บทที่ 1
คลื่นชีวิต
ปลายเหมันต์ริ้วหิมะโปรยปรายเยือกเย็น ภายในเรือนไม้ขนาดกลางของจวนสกุลเจียงที่เงียบงันปรากฏร่างบอบบางของคุณหนูรองวัยสิบแปดปีเศษ นางสวมชุดอบอุ่นร่างกายไม่กี่ชิ้นเพื่อประท้วงบิดา น้ำเสียงไอแค่กดังลอดบานประตูออกมาเป็ระยะ เบื้องหน้าเป็บทกวีและตำราล้วนไม่สนใจ คุณหนูน้อยดันตัวผละลุกจากเตียง จับเชิงเทียนให้กลายเป็ดาบแกว่งซ้ายทีขวาทีตักตวงกระบวนท่า โดยมีสาวใช้วัยผู้ใหญ่คอยกำกับดูแลแต่ประสงค์ร้าย นับว่ารอบกายนี้ไม่มีใครไว้ใจได้สักคน
"ทุกท่วงท่าล้วนถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม สตรีไม่ฝึกฝนเื่งามตา...เช่นนี้จะแต่งไม่ออกเอานะเ้าคะ มิสู้ลองเย็บปักถักร้อยหน่อยเป็อย่างไร"
ป้าจางสาวใช้วัยผู้ใหญ่ที่อยู่ฝ่ายแม่เล็กเย่ถูกส่งมาจับตาดูนางไม่พอ ยังคอยพูดพร่ำให้รำคาญใจอยู่เรื่อย แม้คุณหนูรอง 'เจียงเว่ยซาง' จะเป็บุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกแต่นางดันมีชีวิตที่อัตคัดเช่นนี้ นับั้แ่มารดาสิ้นใจบิดาลุ่มหลงอนุเย่ฟังคำเมียรองจนบุตรสาวต้องลำบาก ดังนั้นทุก่เวลาที่พอจะฉกฉวยได้ เจียงเว่ยซางจะใช้มันไปกับการฝึกดาบเสียให้หมด
"เกล็ดหิมะโถมจากด้านนอก หน้าต่างเปิดอ้าไว้อย่างนั้น เดิมทีร่างกายบอบบางราวริ้วผ้ายังสวมใส่น้อยผืน วันนี้คุณหนูรองจะแอบหนีออกนอกจวนอีกครั้งใช่หรือไม่" ป้าจางกล่าวอย่างรู้ทัน
"ท่านป้าจางก็จะคาบข่าวไปรายงานท่านพ่อและแม่เล็กเย่อีกเช่นเคยใช่หรือไม่?"
คุณหนูเจียงเว่ยซางคลี่ยิ้มเ้าเล่ห์ ดวงตาประกายเจิดจ้าสะท้อนเงาจิ้งจอกจ้องมองสาวใหญ่อย่างรู้เท่าทันเช่นกัน คิดไว้ว่าจะเดินไปหยิบชุดคลุมขนจิ้งจอกสีเพลิงห่อประดับกายลอบหลบหนีออกทางบานหน้าต่างท้ายเรือนเช่นเคย ทว่าใน่เวลาที่มัดมือรวบเท้าป้าจางอยู่นั้นบังเกิดเสียงกึกก้องรัวแรงของกลองศึก ระฆังมรณะดังมาจากทิศบูรพา
อร๊าย! ตู้ม! ตู้ม! ฮือ!
เสียงกรีดร้องและร่ำไห้สวนประสานเสียงกลองศึกอึกทึกดังจากนอกกำแพง ป้าจางผู้จืดชืดตื่นตระหนกลนลานสติแตก หลุดพูดคำทำนายเก่าออกมาโดยพลการ น้ำคำอัปมงคลหลั่งไหลพรั่งพรูราวผีสางบันดาลให้พูด
"ต้าหยางถึงคราวล่มสลายแล้ว... ผืนดินนองเืฏ ลุกโหม ราชวงศ์โฮ่วถูกโค่น คำทำนายแม่เฒ่าเป็จริง"
คุณหนูรองเจียงเว่ยไม่ตระหนกร้องถาม ซ้ำยังลูบแผ่นหลังปลอบประโลมผู้ใหญ่อย่างใจเย็น ยามนี้บิดาของนางคงอารักขาฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ในวังหลวง ส่วนแม่เล็กเย่ผู้รักตัวกลัวตายย่อมหอบเงินทองพาลูกแท้ ๆ หนีเอาตัวรอด เหลือเพียงเจียงเว่ยซางที่ถูกลืมเลือนทิ้งขว้าง
หลายปีมานี้เจียงเว่ยไม่ถูกปฏิบัติอย่างที่ควรจะเป็ ทั้งที่สกุลเจียงเป็ถึงหน่วยราชองครักษ์ของกษัตริย์ นางกลับถูกกีดกันไม่ให้ขี่ม้าฝึกยุทธถือกระบี่เพียงเพราะอนุเย่ออกความเห็นว่าสตรีควรพับผ้าปรุงแกงในเรือนเท่านั้น บิดาผู้เอาแต่ยุ่งยากกับงานราชการไหนเลยจะรู้เท่าทันว่านั่นเป็แค่ข้ออ้างที่ถูกยกขึ้นมากลั่นแกล้งบุตรสาวของภรรยาเอกผู้ล่วงลับ
มันน่าเจ็บช้ำน้ำใจตรงที่บิดาเห็นดีเห็นงาม มองลูกไม้อวสาน ๆ ไม่ออกแถมยังสั่งกักขังบุตรสาวให้สำนึกตนในเรือนแรมปี ทว่าหยินหยางล้วนอยู่ในสายเื สำหรับเจียงเว่ยแล้วไม่ใช่อุปสรรคเลยสักนิด ยังเป็ผลดีกับนางด้วยซ้ำไปที่มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ความดีความชอบหนนี้ต้องยกให้อนุเย่แล้วกระมัง
"เสียงกัมปนาทกึกก้องเช่นนี้ ต้าหยางคงดำเนินถึงคราวอวสาน ไปเถอะท่านป้าจางข้าจะหาทางไปสมทบกับท่านพ่อที่วังหลวงแล้วจึงลี้ภัยไปพร้อมกัน"
ต้นน้ำเสียงกล่าวจบก็ประคองผู้อื่นไป คุณหนูเจียงเว่ยผู้ปราดเปรื่องย่อมรู้ดีว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร หลายวันมานี้นางเอาแต่ใจลอยรอเวลาออกไปนอกกำแพงมิใช่เที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ตามที่ครหา นางพบเบาะแสประหลาดั้แ่คราวก่อนว่าคนสำเนียงซ่งแฝงตัวครบสี่มุมเมือง เดิมตั้งใจว่าบีบคั้น ๆ สืบสาวไปเรื่อย ๆ กระทั่งรวบรวมหลักฐานได้มากพอจึงจะแจ้งแก่บิดา เจียงเว่ยเป็สตรีอยู่แต่ในเรือนครั้นพูดโพล่งไร้มูลนอกจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ถูกแก้ไขนางยังต้องถูกบิดาคาดโทษหนักขึ้น เอาเถอะจะมาพินิจพิเคราะห์สิ่งใดในยามนี้ก็ไม่ทันแล้ว
คุณหนูรองเจียงเว่ยที่ป้าจางว่าร้ายมาตลอดพอถึงยามคับขันกลับเป็นางที่พึ่งพาได้ เกิดและโตมาหลายแผ่นดินเพิ่งจะตกผนึกดีร้ายได้หนนี้ ส่วนเจียงเว่ยนั้นใจกว้างดุจตงไห่เห็นแก่สายสัมพันธ์นายบ่าว แม้ผู้คอยรับใช้ข้างกายจะเป็คนของแม่เล็กเย่แต่ตลอดหลายปีมานี้มิเคยถูกป้าจางรังแกเลยสักหน อย่างมากก็แค่นินทา มิหนำซ้ำเื่ราววุ่นวายที่เกิดขึ้นก็เป็ป้าจางนั่นแหละที่เป็ฝ่ายถูกเจียงเว่ยซางกลั่นแกล้งซะมากกว่า
เคลื่อนตัวพ้นหลังคาเรือน ท้องฟ้าที่เคยโปรยปรายละอองหิมะถูกกลบเกลื่อนจากเขม่าควันและเปลวเพลิง เหมันต์ที่หนาวเย็นแปรเปลี่ยนเป็ขุมนรกชั่วพริบตา เสียงคมดาบปะทะโครมผสานเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังดังผ่านบานประตู เจียงเว่ยซางถอยสอง...ก้าวสามปลดแอกอาชาจากคอกหวังหลบหนีผ่านทางลับหลังจวน
หลังแง้มบานประตูได้คืบเดียว ม่านจักษุเบิกโพลงเห็นชัดเจนว่าภายนอกเต็มไปด้วยทหารแปลกหน้า ป้อมปราการถูกเผามอดม้วย ทหารหลวงส่วนใหญ่สู้จนตัวตาย ยามนี้โลหิตแดงฉานเจิ่งนองหลอมละลายเนินหิมะมลายสิ้น เจียงเว่ยไม่กล้าขบคิดว่าหากคนพวกนั้นบุกทะลวงเข้ามานางจะต้านทานได้สักแค่ไหน บรรดาสาวใช้และบ่าวไพร่วิ่งหนีตายจ้าละหวั่น ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาห่วงสมบัติพัสถาน หากพวกนางอยากหยิบสิ่งใดติดมือก็เอาไปเถิด
ขณะเร่งหลบหนีอย่างฉุกละหุก ป้าจางพยายามข่มใจอดกลั้นมิให้เม็ดน้ำใสไหลออกตา อายุอานามไม่น้อยแล้ว ปีนี้ปาเข้าเลขสี่ถือว่าอยู่มาครึ่งชีวิต สาวใหญ่ย่อมรู้ชะตาตัวเองและซาบซึ้งน้ำใจคุณหนูรองที่ช่วยเหลือนางอย่างเต็มใจ ต่างจากอนุเย่ที่เห็นแก่ตัวถีบหัวส่งไม่ไยดีทั้งที่หลายปีมานี้รับใช้ถวายหัว จางชุนหลี่หรือป้าจางตั้งใจจะบอกลาคุณหนูรองยามบานประตูเปิดเพราะไม่อยากติดตามไปเป็ตัวถ่วง เช่นนั้นแล้วเจียงเว่ยจึงจะมีโอกาสรอดชีวิตไปถึงเขตวัง
หลังจากใคร่ครวญระลึกบุญคุณข้าวปลาอยู่ครู่หนึ่ง... ประตูท้ายจวนเปิดจากด้านนอก พบกับหัวหน้าราชองครักษ์ผู้าุโที่นางนับถือเป็ท่านลุง หรือที่นางเรียกติดปากมาั้แ่เด็กว่าท่านลุงม่อ มารดาแท้ ๆ ของนางเป็สหายของเขาอีกทั้งวรยุทธที่ติดตัวมาจนเติบใหญ่ล้วนเป็ท่านลุงม่อสั่งสอนให้
"คุณหนูรองขอรับ นายท่านคุ้มครองฮ่องเต้ในเขตราชฐานด้านใน หมายให้พวกเราพาท่านติดตามไปสมทบเพื่อลี้ภัยไปพร้อมกัน" ราชองครักษ์เกราะเงินสามนาย หนึ่งในนั้นก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเปล่งเสียงแจ้งให้ทราบ
"ท่านลุงม่อแล้วพี่ใหญ่อยู่แห่งหนใดปลอดภัยหรือไม่" แม้เจียงอวิ๋นเซี่ยจะเป็ยอดนักฆ่าก็ตาม แต่บ้านเมืองเผามอดราชสำนักแตกพ่ายเกรงว่าใต้หล้านี้จะไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับพี่ใหญ่ผู้แสนดี
"คุณหนูรองไม่ต้องกังวล คุณชายใหญ่รุดหน้าไปยังเหลียงโจวเพื่อเคลียร์เส้นทางก่อนแล้ว ยามนี้น่าจะกวาดล้างทรราชต้าซ่งได้ไม่น้อย"
ฟังความจบแล้วหญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะเสียเวลาถามอีก เจียงเว่ยพยักหน้าเข้าใจอย่างรู้ความ นางรู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยบิดายังใส่ใจไม่ทอดทิ้งซ้ำยังปกป้องฮ่องเต้ไปยังเหลียงโจวอย่างปลอดภัย ว่าแล้วก็กระโจนตัวขึ้นอานม้าไม่้าเป็ตัวถ่วง ทว่าท่านป้าจางทั้งร่างท้วมและอวบอั๋น กว่าจะผละตัวปีนป่ายขึ้นมาได้ก็เสียเวลาไปมากแล้ว
ตู้ม! ตู้ม!
"เร็วเข้าเถิด พวกมันเริ่มทะลวงหน้าจวนเข้ามากวาดล้างแล้ว" เสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับฝ่าเท้าหลายคู่กระแทกบานประตูหนา องครักษ์หนุ่มทั้งสามเหลือบเห็นกองกำลังต้าซ่งกระจุกตัวแห่เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่รอช้าแกว่งดาบรับหน้าไล่กวดขันเพื่อสกัดกั้นให้คุณหนูรองและผู้าุโล่วงหน้าไปก่อน
"ไม่ได้นะ! พวกเ้ายังใหม่นัก ข้าจะเสียศิษย์ทั้งสามในคราวเดียวพร้อมกันไม่ได้" ม่อถังเหยียนจำเป็ต้องตัดสินใจ เบื้องหน้าเป็หนุ่มน้อยหน้าใสที่เพิ่งแกว่งศาสตราวุธได้เพียงสองปี ส่วนด้านหลังเป็คุณหนูรองเจียงเว่ยที่เขาต้องคุ้มครอง ทว่าบ้านเมืองคับขันเหตุการณ์บีบคั้นจนต้องเลือก ก่อตัวเป็ภารกิจยิ่งใหญ่ที่ผู้าุโยินดีแบกรับ
*****
คนแก่ไม่สน ยัยน้องแกล้งหมด -...-ฝากเม้น ฝากกดใจด้วยนะค่าขอบคุณค่า