จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 โรคป่วยทางใจ

            เหยียนอู๋อวี้ก้มศีรษะมองปราดหนึ่ง จำได้ว่าผู้ที่มาเป็นนางกำนัลข้างกายอู๋เจี๋ยอวี๋ นางจึงมองไปทางซ่งอี้เฉินและรอให้เขาตอบ 

            ซ่งอี้เฉินขมวดคิ้วพลางกล่าว “ไม่สบายก็ไปหาหมอหลวง เจิ้นไม่รู้วิธีรักษา ไฉนจึงมาที่นี่?” 

            นางกำนัลอ้าปากเอ่ยตัวสั่นเทา “ทูลฝ่าบาท หมอหลวงกล่าวว่าสนมเจี๋ยอวี๋ป่วยทางใจเพคะ…...” 

            เหยียนอู๋อวี้วางตะเกียบพลางมองเขาอย่างเป็นกังวล ก่อนจะเอ่ยโน้มน้าว “ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินมาว่าโรคป่วยใจรักษายากที่สุด พี่หญิงเจี๋ยอวี๋ต้องทรมานมากแน่เลยเพคะ ฝ่าบาทไม่ลองไปดูเสียหน่อย วันนี้นางส่งโสมพันปีมาให้หม่อมฉันสามหัว ฝ่าบาทช่วยหม่อมฉันนำกลับไปสักหัว สองหัวที่เหลือหม่อมฉันจะเก็บไว้ให้นางก่อน! หายดีแล้วค่อยส่งกลับไปให้นางดีหรือไม่เพคะ?” 

            เดิมทีซ่งอี้เฉินถูกนางกำนัลรบเร้าจนรู้สึกรำคาญ เมื่อได้ยินเหยียนอู๋อวี้กล่าวเช่นนี้เขากลับแย้มยิ้ม เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงในวันนี้จึงลุกขึ้นกล่าว “เช่นนั้นเจิ้นจะไปดูสักหน่อยแล้วจะรีบกลับมา” 

            เหยียนอู๋อวี้รีบส่ายศีรษะ “ฝ่าบาท พี่หญิงเจี๋ยอวี๋ป่วยทางใจ คิดดูแล้วเป็นเพราะนางคิดถึงฝ่าบาท หากไม่อยู่ด้วย เกรงว่าคงส่งผลต่ออาการป่วยของนางได้เพคะ” 

            “ไม่ต้องพูดแล้ว เจิ้นจะไปก่อน” ซ่งอี้เฉินโบกมือแล้วเดินออกไปจากตำหนักเฟิ่งชัย 

            จนกระทั่งเขาเดินจากไป เหยียนอู๋อวี้จึงถอนหายใจโล่งอก 

            เดิมทีนางคิดว่าคืนนี้คงถึงคราวเคราะห์แล้ว ไม่คิดเลยว่าอู๋เจี๋ยอวี๋จะกระโดดออกมากู้หน้าไว้ได้ทัน 

            ในเมื่อซ่งอี้เฉินไปตำหนักนางแล้ว เกรงว่านางจะต้องใช้กำลังทั้งหมดรั้งให้เขาอยู่ต่อให้ได้ 

            นับว่ารอดพ้นอันตรายมาได้ 

            นางหยุดคิดพลางมองอาหารบนโต๊ะ ก่อนจะโบกมือกล่าว “อาหารเหล่านี้พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเถิด หากฝ่าบาทกลับมาค่อยให้ห้องเครื่องจัดสำรับให้ใหม่อีกรอบ” 

            ตำหนักเฟิ่งชัยแทบทุกคนได้รับรางวัลกันถ้วนหน้า พวกเขาจึงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณเป็นอย่างยิ่ง 

            ในเวลานี้ป้าโฉ่วประคองเหยียนอู๋อวี้ไปพักผ่อนบนตั่งนอนในห้อง เนื่องจากยาออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป หลายวันมานี้สภาพจิตใจนางยิ่งย่ำแย่มากขึ้นเรื่อยๆ นางฝืนทนจนผ่านพ้นช่วงเวลากลางวันไปได้ พอตกกลางคืนก็หลับไม่สนิท นางทำได้เพียงฝืนจนรู้สึกเหนื่อยและงีบหลับไปครู่หนึ่งเพื่อขจัดความอ่อนเพลีย 

            ไม่รู้ว่านางหลับไปนานเพียงใด จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าย่องเบาเข้ามาในห้อง จากนั้นเสียงซูอิ่งพลันดังขึ้นข้างหูแผ่วเบา “นายหญิง หลิวชุ่ยเซวียนส่งข่าวมาว่าฝ่าบาทจะบรรทมที่ตำหนักของอู๋เจี๋ยอวี๋เจ้าค่ะ”  

            เป็นเช่นนี้จริงดังคาด 

            ประโยคนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเหยียนอู๋อวี้ ความกังวลในใจคลายลง นางจึงตะแคงข้างแล้วนอนหลับไปอีกครั้ง 

            เมื่อตื่นขึ้นมาฟ้าก็สว่างแล้ว นางรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง  

            แม้ก่อนหน้านางจะนอนหลับได้ ทว่าความคิดนางกลับตีกันจนสับสนเพราะกลัวว่าซ่งอี้เฉินจะปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ต่อให้หลับไปแล้ว ทว่าจิตสำนึกอีกครึ่งยังคงตื่นตัวอยู่เพื่อรอรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อคืนหลังจากยืนยันจนแน่ใจแล้ว สภาวะการตื่นตัวอีกครึ่งหนึ่งนั้นจึงสงบลง ในที่สุดนางก็นอนหลับได้  

            เพียงแต่การนอนในครั้งนี้ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน 

            เนื่องจากนางได้เลื่อนตำแหน่งเป็นฉายเหริน วันนี้นางจำเป็นต้องไปคำนับเต๋อเฟยยามเช้า ด้วยความที่นางนอนหลับสบายจึงแต่งตัวได้ดูดีมีสง่าราศี ทันทีที่นางเข้าไปในตำหนักเยถิง พวกนางสนมที่มากันก่อนแล้วต่างมองนางด้วยสีหน้ามีความหมายผิดปกติ 

            ตอนแรกนางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทว่าต่อมาจึงเข้าใจว่าข่าวที่อู๋เจี๋ยอวี๋รั้งซ่งอี้เฉินไว้เมื่อคืนแพร่กระจายออกไป  

            เนื่องจากฮวารั่วซีกับเต๋อเฟยมีสถานะเท่าเทียมกันไม่ปรากฏตัว อีกทั้งอู๋เจี๋ยอวี๋ก็ส่งคนมาขอลา แม้ตำหนักเยถิงจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังนาง แต่กระนั้นกลับไม่มีผู้ใดเอ่ยปากเยาะเย้ยนาง  

            เหยียนอู๋อวี้แย้มยิ้มมีความสุข นางกล่าวทักทายตามพิธีไม่กี่ประโยค จากนั้นจึงหาข้ออ้างขอตัวกลับ

            เมื่อออกจากตำหนักเยถิงแล้วนางจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้า ในใจพลันสั่นไหว ก่อนจะเอ่ยกับป้าโฉ่วว่า “อย่าเพิ่งรีบกลับ” 

            แม้ป้าโฉ่วจะรู้สึกแปลกใจ แต่ทว่ากลับไม่กล้าพูดมากนัก ทั้งสองคนออกมาจากตำหนักเยถิง เดินวนครึ่งรอบ สุดท้ายหยุดอยู่ที่เรือนชิงชิว 

            เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนที่นี่เป็นที่พำนักของนางสนมที่มีนามว่าชิงชิว นางมีจิตใจงดงามและมีคุณธรรมสูงส่ง อีกทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์จึงได้รับความโปรดปรานจากอดีตฮ่องเต้ ต่อมาไม่รู้ว่าไปล่วงเกินอันใดจู้หรง[1] ห้องบรรทมของนางพลันเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากนางหลับลึกจึงถูกเพลิงเผาอยู่ในห้องนั้นทั้งเป็น ไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี 

            อดีตฮ่องเต้โศกเศร้าเพราะเรื่องนี้นานอย่างยิ่ง โชคดีที่ยังมีไทเฮาซึ่งเป็นเป่าหลินในตอนนั้นคอยปลอบใจพระองค์ จนในที่สุดก็ผ่านบททดสอบความรักนี้มาได้ เพียงแต่จวบจนบัดนี้มิได้ย่างกรายเข้าเรือนชิงชิวนี้อีกเลย เพราะอดีตฮ่องเต้ละเลย สถานที่แห่งนี้จึงค่อยๆ ร้างผู้คน อ้างว้างยิ่งกว่าตำหนักเย็นเสียอีก 

            จวินอู๋เสียบอกว่าผีเสื้อสองตัวจะนัดพบที่เรือนชิงชิวยามเหม่า[2]สามเค่อของวันรุ่งขึ้น 

            เมื่อวานนางเห็นผีเสื้อสองตัววาดอยู่บนเสา แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนทำเอาไว้หรือไม่ 

            ไม่ว่าอย่างไร นางได้ตัดสินใจมาค้นหาคำตอบที่นี่ 

            เรือนชิงชิวถูกทิ้งร้างไร้คนดูแลมาเป็นเวลานาน ทั่วทั้งเรือนจึงเต็มไปด้วยวัชพืชและดอกไม้ป่า ยามนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิมีต้นอ่อนงอกขึ้นประปราย บางต้นโผล่ออกมารับน้ำค้างยามเช้าในต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างกล้าหาญและเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง 

            สีสันเพียงหนึ่งเดียวที่ดีที่สุดคงเป็นดอกท้อหนึ่งต้นที่อยู่ข้างผนัง กิ่งก้านแผ่ออกไปด้านนอก ลมวสันต์พัดเอื่อยทำให้รู้สึกหนาวสะท้าน กลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นเต็มผืนดิน 

            ใต้ต้นดอกท้อมีเงาร่างสูงโปร่งยืนเอามือไพล่หลัง เสื้อคลุมยาวสีดำกลืนในพงหญ้า บนไหล่มีกลีบดอกไม้กระจายอยู่ประปราย เมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ เขาจึงหมุนกายกลับไป กลีบดอกไม้เหล่านั้นร่วงหล่นไปในพงหญ้า ใบหน้ารูปงามพลันปรากฏอยู่เบื้องหน้า ความประหลาดใจที่เพิ่งปรากฏในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง จากนั้นจึงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย 

            เดิมพันถูกแล้ว! 

            รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเหยียนอู๋อวี้ นางค่อยๆ เดินเข้าไปหา ย่อกายคำนับเล็กน้อยพลางเอ่ยว่า “องค์ชายจวิน” 

            “เหยียนเป่าหลิน ไม่สิ ตอนนี้ควรเรียกว่าเหยียนฉายเหริน” จวินอู๋เสียมิได้เผยความคิดออกมาแม้แต่น้อย เขาเพียงใช้สายตามองนางด้วยความสงสัย  

            เมื่อวานเขาเพิ่งวาดผีเสื้อสองตัว วันนี้นางปรากฏตัวออกมา 

            เสียงฝีเท้าเมื่อครู่ที่เข้ามาใกล้ เขาคิดว่าเป็นคนผู้นั้น ความลิงโลดในใจล้นทะลักออกมาอย่างอธิบายไม่ได้ จนกระทั่งพบว่าตนเองจำผิด ความผิดหวังแทบจะท่วมท้นตัวเขา 

            คำสัญญาเมื่อหลายปีก่อนเขาจดจำไว้ในใจแม่นยำมาโดยตลอด เขาไม่กล้าใช้กับนางในยามนั้น เพราะกลัวว่าหากมากเกินไปนางจะรำคาญ ดังนั้นเขาจึงยับยั้งชั่งใจครั้งแล้วครั้งเล่า 

            จนสุดท้ายก็ไม่เคยได้ใช้เลยสักครั้ง 

            หลังจากเกิดเรื่องกับตระกูลอวิ๋น และหลังจากได้ยินว่านางถูกซ่งอี้เฉินฆ่าตาย เขาก็ทนทุกข์มาเป็นเวลานาน 

            ครั้งหนึ่งในเมืองแห่งนี้เคยเป็นที่หลบภัยของเขา 

            ตระกูลอวิ๋นสูญสิ้น อนาคตของเขาก็ปลิวไปกับสายลมเช่นกัน ทว่าจวินอู๋เสียในยามนั้นกลับไม่ได้ทุกข์ทรมานเพราะสิ่งนี้ 

            เขาไม่สามารถเห็นเงาร่างของนางอีกต่อไป ไม่ได้ยินเสียงนาง แม้กระทั่งข่าวคราวของนางก็กลายเป็นเรื่องต้องห้ามในวัง 

            นางตายแล้ว ตายในสนามรบ ทว่าในใจเขากลับเกิดความเพ้อฝันขึ้น  

            นางจำคำสัญญานั้นได้หรือไม่? หากจำได้ หลังจากเห็นผีเสื้อพวกนั้น นางจะเข้ามาในความฝันของเขายามหลับแล้วเติมเต็มคำสัญญาในตอนแรก แค่สักครั้งก็เพียงพอแล้ว 

            หนึ่งตัวไม่มี สองตัวไม่มี สามตัวเล่า? หรือสี่ตัว ห้าตัว...… 

            รูปผีเสื้อจำนวนมากอยู่ในศาลาทรุดโทรมแห่งนั้น ทว่าไม่มีสักตัวที่พานางเข้าสู่ห้วงความฝันของเขาได้ ปีกคู่แผ่วเบาจำนวนนับไม่ถ้วนกลายเป็นความลับที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจเขา 

            กระทั่งต่อมากลับกลายเป็นความเคยชิน  

            หลังจากวาดภาพเสร็จเขาก็ไปตามนัด ยืนอยู่ที่แห่งนั้น พูดสิ่งที่ตนเองอยากพูด ดื้อรั้นไม่หันกลับไป แสร้งทำเป็นว่านางยืนอยู่ด้านหลังฟังคำพูดเพ้อเจ้อของตนเอง 

            หากมีลมพัดโชยมาระลอกหนึ่ง เขาคิดว่านางน่าจะมาแล้ว  

            หากเป็นนกน้อยตัวหนึ่ง เขาก็คิดว่านางมาแล้วเช่นกัน  

            ทว่าในความเป็นจริงแล้ว…นางไม่เคยมาหาเลยสักครั้ง 



    เชิงอรรถ


    [1] จู้หรง หมายถึง เทพแห่งไฟ

    [2] ยามเหม่า หมายถึง เวลาเช้าตรู่ 05.00 – 06.59 น.


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185