โอ้ ์ ตัวจ้าวหลิวเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนต้องมาข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์แสนกระอักกระอ่วนเช่นนี้ เขาหันไปมองหนิงเหอแล้ววกกลับมามองเนื้อนกเสียบไม้ที่ตอนนี้โดนย่างจนสุกพร้อมกินในมือ หันไปอีกทางก็เห็นศิษย์น้องจินหยวนกำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“หนิงเหอ” เขาเรียกมัน เ้านกที่กำลังจ้องมองเนื้อในมือเขาสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันมาโวยวายด้วยความหงุดหงิด
“เ้าทำข้าใเช่นนี้จงใจใช่หรือไม่!” จินหยวนหัวเราะคิกคักก่อนจะเงียบเสียงลงตอนที่หนิงเหอหันไปมองตาขวาง
“มีอะไรน่าขันกัน พวกเ้านี่มันนิสัยเสียจริงๆ!” จ้าวหลิวหัวเราะออกมาอย่างจนใจ ตัวเขาเองไม่ได้ตั้งใจให้อีกฝ่ายใเช่นนั้นเสียหน่อย
“เ้าเองก็หิวเหมือนกันมิใช่หรือ เหตุใดไม่มากินเนื้อนกกับข้าและศิษย์พี่เล่า” จินหยวนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มประดับเต็มใบหน้า เหมือนเขาจะทันเห็นสีหน้าหวาดกลัวจากหนิงเหออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เ้านกจะโวยวายออกมาอีกครา
“เ้าเห็นข้าเป็อะไร คนทรยศต่อเผ่าพันธุ์งั้นหรือ!” ศิษย์น้องหันไปกวาดสายตามองหนิงเหอทั่วทั้งตัวแล้วเลิกคิ้วขึ้น
“แท้จริงแล้ว เผ่าพันธุ์เ้าก็คือนกป่าเองหรือ?” มันยิ่งหัวเสียเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวออกมา จ้าวหลิวถอนหายใจออกมาก่อนจะหยุดการทะเลาะของหนึ่งคนหนึ่งนกเอาไว้
“พอเถิดทั้งคู่ ข้าแค่เรียกเ้าหิ่งห้อยเพื่อจะถามว่าหิวหรือไม่เท่านั้นเอง” หนิงเหอหันมามองเขาด้วยสายตาที่สื่อว่ามันเริ่มจะเหลืออดเหลือทนกับชื่อที่เขาเรียกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมากลับกันมันเบือนหน้าหนีเขาไปอีกทาง
“โครก..” เสียงท้องร้องของหนิงเหอดังขึ้น ทั้งจ้าวหลิวและจินหยวนหันมามองมันพร้อมทั้งพยายามกลั้นไม่ให้หัวเราะออกมา ดูเหมือนมันจะหัวเสียไม่เบาจนถึงขนาดที่ว่าบินออกจากไหล่เขาไปเกาะก้อนหินใกล้ๆ แทน
“เ้ากินนี่สิ ข้าเผอิญเจอตอนออกไปหานกป่า” จินหยวนพูดพร้อมกับยื่นผลไม้สีแดงรูปร่างแปลกตาให้หนิงเหอผลหนึ่ง มันหันมามองก่อนจะตาลุกวาว เหมือนผลไม้ที่ศิษย์น้องไปหามานั้นจะเป็ของโปรดของเ้านกตรงหน้า
“เ้าไปเจอที่ไหนงั้นรึ ผลจิ่วเกิงผลนี้ถือเป็สมุนไพรชั้นเลิศหายากสำหรับเผ่าพันธุ์ข้า” จินหยวนไม่ตอบอะไรทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้ จ้าวหลิวหันไปมองแล้วหรี่ตาลง เขารู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ
ช่างเป็เื่บังเอิญเสียเหลือเกิน ที่ศิษย์น้องของเขาจะออกไปล่านกป่า แล้วบังเอิญเดินผ่านต้นของผลจิ่วเกิงก็เลยเก็บกลับมาผลหนึ่งแล้วก็ดันบังเอิญเป็สมุนไพรชั้นเลิศของเผ่าพันธุ์ผู้พิทักษ์พอดี
“จินหยวน เ้าอายุเท่าไหร่” เขาเอ่ยถามขึ้นมา คนถูกเรียกหันมามองอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถามกลับ
“ปีนี้ก็สิบหกหนาวแล้วขอรับ ทำไมหรือขอรับศิษย์พี่” เมื่อได้ยินคำตอบจ้าวหลิวก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ปกติในโลกก่อนที่เขามีชีวิตอยู่เด็กผู้ชายในวัยประมาณนี้เวลาแกล้งใคร เหตุผลมักจะเป็เพราะชอบอีกฝ่ายซะส่วนใหญ่ ถ้าอย่างนั้นที่จินหยวนชอบแกล้งหนิงเหอก็เพราะ..
นึกมาถึงตรงนี้เขาก็ตาโตขึ้นมาก่อนจะหันไปมองหนิงเหอและจินหยวนสลับกัน ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักมาก่อน จึงทำได้แค่ตกตะลึงกับความรักข้ามสายพันธุ์ในครั้งนี้
หนิงเหอมองจ้าวหลิวที่ลนลานหันไปหันมาด้วยความสงสัย ครั้นจะอ่านใจอีกฝ่ายก็กลัวจะถูกโกรธเข้า แต่ครั้งนี้คงจะไม่เป็ไรหรอกมั้ง.. มันตั้งสมาธิก่อนจะหลับตาลง ยังไม่ทันจะได้อ่านใจจ้าวหลิวก็มีเสียงกุกกักดังขึ้นเสียก่อน
เมื่อมันลืมตาขึ้นมาก็พบกับจินหยวนที่ยื่นหน้ามาใกล้จนริมฝีปากจะัักับศีรษะของมันแล้ว หนิงเหอใจนกระพือปีกโดนใบหน้าของเขาเข้า
“โอ๊ย เ้าทำร้ายข้าทำไมเนี่ย!” จินหยวนเอ่ยร้องอีกทั้งยังกุมแก้มข้างซ้ายที่โดนปีกของมันกระทบเข้าอย่างจัง
“กะ..ก็เ้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้เองนี่!” หนิงเหอเอ่ยตอบอย่างละล่ำละลัก ก่อนจะหันไปเห็นจ้าวหลิวที่นั่งอมยิ้มอยู่
“ข้าเรียกแล้วเ้าไม่ได้ยินต่างหาก!” คนเจ็บเอ่ยเหตุผลที่ตนยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายด้วยท่าทีหงุดหงิด จ้าวหลิวนั่งมองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ เป็เขาเองที่เสนอให้ศิษย์น้องยื่นหน้าเข้าใกล้เ้านกดู
แล้วก็เป็ดังเช่นที่เขาคิดจริงๆ เมื่อยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาแอบเห็นว่าใบหูของจินหยวนขึ้นสีระเรื่อ สงสัยศิษย์น้องผู้นี้คงจะเผลอตกหลุมรักหนิงเหอไปแล้วอย่างแน่นอน นี่เขากำลังจะได้เป็เทพเฒ่าจันทราแล้วหรือนี่..
จู่ๆ ทั้งหนิงเหอและจินหยวนก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังขึ้นมา.. ทั้งคู่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่เมื่อหันกลับไปมองก็พบเพียงจ้าวหลิวที่กำลังกัดเนื้อนกย่างคำนึงพร้อมกับหันมองป่าข้างนอกถ้ำอย่างรื่นเริงเท่านั้น จินหยวนหันไปมองนกสีทองที่ตอนนี้เกาะอยู่บนไหล่เขาด้วยสายตาสงสัย ตัวหนิงเหอเองก็ส่ายหัวไปมาเช่นกัน
เมื่อหยุดทะเลาะกันแล้วทั้งสองก็นั่งลงก่อนจะกินอาหารของตัวเองอย่างเงียบเชียบ ตัวจินหยวนเองรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา จนต้องเงยหน้าขึ้นมามองศิษย์พี่อยู่บ่อยครั้ง จ้าวหลิวยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
“มีอะไรติดอยู่ที่หน้าข้างั้นหรือจินหยวน” คนถูกถามก้มหน้าลงทันทีก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน
“ไม่..ไม่มีขอรับ ศิษย์น้องเพียงรู้สึกเหมือนกับมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาขอรับ” หนิงเหอที่ตอนนี้กำลังจิกกินผลจิ่วเกิงเงยหัวขึ้นมามองทั้งคู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา ศิษย์น้องผู้นี้ช่างโง่เขลาเสียจริง คนที่จ้องมองเ้าอยู่ตลอดเวลาก็คือศิษย์พี่ของเ้านั่นเองมิใช่หรือ!
จ้าวหลิวไม่สามารถหยุดมองจินหยวนได้เลย เขานั่งมองท่าทีของอีกฝ่ายที่มีต่อหนิงเหอด้วยความสนอกสนใจ ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักมาก่อน พอมาเห็นกับตาแบบนี้ก็อยากจะสังเกตท่าทีของทั้งคู่ตลอดทั้งวัน แต่ก็กลัวจะเสียมารยาท
“จะว่าไปแล้ว อีกสิบวันก็ถือเป็วันครบรอบที่ศิษย์พี่ลงมาบำเพ็ญในโลกมนุษย์ปีที่ 151 แล้วนะขอรับ” จินหยวนเอ่ยขึ้นมา คนถูกกล่าวถึงหันไปมองศิษย์น้องของตนด้วยความสงสัย
“แล้วยังไงต่องั้นหรือ” คนถูกถามทำหน้าเหลอหลาแล้วเอ่ยตอบ
“โถ่ นี่ศิษย์พี่จำไม่ได้หรือขอรับ ทุกๆ ปีที่ลงท้ายด้วยเลข 1 ศิษย์พี่ต้องทำพิธีชำระบาป์นะขอรับ” จ้าวหลิวรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ที่เขาต้องทำพิธีอะไรนั่นทุกปีที่ลงท้ายด้วยเลข 1 นี่ถือว่าเป็การแก้เคล็ดใช่หรือเปล่า? แล้วพิธีนั่นมันเป็ยังไงกัน
“ถ้าเช่นนั้นแล้ว ข้าต้องทำอะไรบ้าง” เขาเอ่ยถามไป จินหยวนมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมา แต่เมื่อมองดูสภาพร่างกายของศิษย์พี่แล้วก็กลายเป็สีหน้าลำบากใจแทน
“เอ่อ.. ท่านต้องรับสายฟ้าลงทัณฑ์ทั้งหมด 11 สาย และต้องนำเืของผู้เป็ปรปักษ์กับ์มาถวายขอรับ”
“บอกข้าทีสิ ว่าข้าบำเพ็ญเพียรเพื่อกลายเป็เซียนไม่ใช่อสูร”
-----------------------------------------------------------------------
ตอนที่สต็อกไว้หมดแล้วค่ะ หลังจากนี้อาจจะมาต่อช้าหน่อยนะคะ
ขอขอบคุณทีมงานพิสูจน์อักษรส่วนตัวด้วยนะคะ ไม่ได้อ่านหรอกแต่อยากขอบคุณค่ะ 5555