ใบไม้จากต้นไม้สูงใหญ่ด้านข้างร่วงหล่นลงพื้นใบแล้วใบเล่า เด็กหญิงใบหน้าเรียวเล็กถูกล้อมกรอบด้วยผมดำยาวถึงกลางหลัง เธอยังคงนั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นข้างสนามของโรงเรียน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอาคารเรียนของเธอเอง
สายตาของเธอเฝ้ามองไปยังเด็กหนุ่มผู้นั่งริมหน้าต่างหลังห้อง เขาแต่งตัวต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ทั้งที่เป็ฤดูร้อนแต่เขากับยังสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงมือคู่นั้นที่คุ้นตา ราวกับว่าเขายังอยู่ในฤดูหนาวก็ไม่ปาน แต่เธอเข้าใจเหตุผลที่เขาต้องแต่งตัวเช่นนั้นดี
เขาคือที่เธอแอบชอบมาั้แ่เด็กพูดให้ถูกคงจะั้แ่วันแรกที่ได้พบเจอกัน บางคนรวมถึงตัวเธอคิดว่าเขาเกิดมาพร้อมกับความพิเศษ แต่บางคนก็คิดว่านั้นเป็คำสาปซะมากกว่า
ใครก็ตามที่โดนตัวเด็กชายคนนั้นจะถูกกระแสไฟช็อตอย่างแรง ราวกับว่ามันถูกส่งผ่านออกมาจากตัวเขา ซึ่งพลังนั้นก็ทำให้เด็กชายต้องสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับเขาแล้วมันคงเป็เหมือนกับคำสาปซะมากกว่า
ทั้งที่พวกเขาทั้งสองคนอยู่ห้องเดียวกัน เมืองเดียวกัน แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกว่าบางครั้งเขาก็ไกลเกินกว่าเธอที่จะเอื้อมถึง
เด็กสาวมองคนไกลด้วยสายตาที่เศร้าใจพลางนึกถึงเหตุการณ์่ปิดเทอมฤดูร้อนครั้งที่ผ่านมา ภาพต่าง ๆ ฉายซ้ำในความคิดของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ถูกเรียกเปิดอีกครั้ง
ภาพของหญิงวัยกลางคนนอนอยู่บนกองเืและเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้นบ้าน
คำอ้อนวอนที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แ่เบา 'ช่วยซองซูด้วย พวกนั้นพาตัวเขาไปแล้ว' ก่อนที่ร่างอ่อนแรงนั้นจะหมดสติไปพร้อมกับน้ำตาที่ล่วงหล่นลงพื้น
ภาพด้านหลังของเด็กชายที่เธอตามมาช่วยจากกลุ่มคนแปลกหน้า เธอใช้มือขวาจับมือเขาไว้ตลอดเวลาเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ เขา มือซ้ายของเธอปิดปากของคนตรงหน้าแน่นไว้ไม่ให้เสียงร้องของเด็กชายดังออกไปให้คนร้ายได้ยิน
ภาพเด็กชายผู้น่าสงสารในงานศพของผู้เป็แม่ของเขา ใบหน้าที่ดูซูบผอมลง ดวงตาที่บวมแดงของเขาช่างดูเศร้าจนเธอไม่อาจมองได้
เสียงร้องของคนที่แอบอยู่ด้านหลังสถานที่จัดงานศพ ยังคงดังชัดเจนอยู่ในหูของเธอมาจนถึงทุกวันนี้ เสียงร้องจากความเสียใจของเขาคนนั้นมันช่างฟังดูทรมานราวกับคนกำลังจะขาดใจ
เธอทำได้แค่มองอยู่ในมุมที่ไกลออกมา เธอไม่สามารถเข้าไปปลอบใจเขาได้ดังที่ใจ้าเพราะคำสั่งห้ามจากคุณหมอและคำขอร้องจากพ่อและแม่ที่พาเธอมายังงานศพนี้ ไม่ให้เธอเข้าใกล้เด็กชายคนนั้นจนกว่าร่างกายจะกลับไปหายดีอีกครั้ง
แต่เมื่อเธอกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เด็กชายคนนั้นกลับคอยแต่หลบหน้าเธอเรื่อยมา จนเวลาล่วงผ่านมาหลายเดือนเขาไม่ยอมคุยหรืออยู่ใกล้เธออีกเลย
“อะดื่มซะ ซองซูฝากให้เธอ เขาบอกให้เธอรีบดื่มด้วย ฉันไม่เข้าใจพวกเธอสองคนเลยจริง ๆ ทำไมไม่คุยกันดี ๆ”
เสียงของคังซูที่เพิ่งเดินมาทำให้แชยองได้สติขึ้นมาจากความทรงจำแสนและความรู้สึกเศร้า ก่อนจะหันไปรับขวดเครื่องดื่มบำรุงร่างกายที่เธอคุ้นเคยมา
มันคือยาสำหรับคนที่มีอาการชาตามร่างกายซึ่งเธอต้องพึ่งพามันตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ถึงแม้รสชาติมันจะเหมือนฝันร้ายก็ตามแต่ก็ช่วยลดอาการของชาเธอได้ดีเลยทีเดียว
หลังจากเหตุการณ์ช่วยชีวิตซองซูในครั้งนั้นทำให้แชยองมีอาการอัมพาตบริเวณมือทั้ง 2 ข้าง และผลกระทบจากการได้รับกระแสไฟฟ้าจากตัวเขาเป็เวลานานเกินไปทำให้ร่างกายส่วนต่าง ๆ ของเธอมีอาการชาตลอดเวลา
เด็กสาวต้องใช้เวลารักษาอาการต่าง ๆ เป็เวลากว่าครึ่งปีจนร่างกายสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง
“เหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลังยังไงไม่รู้แหะ”
“ทำไม ซองซูทำอะไรเธอ บอกฉันมาฉันจะไปจัดการหมอนั้นให้เอง”
“ไม่มีอะไรหรอก ใจเย็นก่อน” แชยองได้แต่ยิ้มอ่อน ๆ ให้เพื่อนที่ดูจะโมโหแทนเธอมากเกินไป
“แล้วทำไมยังต้องกินยาบำรุงอีกเธอยังมีอาการอีกเหรอ ไหนว่าหายดีแล้ว” คำถามของเพื่อนสาวทำเอาแชยองนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาก่อนที่เธอจะมานั่งมองเขาอยู่ตรงนี้
เสียงสัญญาณบอกเวลาพักกลางวันดังขึ้นเด็กคนอื่น ๆ เดินออกจากห้องไป แชยองพยายามจะหาโอกาสคุยกับซองซูแบบส่วนตัวอีกครั้งหลังจากล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้ง
เธอแอบเดินตามเขาไปที่ดาดฟ้าของอาคารเรียนเพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มจะแยกตัวไปทานข้าวให้ห่างจากเด็กคนอื่น ๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวเพราะเสียงที่เธอเผลอสะดุดขอบประตูทางเข้าดาดฟ้า
เมื่อคนถูกตามเห็นว่าเป็แชยองเขามาก็ทำปั้นหน้าตาไม่สบอารมณ์ใส่เธอ ก่อนจะพยายามเดินสวนเพื่อกลับลงไปแต่ก็ถูกคนที่เร็วกว่าพาตัวมาขวางทางไว้ได้ทัน
‘เดี๋ยวก่อนสิ ฉันแค่อยากคุยกับนายสักครั้ง ขอเวลาให้ฉันหน่อยได้ไหม’
‘ถอยไป ฉันไม่มีเื่อะไรจะคุยกับเธอ’
‘ทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อยเลิกโทษตัวเองสักที ทำแบบนี้ไปมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก ขอร้องละอย่าเป็แบบนี้อีกเลยซองซู ต่อไปฉันจะเป็ฝ่ายที่ระวังตัวให้มากขึ้นเองนายเลิกเป็แบบนี้สักทีเถอะนะ’
‘นี่ชีวิตฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าฉันควรคิดหรือทำอะไรฉันตัดสินใจเองได้ หลีกไป" คนขวางทางไม่มีทีท่าจะขยับเลยแม้แต่น้อย
'เธอสัญญากับพ่อแม่แล้วนี่ว่าจะรักษาระยะห่างกับฉัน ถ้าไม่อยากให้พวกท่านรู้ก็ขยับไป’ น้ำเสียงที่ดูไม่พอใจมากขึ้นจนคนฟังรู้สึกได้ชัดเจน
เธอไม่อยากทำให้อีกฝ่ายโกรธไปมากกว่านี้จึงยอมขยับให้เขาเดินสวนไป ทั้งที่เธอยังไม่อยากปล่อยเขาไปแบบนี้เลย
เธอไม่อยากให้ซองซูจมกับความรู้สึกผิดและโทษตัวเองแบบนี้ต่อไป และดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะขยับตามความคิดได้เป็อย่างดี เมื่อแชยองรู้ตัวเธอก็เผลอไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายที่ยังไม่ได้ใส่ถุงมือไว้ก่อนที่เข้าจะเดินหนีไป
แชยองรู้สึกเจ็บและชาทั่วฝ่ามือเมื่อโดนเข้ากับิัของอีกฝ่ายแต่ก็ทำได้เพียงร้องะโในใจ เธอไม่ยอมหลุดปากบอกว่าเจ็บออกมาเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะยิ่งรู้สึกผิด
ซองซูรีบสะบัดข้อมือออกจากอีกฝ่ายโดยเร็วเมื่อเห็นว่าตัวเขาเองยังไม่ได้ใส่ถุงมือ เขาชักสีหน้าไม่พอใจอย่างหนักใส่แชยองอีกครั้ง
‘เธอทำบ้าอะไรอีกเนี่ย เมื่อกี้เธอเพิ่งพูดเองนะว่าจะเป็ฝ่ายระวังตัวให้มากขึ้น เธอมันก็เป็ซะแบบเนี้ยไม่เคยทำตามที่พูดได้เลยสักครั้ง หยุดตามฉันมาสักทีมันน่ารำคาญ’ ซองซูพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและท่าทางเ็า ก่อนจะหันหลังให้อีกฝ่ายและเดินลงบันไดหนีไปทันที ทิ้งให้แชยองยืนอยู่คนเดียวบนดาดฟ้ากว้าง
เด็กสาวได้แต่เงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ เธอพยายามกั้นไม่ให้น้ำตาตัวเองไหลออกมา เธอเข้าใจการกระทำที่ใจร้ายของอีกฝ่ายดี ซองซูแค่ไม่อยากให้เธอต้องมาเจ็บตัวเพราะเขาอีก แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำพูดและท่าทางที่เ็าของอีกฝ่ายช่างมีผลต่อจิตใจเธอเหลือเกิน
“แล้วนี่เธอเป็อะไรไหม เธอต้องระวังให้มากกว่านี้นะรู้ไหม เพิ่งจะกลับมาหายดีแท้ ๆ” คังซูพูดด้วยหน้าตาที่ดูเป็ห่วงเพื่อนมาก เมื่อเห็นเพื่อนสนิทดูเหม่อลอยและเอาแต่นวดฝ่ามือตัวเอง
“รู้แล้วน่า” แชยองยังคงยิ้มอ่อน ๆ ให้เพื่อน เพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น
“พี่แชยองงงงง ~” เสียงเด็กสาวคนหนึ่งที่วิ่งมาแต่ไกล
“พี่น้อง FC เธอมานู้นแล้ว” คังซูรีบแซวเพื่อนสนิทเมื่อเห็นสองร่างที่หน้าตาคล้ายกันเอามาก ๆ กำลังเดินตรงมาที่พวกเธอ
“หลีกไปนะ นี่แชยอง คังซูวันนี้หลังเลิกเรียนแล้วไปเที่ยวกันเถอะ ในเมืองมีงานเทศกาล ไปด้วยกันหลาย ๆ คนจะได้สนุก”
เด็กหนุ่มรูปร่างสูง หน้าตาคมเข้มได้รูปผู้เป็ที่ชื่นชอบของทั้งรุ่นน้องรุ่นรุ่นพี่เกือบทั้งโรงเรียน เขาเบียดร่างน้องสาวตัวเองให้ห่างออกไปจากแชยอง ก่อนจะหันหน้ามาทำสีหน้าที่มีหวังว่าเพื่อนสาวสองคนจะตอบตกลง
“โทษทีนะทุกคน วันนี้ฉันรับปากพ่อว่าจะไปเป็คู่สอนการต่อสู้ที่โรงเรียนของพ่อ ไว้คราวหลังแล้วกันนะ”
“ทำไมคุณลุงถึงโหดร้ายกับพี่แชยองอย่างนี้ละคะ พี่เพิ่งหายดีเองนะ ทำไมต้องให้ไปทำอะไรรุนแรงด้วย” จองอาเด็กสาวร่างเล็ก หน้าสวยคมไม่แพ้พี่ชายของตัวเอง พูดพร้อมกับเดินเข้ามานั่งทางซ้ายของแชยอง
“ถือเป็การทำกายภาพไปด้วยในตัวเพราะการซ้อมกับพ่อทำให้มือพี่กับมาใช้งานได้เร็วขึ้นกว่าปกติ ส่วนอื่น ๆ ก็ฟื้นตัวเร็วด้วย อีกอย่างยังมีศิลปะป้องกันตัวหลายอย่างที่อยากเรียนรู้เพิ่มด้วยก็เลยต้องยอมไปเป็คู่ฝึกกับพ่อ” (พ่อของเธอเป็ครูสอนศิลปะป้องกันตัวให้กับนักเรียนของโรงเรียนตำรวจ)
“ถ้าใครมาหาเื่เธอก็แค่บอกฉันสิ ไม่เห็นต้องฝึกหนักแบบนั้นเลย” จองวอนพูดพร้อมกับตบอกตัวเองเบา ๆ
“ใครจะอยากฝากชีวิตไว้กับคนแบบพี่กันล่ะ เพ้อเจ้อจริง ๆ เลย” พี่น้องเริ่มเปิดประเด็นทะเลาะกันอีกครั้ง เป็เื่ธรรมดาสำหรับผู้ที่พบเห็นพี่น้องสองคนนี้พวกเขามักจะพูกดีกันได้ไม่นานจากนั้นก็ทะเลาะกันไม่หยุด ไม่นานเสียงอ็อดเข้าเรียน่บ่ายก็ดังขึ้น
“เข้าเรียนกันเถอะทุกคน ่นี้รู้สึกเรียนตามคนอื่นไม่ทันเลยคงเพราะหยุดไปนาน” แชยองยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ซึ่งถือว่าเธอมีรูปร่างที่สูงเมื่อเทียบกับผู้หญิงด้วยกันเอง แต่ก็แค่ระดับไหล่ของเพื่อนชายอย่างจองวอนเท่านั้น เธอก้าวเดินไปก่อนหันมาเรียกคังซูและสองพี่น้องที่ยังทะเลาะกันไม่หยุด
"ตามมาได้แล้ว"
‘โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ของพ่อแชยอง’
“เฮ้ แชยอง ลูกเป็อะไรรึเปล่า ดูใจลอย ๆ นะวันนี้” คนเป็พ่อยื่นน้ำให้ลูกสาวและเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ได้เป็อะไรอะไรนี่นา ทุกอย่างปกติดีค่ะ” แชยองพยายามยิ้มให้พ่อเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อในคำตอบของตัวเอง
“ทำไมถึงกินยาบำรุง เกิดอะไรขึ้น ลูกมีอาการอีกแล้วเหรอ” ชายวัยกลางคนที่หันไปเจอขวดยาบำรุงร่างกายในกระเป๋าของลูกสาวแสดงอาการเป็ห่วงคนที่นั่งข้าง ๆ ทันที
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละค่ะ ซองซูให้มาเขาคงพกไปไหนมาไหนด้วยตลอดแน่เลย” แชยองก็ยังพยายามแก้ตัวต่อไป เธอไม่อยากให้พ่อเป็ห่วงเื่ที่เธอไปโดนตัวซองซูเข้าวันนี้
“แล้วเด็กคนนั้นเป็ยังไงบ้างล่ะ”
“เขาก็ดูจะกลัวการเข้าสังคมมากกว่าเดิมนะคะ พยายามจะแยกตัวออกจากคนอื่นตลอดเวลาที่มีโอกาสเลย”
“ลูกคงไม่ได้ไปโดนตัวเขาใช่มั้ย” ผู้เป็พ่อถามด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับสบตาลูกสาว
“พอได้แล้วน่าพ่อ ตอนนี้หนูกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้วนะ อาจจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำไป กินทั้งยาบำรุง แถมฝึกร่างกายอย่างหนักกับพ่ออีก พ่อก็เห็นหนูล้มลูกศิษย์คนเก่งของพ่อได้สบาย ๆ ถึงโดนตัวเขาก็ไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะ พ่อสบายใจได้ อีกอย่างอย่าทำเหมือนเขาเป็ตัวอันตรายได้มั้ยคะ แค่นี้เขาก็ติดอยู่กับความรู้สึกผิดในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็คนทำมากพอแล้ว เห็นใจเขาหน่อยเถอะค่ะ”
แชยองร่ายยาวเธอพยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจและเห็นใจซองซูบ้าง
“ก็ได้ ๆ พ่อแค่เป็ห่วงลูกสาวคนสวยนี่นา” ผู้เป็พ่อยอมแพ้ให้ลูกสาวตัวเองก่อนจะลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
“รู้แล้วค่ะ ถ้าห่วงมากก็เปลี่ยนมาเป็ทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้หนูกินดีกว่า” เด็กสาวพิงหัวลงที่แขนของคนข้าง ๆ พลางส่งสายตาออดอ้อนพ่อของตัวเอง
“ก็ได้ งั้นเราไปแวะซื้อของกันก่อนกลับดีไหม”
“ดีเลยค่ะ เดี๋ยวหนูส่งข้อความบอกแม่ก่อนนะ ว่าวันนี้พ่อจะเป็คนทำกับข้าว” แชยองทำท่าทางดีใจก่อนหยิบกระเป๋าพร้อมกับดึงมือพ่อให้ลุกขึ้น ผู้เป็พ่อได้แต่ยิ้มตามลูกสาวตัวเองก่อนจะโอบบ่าลูกและเดินออกจากห้องฝึกสอนไป