ตอนที่ 11
“เมื่อไหร่แกจะตาสว่างสักทีฮึ!ตาก้าว”
ยังไม่ทันที่ผู้เป็ลูกจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ใกล้รุ่งก็แผดเสียงกังวานก้องจนสาวรับใช้ในบ้านซึ่งกำลังวางแก้วน้ำมาเสิร์ฟถึงกับกระถดตัวถอยออกจากห้องอย่างไวฝ่ายที่โดนตำหนิเองก็มีอาการหงุดหงิดขึ้นทันควันเพราะเสียงของหล่อนนั้นบอกถึงอารมณ์ขณะนี้ได้ดี
“เมื่อก่อนแม่ไม่เห็นเป็แบบนี้เลยนะครับ”
ผู้เป็ลูกยังคงพูดจาดีไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์แต่ดูเหมือนตัวใกล้รุ่งนั้นไม่อาจควบคุมสิ่งที่กักเก็บมาั้แ่บ่ายให้ทุเลาลงได้ั้แ่เห็นภาพเคลื่อนไหวที่เพลงพิณส่งมาให้ดู ใจของหล่อนก็เต้นแรงไม่เป็จังหวะทั้งหวั่นทั้งหวาดว่าลูกชายของตัวเองจะไปหลงเสน่ห์ของผู้หญิงตัวดีอย่างเลอดาวจนโงหัวไม่ขึ้นลำพังแค่การได้ยินคำยุแยงส่งจากเลขาฯสาวของลูกชายว่าแม่นั่นแล่นไปหาเขาถึงที่ทำงานแสดงอาการพะเน้าพะนอคลอเคลียไม่ห่าง มีทั้งหอมทั้งกอดในอกหล่อนก็แทบจะปริแตกเป็เสี่ยงอยู่แล้ว
แต่นี่ยังมาเห็นตำตาว่าแม่ดอกสวะผู้นั้น...ทำตัวต่ำตม ควงผู้ชายซ้อนกันปล่อยให้รถไฟสองขบวนมาชนกันไม่พอ ยังกล้าดีมากอดกันกลมกับผู้ชายอย่างนิธานซึ่งหล่อนเองก็รู้จักดีว่าเขาผู้นั้นมีชื่อเน่าเหม็นในวงการธุรกิจอย่างไร ซึ่ง ‘ความเน่า’ นั้นคลุกเคล้าไปด้วยนารีทั้งสิ้น
“ถ้าแกไม่ไปยุ่งกับนังนั่น ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งเสียอารมณ์แบบนี้หรอก”
ใกล้รุ่งใช้ไม้อ่อนกับลูกชายลดเสียงให้เบาลงหวังจะคุยกับเขาด้วยเหตุผลที่หล่อนขีดเส้นเอาไว้ทว่าเขากลับพูดบางคำที่เสียดแทงใจหล่อนขึ้นมา
“ถ้าแม่ปล่อยให้ผมคิดเอง ตัดสินใจเองผมว่าแม่ก็ไม่ต้องมานั่งกลุ้มหรือบ่นให้เหนื่อยใจหรอกครับ”
หล่อนแหวเสียงเขียว เืสูบฉีดจนผิวหน้าแดงเรื่อด้วยความโกรธ“หาว่าฉันจุ้นจ้านกับชีวิตแกใช่ไหม!”
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ”
พอเหลืออด...ใกล้รุ่งก็คว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวรีบเปิดไปยังคลิปวิดีโอมือไม้สั่น แล้วยื่นไปให้ลูกชายดูเต็มสองตาเห็นเขาจ้องภาพเคลื่อนไหวในนั้นนิ่งไม่วางตาหล่อนก็ใส่สีตีไข่มากกว่าภาพที่เห็นทบทวีคูณ
“นี่ไงละ! ผู้หญิงที่แกควงไปทานข้าวมื้อกลางวันแกเห็นมันไปยืนกอดกับผู้ชายคนอื่นกลมดิกโดยทิ้งแกไว้ที่ร้านอาหารอย่างไม่ไยดีแล้วยังจะไปหลงใหลปลาบปลื้มมันอยู่ไหม ฉันบอกแกไว้ก่อนเลยนะว่าผู้หญิงคนนี้มันร่านมันคบผู้ชายไม่เลือกหน้า อย่างแกมันก็คงเห็นเป็แค่ของเล่นเท่านั้นแหละอย่าได้ไปคิดจริงจังกับมันเชียวนะลองคิดดูเองสิว่าขนาดเพิ่งเริ่มรู้จักกับแกไม่กี่วันมันก็ออกลายให้เห็นแล้วอย่างนี้ผู้ชายที่ไหนจะเอาไปทำเมีย...”
“แม่! พูดจาให้เกียรติคุณดาวหน่อยสิครับ”
ถ้าเขาไม่ขัดคอ หล่อนคงพล่ามได้ยาวกว่านี้แต่ลองได้ก่นด่าผู้หญิงอย่างเลอดาวแล้ว หล่อนก็ไม่อาจยั้งปากให้หยุดได้จึงด่าต่อด้วยถ้อยคำดูถูกสาดเสียเทเสีย
“ฉันพูดเื่จริงทั้งนั้น เนื้อตัวแม่นั่นมันคาวโลกีย์ไม่รู้ว่าผ่านผู้ชายมาแล้วกี่คน ที่แต่งงานแล้วล่มนั่นก็ตั้งสองครั้งยังไม่รู้ว่าที่แอบซุกซ่อนคบมันจะมีอีกกี่คนจนนับไม่ถ้วนแล้วอย่างนี้แกจะยังไปยุ่งกับมันอีกทำไมแกไม่กลัวว่ามันจะสวมเขาให้หรือยังไง...เชื่อฉันสักครั้งเถอะไม่มีใครรักแล้วก็เหมาะสมกับลูกของแม่เท่าหนูเพลงอีกแล้ว”
เมื่อเอ่ยถึงเพลงพิณ สีหน้าของเขาก็ไม่อาจซ่อนความเบื่อหน่ายขึ้นมา
“ผมคิดกับเพลงแค่น้องคนหนึ่งเท่านั้น ไม่คิดเป็อื่นแม่เลิกจับคู่ให้ผมสักทีเถอะ...ปล่อยให้ผมได้เลือกคนรักมีสิทธิ์ที่จะคบกับใครก็ได้อย่างที่ใจผม้าแม่อย่าลืมนะครับว่าคนที่จะแต่งงานกับผม อยู่กับผมไปตลอดชีวิตก็ควรจะเป็ผู้หญิงที่ผมเลือกเอง”
เมื่อไม่ได้ดั่งใจ...ใกล้รุ่งก็สะบัดหน้าพรืดลุกขึ้นยืนใช้ไม้แข็งกับลูกชาย
“ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าไม่มีวันที่จะยอมรับมันมาเป็ลูกสะใภ้เด็ดขาดแต่ถ้าแกขัดคำสั่งของฉัน เราก็ตัดขาดกัน...หรือไม่ก็ปล่อยให้ฉันตายไปเสียก่อนแกกับมันค่อยไปขึ้น์หรือลงนรกที่ไหนก็เชิญ แต่ถ้าทนรอวันนั้นไม่ไหวก็แช่งชักหักกระดูกให้ฉันตายไปวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยก็ตามใจ!”
“โธ่!แม่ครับ”
หล่อนทิ้งท้ายไว้ด้วยถ้อยคำเด็ดขาด แล้วก็ผละไปจากตรงนั้นเพราะคิดเอาเองว่าอย่างไรลูกชายสุดที่รักก็ต้องเลือกหล่อน...แต่ดูเหมือนครั้งนี้เขาเงียบไม่พูดจาหรือแม้แต่จะลุกขึ้นตามมางอนง้อทำให้หล่อนมองเห็นสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หรือว่าหล่อนจะต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลมจริงๆ!
//////////////////////////////////////
นับวันถ้อยผรุสวาทที่หลุดจากปากของมารดานั้นก็ยิ่งเต็มไปด้วยคำที่ทิ่มแทงให้เ็ปซึ่งก้าวไกลไม่เข้าใจว่าสิ่งใดกันถึงทำให้มารดาผู้เคยรักและดีต่อเขานั้นเปลี่ยนตัวตนปุบปับชนิดตั้งรับไม่ทันสิ่งที่มารดาของเขาแดกดันจิกกัดเลอดาวนั้นจะจริงหรือเท็จข้อนั้นเขาไม่รู้แต่เขาก็ไม่ใคร่ชอบนักที่จะต้องทนฟังผู้มีพระคุณต่อว่าผู้หญิงที่เขารักโดยที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีโอกาสได้เอ่ยแก้ตัว
เขานอนไม่หลับทั้งคืนใจอันกระวนกระวายนั้นอยากรู้ให้แน่ชัดเหมือนกันว่าเลอดาวคือผู้หญิงมากรักเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าจริงหรือไม่ภาพเคลื่อนไหวที่หล่อนกำลังตกอยู่ในวงแขนของชายอีกผู้หนึ่งมันเหมือนตาข่ายถักถี่ๆทำให้เขาไม่อาจสลัดความคิดนั้นทิ้งไปได้ใจหนึ่งเขาก็ค้านนึกเข้าข้างว่านั่นอาจเป็แค่เื่เข้าใจผิดแต่อีกใจก็ระแวงว่าหล่อนอาจเป็เช่นนั้นจึงได้แต่กระสับกระส่ายจนต้องลุกขึ้นมาสูบบุหรี่เพื่อดับทุกข์
ตอนที่ยืนอยู่นอกชานระเบียงนั้น เขาก็สูบมวนต่อมวนพ่นควันฉุยนึกถึงคำขาดที่มารดาใช้เป็ไม้ตาย...เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจขัดใจมารดามากแต่เขาก็ไม่อาจยอมตามใจมารดาได้อีกเช่นกันมิเช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่มารดาจะชักจูงไปทางไหนก็ได้ทั้งสิ้น
แล้วเขาก็ตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงภาพในคลิปนั้น...หลับๆตื่นๆจนรุ่งสางตะวันเบิกฟ้าส่องแสงเรืองอร่ามโผล่พ้นทิวเมฆที่กำลังลอยละล่องได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหวสะบัด ได้ยินเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วแว่วหูเขาก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ดื่มกาแฟดำเพียงถ้วยเดียวก่อนจะรีบร้อนออกจากบ้าน
ใจเขามุ่งไปถึงที่บ้านของเลอดาว...เมื่อไปถึงกลับพบความผิดหวังเมื่อรถของหล่อนนั้นไม่ได้อยู่ในโรงจอดชั้นล่าง จึงรีบบึ่งไปยังที่ทำงานของหล่อนทันทีที่ก้าวลงจากรถพนักงานรักษาความปลอดภัยก็เข้ามาขวางไม่ยอมให้เขาเข้าไปภายในโดยบอกแต่ว่าเลอดาวสั่งเอาไว้ ยิ่งทำให้ใจเขาร้อนรนจนไม่อาจสงบได้
เขาต่อสายเข้าโทรศัพท์ของหล่อนก็พบว่าติดต่อไม่ได้กำลังคิดหาทางออกก็พบว่าปานสีนั้นคือปลายทางแห่งความสว่างเมื่อฝ่ายนั้นผู้สวมเสื้อผ้ารัดติ้วสีสันแสบตากำลังเดินนวยนาดเข้ามาหา
“มาทำอะไรแต่เช้าฮ้าคุณก้าว”
“คุณปานช่วยพูดกับพี่ยามให้หน่อยสิครับคุณดาวออกคำสั่งเอาไว้ว่าไม่อนุญาตให้ผมเข้าไปข้างใน มันเกิดอะไรขึ้นหรือครับผมไปทำอะไรให้คุณดาวเคืองหรือเข้าใจผิด”
ปานสีจิกตามองใส่พนักงานรักษาความปลอดภัยผู้นั้นจนอีกฝ่ายหงอ“ให้เขาเข้าไปสิพี่ยาม เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง...ไปเลยค่ะคุณก้าว เดี๋ยวทางนี้ปานจัดการให้”
ไม่พูดเปล่าแต่ปานสียังรุนหลังให้เขาหมุนตัวไปยังประตูทางเข้าส่วนตัวเองก็หันไปขึงตาจีบปากจีบคอต่อว่าฉอดๆใส่ยามผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่รายนั้น
ครั้นเขาเข้ามาถึงห้องทำงานของเลอดาว เมื่อทางข้างหน้าปลอดคนเขาก็เลยถือวิสาสะผลักประตูบานนั้นเข้าไปพบว่าเลอดาวกำลังเอนหลังอยู่บนโซฟาเปลือกตาปิดสนิทบ่งว่ากำลังเป็่พักผ่อนเขาจึงเดินย่องเบากริบลงนั่งที่เก้าอี้ต้อนรับแขกใกล้โต๊ะทำงานสองมือประสานไขว้กันบนหน้าตัก ดวงตาสองข้างกำลังพินิจวงหน้าเรียวของผู้หญิงตรงหน้า
หล่อนช่างเป็ผู้หญิงวัยทำงานที่แม้แต่ยามหลับยังมีเสน่ห์ชวนหลงใหลองค์ประกอบทางรูปทรัพย์เป็สิ่งแรกที่เขาพึงใจนับแต่พบเห็นมันช่างมีแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามโดยแท้ไม่แปลกใจเลยที่จะมีผู้ชายผ่านเข้ามาใกล้ชิดหล่อนราวกับฝูงภมรที่เวียนบินมาโฉบหวังดื่มด่ำในเกสรดอกไม้อันหอมหวานคำครหาที่เกิดจากปากคนกระพือออกไปจึงไม่ผิดนักแต่ความรู้สึกลึกๆกลับมีบางสิ่งที่ยากเกินอธิบายทำให้เขาเกิดความเชื่อใจประหลาดล้ำขึ้นมาเชื่อว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะ ‘ง่าย’ กับผู้ชายทุกคน
อย่างน้อยก็มีเขานี่แหละคนหนึ่ง...ถ้าหล่อนพร้อมจะทอดกายกับผู้ชายทุกคนจริงมีหรือที่หล่อนจะปฏิเสธเขาฉะนั้นสิ่งที่มารดาเขากล่าวถึงหล่อนด้วยความเกลียดชังนั้น อาจเป็เพียงเื่ลวง
เขาเผลอจ้องหล่อนอยู่นานจนสายตาเลื่อนไปมองบนโต๊ะกรุกระจกที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างหล่อนกับเขา...บนโต๊ะนั้นมีแก้วก้านยาวหนึ่งใบยังทิ้งร่องรอยของน้ำสีแดงที่เทออกมาจากขวดแก้วสีเขียวเข้มวางอยู่ใกล้ๆซ้ำตอนนี้หล่อนยังสวมเสื้อผ้าชุดเมื่อวานจึงคาดเดาได้สถานเดียวว่าเมื่อคืนนี้หล่อนคงไม่ได้กลับบ้านและดื่มไวน์ในขวดนั้นเพื่อดับอารมณ์
เขาไม่รู้หรอกว่าหล่อนคิดอ่านเช่นไรแต่แวบหนึ่งกลับรู้สึกว่าหล่อนก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงประเภทหนึ่ง...เป็การเรียนรู้ชีวิตที่เขาเคยผ่านประสบการณ์จากผู้คนโดยรอบหล่อนน่าจะเป็ผู้หญิงที่แข็งนอกอ่อนใน ในท่าทางแข็งกร้าวที่ใครต่อใครเห็นอาจซ่อนความบอบบางอ่อนไหวเอาไว้โดยไม่อยากให้ใครรู้
แล้ววินาทีนั้นหล่อนก็ขยับตัวดวงตาหรี่ปรือขึ้นช้าๆจนเห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้มาเยือนที่ไม่ทันตั้งตัวหล่อนจึงกระถดตัวให้ตั้งตรงดวงตามีแววขุ่นขวางขึ้นมาพร้อมกับทักทายด้วยความไม่พอใจ
“คุณเข้ามาได้ยังไง”
“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมถือวิสาสะเข้ามาในห้องทำงานของคุณแต่ประตูห้องไม่ได้ล็อก”
หล่อนจัดแจงขยับเสื้อผ้าที่สวมให้เข้าที่เข้าทาง สำรวจตัวเองคร่าวๆเมื่อเห็นว่าเป็ปกติ คราวนี้หล่อนก็กลับมาสวมิญญาเ้าของห้องขึ้นทันใด
“แล้วคุณจะมาที่นี่ทำไมอีก”
“ผมต้องถามคุณดาวมากกว่าว่าทำไมถึงสั่งห้ามไม่ให้ผมเข้ามาผมทำอะไรให้คุณลำบากใจหรือเปล่า บอกกับผมตามตรงก็ได้นะ”
เขาส่งสายตาตัดพ้อออกไปอย่างไม่รู้ตัวแต่วินาทีนั้นเขากลับต้องสะอึกเมื่อโดนหล่อนตอกหน้าโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น
“ฉันว่าคุณกลับไปดีกว่า แล้วก็อย่ามาให้เห็นหน้าอีกเลยฉันไม่ชอบพวกลอบกัด”
แวบนั้นดวงตาอันแข็งกร้าวของหล่อนมีความวูบไหวอย่างประหลาดแต่ท่าทางของหล่อนเอาจริงไม่ได้พูดเล่น ทำให้เขาเกิดความมึนงงว่าตัวเองถูกเข้าใจผิดเื่ใด
“เดี๋ยวๆนะครับ คุณดาวกำลังโกรธผมเื่อะไรอยู่ช่วยอธิบายก่อนได้ไหมครับ”
ในที่สุดหล่อนก็ไขข้อข้องใจนั้น ด้วยคำพูดกระทบกระเทียบ...
“จะมาเื่คลิปอันนั้นรึเปล่าคะคุณก้าวคงคิดว่าฉันเป็ผู้หญิงใจง่ายใช่ไหมคะ ถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายยืนกอดอยู่ข้างถนนกลางวันแสกๆโดยไม่อายผู้อายคนแต่ฉันจะบอกให้นะคะว่าต่อให้ฉันมันทำตัวเหลวแหลกไม่ดีขนาดไหนฉันก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายใครลับหลัง...ฉันไม่นึกเลยว่าผู้ชายอย่างคุณจะกล้าแอบถ่ายฉันแล้วส่งคลิปพวกนั้นทำลายชื่อเสียงของฉันคุณมันทุเรศสิ้นดี!”
เมื่อฟังจนจบความเขาเบิกตากว้างด้วยความใ...เขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในเื่คลิปนั้นทั้งสิ้นแล้วจู่ๆใครกันใส่ร้ายป้ายสีเขาให้หล่อนฟังจนเกิดความเข้าใจผิดแล้วทีนี้จะต้องอธิบายอย่างไรเล่าไม่ให้เป็การแก้ตัว
“ผมว่าคุณดาวกำลังเข้าใจผิดนะครับ”
“ฉันไปทานข้าวกับคุณแค่สองคน ตอนที่ฉันออกไปกับคุณนิธานก็มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็ฝีมือใครคุณกล้าถึงขนาดส่งต่อคลิปนั้นให้แพร่กระจายในหมู่พนักงานของฉันตกลงว่าคุณมาทำความรู้จักกับฉันเพราะอยากจะทำลายฉันใช่ไหม”
“คุณกำลังเข้าใจผิด ผมเพิ่งเห็นคลิปของคุณจากมือถือแม่ของผมเมื่อวานตอนเย็นแล้วผมก็ไม่เคยคิดจะทำเื่สกปรกแบบนั้น...ผมชอบคุณนะครับคุณดาวแล้วผมจะทำแบบนั้นกับคุณไปทำไม”
คราวนี้ดวงตาของหล่อนวาววับเมื่อเขาเอ่ยชื่อมารดาขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็ฝีมือแม่ของคุณ!”
เขาไม่อยากพาดพิงถึงมารดาแต่พลั้งปากไปแล้วก็ยากที่จะอธิบาย แถมตอนนี้หล่อนคงอยู่ในภาวะอารมณ์บิดรวนยิ่งพูดมากก็ยิ่งเข้าตัว ถึงไม่ใช่ฝีมือเขาแต่ถ้าให้เดาคงไม่แคล้วฝีมือแม่ของเขาหรืออาจเป็ลูกน้องของท่าน
“แต่ผมเชื่อใจคุณดาวนะครับในคลิปนั้นถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นว่าคุณไม่ได้เต็มใจจะให้ผู้ชายคนนั้นกอดสักนิด”เขาขยับตัวลงนั่งข้างหล่อน เมื่อเห็นแววตากร้าวนั้นอ่อนลงกว่าเดิมจนมั่นใจว่าอารมณ์ของอีกฝ่ายน่าจะเย็นลง “ถ้าแม่ผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปนั้นจริงผมก็ต้องขอโทษแทนท่านด้วย คุณดาวจะให้ผมทำยังไงเพื่อเป็การไถ่โทษดีครับ”
หล่อนลุกขึ้นยืนประคองสติได้พอครบถ้วนก็ก้าวไปคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นคล้องบ่าแล้วหมุนตัวหมายจะออกไปจากห้องนี้โดยไม่มีคำตอบจากปากหล่อน
พอถึงหน้าประตูห้องก็หยุดกึกหันขวับมาจ้องหน้าเขา
“ฉันจะกลับไปอาบน้ำที่บ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปส่งนะครับ”เขาส่งสายตาวิงวอน
“อย่าไปดีกว่าค่ะเพราะยังไงฉันก็ไม่ให้คุณเข้าไปในบ้านหรอก อย่างเก่งก็ยืนอยู่ข้างนอกรั้วเหมือนกับที่ฉันไม่ได้เปิดต้อนรับคุณเข้ามาในนี้!”
หล่อนชี้นิ้วไปยังตำแหน่งบนร่างกายที่เรียกว่า‘หัวใจ’
//////////////////////////////////////