ตอนที่8
สัตว์อัญเชิญที่อยู่เหนือการควบคุม
นิยามสั้นๆของแมวดำที่อยู่ตรงหน้าข้าคือ“มันเป็สัตว์กินเื”
ร่างใหม่ของอาเธอร์ให้ความรู้สึกเหมือนแมวจรจัดที่ถ้าเผลอเข้าไปเล่นกับมันไม่หน้าก็แขนของข้าที่จะต้องโดนมันตะปบจนเืไหล หรือบางทีอาจจะทั้งสองอย่างนั้นเลยมันเป็แมวดำขนเกรียนๆที่มีขนตรงอกเป็สีขาวดูราวกับแมวใส่สูทดวงตาแดงที่มีสัญลักษณ์รูปตัวเอ็กซ์อยู่ด้านในจับจ้องไปเพียงลูคัสซึ่งเป็ศัตรูของมันเพียงเท่านั้นออร่าสีแดงะเิออกมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ไม่ได้ระเหยกระจายออกไปไกลเหมือนอย่างอาเธอร์กับฟาเอล
“เปลี่ยนร่างได้จริงๆด้วย” ลูคัสดูทึ่ง
“นั่นไม่เหมือนกับตอนที่นางมาที่กิลด์ในครั้งแรก”ชายหนุ่มผมทองผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมวิเคราะห์อยู่นอกสนาม
“ท่านจะบอกว่าแมวนั่นเปลี่ยนร่างได้ถึงสามรูปแบบอย่างงั้นน่ะเหรอ”อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆสงสัย ชายหนุ่มผมทองเอามือกอดอกเขาขมวดคิ้วจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้าอย่างตั้งใจ
“เรายังยืนยันเื่นั้นไม่ได้ขอรับบางทีอาจจะมีมากกว่าสามรูปแบบ” ชายผมทองวิเคราะห์แบบกว้างๆ
“แต่ยังไงมันก็เป็แค่แมวธรรมดาๆไม่ใช่หรือไง”ขุนนางคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาชมการสดสอบด้วยออกความเห็นบ้างไม่มีนักสำรวจคนใดตอบแต่ทุกคนก็มีความเห็นตรงกันว่าแมวตัวนั้นไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาๆแน่นอน
แล้วข้าก็เริ่มสังเกตได้ว่าขนาดร่างกายของแมวดำตัวนั้นขยายใหญ่ขึ้นตอนแรกมันยังมีขนาดที่เล็กพอจะยืนบนไหล่ของข้าได้ แต่ตอนนี้มันตัวใหญ่พอๆกับสุนัขและบางทีอาจจะตัวใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ แมวดำพุ่งเข้าใส่ลูคัสอีกครั้งคราวนี้มันกระโจนกลับไปด้วยแรงดันที่มากกว่าเดิม ดูดุร้ายกว่าเดิม แต่ลูคัสยังยืนยิ้มด้วยท่าทีสบายๆเมื่อเข้าระยะโจมตีแมวดำก็ะโปริงตัวขึ้นไป้าก่อนจะหมุนตัวควงเป็วงล้อเข้าโจมตีชายหนุ่มผมสีแดงคราวนี้เขาไม่ได้โจมตีสวน แต่เลือกที่จะะโหลบแทนจนทำให้กรงล้อของแมวดำพุ่งลงพื้น แล้วพริบตานั้นเองที่พื้นถูกกรงล้อแมวดำขนจนเป็หลุมเมื่อโจมตีพลาดสัตว์อัญเชิญของข้าก็กระโจนถอยสร้างระยะห่างอีกครั้งและนั่นก็ทำให้ข้าสังเกตเห็นกรงเล็บที่เป็ใบมีดคมกริบยาวเกือบหนึ่งคืบทั้งๆที่ตอนแรกมันก็ยังเป็อุ้งเท้าเหมือนแมวปกติแท้ๆ
แมวดำร้องขู่อีกครั้งแต่คราวนี้มันฟังดูเหมือนเสียงของสิงโตที่กำลังคำรามคลื่นเสียงสั่นะเืไปในอากาศร่างของมันใหญ่โตขึ้นกว่าเมื่อครู่อีกและเริ่มมีมัดกล้ามเนื้อให้เห็นชัดเจน ข้าไม่ได้คิดไปเองแมวดำตรงหน้ากำลังเพิ่มความสามารถร่ายกายตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆพริบตาต่อมามันก็กระโจนเข้าใส่ลูคัสอีกครั้ง
ชายหนุ่มผมสีแดงยื่นแขนออกมาข้างหน้าเป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นลวดลายอักขระบนแขนของเขา มันดูเหมือนกับลวดลายที่อยู่บนตราอัญเชิญเขาประทับนิ้วสองนิ้วลงไปบนลวดลายอักขระบนแขนก่อนที่มันจะเปล่งแสงสีแดงสว่างจ้าออกคลื่นเวทมนตร์ะเิตามออกมาพร้อมกับแสงสีแดงนั่นก่อตัวเป็วงเวทย์ที่ค่อยๆสร้างดาบใหญ่สีดำแดงขึ้นมาตรงหน้าของลูคัสข้าอ้าปากค้างกับสิ่งที่เพิ่งได้เห็น ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเราจะสามารถอัญเชิญอาวุธเวทมนตร์ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ตราอัญเชิญ
“ออกมาแล้ว ดาบคู่ใจของหมอนั่น”นักสำรวจระดับสูงคนหนึ่งฉีกยิ้ม “ตั้งใจจะเอาจริงเลยสินะ”
“ชักสนุกแล้วสิ!” ลูคัสคว้าด้านดาบั์นั่นทันทีที่ฝ่ามือของเขาัักับมันก็เกิดเป็เปลวเพลิงลุกท่วมดาบชายหนุ่มหวดมันเข้าใส่แมวดำที่ตัวใหญ่พอๆกับเสือ สัตว์อัญเชิญของข้าเลือกที่จะไม่ปะทะตรงๆมันพลิกตัวกลางอากาศหลบดาบเพลิงนั่นได้อย่างฉิวเฉียดลูคัสพลิกร่างกลับตัวแล้วถีบขาเข้าใส่เ้าแมวดำที่ลอยอยู่กลางอากาศจนมันกระเด็นข้าไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือความสามารถในการตอบสนองของมนุษย์มันดูรวดเร็วและเฉียบคมอย่างกับสัตว์เลย
แมวดำสามารถกลับตัวกลางอากาศก่อนจะลงไปตั้งหลักบนพื้นได้โดยไม่ล้มมันขู่คำราม ออร่าสีแดงะเิขึ้นมาอีกครั้งและข้าก็ได้เห็นร่างกายของมันเปลี่ยนสภาพชัดๆกับตาผิวของมันเปลี่ยนเป็สีเงินและขนสีดำที่เคยสั้นเกรียนก็เปลี่ยนเป็เกล็ดโลหะที่เงินราวกับปลาเหล็กกล้ามันกระโจนเข้าโจมตีลูคัสข้ารู้สึกเหมือนแมวดำที่กลายเป็แมวเหล็กเริ่มจะตามความเร็วในการตอบสนองของลูคัสได้ทันแล้วมันจึงทำให้ชายคนนั้นทำได้เพียงฟาดดาบสวนเพื่อตั้งรับ
“เ้าแมวนั่นมันถนัดด้านการเปลี่ยนร่างงั้นเหรอ”นักสำรวจระดับสูงออกความเห็น
“เหมือนจะเป็การเสริมความสามารถเพื่อรับมือศัตรูมากกว่านะขอรับ”ชายหนุ่มผมสีทองวิเคราะห์ “ไม่รู้ว่าขีดจำกัดของมันอยู่ตรงไหนแต่ก็สามารถบอกได้ว่ามันเป็ศัตรูที่ยิ่งนานจะยิ่งรับมือยากขึ้นเรื่อยๆ”
“ย...ยัยเด็กโสโครกนั่นสัตว์อสูรระดับนั้นไว้เลยเหรอเนี่ย”ชนชั้นสูงแสดงท่าทีไม่พอใจความอิจฉาอยากจะได้แสดงออกมาทางแววตาอย่างชัดเจน
“แกเป็พวกที่จะเก่งขึ้นเรื่อยๆในระหว่างต่อสู้สินะ!”ลูคัสหวดดาบเข้าสวนกรงเล็บเหล็กกล้าอย่างเต็มกำลังเพื่อทำให้แมวเหล็กปลิวถลาไปก่อนที่เขาเองก็จะะโถอยออกมาด้วยเขาดูเหมือนหาที่ตั้งหลักเพื่อทำอะไรซักอย่างที่มันต้องใช้การเตรียมการ“แย่หน่อยนะ เพราะฉันเองก็เป็พวกที่ยิ่งสู้ยิ่งเครื่องร้อนเหมือนกัน!” เขาชูแขนที่มีอักขระขึ้นฟ้า แล้วอักขระก็เปล่งประกายอีกครั้งดาบเพลิงในมืออีกข้างะเิพลังแผ่ออร่าความร้อนเข้าซัดผิวหน้าของข้าจนแสบพวกผู้ชนที่อยู่รอบๆสนามต่างพากันก้าวถอยและหันหน้าหนี “ถึงเวลาฉันบุกบ้างแล้ว!”
“โฮกกกกก!!!” แมวเหล็กขู่คำราม มันะเิออร่าสีแดงเพลิงออกมาอีกครั้งดวงตาแดงก่ำเต้นเร่าไปด้วยความกระหายเื ร่างของลูคัสมีไฟลุกท่วมส่วนแมวเหล็กเองก็เปลี่ยนหางตัวเองให้เป็ลูกตุ้มหนามขนาดั์ทั้งสองพุ่งเข้าโรนรันกันด้วยความโจมตีที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆเสียงของโลหะดังปะทะกันสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกสั่นะเือากาศที่อยู่รอบๆแมวเหล็กหวดลูกตุ้มเข้าใส่ลูคัสที่รับมือกับกรงเล็บจนเขากลายเป็ฝ่ายตั้งรับในที่สุดท่ามกลางความช็อกของเหล่าผู้ชม
“หมดเวลา! ยุติการต่อสู้ได้” ชายหนุ่มผมทองประกาศเมื่อเวลาในการทดสอบหมดลงลูคัสะโถอยออกมาจากจุดนั้นก่อนจะทิ่มดาบลงพื้น เขาปาดเหงื่อ เป่าปากแล้วหัวเราะออกมา “แมวตัวนั้นมันน่าเหลือเชื่อชะมัดเลย”
ข้าอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากรอบสนามที่เป็เชิงเหมือนกับว่าจะค่อยๆยอมรับความสามารถของสัตว์อัญเชิญที่ข้าเป็เ้าของแล้วแต่บรรยากาศแห่งความภูมิใจก็หายวับไปกับตาเมื่อแมวเหล็กตัวนั้นะเิออกร่าสีแดงอีกครั้งแล้วมันก็ค่อยๆขยายร่างขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยสองขาเฉกเช่นมนุษย์กลายเป็ครึ่งคนครึ่งเสือที่มีร่างกายเป็เกล็ดเหล็กกล้าสายตาของมันยังคงจับจ้องไปที่ลูคัส มันแยกเขี้ยวสีเงินเงาวับก่อนจะคำรามออกมา มองแค่แว๊บเดียวก็รู้ว่ามันไม่ยอมให้การต่อสู้ยุติลงง่ายๆ
“ไม่ได้ยินหรือไง! การต่อสู้มันจบแล้วนะ!” เสียงจากข้างสนามะโบอกข้าข้าได้แต่เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก
“พ...พอได้แล้ว”ข้าะโบอกออกไปแบบกล้าๆกลัวๆ ทว่ามันก็หันกลับมาคำรามใส่หน้าข้าอย่างดุร้าย
“หุบปากไปเลยนะยัยเด็กน่ารำคาญ!” ข้าใจหายวาบเมื่อถูกมันตะคอกใส่ ในใจได้แต่ร้องะโเบาๆว่า ซวยแล้ว! เมื่อตระหนักได้ว่าข้าคุมแมวตัวนี้ไม่ได้แมวเหล็กที่บัดนี้กลายเป็มนุษย์เสือเหล็กกล้าหันไปหาลูคัสที่ยืมยิ้มอยู่แม้จะดูงุนงงกับสถานการณ์ก็ตาม “แกนี่มันกวนประสาทจริงๆ!”
“หลุดจากการควบคุมงั้นเหรอ”นักสำรวจคนหนึ่งขมวดคิ้ว “แบบนี้ชักจะไม่ดีแล้วนะ”
“ย...หยุดได้แล้ว!” ชนชั้นสูงะโบอก แต่ข้าไม่คิดว่านั่นมันจะได้ผลกลับกันมันยิ่งทำให้อสูรร้ายตรงหน้าเกิดความรำคาญจนคลั่งหนักกว่าเดิม
“ยกที่สองงั้นเหรอ”ลูคัสกระชากดาบเพลิงที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมาก่อนจะตั้งท่าเตรียมรับการโจมตี “แกนี่เืร้อนดีนะ”
อสูรแมวเหล็กพุ่งเข้าใส่ลูคัสด้วยความคล่องตัวที่มากกว่าครั้งที่ผ่านๆมาทว่าก่อนที่มันจะเข้าไปในระยะปะทะคลื่นน้ำแข็งก็พุ่งเข้าตรึงร่างทั้งร่างของมันและผนึกไว้ในน้ำแข็งที่หนาวจนไอเย็นระเหยอย่างรุนแรงข้าสะบัดหน้ามองไปยังทิศที่เป็จุดกำเนิดของเวทมนตร์เมื่อครู่ก่อนจะพบว่ามันถูกปล่อยออกมาจากเด็กหนุ่มร่างเล็กผู้ที่เป็หนึ่งในนักสำรวจระดับสูงที่ได้รับเชิญ
บึ้ม!
อสูรร้ายบ้าคลั่งะเิออกมาจากผลึกน้ำแข็งได้ด้วยพละกำลังอันมหาศาลมันขู่คำรามเข้าใส่ทุกๆคนที่อยู่รอบห้องชายผมทองรีบพาพวกชนชั้นสูงลี้ภัยออกไปจากสถานที่แห่งนี้พวกนักสำรวจก้าวเข้ามาในสนามต่อสู้ นี่มันกลายเป็เื่ใหญ่โตกว่าเดิมไปซะแล้วข้ารู้สึกอยากจะกรีดร้องแต่ก็ร้องไม่ออก “แค่เ้าคงเอามันไม่อยู่แล้วล่ะ”นักสำรวจร่างใหญ่หันไปบอกกับลูคัสที่ได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆ
“ไม่ได้อยากเสียตราอัญเชิญระดับสูงไปกับแค่การทดสอบซะด้วยสิ”ลูคัสแค่นหัวเราะ “ช่วยหน่อยก็แล้วกันนะทุกคน”
“สาวน้อย เ้าถอยไปก่อน”หญิงสาวแสนสวยในชุดนักสำรวจที่ดูหรูหรากว่าใครๆเดินมาขวางหน้าข้าเอาไว้กะจากรูปร่างอายุของนางคงน่าจะราวๆยี่สิบปลาบๆนางเหน็บแซ่ฝึกสัตว์เอาไว้ตรงเอวและมีกระเป๋าที่เต็มไปด้วยตราอัญเชิญ“ดูจากเมื่อกี้ดูเหมือนว่าสัตว์อัญเชิญของเ้าจะคลั่งไปแล้ว เพราะงั้นรีบถอยไปซะ”นางพูดเป็เชิงสั่ง
แล้วในวินาทีที่ข้าวิ่งหนีถอยไปตามคำสั่งนักสำรวจระดับสูงทั้งแปดคนก็ะโเข้าจู่โจมสัตว์อัญเชิญของข้าจากทุกทิศทุกทาง!
โปรดติดตามตอนต่อไป