หลังจากผ่านเื่วุ่นวาย ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับไปนั่งยังที่นั่งของตนเอง จากนั้นอาจารย์เจิ้งก็เข้ามาสอนในคาบเรียนแรก
“วันนี้มีนักเรียนใหม่เข้ามาเรียนในห้องของเรา พวกเ้าทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” อาจารย์เจิ้งพูดเสียงแข็ง แต่เมื่อเขาหันไปพูดกับเหยาจือจือ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป “คุณหนูเหยา วันนี้เป็วันแรกที่เราจะเรียนวิชาคำนวณสมัยใหม่ ได้ยินว่าที่จวนสกุลเหยาของเ้าเชิญอาจารย์จากประเทศตะวันตกเข้ามาสอนการคำนวณให้โดยตรง หากวันนี้อาจารย์จะให้เ้าทดลองทำข้อสอบวิชาคำนวณของเ้าให้สหายในห้องได้ดู เ้าจะยินดีหรือไม่”
เหยาจือจือที่โมโหอยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ วิชาคำนวณสมัยใหม่ที่อาจารย์เจิ้งพูดถึงเป็วิชาคำนวณที่ทูตจากประเทศตะวันตกนำมาเผยแพร่ ท่านตาของนางได้เชิญหนึ่งในคณะทูตให้มาสอนความรู้หลากหลายสาขาจากดินแดนตะวันตกให้กับบุตรหลานในจวน และนางก็เป็หนึ่งในคนที่ได้เข้าเรียน อีกทั้งวิชาคำนวณของนางก็จัดอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม การที่อาจารย์เจิ้งให้โอกาสนางแสดงความสามารถต่อหน้าสหายร่วมชั้นก็เท่ากับว่านางจะได้แสดงความสามารถให้องค์ชายใหญ่ได้เห็น อีกทั้งนางจะใช้โอกาสนี้ทำให้กู้หนิงอับอาย เพราะนางเชื่อว่ากู้หนิงที่เติบโตและใช้ชีวิตในชนบทมาตลอด ความรู้ของกู้หนิงย่อมเทียบกับตนเองไม่ได้อย่างแน่นอน
“ในเมื่ออาจารย์กล่าวเช่นนี้แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไรเ้าคะ” เหยาจือจือตอบ จากนั้นนางก็หันไปมองกู้หนิง “แต่ครั้งนี้ข้าอยากให้กู้หนิงร่วมทำข้อสอบกับข้าด้วย ไม่เท่านั้น ข้ายังอยากให้นางเขียนอธิบายวิธีคิดและวิธีคำนวณในการหาผลลัพธ์แสดงให้สหายร่วมชั้นได้เห็นด้วยเ้าค่ะ”
อาจารย์เจิ้งพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะหันไปพูดกับกู้หนิง “คุณหนูกู้ ในเมื่อเ้าทดสอบความรู้จนได้เข้าเรียนในชั้นเรียนที่ดีที่สุดของสำนักศึกษา วิชาคำนวณของเ้าก็คงจะดีมากใช่หรือไม่ เช่นนั้นเ้าก็ออกมาทำข้อสอบวิชาคำนวณไปพร้อมกับคุณหนูเหยาเลยก็แล้วกัน”
ทีแรกกู้หนิงยังมองเจตนาของอาจารย์เจิ้งไม่ออก แต่เวลานี้นางมองทุกอย่างได้ชัดเจนแล้ว อาจารย์เจิ้งคงอยากเอาใจเหยาจือจือด้วยการทำให้นางอับอาย เพราะหวังจะพึ่งใบบุญตระกูลเหยากระมัง
“หากเหยาจือจืออยากทำให้ตัวเองขายหน้า ข้าก็จะร่วมทำข้อสอบในครั้งนี้ด้วยเ้าค่ะ” กู้หนิงยิ้มรับอย่างไม่ลังเล เหยาจือจืออยากใช้โอกาสนี้ทำให้นางเสียหน้า เช่นนั้นนางก็จะให้เหยาจือจือได้รู้ว่าการที่ต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายนั้นมันมีความรู้สึกเช่นไร นางแสร้งพูด “เหยาจือจือ ข้าไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเ้าหรอกนะว่าเ้าอยากให้ข้าร่วมทำข้อสอบในครั้งนี้ไปทำไม แต่ในเมื่อข้ายอมรับปากแล้วข้าก็จะเข้าร่วม แต่ข้ามีข้อเสนอ”
“ข้อเสนออะไร?”
“แทนที่เราจะทำข้อสอบให้แค่สหายในชั้นเรียนได้เห็น เราสองคนย้ายไปทำข้อสอบกันที่ห้องโถงรวมของสำนักศึกษาเพื่อให้สหายทั้งสำนักศึกษาได้เห็นพร้อมกันทั้งหมดดีหรือไม่ อีกอย่าง...” กู้หนิงยิ้ม “ดูเหมือนว่าเ้าจะมั่นใจในวิชาคำนวณของตนเองมาก เรามาเดิมพันกันสักหน่อยว่าหากใครแพ้ในการสอบครั้งนี้ ผู้นั้นจะต้องมาเป็สาวใช้ให้อีกฝ่ายเป็เวลาสิบวัน”
เหยาจือจือที่มีความมั่นใจในความรู้ของตนเองเป็อย่างมาก อีกทั้งข้อเสนอนี้ก็เป็กู้หนิงที่เสนอขึ้นมาเอง หากกู้หนิงแพ้ก็ไม่ใช่เป็เพราะนางกลั่นแกล้ง และเมื่อนึกไปถึงว่ากู้หนิงจะต้องมาเป็หญิงรับใช้ของตนเองถึงสิบวัน เหยาจือจือก็ตอบตกลงอย่างเร็ว “ได้! ข้าตกลงรับข้อเสนอของเ้า”
“อาจารย์เจิ้ง ท่านช่วยเป็พยานให้เราได้หรือไม่เ้าคะ” กู้หนิงหันไปถามอาจารย์เจิ้งอย่างสุภาพ
“คุณหนูกู้เป็เ้าที่เสนอเงื่อนไขนี้ขึ้นมาเอง เช่นนั้นหากเ้าแพ้เ้าก็อย่าได้โทษผู้อื่น” อาจารย์เจิ้งกล่าวก่อนที่จะส่ายหน้าอย่างจนใจ “อาจารย์รู้ดีว่าเ้าเป็บุตรสาวของท่านโหวกู้ผู้ที่ไม่เคยแพ้ใคร แต่เ้าต้องรู้ว่าความสามารถในการรบของจวนโหวมันเป็คนละเื่กับความรู้ในตำรา อย่างเ้าที่เติบโตมาในชนบท...”
กู้หนิงถามย้ำโดยไม่เปิดโอกาสให้อาจารย์เจิ้งได้เสแสร้งต่อ “อาจารย์ยินดีจะเป็พยานให้ข้ากับเหยาจือจือหรือไม่เ้าคะ”
อาจารย์เจิ้งมองกู้หนิงอย่างไม่พอใจ ทั้งยังคิดในใจว่าเด็กที่ไม่ได้รับการอบรมก็เป็เช่นนี้ เขาเปลี่ยนเป็หันไปยิ้มให้เหยาจือจือ “อาจารย์ยินดีเป็พยานให้พวกเ้า แต่หากอาจารย์จะเสนอเงื่อนไขอีกสักข้อ ไม่ทราบว่าคุณหนูเหยาจะมีข้อโต้แย้งอะไรหรือไม่”
“เชิญอาจารย์พูดมาได้เลยเ้าค่ะ” เหยาจือจือตอบ อย่างไรอาจารย์เจิ้งก็เป็คนที่ท่านตาฝากให้มาดูแลตน ไม่ว่าเงื่อนไขของอาจารย์เจิ้งจะเป็เช่นไรก็ย่อมต้องนึกถึงผลประโยชน์ของตนอยู่แล้ว เหยาจือจือจึงตอบรับอย่างไม่ลังเล
“อาจารย์จะแบ่งข้อสอบออกเป็สองส่วน ส่วนแรกจะเป็การสอบที่ให้พวกเ้าได้เขียนอธิบายวิธีคิด และการสอบในส่วนที่สองจะเป็การทดสอบปากเปล่า หมายความว่าเมื่ออาจารย์อ่านโจทย์ให้พวกเ้าฟังจนจบ พวกเ้าก็ต้องตอบคำถามออกมาให้ได้ทันที เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”
สหายร่วมชั้นต่างก็หันไปมองกู้หนิงอย่างเห็นใจ มีใครไม่รู้บ้างว่าตระกูลเหยาได้เชิญอาจารย์ที่มีความสามารถในแขนงวิชาต่างๆ ไปสอนให้ลูกหลานในตระกูล อย่างวิชาคำนวณก็เป็เหยาจือจือที่มีความสามารถโดดเด่น อีกทั้งตระกูลกู้กับตระกูลเหยาก็ไม่ถูกกัน และยิ่งนึกไปถึงว่ากู้หนิงที่เพิ่งกลับมารับตำแหน่งคุณหนูใหญ่ของตระกูลกู้ได้ไม่นานก็ต้องมาเป็สาวใช้ให้กับเหยาจือจือถึงสิบวัน เห็นทีคราวนี้ตระกูลกู้จะต้องเสียหน้าให้กับตระกูลเหยาอย่างแน่นอนแล้ว
องค์ชายใหญ่หันไปสะกิดกู้เยวี่ยน “วิชาคำนวณของอาจารย์จากประเทศตะวันตกมีความซับซ้อนมากทีเดียว และข้ายังได้ยินมาว่าเหยาจือจือชำนาญวิชานี้มาก น้องสาวเ้าจะไหวแน่หรือ”
กู้เยวี่ยนได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันไปถามกู้อัน “เสี่ยวอัน วิชาคำนวณของหนิงเอ๋อเป็อย่างไร เ้ามั่นใจว่านางจะชนะเดิมพันครั้งนี้หรือเปล่า”
“พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล พี่หญิงชนะเดิมพันในครั้งนี้แน่นอนขอรับ” กู้อันต้องอย่างมั่นใจ “ต่อให้เหยาจือจือท้าให้สื่อสารด้วยภาษาจากประเทศตะวันตก พี่หญิงก็ไม่มีทางแพ้”
กู้เยวี่ยนได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจโล่ง เขารู้ว่าน้องฝาแฝดมีมิติวิเศษ แต่มิติวิเศษนั้นก็เป็เพียงพื้นที่เก็บสิ่งของที่ไม่เกี่ยวกับความรู้ เขาจึงอดที่จะกังวลแทนน้องสาวไม่ได้ แต่พอได้ยินน้องชายบอกว่าไม่มีปัญหา เขาก็พลอยโล่งใจ และเวลานี้เขาก็อยากจะเห็นเหยาจือจือคอยมาเป็สาวใช้ให้กับน้องสาวของเขาเหลือเกิน
กู้เจ๋อก็รู้ว่าวิชาคำนวณนั้นไม่เป็ปัญหาสำหรับพี่หญิงและพี่รอง เป็เพราะพี่ฝาแฝดทั้งสองได้สอนวิชาคำนวณและยังได้สอนตัวเลขแบบตะวันตกให้เขารู้มาตั้งนานแล้ว อย่าว่าแต่พี่หญิงจะเอาชนะเหยาจือจือได้อย่างขาดลอย แม้แต่ตัวเขา เหยาจือจือก็เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ช่างเถิด เหยาจือจือจะอับอายขายหน้าก็ไม่เกี่ยวกับเขา แต่เวลานี้เขาคิดวิธีดีๆ ที่จะหาค่าขนมมาให้พี่หญิงได้แล้ว
กู้เจ๋อย้ายมานั่งใกล้เหล่าพี่ชาย “องค์ชายใหญ่ พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าว่าเรามาหาค่าขนมให้พี่หญิงกันดีหรือไม่ขอรับ”
“เดี๋ยวก่อน!” กู้อันห้ามน้องชาย ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับโจวหยุนเฉิง “พี่เขย ท่านจะไม่มาร่วมสนับสนุนพี่หญิงกับเรารึ”
โจวหยุนเฉิงไม่คิดว่าตนเองจะถูกเรียก อีกทั้งกู้อันก็เรียกเขาว่าพี่เขยอย่างเป็ธรรมชาติ โจวหยุนเฉิงมีหรือจะปฏิเสธ “ร่วมสิ พวกเ้าจะทำอะไร ข้ายินดีร่วมสนับสนุนนางด้วยอีกคน”
“เยี่ยมไปเลย อย่างนี้สิถึงเหมาะที่จะมาเป็พี่เขยของข้า” กู้อันยิ้ม “ท่านรีบมานั่งรวมกับพวกเราเร็วเข้า”
“เสี่ยวอัน! เ้าจะไปเรียกคนอื่นว่าพี่เขยมั่วซั่วแบบนี้ไม่ได้” กู้เยวี่ยนรีบบอก “การแต่งงานต้องขึ้นอยู่กับบิดามารดา ท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่ได้ตัดสินใจเื่นี้เลยนะ”
กู้อันมองกู้เยวี่ยนแล้วยิ้ม “พี่ใหญ่ ท่านเชื่อข้าสิ ขอแค่พี่หญิงเอ่ยปาก ท่านพ่อกับท่านแม่ย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”
“เื่อื่นน่ะข้าเชื่อ แต่เื่แต่งงานเป็ไปไม่ได้”
“เื่นั้นไว้พวกเ้าสองคนพี่น้องค่อยไปทะเลาะกันต่อ เรามาฟังเสี่ยวเจ๋อก่อนดีกว่าว่าเขาจะหาค่าขนมให้หนิงเอ๋อได้อย่างไร” องค์ชายใหญ่พูดขึ้น
โดยปกติแล้วกู้เยวี่ยนเป็คนรักสนุก ยิ่งเวลานี้เขามีน้องชายกับน้องสาวที่มีนิสัยไม่ต่างจากตนเองเพิ่มเข้ามา เขาก็รู้สึกว่าชีวิตของเขาช่างมีสีสันมากกว่าเดิม และเมื่อได้ยินคำพูดของฉู่เฟยเทียน กู้เยวี่ยนก็เลิกทะเลาะกับน้องชายคนรองแล้วหันไปถามน้องชายคนเล็ก “เ้ามีวิธีดีๆ อะไรที่จะหาค่าขนมให้หนิงเอ๋อ”
“นั่นสิเสี่ยวเจ๋อ เ้ารีบพูดมา” องค์ชายใหญ่รีบถามเช่นกัน
“เราเปิดรับเดิมพันดีหรือไม่ขอรับ” กู้เจ๋อบอก
“ดีสิ แต่ด้วยสถานการณ์การเงินของครอบครัวเรา หากเราเป็คนเปิดรับเดิมพัน ข้าคิดว่าคนอื่นคงไม่เชื่อใจ” กู้เยวี่ยนบอก
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวเราออกหน้าให้เอง” องค์ชายใหญ่ล้วงตั๋วแลกเงินของตนเองออกมาหลายใบ “เราพกตั๋วแลกเงินติดตัวมาเยอะ แต่เราต้องได้ส่วนแบ่งหกส่วน พวกเ้าแบ่งไปสี่ส่วน ตกลงไหม”
“ฉู่เฟยเทียน เ้าจะเอาเปรียบน้องสาวข้ารึ?” กู้เยวี่ยนขมวดคิ้วถาม “เราแบ่งกันคนละครึ่งถึงจะยุติธรรม”
“จะยุติธรรมได้อย่างไร เราออกเงิน แต่พวกเ้าไม่ได้ออกสักตำลึงก็จะมาแบ่งเงินไปตั้งครึ่งหนึ่ง” องค์ชายใหญ่รีบแย้ง
“แต่น้องสาวของข้าเป็คนลงสนามสอบ แบ่งค่าเหนื่อยให้นางครึ่งหนึ่งก็ถือว่ายุติธรรมแล้ว” กู้เยวี่ยนรักษาผลประโยชน์ให้น้องสาวสุดฤทธิ์ “อีกอย่างไม่ใช่ว่าเ้าก็อยากสั่งสอนเหยาจือจือให้นางได้อับอายอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ”
องค์ชายใหญ่ไม่ได้สนใจเื่เงินจริงๆ เพียงแต่เขากับกู้เยวี่ยนเติบโตมาด้วยกันและมักจะหาความสุขด้วยการเอาชนะกันด้วยเื่เล็กๆ น้อยๆ เขาจึงจะใช้เื่นี้เอาชนะกู้เยวี่ยน แต่พอนึกถึงเื่ที่เหยาจือจือจะต้องเสียหน้าต่อหน้าสหายร่วมสำนัก ต่อให้ครั้งนี้จะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งจากการเดิมพันเขาก็ยินดี แต่ในเมื่อกู้เยวี่ยนเสนอมา เขาก็ยินดีรับ “เช่นนั้นก็แบ่งเงินเดิมพันกันคนละครึ่ง”
จากนั้นหนุ่มน้อยทั้งสี่ห้าแยกย้ายกันไปตามห้องเรียนต่างๆ เพื่อเปิดรับเดิมพัน และก็เป็อย่างที่คาด สหายร่วมสำนักทั้งหมดเลือกเดิมพันฝั่งเหยาจือจือ เด็กหนุ่มทั้งห้าคนแอบยิ้มอยู่ในใจ เงินที่ได้รับมาทั้งหมดกำลังจะตกเป็ของพวกเขา
แต่องค์ชายใหญ่กับกู้เยวี่ยนจะยอมรับผลประโยชน์อันน้อยนิดนี้ได้อย่างไร พวกเขาจึงสั่งคนสนิทให้ไปแจ้งกับบิดา ไม่เท่านั้นองค์ชายใหญ่ยังส่งคนไปแจ้งเื่นี้กับตระกูลเหยาอีกด้วย
ท่านแม่ทัพเหยาที่ได้ทราบข่าวก็รีบมาที่สำนักศึกษาพร้อมกับคนในครอบครัวอีกหลายคน เมื่อเช้ากู้เสิ่นทำให้เขาถูกฝ่าาประกาศตัดลดค่าใช้จ่าย ครั้งนี้เขาจะให้หลานสาวทำให้คนตระกูลกู้ต้องอับอายคนทั่วทั้งเมืองหลวง ท่านแม่ทัพเหยาไม่ลืมที่จะให้คนไปบอกกับโรงรับพนันให้เปิดรับพนันในครั้งนี้ด้วย
ทางฝั่งฮ่องเต้ รัชทายาท และท่านโหวกู้ เมื่อได้รับแจ้งจากคนขององค์ชายใหญ่ จากที่กำลังดื่มสุรากันอย่างสนุก พวกเขาก็แทบจะสร่างเมา จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางไปที่สำนักศึกษาเหวินชางทันที