บทที่5
จากนั้นพวกเขากลับบ้านไปเตรียมขนมสำหรับวันพรุ่งนี้กันต่อ เมื่อเรียบร้อยก็พากันนอนที่บ้านท้ายป่าไผ่แห่งนั้นกันทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ิซินนอนพักที่บ้านหลังนี้พร้อมกับทุกคน ส่วนบ่าวที่นำสำรับมาให้เขาตอนนี้เขาได้แจ้งไปแล้วว่าไม่ต้องนำมาให้เดี๋ยวจะให้อาลู่ไปรับสำรับเอง เพราะป่วยจึงไม่ค่อยอยากอาหารนัก ทั้งยังอาจจะเป็โรคติดต่อจึงไม่อยากให้ใครมาใกล้ตำหนักด้วยเกรงว่าจะติดโรคกันได้ ซึ่งก็ไม่มีใครขัดคำขอของเขา หน้าที่นี่เขาจึงให้อาลู่คอยกลับไปจัดการให้
และเมื่อเช้ารุ่งขึ้นพวกเราก็มาเตรียมตั้งร้าน จึงจัดขนม 6-7 ชุดแยกเอาไว้ ชุดแรกเอาไปให้พี่หลิว ที่เหลือก็แจกลุงๆ ป้าๆ ตามร้านขายของแผงรอบๆ เขาเพื่อผูกมิตรซึ่งมันได้ผลดี เพราะลุงป้าตามร้านค้าเ่าั้ยิ้มหน้าบานพร้อมบอกมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ เมื่อเขาวางใจเื่นี้ก็รีบกลับมาช่วยขายของต่อ…ซึ่งมันก็เกินคาดอีกครั้ง เมื่อเปิดร้านปุ๊บขนมเขาก็ขายหมดภายในเวลาหนึ่งชั่วยามทั้งที่ทำมาเพิ่มถึง60ชุด!!
เป็แบบนี้ตลอดจนวันสุดท้ายของการทำขนมทั้งสามชนิดนี้ พวกเขาจึงทำเพิ่มจากเดิมอีก 150 ชุด และมันก็เป็ดังคาด เมื่อขนมหมดลงภายในเวลาหนึ่งชั่วยามเหมือนเช่นวันก่อนๆ ทั้งที่จำนวนเยอะกว่าเดิมถึงสองเท่า เด็กๆ ที่ตอนแรกคอยเรียกลูกค้า วันสุดท้ายนี้ไม่ต้องะโเรียกให้เสียเวลาเลย เพราะต้องมาช่วยกันหยิบขนมใส่ห่อให้ลูกค้ากันทั้งหมด แผงที่ขายในตอนแรกบัดนี้ขยายเพิ่มเล็กน้อยเพื่อให้เพียงพอกับการวางขนม
และเมื่อขนมขายหมด ทุกคนถึงกับทิ้งตัวนั่งพื้นด้วยความหมดแรง คนที่ซื้อไม่ทันต่างพากันเสียดายเป็ทิวแถว ส่วนพวกเขานั่งพักได้แป๊บเดียวก็รีบเก็บของกลับที่พักด้วยสภาพที่หมดแรงเต็มทน
“รวมทั้งหมดที่ขายได้หลังหักต้นทุน โห…นี่พวกเราทำกำไรได้มากขนาดนี้เชียว!!”
“โอ้!!! ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม เห็นแบบนี้หายเหนื่อยเลยขอรับ”
อาลู่เห็นจำนวนเงินที่คุณชายตนได้มาก็นึกดีใจไปด้วย คุณชายเขาหาเงินได้มากขนาดนี้ในเวลาเพียงไม่กี่วันด้วยหยาดเหงื่อของตนเองนับว่าเก่งมากแล้ว
“นั่นสิ งั้นเรามาแบ่งเงินกันเถอะ”
ิซินพูดพร้อมกับแบเงินออกเตรียมแบ่งให้กับทุกคนโดยหักต้นทุนของขนมครั้งถัดไปไว้แล้ว และ หักเก็บส่วนรวมอีกครึ่งนึงเผื่อต้องใช้กรณีฉุกเฉิน
“ไม่ๆๆ ขอรับ พวกเรารับไม่ได้ขอรับ!”
ทุกคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธการรับเงินครั้งนี้ทันที ไม่มีใครคิดจะรับเงินส่วนแบ่งนี้ทั้งนั้น
“ได้ไงล่ะอาเฉียน เ้าต้องรับ อาลู่และเด็กๆ ด้วย”
“แค่ท่านเมตตาพวกเราขนาดนี้ พวกเราก็เป็หนี้บุญคุณท่านเยอะแล้วขอรับ ให้เราได้รับใช้ท่านไปแบบนี้ถือว่าเป็สิ่งที่ดีกว่าขอรับ”
เฉียนต้ากล่าว เงินครั้งนั้นที่คุณชายแบ่งให้ตนยังคงเหลืออยู่เยอะเลย เพราะเขาก็กินอยู่ที่บ้านหลังนี้ซึ่งคุณชายก็เตรียมไว้ให้ทั้งหมด เดิมเขาก็เป็คนใช้เงินประหยัดอยู่แล้วเนื่องจากรู้ว่าเงินหายากเพียงใด เพราะงั้นเขาไม่มีทางรับส่วนแบ่งที่คุณชายเหนื่อยทำมาขนาดนี้แน่ๆ เขาแทบไม่ได้ทำอะไรกันนอกจากจัดขนมเป็ชุดๆ หรือช่วยขายเพียงเท่านั้น ใครจะกล้ารับน้ำใจขนาดนี้กัน
“งั้น คิดซะว่าเป็น้ำใจหรือค่าแรงจากข้าก็ได้ เ้าจะได้มีเงินเก็บและเอาไปซื้อของที่อยากได้ รับไปเถอะ”
ิซินเห็นท่าทางจริงจังของทุกคนก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะนึกออก เช่นนั้นถ้าไม่รับเขาจะเก็บส่วนของทุกคนเป็เงินยามฉุกเฉินทั้งหมด และให้เป็ค่าเหนื่อยต่อวันแทน เผื่อมีของที่อยากได้อยากซื้อทุกคนจะได้มีเงินไปซื้อกัน
“อ่า…ขอบคุณคุณชายขอรับ”
เฉียนต้ามองค่าจ้างนั้นอย่างหนักใจก่อนจะยอมรับมา ขนาดเงินค่าจ้างยังให้เยอะเช่นนี้ คิดถูกที่เขาปฏิเสธส่วนแบ่งนั่น คุณชายผู้นี้ใจดีเกินไปแล้ว เขาคงจะต้องติดตามคอยปกป้องผู้ที่คิดไม่ดีหรือเข้าหาคุณชายของตน เพราะตอนนี้เขานับว่าิซินเป็เ้านายตนไปแล้ว
“อาลู่วันนี้ข้าจะกลับวัง ไปดูสักหน่อยว่าเหตุการณ์ปกติดีไหม เพราะนี่ข้าก็ไม่ได้กลับมาสามวันแล้วด้วย”
“ขอรับ งั้นบ่าวไปเก็บของก่อนนะขอรับ”
สามวันมานี้เขาไม่ได้กลับเข้าวังประกายฟ้าเลยเพราะเดินทางไปกลับมันลำบาก เสื้อผ้าบางชุดเขาก็ซื้อใหม่แล้วเก็บไว้ที่นี่แทน
“ิเกอ ท่านจะกลับแล้วหรือเ้าคะ”
“ใช่แล้วผิงผิง อยู่กับอาไป๋และอาเฉียนที่นี่เ้าต้องไม่ดื้อไม่ซนนะรู้หรือไม่”
“เ้าค่ะ ผิงผิงจะเป็เด็กดีเ้าค่ะ”
“ข้าก็จะเป็เด็กดีเช่นกันขอรับ”
“ดีมากอาไป๋ ดูแลน้องดีๆล่ะ หากไม่ติดอะไรพรุ่งนี้ข้าจะรีบกลับออกมา เราจะได้เริ่มทำขนมชนิดใหม่ให้พวกเ้าลองชิมกันก่อนขาย”
“ขอรับ”
“อาเฉียน นี่เป็ค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ส่วนที่ตลาด ถ้ามีคนถามหาขนมก็บอกว่าอีกสองวันจะมีมาขายใหม่อีกครั้ง ส่วนนี่เป็แบบของที่ข้าไปสั่งทำไว้ที่ร้านช่างอี้ อีกวันสองวันเ้าไปรับมาให้ข้าที เื่ภายในบ้านที่เหลือข้าฝากเ้าจัดการรวมถึงเด็กๆ ด้วย”
ช่างอี้คือช่างเ้าของร้านทำเครื่องไม้หรืองานของใช้ต่างๆ ที่เขาไปเจออยู่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเขาเห็นงานที่ช่างอี้ทำแล้วนับว่าดีมากจริง แถมยังทำงานเร็วอีกด้วย จึงขอให้ช่วยลองทำอุปกรณ์การทำขนมดู ส่วนงานจะดีเหมือนของชนิดอื่นที่ช่างอี้ทำหรือไม่ก็คงต้องรอดูอีกที
“ไม่มีปัญหาขอรับคุณชาย”
ิซินไว้วางใจเฉียนต้าหลังจากที่อยู่ด้วยกันมาสักพักหนึ่งก็พอมองออกว่าเฉียนต้าเป็คนที่ขยันและไว้ใจได้มากในระดับหนึ่งเพราะเขาเคยทดสอบความซื่อสัตย์ด้วยตาตนเองมาแล้ว ไม่คดโกง ไม่ขโมย ไม่เอาเปรียบ นับว่าเฉียนต้าไว้ใจได้ทั้งหมดนี้ เขาจึงคิดว่าฝากฝังงานและเด็กๆ เอาไว้ได้
“อาลู่เสร็จหรือยัง”
“ขอรับคุณชาย เรียบร้อยแล้ว เราไปกันได้เลยขอรับ”
“งั้นข้าไปก่อนแล้วพบกันทุกคน”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
หลังจากล่ำลาเสร็จพวกเขาก็รีบตรงกลับเข้าวังทันที เนื่องจาก่นี้เขารู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ ชอบกล
“อื้อ เมื่อยชะมัดเลย”
ิซินนอนแผ่บนเตียงทันทีที่อาบน้ำเสร็จ รู้สึกสามสี่วันมานี่เขาไม่ได้พักเลยด้วยซ้ำ ทำยังไงได้เขาต้องหาเงินนี่นะ ไม่งั้นจะเอาที่ไหนกินที่ไหนใช้ล่ะ ไหนจะเด็กๆ อีก สู้เว้ย!
“ก็แน่ล่ะขอรับ คุณชายเล่นทำงานไม่พักเลยแบบนั้น ถ้าไม่เมื่อยสิแปลก เดี๋ยวบ่าวนวดให้ขอรับ”
วันนั้นจบด้วยการที่เขาและลู่ฉางนอนหลับกันเป็ตาย ่สายของอีกวันเขาก็แอบหนีออกมาและเริ่มทดลองทำขนมชนิดใหม่ให้ทุกคนได้ชิม สรุปว่ามันดีมากจากความเห็นของทั้งสี่คน เขาจึงคิดที่จะลงมือขายในวันพรุ่งนี้ทันที อย่างว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ เขาไม่คิดจะหยุดพักนานนักหรอก
วันถัดมาเขาก็เริ่มลงมือลงแรงเต็มที่ทันที เพื่อทำขนมชนิดใหม่ ซึ่งขนมชนิดนั้นก็คือ ขนมชั้นดอกไม้!! และเพื่อกันเหนียว เขาจะทำขนมตระกูลทองไปเสริมด้วยอีกสักนิดหน่อย หึหึ!! ขอให้มันไปรอดทีเถิด สาธุ!
“เร่เข้ามาพี่ป้าน้าอา วันนี้เรามีขนมชนิดใหม่มาขายกันขอรับรับรองว่าสวยงามและอร่อยถูกใจทุกท่านแน่ๆ”
“ใช่ขอรับ และวันนี้เรายังได้ทำขนมตระกูลทองที่ขายไปมาเพิ่มด้วย เพราะคิดว่าคงมีหลายท่านที่พลาดซื้อไม่ทัน เพราะฉะนั้น เราจะขายต่ออีก 3 วันนะขอรับ เร่เข้ามาๆๆ”
เหอะๆ จากนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง คนยังคงเข้าร้านราวกับแจกฟรี และขนมทั้งหมดก็หมดในเวลาเพียงชั่วยาม เขาทำแบบนี้อยู่อีก 3 วันโดยที่ไม่ได้กลับเข้าวังเลยมีเพียงอาลู่ที่คอยวิ่งเข้าออกเพื่อไปรับสำรับในครัวเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต และเมื่อถึงขีดสุดของร่างกาย ทุกคนก็ลงความเห็นว่าควรจะหยุดพักกันสักวันสองวันเพื่อพักผ่อนอีกครั้ง เขากับลู่ฉางก็เห็นตรงกันว่า ควรจะกลับเข้าวังกันได้แล้ว เพราะนี่ก็ออกกันมานานพอสมควร ถึงจะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรหากจะไม่กลับอีกสักห้าวันสิบวัน แต่เพื่อความไม่ประมาทจนเกินไป ก็กันๆ เอาไว้ก่อน จึงต้องกลับเข้าวังกันมาด้วยสภาพที่แทบจะหมดแรงเช่นนี้
“ไม่ไหวแล้ว ทั้งแขนทั้งขาข้าจะก้าวไม่ออกแล้วอาลู่”
ิซินร้องด้วยความปวดเมื่อย ส่วนลู่ฉางเดินเข้ามาข้างเตียงก่อนจะลงมือนวดให้เหมือนอย่างเคยๆ ซึ่งิซินก็ไม่ปฏิเสธแต่อย่างใดเพราะเหนื่อยเกินจะขยับแล้ว
ลู่ฉางรู้ว่าิซินเหนื่อยมากเพียงใด ตลอดเกือบสิบวันมานี้คุณชายลงมือทำขนมเพียงผู้เดียว มีเพียงพวกเขาที่คอยช่วยหยิบจับเท่านั้น ิซินพยายามทำทั้งหมดด้วยตัวเองเพราะไม่อยากให้มีสิ่งใดผิดพลาด ระหว่างนั้นก็พยายามสอนคนอื่นๆ ไปด้วยอย่างใจเย็น และก็เป็ดังหวังที่ลูกค้าติดกันเป็จำนวนมาก มิเสียแรงที่คุณชายทุ่มเทถึงเพียงนี้
“พระชายารองพ่ะย่ะค่ะ”
“หือ….เสียงใคร”
พักกันไปได้เพียงครู่เดียวทั้งสองก็ได้ยินเสียงคนมาเรียกที่หน้าตำหนัก นี่มันก็หัวค่ำแล้วทำให้ทั้งสองอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่ามีผู้ใดมาหาเวลานี้ บ่าวจากครัวรึก็ไม่น่าใช่เพราะิซินให้ลู่ฉางไปรับสำรับจากครัวมาแล้วนี่
“เดี๋ยวบ่าวไปดูให้ขอรับ”
ลู่ฉางรีบลุกไปเปิดประตูหน้าตำหนักเพื่อดูว่าใครมา ซึ่งิซินก็แปลกใจจึงลุกตามออกมาด้วย
“พระชายารองพ่ะย่ะค่ะ”
“อ่าว…ท่านพ่อบ้าน มีเื่อันใดถึงมาถึงที่นี่กันขอรับ”
ลู่ฉางแปลกใจเมื่อเห็นคนที่มาพบคุณชายเป็พ่อบ้านใหญ่ของวัง จึงถามกลับไปด้วยความสงสัย
“พระชายาล่ะ ข้ามีรับสั่งมาพบพระชายา”
“มีเื่อันใดหรือท่านพ่อบ้าน”
ิซินที่เดินตามออกมาถามด้วยความสงสัย หากแต่พ่อบ้านที่มาพบเขากลับทำหน้าราวกับใอะไรสักอย่าง ก่อนจะกลับมาสงบดังเดิมและก้มหน้าตอบคำถามเขา
“พะ...พระชายารอง เอ่อ ท่านอ๋องเรียนให้พระชายาไปพบที่ตำหนักใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
“หือ! ข้างั้นหรือ แล้วมีเื่อันใดถึงต้องมาตามข้าไปพบเวลานี้กัน”
ิซินแปลกใจจนไม่รู้จะแปลกใจอย่างไรแล้วเมื่อรู้ถึงเหตุผลการมาของพ่อบ้าน คือท่านอ๋องเรียกพบเขา!
“ขอรับ ท่านอ๋องทรงอยากรับสั่งเื่การขอออกจากวังของพระชายา พอดีท่านอ๋องเพิ่งกลับมากระหม่อมจึงรีบเรียนท่านอ๋องเื่ที่พระชายาป่วยและทูลขอเมื่อวันนั้นไป ท่านอ๋องจึงมีรับสั่งให้กระหม่อมมาตามพระชายาไปพบทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
ไอ้ท่าทางก้มหน้าก้มตาแล้วเงยขึ้นมามองหน้าเขาเป็พักๆ ของพ่อบ้านทำให้เขานึกบางอย่างออก
“อ่า ข้าทราบแล้ว งั้นขอข้าเตรียมตัวสักประเดี๋ยวแล้วจะรีบตามไปพบที่ตำหนักใหญ่”
เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมผ้าปิดหน้าเช่นทุกครั้ง ไม่แปลกที่พ่อบ้านจะมีท่าทีแปลกๆ เช่นนั้น
“เอ่อ ให้บ่าวรอไปพร้อมพระชายาดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
พ่อบ้านที่เมื่อครู่มองหน้าตน รีบก้มหน้าต่ำตอบคำถามเขาอีกครั้ง
“…งั้นก็ตามใจเ้าเถอะ”
เขาเดินกลับเข้าไปหยิบผ้าปิดหน้าขึ้นมาสวมเช่นทุกครั้งด้วยความเคยชิน เพราะอย่างไรตอนนี้เขาก็ชินกับการปิดหน้าตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์วุ่นวายไปเสียแล้ว
จากนั้นก็รีบกลับออกมาหาพ่อบ้านเพื่อไปพบท่านอ๋อง เขาอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ที่จะได้ไปพบสามีในนามของร่างนี้ครั้งแรก ที่สำคัญเื่ที่จะไปพบก็เป็เื่สำคัญสำหรับเขาด้วย
พ่อบ้านเจียงเห็นพระชายานำผ้ามาปิดหน้าเหมือนครั้งแรกที่พบกันก็อดจะเสียดายใบหน้างดงามที่ถูกปกปิดไม่ได้
พ่อบ้านเจียงพาิซินมาถึงตำหนักใหญ่ก็รีบเข้ามารายงานการมาถึงของิซินด้านในให้ท่านอ๋องทราบทันที ซึ่งหานตงก็ให้ิซินเข้ามาพบได้ทันที
ิซินเดินตามเข้ามาภายในตำหนักใหญ่ ภายในถูกตกแต่งสวยงามทั้งยังกว้างขวาง ผิดกับตำหนักท้ายวังของเขาราวฟ้ากับเหว และที่กลางตำหนักใหญ่โตก็มีผู้ชายร่างสูงดูสง่ายืนหันหลังรอพวกเขาอยู่ด้วยท่าทางทรงอำนาจ
อ่า นี่แค่ยืนหันหลังยังแผ่รัศมีน่าเกรงขามได้ขนาดนี้เชียวรึ!? และเมื่อร่างสูงใหญ่หันมาิซินก็อดที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้ ที่มัน!! ฟ้ากลั่นแกล้งชัดๆ! ผู้ชายคนนี้มันจะดูดีเกินหน้าเกินตาไปแล้ว ใบหน้าหล่อคม คิ้วเข้มสวยได้รูป จมูกโด่ง ปากหนาเป็กระจับ และสิ่งที่สะกดให้เขามองที่สุดคงจะเป็ดวงตาสีเทาเข้มมีเสน่ห์ดึงดูดนั่น เขาแทบจะหยุดมองไม่ได้ หากแต่ก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเ้าของดวงตาสีเทามองกลับมาที่เขาเช่นกัน แถมมองแบบพิจารณาจนิซินอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่ามองอะไรขนาดนี้เสียมารยาทชะมัด! สายตาเหมือนกำลังต่อว่าส่งตรงมาที่หานตงซึ่งหานตงรู้สึกได้ถึงมันแต่ก็มิได้ใส่ใจ
“เรียนท่านอ๋องพระชายามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”
ิซินและลู่ฉางต่างทำความเคารพคนตรงหน้าทันทีที่พ่อบ้านพูดจบ
“อืม…พวกเ้าออกไปให้หมด”
เมื่อพ่อบ้านกล่าวจบ หานตงก็ไล่ให้ทุกคนออกไปทันที เพราะ้าคุยกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็พระชายาของตนเป็การส่วนตัวครั้งแรก
“พ่ะย่ะค่ะ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินออกจากห้อง ซึ่งิซินเองก็เป็หนึ่งในนั้น แอบไม่เข้าใจว่าให้มาพบ แต่กลับไล่ออกทันทีเมื่อเข้ามาพบ อะไรของเขา….งงในงง
แต่ยังไม่ทันที่ิซินจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับทุกคน เสียงนุ่มทุ้มนั่นก็เรียกทักเขาเสียก่อน
“นั่นเ้าจะไปไหน…พระชายา”
“อ่า….ก็ท่านบอกให้ออกไปให้หมดไม่ใช่รึ”
หานตงมองตาิซินพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าดวงตาหวานใสคู่นั้นมันไร้การเสแสร้งแต่อย่างใด หานตงถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ยกเว้นเ้า ข้ามีเื่จะพูดกับเ้า”
อ่า…แล้วก็ไม่บอกแต่แรกล่ะว่าออกไปให้หมดยกเว้นข้า นี่ไม่ได้กวนนะแต่ข้าเข้าใจแบบนั้นจริงๆ!
เมื่อทุกคนออกไปกันหมดแล้ว หานตงก็ยืนจ้องหน้าิซินอยู่แบบนั้นพักใหญ่ โดยไม่พูดอะไร
“….”
จ้องอีกละ จะจ้องอะไรนักหนาล่ะนั่น มีเื่จะพูดไม่ใช่หรือไง หรือเรียกมาจ้องหน้าเฉยๆ! คนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่ด้วยสิ!
ิซินไม่ได้รู้ตัวว่าตนเองเผลอขมวดคิ้วมองไปที่หานตงเหมือนกับกำลังจะหาเื่ ซึ่งนั่นทำให้หัวคิ้วของหานตงแอบกระตุกเบาๆ พร้อมกับมุมปาก
“ก่อนอื่น เป็ข้าที่ผิด ข้า…หลงลืมว่าตนนั้นมีพระชายาอย่างเ้าอยู่ที่วัง”
หานตงนึกถึงเื่นี้ได้ทันทีตอนที่พ่อบ้านมาแจ้งเขาเื่พระชายา ครั้งเมื่อตอนที่ชายาผู้นี้ถูกส่งตัวคือตอนที่เขาออกจากวังพอดี จึงไม่ได้มีการมาพบปะกันให้ได้จดจำมากมายนักได้รับฟังเพียงราชโองการจากฮ่องเต้ผ่านๆ เท่านั้น เพราะตอนนั้นเขายุ่งวุ่นวายเื่ฏชายแดนจึงมิได้ใส่ใจมากนัก ทว่าอย่างไรเื่นี้เขาก็ผิดเต็มๆ เขายอมรับ และคิดจะชดใช้ให้ชายาผู้นี้อย่างสมควรแน่นอน
“….”
ชายตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีพูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบนิ่ง นี่รู้สึกผิดจริงๆ เรอะ! ส่วนเขาน่ะเหรอก็กำลังรู้สึกคิดผิดอยู่น่ะสิ ที่ไม่ออกจากวังไปเงียบๆ แต่แรก รู้งี้หนีออกไปเลยก็สิ้นเื่ บัดซบ!
“ข้าหลงลืมอย่างหมดจดจึงไม่ได้กลับมาที่นี่เสียนาน…จนรู้จากปากพ่อบ้านเจียงว่าเ้าป่วย”
“…..แค่กๆ”
เออ…! พูดถึงป่วย ข้าป่วยอยู่นี่นะ! งั้นไอซะหน่อย พอเป็พิธี
การกระทำที่ดูเหมาะเจาะเกินไปนี้ทำให้หานตงต้องคิ้วกระตุกเล็กน้อย
“ข้าจะตามหมอหลวงมารักษาเ้าให้หายขาด”
ชิบละ!!
“เอ่อ มิเป็ไรพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้ว อย่าทำให้ยุ่งยากท่านอ๋องเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ปฏิเสธสิรออะไร! ขืนมาตรวจก็รู้สิว่าเขาไม่ได้ป่วยจริงๆ
“งั้นรึ…แต่เห็นบอกว่าอาจเป็โรคติดต่อ ให้หมอมาตรวจให้ละเอียดน่าจะดีกว่า”
“อ่า…เป็ความเข้าใจผิดของหม่อมฉันเองที่คิดว่าเป็โรคร้ายแรง แท้จริงเป็เพียงไข้หวัดธรรมดาที่ติดกันเท่านั้น ตอนนี้ได้ยาที่พ่อบ้านให้ไปจึงดีขึ้นมากจนเกือบจะหายแล้ว ท่านอ๋องอย่าใส่ใจ”
หานตงมองนิ่ง เพิ่งเจอเพียงครั้งแรกก็ปดเขาเสียแล้ว อีกทั้งช่างเป็การปดที่ไม่มีความแเี คนเช่นนี้ก็มีด้วย…?
หานตงคิดในใจแต่หารู้ไม่ว่ามุมปากตนเองนั้นยกยิ้มขึ้นมาราวกับเจอเื่ตลก
“งั้นรึ…แล้วมีสิ่งใดที่เ้า้าหรือไม่”
“หม่อมฉัน…อยากจะออกจากวัง ได้ข่าวจากพวกบ่าวว่าแคว้นอู่ได้เป็ของแคว้นเ้าแล้ว…จึงคิดว่า ตัวกระหม่อมคงไม่จำเป็ต้องอยู่ในตำแหน่งนี้อีกต่อไป จึงอยากจะขอให้ท่านปลดหม่อมฉันออกจากวัง หม่อมฉันอยากจะไป...ไปบวช!”
บัดซบ! ข้าพูดอะไรออกไป!
“……”
“…...”
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งกับเหตุผลที่ว่า….บวช
“ข้าจะไปคิดดู…”
“เหตุใดท่านต้องคิดดู ข้าเป็ชาย อยู่ไปมีแต่จะทำให้ท่านเสียชื่อเสียง ข้ารู้ว่าท่านมิได้นิยมชมชอบบุรุษ ข้าอยู่มีแต่ขัดหูขัดตาท่านเสียเปล่าๆ อีกอย่างผู้คนก็ยังไม่ค่อยรู้กันถึงการมีตัวตนของข้า ข้าคิดว่าให้ข้าออกจากวังไปเงียบๆ น่าจะเป็การดีต่อท่าน”
หมดกันท่าทีที่สงวนมาั้แ่ต้น หม่อมชงหม่อมฉันหายไปในพริบตาเหลือแค่ข้ากับท่าน วอทเดอะฟัค! ที่เขาหลุดท่าทีเช่นนี้เพราะไม่เข้าใจคนตรงหน้าเหตุใดไม่ปล่อยเขาไปให้จบเื่จบราวเสียั้แ่ตอนนี้กัน เขาไม่อยากยื้อ อยากจบ อยากออกเข้าใจรึไม่! ท่านจะยื้อเพื่อ?
“เหตุใดถึงอยากออกจากวังของข้าขนาดนั้น”
“ข้าอยากได้อิสระเท่านั้น”
“เ้าบอกว่าจะไปบวช…”
หานตงถามย้ำเื่ข้ออ้างโง่ๆ นั่น ทั้งที่มุมปากจุดรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว หึหึ ชายาผู้นี้ช่างน่าขัน แค่นี้ก็ยั้วจนหลุดเสียแล้ว
“ใช่ข้าจะไปบวช นั่นแหละอิสระของข้า”
ิซินรู้ว่าหานตงดูออกว่าเขาโกหกเื่บวช เล่นจี้เขาขนาดซะนี้ทำไมจะไม่รู้ แต่ถ้าท่านกล้าจี้ ข้าก็กล้ามึนเหมือนกัน...หึ
“ข้าจะคิดดู”
หานตงนึกอยากจะแกล้งคนตรงหน้าดูเท่านั้น หากพระชายาผู้นี้้าออกจากวังเขาย่อมสนองให้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้เื่ของพระชายาผู้นี้ก็ไม่มีผลอันใดกับแคว้นแล้ว เพียงแค่ไปแจ้งพระประสงค์ต่อฮ่องเต้ถึงเหตุและผล แค่นี้ก็จบเื่ เขาเองก็จะได้ปลดเื่ยุ่งยากพวกนี้ออกไปจากตัวได้หมดเสียที หึ..เป็ไปได้ข้าผู้นี้จะย้ายไปอยู่ชายแดนให้รู้แล้วรู้รอด มิต้องมายุ่งวุ่นวายเื่ชวนปวดหัวในเมือง สู้อยู่ในสนามรบเสียยังดีกว่ามาสู้รบตบมือกับคนและงานในวังหลวง
“ท่าน…! เช่นนั้นแล้วแต่ท่านจะไตร่ตรองเถิด ข้าขัดมิได้อยู่แล้ว”
คิด คิด คิด จะคิดทำไมไม่เข้าใจ!
“แล้วมาพบข้า เหตุใดต้องใส่ผ้าปิดหน้าเช่นนั้น”
หานตงมองผ้าที่ปิดหน้าครึ่งซีกล่างอย่างข้องใจ
“ก่อนหน้านี้ข้าป่วย จึงไม่อยากให้ใครติดจึงปิดผ้าไว้ อีกอย่างข้าชอบและชินไปแล้ว”
“หายแล้วมิใช่รึ แล้วจะใส่ทำไม”
“ก็อย่างที่บอกข้าชอบ”
คำตอบกำปั้นทุบดินเช่นนี้หานตงเองก็หมดคำพูดเช่นกัน
“…”
จากการพูดคุยมาสักพัก ิซินรู้เลยว่า ท่านอ๋องผู้นี้เป็คนฉลาดขนาดไหน สายตานิ่งเรียบและการพูดที่ไม่ยอมอ่อนข้อนั่นไล่ต้อนเขาตลอด เชื่อเถอะว่าที่กำลังพูดคุยกับเขาอยู่นี่เพียงแค่จับผิดและกลั่นแกล้งเขาเท่านั้น แต่ต่อให้ท่านจะต้อนข้าเก่งขนาดไหน เชื่อเถอะความมึนของข้าก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน หึ!
“หากท่านจะเมตตา ข้าอยากกลับไปพักผ่อนจะได้หรือไม่ ร่างกายข้าอ่อนแอ ้าการพักผ่อนเยอะๆ”
เหอะๆ อ่อนแอรึ พูดเองยังอยากจะขำเอง มีคนอ่อนแอที่ไหนปีนต้นไม้เข้าออกวังเป็ว่าเล่นบ้าง ทั้งยังทำงานหามรุ่งหามค่ำเกือบ10วันติดกันได้ขนาดนี้ แต่ทำไงได้ นอกจากลู่ฉางไม่มีใครในวังรู้เื่นี้เสียหน่อย คนในวังนี้ต่างคิดว่าเขาป่วยติดห้องกันทั้งนั้นแหละ
“อืม….เช่นนั้นเ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะให้พ่อบ้านเจียงจัดยาไปเพิ่มให้ที่ตำหนักเ้า”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง เช่นนั้นข้าขอตัวลา”
“เดี๋ยว…”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
อะไรอีกล่ะ! ิซินที่ทั้งเหนื่อยทั้งหงุดหงิดอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ แต่นั่นกลับสร้างความสำราญให้คนที่เรียกตนไว้อย่างไม่รู้ตัว ยั้งง่ายเสียจริง
“นามของเ้าคือ”
บัดซบ! ขนาดชื่อชายาตนเองยังไม่รู้จัก น่าสงสาริซินผู้นี้นัก เ้าเป็ชายาผู้ถูกลืมอย่างแท้จริง!!
“นามข้า เซี่ย ิซิน พ่ะย่ะค่ะ”
“ิซิน...อืม เป็ชื่อที่ดี”
“หากหมดเื่แล้ว กระหม่อมทูลลา”
ิซินรีบทำความเคารพแล้วเดินออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มองไปที่หานตงอีก ในเมื่ออนุญาตให้ออกแต่ต้นแล้วเขาคงไม่ต้องรอคำอนุญาตซ้ำสองหรอกมั้ง
เมื่อเริ่มต้นที่เดินเข้ามาในตำหนักใหญ่และเห็นร่างสูงกลางห้องนั้นิซินรู้สึกว่าคนตรงหน้าดูน่ากลัวและน่าเกรงขามไม่น้อย แต่ไหงพอได้คุยกันเพียงไม่กี่ประโยคเขากลับรู้สึกว่าคนผู้นี้ช่างกวนโอ๊ยเป็ที่สุดกัน!
--------------------------------------------------
ขอบคุนมากคร้า
_____________________