ก้องภพหยิบเครื่องเล่นเกมออกจากศีรษะจากนั้นมองไปที่นาฬิกาตรงหัวเตียง
“เทคโนโลยีสมัยนี้ดีจังเลยแฮะขนาดใช้เวลาในเกมตั้งนาน แต่ชีวิตจริงเพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่สิบนาที”
ชายหนุ่มบิดตัวอย่างี้เีพลางลุกขึ้นจากเตียงจากนั้นเดินมาหยุดอยู่ริมหน้าต่างเพื่อมองวิวภายนอกทำให้เห็นภาพบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าโดยมียานพาหนะและโดรนส่งของคอยวิ่งสัญจรผ่านไปผ่านมาให้เห็นเป็ระยะ
หลังจากหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก้องภพก็เดินไปยังห้องครัวและทำการเปิดตู้เย็นเพื่อหาว่าพอจะมีอะไรให้กินเล่นได้บ้างเขาใช้สายตาสาดส่องไปทั่วทั้งตู้ก่อนจะเลือกหยิบเค้กช็อกโกแลตครึ่งก้อนที่กินเหลือจากวันก่อนออกมา
ชายหนุ่มทิ้งร่างนั่งลงที่โซฟาพร้อมกับออกคำสั่งเสียงเปิดทีวีโฮโลแกรม
“เปิดทีวี”
หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าของเขาพร้อมกับฉายรายการทีวีของปี 2050 ไม่ว่าจะเป็ละครซีรีส์ที่ผู้ชมสามารถเลือกทิศทางของเนื้อเื่หรือปรับบทคำพูดของตัวละครให้ตรงตามความ้าของตนเองได้
รายการสารคดีที่ได้ถูกยกระดับไปสู่รูปแบบสามมิติทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นรูปร่างของสัตว์ พืชพรรณ อาคารบ้านเรือนได้อย่างสมจริงสร้างประสบการณ์รับชมราวกับการได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นจริงๆ
ก้องภพเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆก่อนจะมาหยุดที่ช่องข่าวช่องหนึ่ง
“บริษัทวอร์เท็กซ์อินเตอร์แอคทีฟเป็ผู้นำด้านเทคโนโลยีพัฒนาเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงโลกเสมือนจริงเข้ากับโลกความเป็จริงได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยขณะนี้เครื่องเล่นเกมของพวกเขามียอดขายไปแล้วทั้งสิ้นสามสิบล้านเครื่อง”เสียงผู้ประกาศข่าวอ่านรายงาน
“ก้าวต่อมาของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทวอร์เท็กซ์อินเตอร์แอคทีฟคือการเปิดตัวเกม เลเจนด์ส์ ออฟ ออดิสซีย์ ซึ่งเป็เกมแนว MMORPGที่ให้ผู้เล่นเข้าไปผจญภัยในโลกแฟนตาซีที่กว้างใหญ่และัักับระบบการเล่นที่ล้ำสมัย”
“ภายหลังการเปิดตัวเกมของพวกเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามมียอดผู้ลงทะเบียนแตะถึงหนึ่งล้านบัญชีภายในระยะเวลาสามเดือนส่งผลทำให้ราคาหุ้นของบริษัทวอร์เท็กซ์ อินเตอร์แอคทีฟพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยข้อมูลล่าสุดวันนี้ได้พุ่งทะยานแตะถึงหุ้นละ 800 ดอลลาร์เป็ที่เรียบร้อยแล้วเป็การเติบโตที่ก้าวะโจากสองปีที่แล้วถึง 48 เปอร์เซ็นต์”
จากนั้นภาพก็ได้ตัดไปที่ฉากของนักข่าวกำลังรุมขอสัมภาษณ์ธารา อิทธิเดช ผู้เป็เ้าของบริษัทวอร์เท็กซ์อินเตอร์แอคทีฟขณะกำลังเดินออกมาจากประตูบริษัท
“ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับราคาหุ้นของบริษัทที่พุ่งสูงเป็ประวัติการณ์คะ?”เสียงนักข่าวสาวเอ่ยถาม
“ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมกับ วอร์เท็กซ์ อินเตอร์แอคทีฟ ไม่ว่าจะเป็พนักงานทุกคนในบริษัท นักลงทุนรวมไปถึงผู้เล่นทั่วโลกที่ทำให้ เลเจนด์ส์ ออฟออดิสซีย์ กลายเป็ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในวงการเกม”
“ส่วนเื่ราคาหุ้นของเราที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็สิ่งที่ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมากแต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมากกว่านั้นก็คือการได้เห็นผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากผลงานของเราเพราะเราไม่ได้แค่สร้างเกม แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในชีวิตจริง”
“แล้วทิศทางของบริษัทหลังจากนี้จะเป็ยังไงบ้างครับ?”นักข่าวอีกคนเอ่ยถาม
“แน่นอนว่าการเติบโตนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเรามีแผนที่จะขยายขอบเขตของ วอร์เท็กซ์ อินเตอร์แอคทีฟออกไปให้กว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อทำให้โลกของเกมกลายเป็สิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้สุดท้ายนี้ผมจึงอยากจะขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนของทุกคนผมสัญญาว่า วอร์เท็กซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จะยังคงมุ่งมั่นและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ต่อไปอย่างไม่หยุดพักขอบคุณครับ”
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำตัดเข้ารูปยิ้มบางๆพร้อมทำท่าทางขอตัวจากสื่อมวลชน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางสุขุมโดยระหว่างทางมีบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่สี่ห้าคนทำหน้าที่กันนักข่าวออกจากตัวเขา...
ก้องภพเหลือบมองนาฬิกาและพบว่าตอนนี้ผ่านมาแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง
“โอ๊ะน่าจะได้เวลากลับไปฝึกพอดี”
หากเวลา 1 วันภายในเกมเทียบเท่ากับ 1 ชั่วโมงในชีวิตจริงนั่นก็แปลว่าเวลาครึ่งวันภายในเกมจะประมาณครึ่งชั่วโมงในชีวิตจริงนั่นเอง
ก้องภพไม่รอช้าทำการออกคำสั่งปิดทีวีและตรงไปที่เตียงเพื่อหยิบเครื่องเล่นเกมมาสวมศีรษะอีกครั้งหนึ่ง
ชายหนุ่มออกคำสั่งเปิดเกมภายในใจและเสี้ยววินาทีต่อมาแสงสีขาวก็ได้สว่างวาบเข้ามาในสายตาของเขา
ก้องภพกลับมายืนอยู่ภายในห้องนอนของบ้านเรือนไทยอีกครั้งโดยที่ตอนนี้เป็เวลารุ่งเช้า แสงแดดอ่อนๆ ได้สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างไม้
ชายหนุ่มเปิดประตูเรือนนอนและเดินไปตามชานบ้านจนเมื่อมาถึงหอกลางเขาได้พบกับหญิงวัยกลางคนสองคนที่น่าจะเป็บ่าวรับใช้กำลังปัดกวาดเช็ดถูเรือน
โดยมีผู้หญิงอีกคนกำลังเฝ้ามองบ่าวทั้งสองทำงานการแต่งกายของเธอนั้นแสนจะงดงาม ท่อนบนสวมใส่สไบสีทองอร่ามพาดผ่านไหล่อันขาวเนียนส่วนท่อนล่างนุ่งโจงกระเบนสีชมพูอ่อน โดยที่ทั้งตัวประดับประดาไปด้วยสร้อยคอต่างหูและกำไลทองคำ
เธอผู้นี้คือ คุณหญิงวาสนาภรรยาของพระยาพิชิต
แม้ว่าอายุของเธอจะก้าวเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่หน้าตากลับอ่อนเยาว์ราวกับยังเป็สาวแรกรุ่น ใบหน้าเรียวรูปไข่ได้สัดส่วนดวงตาเปล่งประกายมีเสน่ห์ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อเป็ธรรมชาติ ผมยาวดำขลับของเธอถูกเกล้าไว้อย่างเรียบร้อย
ความสวยของเธอทำให้ก้องภพอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“เอ็งคือก้องภพกระมัง?”คุณหญิงวาสนาหันมาเจอเข้ากับก้องภพจึงเอ่ยปากทักทายก่อน
“ชะ...ใช่ครับ”ก้องภพพยักหน้าพร้อมทั้งโน้มตัวทักทายอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นเอ็งก็คือผู้ที่คำทำนายว่าไว้เยี่ยงนั้นสินะ”
“คะ...ครับ”ก้องภพตอบรับด้วยท่าทางเคอะเขิน “แล้วพี่สาวคือใครเหรอครับ?”
คุณหญิงวาสนาไม่ได้เอ่ยตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มให้เขา
“ท่านผู้นี้ก็คือคุณหญิงวาสนาภริยาของท่านพระยาพิชิตอย่างไรล่ะเ้าคะ” หนึ่งในบ่าวรับใช้หญิงเอ่ยปากตอบแทน
“ฮะ!!ภรรยาของอาจารย์คือพี่สาวคนนี้เนี่ยเหรอ?” ก้องภพอุทานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“มิแปลกดอกเ้าค่ะตอนอิฉันพบคุณหญิงครั้งแรกก็นึกว่าเธอเป็ลูกสาวของท่านพระยาพอมารู้ว่าอายุอานามของคุณหญิงไล่เลี่ยกับอิฉัน อิฉันนี่ต๊กกะใจแทบแย่เลยเ้าค่ะ”บ่าวรับใช้หญิงอีกคนเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“พอแล้วพี่ฉอด”คุณหญิงวาสนาโบกไม้โบกมือด้วยท่าทางเคอะเขินก่อนจะหันมากล่าวกับก้องภพ
“เอ็งรออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยวเถิดเพลานี้คุณพี่กำลังเขียนจดหมายถึงท่านเทพพยากรณ์สูงสุดอยู่ ประเดี๋ยวคงออกมา”
และในตอนนั้นเองพระยาพิชิตได้เปิดประตูเรือนที่อยู่ด้านขวามือของก้องภพออกมา
“อ้าว มาแล้วรึ”พระยาพิชิตเอ่ยทักทายก้องภพ ก่อนจะหันมองไปรอบๆ และเอ่ยถามกับคุณหญิงวาสนา“แล้วแม่แก้วไปไหนเสียเล่า?”
“เมื่อครู่ยังเห็นนั่งเล่นอยู่แถวนี้อิฉันเผลอครู่เดียวก็หายไปเสียแล้ว คงหนีไปเล่นซุกซนอีกแล้วกระมังเ้าคะ”
“เฮ้อ ไอ้ลูกคนนี้ประเดี๋ยวกลับมาคงต้องอบรมเสียหน่อยแล้ว” พระยาพิชิตถอนหายใจยาวๆก่อนจะหันมาพูดกับก้องภพ
“แล้วเอ็งพร้อมรับการฝึกจากข้าหรือยังเ้าก้องภพ”
“พร้อมครับอาจารย์”ก้องภพตอบด้วยท่าทางมุ่งมั่น
“เช่นนั้นก็ตามข้ามา”
ก้องภพเดินตามพระยาพิชิตลงจากบ้านเรือนไทยพลางมองสภาพแวดล้อมที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนของพระยาพิชิตโทนสีฟ้าอ่อนๆผสมกับสีชมพูและสีส้มถูกแต่งแต้มอยู่บนขอบฟ้าพร้อมกับเสียงร้องของนกที่ดังเจื้อยแจ้ว
ผู้คนเดินสัญจรผ่านไปผ่านมาอย่างคึกคักบางคนมาวางแผงขายของ บางคนก็มาเดินจ่ายตลาดหรือบางคนจูงวัวจูงควายเพื่อไปทำไร่ทำนา
พระยาพิชิตเดินนำก้องภพมาหยุดอยู่ที่ลานกว้างบริเวณด้านหลังเรือนไทยโดยพื้นที่รอบๆ ลานกว้างเป็สวนหย่อมที่มีการปลูกต้นไม้และดอกไม้นานาชนิดทำให้สถานที่แห่งนี้ทั้งร่มรื่นและสวยงาม
“วันนี้เริ่มต้นด้วยการฝึกขั้นพื้นฐานก่อน”
พระยาพิชิตหันมาหาก้องภพพลางเอามือไพล่หลังและกล่าวต่อ
“สิ่งแรกที่เอ็งจักต้องเรียนรู้ก็คือท่าทางการยืนและการย่างสามขุมอย่างถูกต้องเพราะการยืนที่มั่นคงเป็รากฐานของทุกการเคลื่อนไหว หากเอ็งล้มนั่นหมายถึงชีวิต”
เมื่อพูดจบพระยาพิชิตก็เปลี่ยนท่าทางการยืนทำการยกแขนขึ้นมาตั้งการ์ดพร้อมกับเริ่มย่างสามขุมไปข้างหน้าและถอยหลังด้วยการทิ้งน้ำหนักลงที่ปลายเท้า
“การเคลื่อนไหวเอ็งจักต้องลงน้ำหนักที่ปลายเท้าเพราะจักทำให้เอ็งยืนได้อย่างมั่นคง”
ก้องภพมองร่างกายของชายวัยกลางคนที่เปลือยท่อนบนและนุ่งเพียงโสร่งบางๆทำให้เห็นถึงมัดกล้ามขาและแขนที่แน่นจนนูนออกมาเด่นชัด ด้วยร่างกายอันกำยำนี้ยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็นไม่มากก็น้อย
“เอ้าไหนเอ็งลองทำให้ข้าดูสิ”
“ครับอาจารย์”
ก้องภพทำตามแบบที่พระยาพิชิตสอนได้ในทันทีเพราะมีพื้นฐานสมัยเป็สตันท์แมนอยู่แล้ว
“เอ้อ เข้าท่า เข้าท่าเอ็งหัวไวใช้ได้นี่หว่า” พระยาพิชิตพยักหน้าชอบใจ
“แหะๆ ขอบคุณครับอาจารย์”
“ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มบทเรียนต่อไปเลยแล้วกัน”
พระยาพิชิตก้าวออกมาตรงกลางลานกว้างพร้อมทำการโบกมือกลางอากาศจากนั้นต้นกล้วยขนาดสูงใหญ่ได้ปรากฏขึ้นในบริเวณที่พระยาพิชิตยืนอยู่
“หน้าที่ของเอ็งวันนี้คือการต่อยต้นกล้วยให้หักสิบต้นโดยแต่ละต้นจักต้องมีสภาพเยี่ยงนี้ถึงเรียกว่าผ่าน”
เมื่อพูดจบชายวัยกลางคนหันหลังและเริ่มย่างสามขุมเข้าไปที่ต้นกล้วยก่อนจะออกหมัดแย็บสองจังหวะเกิดดาเมจคริติคอลสองครั้งพร้อมกับที่ต้นกล้วยหักเป็สองท่อนและสลายหายไปทันทีจากนั้นไม่นานต้นกล้วยต้นใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้นมาทดแทน
ก้องภพได้แต่ยืนมองด้วยความตกตะลึง
คนเราสามารถต่อยได้แรงขนาดนี้จริงๆ เหรอฟะ?
“เอ้า ถึงตาเอ็งแล้ว”
“คะ...ครับอาจารย์”
ก้องภพพยักหน้าพร้อมเดินไปยังต้นกล้วยสูงใหญ่เขาย่างสามขุมตามแบบที่พระยาพิชิตสอนพร้อมกับส่งแรงปล่อยหมัดไปยังต้นกล้วยแบบเน้นๆทว่าดาเมจที่เขาสร้างกลับทำได้เพียงน้อยนิด มันได้เกิดรอยช้ำเล็กๆ ขึ้นที่ต้นกล้วยเท่านั้น
“ไม่จริงน่า...เราใส่ไปเต็มแรงเลยนะทำไมยังทำดาเมจได้แค่นี้?”
“หึหึเป็เื่ธรรมดาของการฝึกครั้งแรก เอ็งจงทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าร่างกายจะคุ้นเคยกับท่าทางเหล่านี้”
“ครับอาจารย์”
ชายหนุ่มจัดการต่อยซ้ำไปที่ต้นกล้วยเกิดดาเมจขึ้นอีกเล็กน้อย เขายังไม่ยอมแพ้ทำการต่อยอีกครั้งและอีกครั้งจนถึงการต่อยครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อกำปั้นของก้องภพปะทะกับต้นกล้วยลำต้นของมันก็ได้หักลงเป็สองท่อน
[ผู้เล่น ก้องภพ ทำการล้มต้นกล้วยต้นที่ 1 ได้สำเร็จ]
[ทักษะการต่อยเลื่อนระดับเป็ขั้นที่ 2]
“ในที่สุดก็ล้มสักที!”ก้องภพะโขึ้นมาอย่างดีใจ
“อื้มๆท่าทางการเคลื่อนไหวของเอ็งใช้ได้แล้ว เช่นนั้นเองจงฝึกต่อไปให้ครบสิบต้นส่วนข้าจะกลับไปพักผ่อนที่เรือน เอ็งทำครบเมื่อใดค่อยมาเรียกข้าแล้วกัน”
หลังจากพูดจบพระยาพิชิตก็เอามือไพล่หลังและเดินกลับไปที่เรือนปล่อยให้ก้องภพยืนงงอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง