้าพวกรนหาที่ตาย!!" ณ จุดหนึ่งบนท้องฟ้า เสียงของยอดสตรีผมสีทองอาภรณ์สีทองดังกังวานเย้ยหยัน นางคือผู้นำสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภูตแห่งแสง สมญนาม จักรพรรดินีแห่งแสง ถงเหยา
"ก่อนอื่นข้าคงต้องขอขอบคุณพวกเจ้าที่ไม่ทอดทิ้งราชวงศ์ภูตราตรีของข้าในยามยากลำบาก" ทางด้านองค์จักรพรรดินีแห่งราตี ฮั่นเหมยหลิน ลุกขึ้นจากบัลลังก์พลางเอ่ยปากกล่าว ใบหน้าไร้ความกังวลใจ
"ฮั่นเหมยหลิน ถึงแม้เจ้าจะถือครองสมบัติสวรรค์ก็คงยากจะต้านทานจำนวนคนได้" ชายร่างกำยำอาภรณ์สีน้ำตาลกล่าวขณะกอดอกด้วยความมั่นใจ เขาคือผู้นำสูงสุดของราชวงศ์ภูตปฐพี สมญานามจักรพรรดิแห่งภูผา เหวินเจียงหนาน
"ถ้าหากเจ้ามอบสมบัติสวรรค์มา ราชวงศ์ภูตวายุจะยอมหันหลังกลับแต่โดยดีและไม่ติดใจเอาความเรื่องการแต่งงาน" ชายหนุ่มรูปงามผมสีเขียวอาภรณ์ขาวเสนอแนะแนวทางในขณะที่ยังคงวางมาดสูงส่งราวกับว่าตนเองเทพเจ้า ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็คือ จักรพรรดิแห่งวายุ หลัวฟานอวี่
"เหอะ ทำเป็นพูดดี พวกเจ้ามันก็แค่พวกหมาหมู่มีอะไรน่ากลัวกัน!!" จักรพรรดินีแห่งวารี หนิงหยุนไห่ เมื่อนั่งฟังคำขู่อยู่นานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถากถางผู้มาเยือนทั้งหลายเบื้องบนท้องฟ้า
ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่องค์จักรพรรดินีแห่งราตรี ฮั่นเหมยหลิน สะบัดชายอาภรณ์สีม่วงเบาๆหนึ่งครั้ง ส่งผลให้มิติรอบด้านถูกผนึกเอาไว้
"ครื่น!! ครื่น!! ครื่น!!
"หือ! นี่เจ้าเล่นลูกไม้อะไร!!!" สัมผัสถึงความผิดปกติได้ จักรพรรดิแห่งเปลวเพลิง เหยียนเซิน อุทานเสียงดังลั่น แถมร่างกายยังเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมสู้รบตามสัญชาตญาณของผู้ที่ผ่านสงครามมามากมาย
"หึหึ เล่นลูกไม้อย่างนั้นหรือ?? ข้าก็แค่ไม่อยากให้พวกเจ้าหนีไปมันก็เท่านั้น" หลังจากสิ้นคำ ร่างของฮั่นเหมยหลินก็พลันหายวับมาปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าของจักรพรรดิทั้ง 4
"สหาย นี่เจ้า!" ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งวารีอุทานด้วยความตื่นตระหนกและเตรียมพุ่งทะยานไปสู้เคียงข้าง แต่ทว่ามันกลับมีม่านพลังบางๆที่กั้นไม่ให้นางและพันธมิตรคนอื่นๆบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ม่านพลังนี้มาจากไหน?" ทุกคนที่อยู่ฝ่ายราชวงศ์ภูตราตรีอุทานไปในแนวทางเดียวกัน
ซึ่งในวินาทีต่อมานั้น เสียงของเย่หยุนซีก็พลันดังขึ้นมาเพื่อไขความกระจ่างให้กับทุกฝ่าย "แขกผู้มีเกียรติทุกท่านโปรดวางใจ องค์จักรพรรดินีของข้าแท้จริงแล้วมิได้ต้องการให้ทุกท่านสู้กับศัตรูผู้มาเยือน แต่มันคือการหามิตรแท้ในยามยากเพียงเท่านั้น"
"หือ! เจ้ากำลังจะบอกว่า ฮั่นเหมยหลิน กำลังคิดจะสู้ตามลำพังกับ 4 ราชวงศ์งั้นหรือ!!" หนิงหยุนไห่และคนอื่นๆจากเดิมที่รู้สึกตื่นตระหนกอยู่แล้วยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่
ต้องรู้ก่อนว่าขุมกำลังฝ่ายศัตรูนั้นเพียงพอที่จะพลิกคว่ำแผ่นดินได้ แล้วจักรพรรดินีแห่งราตรีเพียงคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้พวกมัน ถึงแม้นางจะมีสมบัติสวรรค์ แต่มันก็เป็นอย่างที่เหวินเจียงหนานกล่าวมาว่า 'มิอาจต่อต้านเรื่องจำนวนคนได้!'
"ฮ่าๆๆ ทุกท่านไม่ต้องกงวลไป แค่เพียงจับตาดูชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พอ" เย่หยุนซียกยิ้มพลางกล่าวออกมา
ตัดภาพไปด้านบนท้องฟ้า ในเวลานี้จักรพรรดิทั้ง 4 ของฝ่ายศัตรูก็ดูเหมือนจะพร้อมสู้แล้วเช่นเดียวกัน
"เจ้าคิดว่าจะชนะพวกเราได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ หึ! ช่างเพ้อฝัน" เป็นจักรพรรดินีแห่งแสง ถงเหยา ที่เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นเริ่มเปิดฉากใช้เขตแดนของตนเองจนแสงสาดส่องไปทั่วหล้า ท้องนภากลับกลายเป็นสีทองอร่ามราวกับสวรรค์กำลังประทานพรลงมาให้สรรพชีวิต
"เขตแดนจิตแสงศักดิ์สิทธิ์"
เหล่าภูตราตรีซึ่งอยู่ในพื้นที่เริ่มรู้สึกเหมือนกับดวงจิตของตนเองกำลังถูกเผาผลาญ เพราะถึงอย่างไรเผ่าภูตแห่งแสงและเผ่าภูตราตรีก็ถือเป็นด้านตรงข้ามกัน ดังนั้นย่อมแพ้ทางซึ่งกันและกันเป็นธรรมดา
"เฮ้ๆ คู่ต่อสู้ของพวกท่านคือองค์จักรพรรดินีของข้า คนอื่นไปเกี่ยวเสียหน่อย" เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมทั้งผสานมือเป็นรูปแบบต่างๆอย่างลื่นไหล ส่งผลให้ค่ายกลที่เขาเตรียมการไว้เริ่มทำงาน ณ เวลานั้น
วงแหวนเวทย์สีดำปกคลุมทั่วทั้งเมืองรัตติกาล สะกัดกั้นแสงสีทองอร่ามจากเขตแดนของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
"อะไร!!" องค์จักรพรรดินีแห่งแสง ถงเหยา รวมไปถึงจักรพรรดิอีก 3 คนถึงขั้นนิ่งอึ้งดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า เขตแดนจิตแสงศักดิ์สิทธิ์ถูกป้องกันได้เนี้ยนะ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน
ต้องรู้ก่อนว่าเขตแดนจิตแสงศักดิ์สิทธิ์นั้น ถือเป็นเขตแดนพรสวรรค์อันดับ 1 ของเผ่าภูตแห่งแสง และมีเพียงองค์จักรพรรดิของเผ่าที่ใช้ได้ การที่มันถูกป้องกันอย่างง่ายดายเช่นนี้ จึงส่งผลให้เหล่าภูตแห่งแสงที่ติดตามองค์จักรพรรดินีมาที่นี่เต็มไปด้วยรู้สึกตกใจและเสียขวัญ
"ถงเหยา เจ้าเล่นแรงกับชาวเมืองของข้าก่อนนะ..........ดังนั้น ข้าจะไม่สังหารเจ้า แต่จะเก็บเจ้าเอาไว้ทรมาน" ดวงตาสีม่วงของฮั่นเหมยหลินฉายแววเหี้ยมหาญ พลังตบะระดับเทพสวรรค์ที่เก็บซ่อนบัดนี้พลันระเบิดออกมาจากร่างปกคลุมผืนฟ้าจนกลายเป็นยามราตรีในชั่วพริบตา
"มะ ไม่จริงน่า! พะ พลังที่เหนือชั้นแบบนี้มัน!!" จักรพรรดิทั้ง 4 ถึงกับหน้าซีด ร่างกายสั่นสะท้าน
ตัวของพวกมันก็นับว่ามีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของฮั่นเหมยหลินในปัจจุบัน พวกมันก็ราวกับพบเห็นบั้นปลายชีวิตของตัวเองที่กำลังจะเหมือนจะสิ้นสุดในไม่ช้า