“ถ้าเ้าสอดรู้อีกข้าไม่เพียงแค่ตบแต่จะฆ่าเ้าด้วย!” เฉินเหวินเคอขู่เสียงเหี้ยมโหด ฮูหยินห้าตะลึงงันนางนั่งกุมแก้มอย่างหวาดกลัว “อึกๆ ท่านพี่”
เฉินเหวินเคอมองฮูหยินห้าแล้วก็ดึงนางขึ้นมาจับศีรษะนางกดกับกลางหว่างขา สั่งว่า “อม”
ฮูหยินห้าไม่กล้าปากมากนางรีบแหวกชายเสื้อแก้กางเกงสามีแล้วอมองคชาติของเขาบ่าวไพร่ที่อยู่บริเวณนั้นล้วนรีบออกไปจากห้องโถงราวกับถูกแส้ไล่หวดทันทีพวกเขาย่อมไม่อยากถูกเฆี่ยนจริงๆ หรอกนะ นายท่านจะเสพสุขกับฮูหยิน พวกเขาจะอยู่ชมดูให้ถูกควักลูกตาหรือล่ะ?ไม่กล้า! พวกเขายังรักตัวกลัวตาย ไหนเลยจะกล้าชมดูหลังจากนั้นบ่าวไพร่ก็ได้ยินเสียงครางของนายท่านดังแว่วออกมา
ณจวนเฉินไฮ่ผิงเฉินไฮ่ผิงก็ได้รับรายงานว่าเฉินมู่อิ๋งป่วยเช่นกัน เขาหัวเราะสุขใจยิ่ง “ฮ่าๆๆๆอีกไม่นานมันก็จะตายแล้ว”
บ่าวไพร่ล้วนเก็บปากสงบคำได้แต่มองดูนายท่านหัวเราะอย่างมีความสุข พวกเขารู้ว่านายท่านไม่ชอบครอบครัวของพี่ชายทุกคนไม่ว่าจะเป็เสนาบดีเฉิน ฮูหยินเฉิน หรือแม้กระทั่งหลานชายที่เพิ่งจะคลอดได้ไม่นานแต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่านายท่านจะดีอกดีใจถึงขนาดนี้
ณจวนเสนาบดีเฉิน เฉินจงกุ้ยทุกข์ใจอย่างยิ่งลูกเพิ่งจะเกิดมาได้ยังไม่ทันถึงเดือนเลยกลับป่วยหนักจนแม้แต่แรงจะร้องไห้ยังไม่มีเสียแล้วนี่เป็ความทุกข์อย่างแสนสาหัสของคนเป็พ่อเป็แม่โดยแท้หากเจ็บป่วยแทนได้พวกเขาก็คงยอมเจ็บป่วยแทนลูกไปแล้ว
“ฮูหยินเฉินข้าต้มยามาใหม่แล้วขอรับ” ติงเฟิ่งเหล่ยถือถ้วยยาซึ่งไม่ร้อนแล้วเดินเข้าไปเฉินม่านอิ๋งรีบประคองลูกพิงตัก จับเขาอ้าปากติงเฟิ่งเหล่ยก็ป้อนยาให้คุณชายน้อยซึ่งหมดแรงไปแล้วอาการของคุณชายน้อยนับว่าอาการหนักแล้วเขาไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณชายน้อยจึงอาการหนักถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะป้อนยาตำรับไหนเข้าไปก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่นมมารดายังไม่ดูดเลย ยังไม่ถึง 1 วันอาการก็หนักหนาถึงเพียงนี้เสียแล้ว!
“คุณชายน้อยต้องหายนะขอรับ”เขาพูดออกไปอย่างทุกข์ใจไม่รู้ว่าพยายามปลอบใจตัวเองหรือว่าปลอบใจฮูหยินกับท่านเสนาบดีกันแน่เฉินจงกุ้ยกำมือแน่น เขากำจนเล็บจิกเนื้อเืไหลซึมเลยทีเดียวยามนี้เขากลัวเหลือเกินว่าลูกจะตาย เขากลัวจริงๆ กลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาแต่เขาก็อดทนเอาไว้เพราะถ้าเขาไม่เข้มแข็งฮูหยินก็จะยิ่งใจเสียมากขึ้น
ไป๋อู่ฉางนั่งอยู่ข้างเตียง เขาเป็ยมทูตที่คอยนำิญญาไปยังยมโลก ไม่มีใครมองเห็นเขาสักคนเขามีหน้าที่มานำิญญาของเฉินมู่อิ๋งไปยังยมโลกเพราะทารกน้อยคนนี้กำลังจะสิ้นอายุขัยในอีกไม่นานแล้วพิษแพร่ไปทั่วร่างแล้ว แต่พิษชนิดนี้หมอทั่วไปย่อมตรวจไม่พบดังนั้นทารกน้อยมีแต่หนทางตายรออยู่เท่านั้น
เฉินมู่อิ๋งเห็นคนชุดขาวนั่งอยู่บนเตียงจึงมองดูแต่คนชุดขาวที่มีใบหน้างามกว่าท่านแม่เสียอีกเขาเป็เด็กทารกจึงไม่รู้หรอกว่าความงามชนิดนี้คืองามราวเทพเซียนเขารู้แต่ว่าคนชุดขาวๆ คนนั้นน่ามองยิ่งนัก เขาอยากไปจับคนๆ นั้นอย่างไร้เดียงสาแต่มือของเขาก็ไม่มีแรงแล้ว เขามองแต่คนชุดขาวตาไม่กะพริบ
ไป๋อู่ฉางเห็นทารกน้อยมองมาที่ตัวเองเขาจึงรู้ว่าทารกน้อยมองเห็นเขา เด็กส่วนใหญ่จะมีััพิเศษสามารถมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าภูตผีิญญาได้ตัวเขาก็จัดอยู่ในประเภทภูตผี ดังนั้นเด็กทารกหรือเด็กเล็กๆ ก็มักจะมองเห็นเขาได้เขาบอกทารกน้อย “ทนอีกนิดเถอะ อีกไม่นานเ้าก็จะไม่เจ็บไม่ปวดแล้ว”
เฉินมู่อิ๋งพยายามขยับปากแต่เขาไม่มีแรงเลย เขาเจ็บไปหมดทั้งตัวเขาไม่รู้ว่าความรู้สึกเจ็บนี้จะบรรยายอย่างไรดี เขายังเป็แค่ทารกไร้เดียงสาไม่มีความรู้ใดๆ มีแต่สัญชาตญาณในการดื่ม กิน ขับถ่าย นอนหลับ เท่านั้น
ติงเฟิ่งเหล่ยก็พยายามรักษาคุณชายน้อยสุดฝีมือแต่อาการคุณชายน้อยก็ทรุดเร็วมาก ตัวร้อนจัดราวกับจะลวกมือได้ เฉินม่านอิ๋งร้องไห้สงสารลูกแทบขาดใจแล้วเฉินจงกุ้ยเดินวนไปวนมา เขานั่งไม่ติดเลยทีเดียว คิดๆหาหนทางรักษาลูกน้อยอย่างสุดความสามารถ
เขาเคยได้ยินว่าที่แคว้นเสิ่นหยางมีหมอเทวดาแต่แคว้นเสิ่นหยางก็ห่างไกลจากที่นี่มากนักต่อให้ขี่ม้าเร็วไปยังต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับถึง 1 ปีส่วนหมอหลวงก็มีความรู้ความสามารถพอๆ กับติงเฟิ่งเหล่ย ยิ่งถ้าจะพูดกันตรงๆความรู้ความสามารถของหมอหลวงด้อยกว่าติงเฟิ่งเหล่ยไปแล้วเพราะว่าติงเฟิ่งเหล่ยรักษาคนมามากเจอคนเจ็บคนป่วยมากกว่าจึงทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นไปมาก
เขารู้เื่นี้แต่ก็หุบปากเงียบเอาไว้หากพูดออกไปก็จะกลายเป็การสร้างศัตรูโดยใช่เหตุยามที่มิตรสหายเจ็บป่วยเขาก็จะแนะนำให้เชิญติงเฟิ่งเหล่ยไปรักษาหากว่าเกินความสามารถของติงเฟิ่งเหล่ยจริงๆ ก็ถือว่าคนๆ นั้นชะตาถึงฆาตแล้วแต่เมื่อถึงคราวลูกตัวเองป่วยขึ้นมาเขากลับหวังให้มีปาฏิหาริย์เขาแอบบนบานศาลกล่าวในใจ ขอให้ลูกหายป่วยด้วยเถิด!
เฉินมู่อิ๋งค่อยๆหมดแรงหลับตาลงไป ร่างกระตุกสองสามทีแล้วก็แน่นิ่งไป ติงเฟิ่งเหล่ยตกตะลึงไปแล้วเขายื่นนิ้วไปจับชีพจร พบว่าชีพจรไม่เต้นแล้ว เขายืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าบอกฮูหยินเฉินว่าคุณชายน้อยสิ้นใจแล้วเขาตั้งสติดึงมือกลับ กลั้นใจโกหกว่า “คุณชายน้อยหลับ”
เฉินม่านอิ๋งเบาใจนางอุ้มลูกนอนลง ติงเฟิ่งเหล่ยถอยออกไปจากห้อง เขารีบเดินเร็วๆไปทางห้องครัวเข้าไปร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ บ่าวของเขาเดินตามไปแต่พอเห็นนายท่านร้องไห้ก็ตกตะลึงไป เขาพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงนั่งลงตรงหน้าประตูอย่างเศร้าๆ
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”ไป๋อู่ฉางบอกแล้วใช้เชือกมัดิญญาจับิญญาทารกน้อยออกจากร่างแต่ิญญากลับไม่ออกมา เขามองอย่างงงๆ “หือ?”
เขาพยายามหลายหนแต่ผลก็ยังเป็เช่นเดิม นี่นับเป็เหตุการณ์แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเขาพยายามอยู่นานแต่ก็ไม่อาจดึงิญญาทารกน้อยออกจากร่างได้ เขาคิดหาหนทางแต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกจึงเรียกเฮยอู่ฉาง “เฮยอู่ฉาง---”
เฮยอู่ฉางนั้นเป็สหายของเขาเป็ยมทูตเช่นกัน แต่ิญญาที่เฮยอู่ฉางไปรับคือิญญาคนชั่วส่วนเขาทำหน้าที่รับิญญาคนดีมีคุณธรรมกับเด็กเพราะเด็กส่วนใหญ่มักจะยังไม่มีจิตชั่วร้ายจึงถือว่าเป็คนดีมีคุณธรรม
“มีอะไรรึ?”เฮยอู่ฉางปรากฏตัวขึ้น ไป๋อู่ฉางก็รีบบอกทันที“ข้าพยายามจะจับิญญาทารกคนนี้แต่กลับจับออกมาไม่ได้”
“เชือกมัดิญญาของเ้ามีปัญหาหรือ?”เฮยอู่ฉางถาม ไป๋อู่ฉางส่ายหน้า “ไม่มีปัญหานะก่อนมารับิญญาทารกคนนี้ข้าก็เพิ่งจะส่งพระรูปหนึ่งไปยมโลกก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่นา”
“เช่นนั้นข้าลองใช้เชือกของข้าดูล่ะกัน”เฮยอู่ฉางบอกแล้วก็ใช้เชือกมัดิญญาของตัวเองจับิญญาทารกน้อยแต่ปรากฏว่าเขาไม่อาจจับิญญาทารกน้อยออกมาได้ ทำเขางุนงง “หือ?”
“เชือกเ้าก็มีปัญหากระมัง?”ไป๋อู่ฉางพูดขึ้นพลางมองเชือกของเฮยอู่ฉาง เฮยอู่ฉางส่ายหน้า“เชือกข้าใช้งานได้ปกติดีหากเ้าคิดว่าเชือกข้าผิดปกติเช่นนั้นเ้าก็ตามข้าไปจับิญญาสักคนก่อนก็ได้”
“อืม”ไป๋อู่ฉางพยักหน้า จากนั้นสองยมทูตหนึ่งขาวหนึ่งดำก็หายตัวไปทั้งสองปรากฏตัวอีกครั้ง ณ บ้านหลังหนึ่งซึ่งควรจะเรียกว่ากระท่อมซอมซ่อจะเหมาะกว่าภายในบ้านมีบุรุษคนหนึ่งถูกดาบเสียบท้องเืสาดเป็ทางั้แ่ประตูเข้าไปถึงข้างใน คาดว่าบุรุษผู้นั้นคงกระเสือกกระสน มาจนถึงกระท่อมหลังนี้กระมังไม่ทันถึงสองอึดใจบุรุษคนนั้นก็ขาดใจตาย “อ๊อกๆ”
เฮยอู่ฉางก็จับิญญาบุรุษชั่วช้าผู้นี้ออกมาบุรุษผู้นี้ยามมีชีวิตอยู่เป็โจรปล้นฆ่า ไม่ทำอาชีพสุจริตนิสัยเหี้ยมโหดฆ่าไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดง วันนี้ต้องจบชีวิตลงเพราะไปปล้นฆ่ารถม้าของจอมยุทธ์เข้าจึงถูกจอมยุทธ์ผู้นั้นแทงจนอาการสาหัสโจรผู้นี้จึงหนีมาจนถึงกระท่อมซอมซ่อแห่งนี้
“เชือกข้าก็ยังใช้งานได้ดีนี่นา”เฮยอู่ฉางพูดพลางมองเชือกมัดิญญาที่ยังคงทำงานได้ดี ไป๋อู่ฉางขมวดคิ้ว“เช่นนั้นข้าคงต้องลองหาคนอื่นทดสอบเชือกของข้าก่อน”
“ไปซิๆข้าไปกับเ้าด้วย” เฮยอู่ฉางบอก ไป๋อู่ฉางจึงหายตัวไป เฮยอู่ฉางหายตัวตามไปทั้งสองปรากฏตัวขึ้นที่บ้านหลังหนึ่ง
บ้านหลังนี้เป็บ้านของเศรษฐีใจบุญผู้หนึ่งเ้าของบ้านกำลังจะสิ้นอายุขัย ไป๋อู่ฉางต้องมารับิญญาไปส่งยมโลกแต่เพราะเขาเสียเวลาไปกับทารกน้อยจึงทำให้เกือบมาไม่ทันทันทีที่เขามาถึงเศรษฐีใจบุญก็สิ้นใจพอดีเขาจึงใช้เชือกมัดิญญาจับิญญาเศรษฐีใจบุญออกมาจากร่างเขามองเชือกของตัวเองที่ยังทำงานได้ดีไม่มีอะไรผิดปกติ “เอเชือกข้าก็ยังใช้ได้นี่นา”
“หรือว่าเด็กคนนั้นผิดปกติ?”เฮยอู่ฉางคาดเดา ไป๋อู่ฉางครุ่นคิด “นั่นซิ”
“เช่นนั้นพวกเราพาิญญาสองคนนี้กลับยมโลกไปก่อนเถอะแล้วรายงานให้ท่านเหยียนหลัวหวาง* ทราบเถอะ” เฮยอู่ฉางบอก ไป๋อู่ฉางพยักหน้า “อืม”
(*เหยียนหลัวหวาง คือพยายมราช)
ทั้งสองพลันหายไปพร้อมกับิญญาของคนทั้งสองหลังจากพวกเขาส่งิญญาเสร็จแล้วก็รีบไปเข้าเฝ้าเหยียนหลัวหวาง “นายท่าน”
“พวกเ้ามีอะไรรึ?”เหยียนหลัวหวางเงยหน้าขึ้นมองไป๋อู่ฉางกับเฮยอู่ฉาง ไป๋อู่ฉางกุมมือรายงาน“นายท่านขอรับ ข้าไม่อาจนำิญญาทารกคนหนึ่งกลับมาได้ขอรับเฮยอู่ฉางลองใช้เชือกมัดิญญาของเขาก็ไม่อาจจับิญญาทารกออกมาจากร่างได้เหมือนกันขอรับ”
“หือ?”เหยียนหลัวหวางแปลกใจ เขาลุกขึ้นยืน สั่งว่า “พาข้าไปดูซิ”
“ขอรับ”ไป๋อู่ฉางรับคำสั่งแล้วนำทางไป เฮยอู่ฉางรีบตามไปเขาอยากรู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนั้นได้ เหยียนหลัวหวางตามไปทันทีทั้งสามปรากฏตัวขึ้น ณ จวนเสนาบดีเฉิน พวกเขายืนอยู่ข้างเตียงที่ทารกน้อยนอนอยู่ทารกน้อยนอนอยู่ในอ้อมอกมารดา ผู้เป็มารดานั้นกำลังหลับส่วนผู้เป็บิดาก็นอนอยู่ใกล้ๆ บ่าวไพร่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง
“ที่นี่...”เหยียนหลัวหวางมองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “โลกสามพัน ลำดับที่ 2,900!”
“ขอรับ”ไป๋อู่ฉางพยักหน้าหงึกๆ เหยียนหลัวหวางมองอย่างหวาดผวานิดๆก็ที่โลกแห่งนี้มีท่านผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นอาศัยอยู่น่ะซิเกิดต้องไปเจอนางเข้าเขาแทบไม่อยากจะคิดเลยแต่นางอยู่ถึงเสิ่นหยางคงไม่โผล่มาแถวนี้ง่ายๆ กระมังหรือไม่บางทีนางก็อาจจะอยู่แดนเทพ หรือแดนมารกระมัง คงไม่เจอกันง่ายๆ หรอกน่า
เขาปลอบใจตัวเองในใจทำสีหน้าเรียบเฉยข่มความหวาดผวาเอาไว้ในใจ ไป๋อู่ฉางชี้ไป“ทารกคนนั้นขอรับที่ข้าไม่อาจจับิญญาออกมาได้”
“อ่อ”เหยียนหลัวหวางพยักหน้า เขายื่นมือไปจับิญญาทารกน้อยออกมา แต่ก็จับออกมาไม่ได้ทำเขางุนงง “หือ?”
ไป๋อู่ฉางกับเฮยอู่ฉางขมวดคิ้วมองเขม็งแม้แต่นายท่านก็ยังจับไม่ได้หรือ? นี่!
เหยียนหลัวหวางก้าวไปถึงตัวทารกน้อยเขาอุ้มทารกน้อยขึ้นมาตรวจดูหากมีคนเห็นตอนนี้คงเห็นคุณชายน้อยลอยอยู่กลางอากาศจนต้องเป็ลมไปเลยกระมังแต่โชคดีที่ทุกคนหลับกันหมด เหยียนหลัวหวางตรวจร่างกายทารกน้อย เขาแกะห่อผ้าออกจับเสื้อผ้าถอดออกจนทารกน้อยตัวเปลือยๆเขามองดูจนทั่วร่างทารกน้อยแล้วก็เห็นต่างหูไพลินน้ำงามข้างหนึ่งอยู่ที่ติ่งหูทารกน้อยเขามองต่างหูข้างนั้นแล้วเบิกตาโต “ไพลินิญญา!”
“หือ?”ไป๋อู่ฉางกับเฮยอู่ฉางส่งเสียงฉงนพร้อมกัน พวกเขาไม่รู้จัก ‘ไพลินิญญา’
เหยียนหลัวหวางเห็นลูกน้องทั้งสองมองเขาเป็ตาเดียวจึงอธิบายว่า “ไพลินิญญาก็คือไพลินิญญา เป็ของวิเศษของเผ่าิญญาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ิญญา ของวิเศษชนิดนี้จะเลือกเ้านายไม่ใช่ว่าใครก็ได้ เมื่อไพลินิญญาเลือกเ้านายแล้วมันจะปกป้องิญญาเ้านายไปจนกว่ามันจะแตกสลายนี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้พวกเราไม่อาจนำิญญาออกมาจากร่างได้”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรขอรับ?”เฮยอู่ฉางถาม เหยียนหลัวหวางคิดหนักทันที ไป๋อู่ฉางถามว่า“หรือว่าพวกเราต้องปล่อยไปเช่นนี้ขอรับ”
“เด็กคนนี้สิ้นอายุขัยแล้วแต่ไม่อาจนำิญญาไปได้ เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจเกิดใหม่ได้น่ะซิ”เหยียนหลัวหวางคิดหนักจนหัวโตแล้ว
“เผ่าิญญาอาจช่วยได้นะขอรับ”เฮยอู่ฉางเสนอ เหยียนหลัวหวางส่ายหน้าทันที “เผ่าิญญาก็เป็เหมือนศัตรูของพวกเราหากพวกเราไปหาพวกมันก็จะถูกพวกมันกินิญญาน่ะซิ”
ไป๋อู่ฉางกับเฮยอู่ฉางปากอ้าตาค้างพวกเขาไม่รู้เลยว่าเผ่าิญญาคือศัตรู ไปหาศัตรูก็คือไปหาที่ตายน่ะซิ! “...”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีขอรับ?”ไป๋อู่ฉางถาม เหยียนหลัวหวางคิดหนักอย่างยิ่งเขาไม่รู้ว่าเหตุใดไพลินิญญาจึงได้มาอยู่ที่เด็กคนนี้ได้อีกทั้งไพลินิญญาก็เลือกเ้านายแล้วเผ่าิญญานั้นใกล้ชิดกับเผ่ามารบางทีผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นอาจจะพอช่วยเหลือได้กระมังเห็นทีคงต้องบากหน้าไปขอให้นางช่วยเหลือสักครั้งแล้ว เฮ้อ...
เขาคิดๆแล้วก็บอกลูกน้องทั้งสองว่า “ข้าจะพาเด็กคนนี้ไปหาแม่นางเฟยเทียน** พวกเ้าก็ทำให้คนที่นี่อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาก่อนที่ข้าจะกลับมา”
(**เฟยเทียน เป็ตัวละครจากเื่หงส์คืนแค้นค่ะ)
“ขอรับ”ไป๋อู่ฉางกับเฮยอู่ฉางรับคำสั่ง เหยียนหลัวหวางมองเฮยอู่ฉางแล้วสั่งว่า“เ้าสนิทกับแม่นางเฟยเหยา*** นี่นาเช่นนั้นเ้าไปกับข้าบางทีแม่นางเฟยเทียนอาจจะไม่ขูดรีดอะไรมากนักก็ได้”
(***เฟยเหยา เป็ตัวละครจากเื่หงส์คืนแค้นค่ะ อ่านความสัมพันธ์ของเฮยอู่ฉางเหยียนหลัวหวาง แม่นางเฟยเทียน แม่นางเฟยเหยา หมอเทวดาได้ในเื่หงส์คืนแค้นค่ะ)
“หา!” เฮยอู่ฉางปากอ้าตาค้าง นายท่านจะให้เขาออกหน้างั้นรึ! “...”
“ไป” เหยียนหลัวหวางสั่งแล้วก็หายตัวไปพร้อมกับศพทารกน้อยเฮยอู่ฉางได้แต่ตามไปอย่างกุมขมับ แม่นางเฟยเทียนร้ายกาจขนาดไหนใครๆ ก็รู้แม่นางเฟยเหยาผู้นั้นก็ร้ายกาจพอๆ กันนั่นแหละ เขายังถูกนางใช้ทำงานตั้งหลายอย่างโดยไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลยฮือๆๆๆ
ณหุบเขาร้อยพิษ เหยียนหลัวหวางปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับศพทารกน้อยเฮยอู่ฉางปรากฏตัวตามมา เขาเดินไปที่กระท่อมน้อยหลังนั้นซึ่งยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเขาะโเรียก “แม่นางเฟยเทียน---”
“ท่านแม่ มีคนมาหาขอรับ”เสียงเด็กชายดังออกมาจากในกระท่อม ตามด้วยเสียงสตรี “ใครมารึ?”
“ข้าน้อยเฮยอู่ฉาง”เฮยอู่ฉางร้องบอก ครู่ต่อมาประตูก็เปิดออก ผู้ที่เปิดประตูคือเฟยเหยา “อ่อเ้านี่เอง มีอะไรรึ?”
นางมองเลยไปเห็นบุรุษคนหนึ่งกับทารกน้อยลอยอยู่กลางอากาศเฮยอู่ฉางรีบพูด “แม่นางเฟยเหยานายท่านข้าท่านเหยียนหลัวหวางมีเื่ขอให้แม่นางเฟยเทียนช่วยเหลือ”
“ท่านแม่ไม่สะดวกรับแขกมีอะไรก็บอกมาเถอะ” เฟยเหยาบอก เฮยอู่ฉางไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีเขาหันไปมองนายท่าน เหยียนหลัวหวางจึงเดินไปหาแม่นางเฟยเหยา พูดว่า “เื่นี้เกี่ยวข้องกับเผ่าิญญาคงต้องรบกวนแม่นางเฟยเทียนสักครั้ง”
“เผ่าิญญา?”เฟยเหยางุนงง นางไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเผ่าิญญาเลย เป็เผ่าแบบไหนกัน?เหมือนเผ่ามารของพี่สาวหรือไม่?
“เผ่าิญญา”เสียงเฟยเทียนดังออกมา จากนั้นก็มีเสียงก้าวเดินออกมาอึดใจต่อมาเฟยเทียนก็ยืนอยู่ข้างหลังเฟยเหยาเหยียนหลัวหวางเห็นแม่นางเฟยเทียนก็รีบนำศพทารกน้อยส่งให้แม่นางเฟยเทียนทันที “เขามีไพลินิญญาของเผ่าิญญาที่ติ่งหูอีกทั้งไพลินิญญาก็เลือกเ้านายแล้ว ข้าไม่อาจนำิญญาของเขาออกมาได้ เขาสิ้นอายุขัยแล้วจำต้องนำิญญาเขาไปผ่านขั้นตอนการเกิดใหม่แต่เพราะไพลินิญญาทำให้ข้าไม่สามารถนำิญญาของเขาออกมาได้แม่นางเฟยเทียนโปรดช่วยเหลือสักครั้ง ข้ายินดีตอบแทนเ้าอย่างงามทีเดียว”
“ไหนๆ ข้าดูก่อน”เฟยเทียนอุ้มทารกน้อยมาแล้วพิศดูที่ติ่งหูข้างซ้ายซึ่งมีต่างหูไพลินิญญาสวมเอาไว้เฟยเหยาก็มองอย่างอยากรู้
เด็กชายเดินออกมาอยู่ข้างหลังท่านแม่เขาจับชายเสื้อท่านแม่กำเอาไว้ ตาก็มองดูยมทูตทั้งสองอย่างอยากรู้อยากเห็นเฮยอู่ฉางนั้นเขาเจอบ่อยแล้ว แต่ยมทูตอีกคนนั้นเขาไม่เคยเห็นนับว่าคนที่มาใหม่หน้าตางดงามกว่าเฮยอู่ฉางเสียอีกเขาจึงจ้องมองยมทูตคนนั้นอย่างไม่ละสายตา เขากระตุกชายเสื้อท่านแม่พูดว่า “เมื่อข้าโตขึ้นข้าจะแต่งพี่สาวคนงามเป็ฮูหยินของข้า”
เฟยเหยาก้มมองหลานชายตัวน้อยมองตามสายตาของเขา พบว่าสายตาของหลานชายจ้องเหยียนหลัวหวางอยู่ นางจึงตะลึงไปสองอึดใจแล้วก้มลงกระซิบกับหลานชายตัวน้อยว่า“นั่นไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็ผู้ชาย พี่ชายท่านนั้นไม่ใช่พี่สาวอีกทั้งท่านเหยียนหลัวหวางไม่อาจแต่งงานกับเ้าได้หรอก”
“หา! พี่ชาย!” เด็กน้อยตกตะลึงปากอ้าตาค้างเขารู้สึกเหมือนตัวเองปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อแล้ว “...”
เหยียนหลัวหวางหน้ากระตุกยึกๆเ้าเด็กนี่คิดจะแต่งเขาเป็ภรรยางั้นรึ! น่าเขกกะโหลกสักสามสี่ทีจริงๆ!ฮึ่ม!
เฟยเหยาอมยิ้มแล้วยืดตัวขึ้นนางลูบๆ ศีรษะหลานชายสองสามทีอย่างเอ็นดู หลานชายของนางยังแยกแยะชายหญิงไม่ออกเห็นคนรูปงามก็คิดว่าเป็สตรีไว้ก่อน เฟยเทียนยิ้มขำลูกชาย นางรีบออกตัวแทนลูกว่า “เหยียนหลัวหวางคงไม่ถือสากับคำพูดไร้เดียงสาของลูกข้ากระมัง”
“ไม่ถือๆ”เหยียนหลัวหวางพูดอย่างไม่ใส่ใจ จะให้เขาถือสาอะไรกับคำพูดของเด็กเล็กๆเช่นนั้นล่ะ เขาเป็ผู้ใหญ่พอหรอกนะ
เฟยเทียนเบนสายตากลับมามองดูไพลินิญญานางส่งพลังมารเข้าไปตรวจร่างกายทารกน้อยแล้วส่ายหน้า “เด็กนี่ถูกพิษหนึ่งจันทราของข้าเข้าไปข้าสามารถช่วยแก้พิษได้แต่การจะนำิญญาออกจากร่างนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจทำได้ไพลินิญญาเลือกเ้านายแล้วมันไม่มีทางยอมให้เ้านายของมันแยกจากร่างนี้ไปได้จนกว่ามันจะแตกสลายไป”
“หมายความว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจแยกิญญาจากศพได้หรือ?”เหยียนหลัวหวางถาม เฟยเทียนพยักหน้า “ไม่อาจแยกได้”
เหยียนหลัวหวางคิดหนักทันทีหากิญญาไม่ไปเกิดใหม่ เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เฟยเทียนมองเหยียนหลัวหวางแล้วบอกว่า“เด็กคนนี้ยังไม่ตาย เขาแค่อยู่ในสภาวะเหมือนตายเท่านั้น”
“หา!” เหยียนหลัวหวางกับเฮยอู่ฉางใ พวกเขาเป็ยมทูตจะตรวจสอบผิดได้อย่างไรเด็กคนนี้ตายแล้วแน่นอน!
“ยังไม่ตาย จริงๆ นะ”เฟยเทียนยืนยันแล้วอธิบายว่า “พิษหนึ่งจันทราของข้าจะทำให้คนที่ถูกพิษเสมือนตายไปจริงๆจะตกอยู่ในสภาพนี้ไป 3 วัน หลังจากนั้นหากยังไม่แก้พิษก็จะตายจริงๆ แล้ว”
“แต่เด็กคนนี้สิ้นอายุขัยแล้วนะ”เหยียนหลัวหวางยืนยัน เฟยเทียนมองจ้อง “แน่ใจหรือว่าอายุขัยของเด็กคนนี้สิ้นไปแล้วจริงๆไม่ใช่ว่าท่านจำผิดคนหรอกนะ หรือทำงานผิดพลาด?”
“ไม่ผิดๆเด็กคนนี้ชื่อเฉินมู่อิ๋งเป็บุตรของเสนาบดีเฉินจงกุ้ยกับฮูหยินเฉินม่านอิ๋งชะตาของเขามีอายุได้ไม่ถึง 1 เดือนก็ต้องตายเพราะถูกอาของเขาวางยาพิษ”เหยียนหลัวหวางอ่านชะตาชีวิตให้ฟัง เฟยเทียนมองๆ แล้วมองทารกน้อย พูดว่า “แต่ตอนนี้ชะตาของเขาเปลี่ยนไปแล้วเพราะว่าได้เจอกับข้า”
เหยียนหลัวหวางหน้ากระตุกทีหนึ่ง“เพ้ย! พูดมักง่ายเช่นนี้ก็ได้หรือ!”
“มักง่ายอะไร?ต่อให้เขาต้องตายไปจริงๆ เ้าก็ไม่อาจนำิญญาของเขาไปได้นี่ข้ากำลังช่วยเ้าแก้ปัญหาอยู่นะ” เฟยเทียนเถียงหน้าตาขึงขังเหยียนหลัวหวางหน้ากระตุกยึกๆ “ช่วยข้าอะไรเล่าเ้าคิดจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ต่างหาก”
“ข้าจะช่วยแล้วจะทำไม”เฟยเทียนพูดอย่างท้าทาย เหยียนหลัวหวางหน้ากระตุกอีก เขาจะทำอะไรได้ล่ะนางเป็ถึงธิดาเ้าแม่ฯ เขาจะไปร้องทุกข์เอาความกับใครได้!
“ข้าคิดผิดจริงๆที่มาขอให้เ้าช่วยเหลือ” เหยียนหลัวหวางสบถอย่างโมโหโทโส
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ