เฉิงอิ้นอธิบายถึงสิ่งที่เขาคิดและฟังจากคำสารภาพของมือสังหาร"มือสังหารนางนั้นบังเอิญเห็นหนังสืองานสองแผ่นปกติพวกเขาไม่รับสังหารคนมากกว่าหนึ่งในวันเวลาไล่เลี่ยกันอีกแผ่นจึงตกไปอยู่ในมือผู้สังหารรายอื่น ข้าเค้นถามนางไปหลายรอบบนหนังสืองานระบุว่าเป็สกุลหลินทั้งสองแผ่นจริงขอรับ"
หลินหลานหรูนิ่งคิดไปครู่ใหญ่พลันหัวคิ้วขมวดชิดกันเรื่อยๆ
...เป็ผู้ใดที่อยากให้ข้าตายเป็ศัตรูที่คนของฮวาสิบสองกลีบสร้างไว้? ไม่ใช่กระมัง ผู้ใดจะรู้ถึงตัวตนของข้า
ถึงอย่างนั้นนางก็ตัดประเด็นเหล่านี้ทิ้งไม่ได้ไม่ใช่ว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานางทำหยกหายในบ่อนไม่ใช่หรือไรอาจมีใครรู้ถึงความเกี่ยวข้องของนางกับคนกลุ่มนี้แล้วก็ได้
แต่หากเป็ศัตรูของหลินหานฉีไฉนถึงคิดพุ่งเป้ามาที่นาง แล้วใครในสกุลหลินที่กำลังถูกหมายหัวเช่นกัน เฮอะ!มันผู้ใดที่คิดรนหาที่ตาย
เวลาต่อมาคิ้วหลินหลานหรูก็คลายออก"ปล่อยมือสังหารนางนั้นไป ให้นางไปรับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือจากนั้นเ้าตามดู อ้อ...ส่งคนจากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินแฝงเข้ามาในจวนให้ปลอมเป็บ่าวรับใช้ก็ได้ ที่ควรประกบมากหน่อยคืนท่านแม่ของข้า"
"ขอรับ"เฉิงอิ้นรับคำอย่างเคารพ
"คุณหนูเ้าคะ"เสี่ยวจูแทรกขึ้นหลังเดินเข้ามาในเรือนพร้อมกับสาวใช้อีกห้าหกคนซึ่งกำลังยกกล่องเครื่องเขียนพร้อมตำราเรียนหลายชุดเข้ามา
เวลานี้ด้านนอกฟ้ามืดสนิทแล้วส่วนฝนก็ซาลงจนเกือบหยุดตก ทว่าสภาพบ่าวรับใช้ที่ยกของเข้ามาเสื้อผ้าล้วนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน คงจะคิดเพียงว่าแค่ไม่ทำให้ของที่ยกมาเสียหายก็พอหากถูกหลินหลานหรูลงโทษด้วยเื่เครื่องเขียนเปียกน้ำจนเสียหายเสื้อผ้าพวกนางเปียกยังนับว่าดีกว่าหลายเท่า
"พวกเ้ายกสิ่งใดมา"หลินหลานหรูเพียงยืดตัวชะเง้อคอมองอยู่บนเก้าอี้น้ำเสียงยามเอ่ยติดจะรำคาญอยู่บ้าง
สาวใช้นางหนึ่งย่อกายคารวะ"เรียนคุณหนู ของเหล่านี้ฮูหยินเพิ่งสั่งให้บ่าวส่งมาเป็เครื่องเขียนพร้อมกับตำราเรียนเ้าค่ะ"
"เหตุใดต้องส่งมาของเดิมข้าก็ยังอยู่ เดือนก่อนก็ไม่ใช่เพิ่งส่งมาหรืออีกอย่างท่านอาจารย์ที่เคยสอนในจวนล้วนร่ำลากลับบ้านกันหมดแล้วจะมีก็แต่ท่านอาจารย์ฝูที่ยังพักอยู่ในจวนให้ข้าเอากระดาษกับพู่กันเรียนกู่ฉินหรือ ช่างบรรเจิดแท้"พูดไปพลางนางก็หัวเราะเบาๆ
สาวใช้ลอบเหงื่อตกไม่กล้ามองหน้าสบตาคุณหนู "เรียนคุณหนู เครื่องเขียนพร้อมตำราเรียนเหล่านี้เป็ชุดที่ฮูหยินเตรียมไว้สำหรับศึกษากับอาจารย์ท่านใหม่เ้าค่ะ"
"เฉาอัน?" หลินหลานหรูคาดเดาได้ทันทีและออกจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เดิมทีกำหนดเรียนเป็วันที่สิบเดือนสองนี่ก็ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว ยามนั้นนางป่วยทั้งยังไม่ได้ใส่ใจเลยลืมเื่นี้ไปเสียสิ้น พอสาวใช้เอ่ยถึงอาจารย์ท่านใหม่จึงนึกขึ้นมาได้
"คุณหนูกล่าวได้ถูกเ้าค่ะ"สาวใช้เห็นว่าสีหน้าของหลินหลานหรูดูจะสนใจอยู่บ้าง จึงพูดอีกว่า"ฮูหยินเห็นว่ากำหนดวันเดิมถูกเลื่อนออกไปอีกหนึ่งเดือนอีกทั้งบ่าวยังได้ยินมาว่าจวนท่านอาจารย์เฉาเกิดไฟไหม้จึงยังวุ่นวายกันอยู่ยิ่ง่ก่อนคุณหนูยังไม่หายป่วย ฮูหยินเลยไม่ได้ให้บ่าวแจ้งเื่นี้ให้คุณหนูทราบวันนี้มีเวลาถึงเพิ่งยกเครื่องเขียนกับตำราเรียนมาให้เ้าค่ะ"
บ่าวรับใช้พูดจบก็รีบร้อนนำของทั้งหมดไปวางบนชั้นเกรงว่าหากอยู่ในเรือนนานกว่านี้แล้วเอ่ยสิ่งใดไม่สบอารมณ์คุณหนูเข้าเมื่อถึงเวลาออกไปคงมีสภาพไม่สวยนัก
"คุณหนูควรทำดีกับบ่าวรับใช้บ้างนะขอรับ"เฉิงอิ้นเอ่ยได้สีหน้าเรียบเฉยอย่างที่สุดหลังมองส่งสาวใช้ทั้งหมดวิ่งหายออกจากเรือน เขาก็หันมามองนาง
เห็นสายตาของเฉิงอิ้นมองมาหลินหลานหรูพลันหลุดไอแค็กๆ
ก่อนหน้านั้นนางฝืนกลั้นเอาไว้ั้แ่เฉิงอิ้นเดินเข้ามาพอเขาเอ่ยประโยคนี้จึงรู้สึกคันคะเยอขึ้นมาในลำคอ แล้วก็ไอไม่หยุดนางจึงอดจะตำหนิเขาผ่านทางสายตาไม่ได้
จากนั้นหลินหลานหรูก็เอ่ยถามถึงสาเหตุของเื่นี้
"คุณชายเย่าขอรับ"เฉิงอิ้นตอบในทันที
"ไม่ใช่ตายแล้วหรือแล้วเกี่ยวข้องอันใดกับอาจารย์เฉา" นางไม่ใส่ใจกับคนที่ตายไปแล้วส่วนเื่ของเฉาอันก็แค่อาจารย์สอนหนังสือผู้หนึ่งสู้ตำราร้อยพิษในมือนางไม่ได้ด้วยซ้ำกระมัง
เฉิงอิ้นได้ยินเข้าก็อึ้งไปเล็กน้อยจึงถามกลับด้วยความประหลาดใจ "คุณหนูไม่รู้หรือขอรับ"
คราวนี้หลินหลานหรูถึงกับชะงักเอียงศีรษะเหล่มองเฉิงอิ้นคล้ายจะหาเื่
เฉิงอิ้นเก็บอาการประหลาดใจไว้อย่างรวดเร็วก่อนเล่าเื่ราวทั้งหมด"อาจารย์เฉาอันเคยสอนเหล่าคุณชายสกุลเย่า่หนึ่งในเจ้อเจียงจึงถือเป็ศิษย์อาจารย์กัน ครั้งนี้คุณชายเย่ามาเยือนหนานจิงส่วนหนึ่งเพื่อเยี่ยมเยียนเฉาอัน พร้อมถือโอกาสนี้เที่ยวเล่นไปด้วยและอีกส่วนก็เพื่อเดินทางกลับเมืองหลวงขอรับ..."
เฉิงอิ้นพูดถึงตรงนี้หลินหลานหรูก็คาดเดาต่อไปว่า "ดังนั้นเขาจึงพักในจวนสกุลเฉาเป็การชั่วคราวและบังเอิญข้าสั่งให้เ้าสังหารเขา อาจารย์เฉาจึงเลื่อนเวลาเปิดสำนักศึกษาออกไปที่เห็นว่าไม่ควรเกี่ยวก็เกี่ยวโยงกันเช่นนี้"
เฉิงอิ้นพยักหน้า
หลินหลานหรูถึงกับแย้มยิ้ม
นับเป็เื่ที่น่ายินดีครั้งนั้นเป็มู่หวังจงเอ่ยขึ้นมาหลินหานฉีกับจิวซื่อเลยพลอยเห็นดีเห็นงามให้นางเข้าเรียนไปด้วยหลังจากนี้คงต้องหาทางหลบเลี่ยงสักหน่อยแล้ว...นางไม่อยากเรียนหนังสือที่ตนเองอ่านจนขึ้นใจแล้ว
หลินหลานหรูเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างอารมณ์ดีใบหน้ามีรอยยิ้มสดใส ทว่าเวลาต่อมารอยยิ้มของนางก็แข็งค้างฉับพลัน "ไม่ถูก!ไม่ถูกแล้วกระมัง"
นางไม่พูดเปล่ายังะโลงจากเก้าอี้ พลางหอบผ้าห่มเดินเข้าใกล้เฉิงอิ้นแหงนหน้าเอ่ยถามเขาอย่างร้อนใจ ด้วยรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเกี่ยวกับฐานะคุณชายเย่าผู้นี้"เ้าสังหารเขาอย่างไร สังหารที่ใด เจอสิ่งผิดใดปกติหรือไม่"
เฉิงอิ้นมองคุณหนูอย่างอึ้งๆอีกเป็รอบที่สอง เพียงแต่ครั้งนี้ทำคนอึ้งรู้สึกกระตุกในใจเล็กน้อยกลัวนางจับพิรุธได้จึงพยายามเก็บอาการ ก่อนเอ่ยไปตามความจริง"ข้าไล่ตามพวกเขาจากจวนสกุลเฉาไปจนถึงถนนฝั่งทิศตะวันตกของเมืองจากนั้นก็ลงมือสังหารตามคำสั่งของคุณหนูขอรับ"
หลินหลานหรูนิ่งมองคนพูดอย่างจับผิดอีกฝ่ายก็จ้องนางกลับอย่างสงบนิ่งเช่นกัน สุดท้ายเป็นางที่ยอมล่าถอยแต่ก็ยังไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ กดน้ำเสียงให้ต่ำลง "ยามนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างเขาเอ่ยอะไรกับเ้าหรือไม่"
ครานี้เฉิงอิ้นถึงกับกระตุกวูบในใจแอบหลั่งเหงื่อเย็นโดยไม่รู้ตัว
หลินหลานหรูที่จ้องเขาอยู่ตลอดเห็นแวบหนึ่งที่แววตาของเขาแสดงให้รู้ว่ามีพิรุธ
"ยามนั้นเขาเพียงถามข้าว่าเหตุใดคุณหนูถึงไว้ใจข้า"นางยังจ้องไม่เลิก เฉิงอิ้นก็ยิ่งเกร็งขึ้นไปอีก "ข้าไม่ได้ตอบเขา"
"แล้วอย่างไรต่อ"
"เอ่อ... ไม่มีแล้วขอรับข้าเพียงเห็นว่าแต่ละคำที่คุณชายเย่าเอ่ยล้วนปลุกปั่นให้ข้าหักหลังท่านแล้วปล่อยเขาไปข้าไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนั้นนานจึงลงมือสังหารทันทีขอรับ"
"ศพเล่า?" นางยังไล่ซัก
"ข้าให้เงินเ้าของรถม้าที่คอยเก็บศพไร้ญาติซึ่งผ่านทางมาพอดี ช่วยเคลื่อนย้ายออกนอกเมืองในยามฟ้าสางขอรับ"
"ในเรือนของเขาเล่าเ้าจัดการหลักฐานทั้งหมดอย่างไร"
เฉิงอิ้นเกือบลืมหายใจเกร็งจนปวดต้นคอ "ข้าจุดไฟเผาเรือนหลังนั้นเพื่อทำลายร่องรอยที่อาจสาวมาถึงตัวคุณหนูเรียบร้อยแล้วขอรับ"
นางยังจ้องอยู่... โอ๊ย!
สำหรับหลินหลานหรูแล้วเฉิงอิ้นสงบนิ่งมาก ดูเยือกเย็นจนมองพิรุธใดไม่ออกแต่ละคำที่เอ่ยไม่ส่อให้เห็นถึงความผิดปกติใดในน้ำเสียงหรือนางอาจคิดไปเองว่าเขากำลังปิดบังเื่บางอย่างอยู่
แค็กๆ นางไอ
หลินหลานหรูเบี่ยงหน้าหันหลังให้เขาเอ่ยไปพร้อมกับไอแค็กๆ ว่า "ข้ากังวลว่าแม่ทัพเย่าจะเพ่งเล็งมาที่เ้าจนทำให้ข้าทำงานลำบาก ขาดเ้าก็เหมือนข้าขาดแขนขา"
กล่าวไปแล้วนางก็ลอบมองสีหน้าเฉิงอิ้นผ่านกระจกสำริดบนโต๊ะเครื่องแป้งริมหน้าต่าง
"คุณหนูวางใจขอรับข้าสังหารทุกคนที่พบเห็นข้าในจวนสกุลเฉาทั้งหมดรวมทั้งจดหมายที่คุณชายเย่าคิดส่งถึงคนสกุลเย่าด้วยขอรับ"
หลินหลานหรูเอี้ยวหน้ากลับ"จดหมายอะไร"
เพียงเวลาชั่วครู่เฉิงอิ้นที่เดินหายออกจากเรือนก็เดินกลับเข้ามาใหม่หลินหลานหรูเองก็หอบผ้าห่มเดินมาหยุดยังโต๊ะกลางห้องชั้นนอก เขาวางจดหมายลงบนโต๊ะ
แรกเริ่มเดิมทีจดหมายนี้เฉิงอิ้นคิดจะเผาทิ้งหลังกลับถึงจวนสกุลหลินในวันนั้นแต่ได้รับรายงานจากคนสำนักคุ้มภัยหนานเหรินที่ย้อนกลับมาเก็บกวาดข้าวของที่พังกระจายภายในเรือนว่าพบมือสังหารดังนั้นเฉิงอิ้นจึงได้ตามออกไป ด้วยความเร่งรีบแม้แต่เสี่ยวจิงยังเกือบจะชนนาง จดหมายนี้เขาจึงลืมไปเสียสนิทภายหลังนึกออกจึงเก็บไว้ในเรือนก่อน
'สกุลเย่า เจ้อเจียง' นั่นคือข้อความที่เขียนไว้บนซองกระดาษหลินหลานหรูใคร่ครวญในใจเล็กน้อยก็หยิบซองขึ้นมา
"หนัก?" คือความรู้สึกแรกที่ััได้จากซองจดหมายสายตาของหลินหลานหรูจึงเหล่มองเฉิงอิ้น เขายังสงบนิ่งเช่นเดิม
หลินหลานหรูจึงหันมาเปิดซองกระดาษวัตถุหนาหนักคล้ายแผ่นป้ายร่วงลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงนางหยิบแผ่นเหล็กสีดำขนาดเท่าฝ่ามือเด็กขึ้นมา คาดเดาว่านี่คงเป็"ตราคำสั่งทหาร? เ้าไม่ได้สังเกตถึงน้ำหนักจดหมายนี่หรือ"
เฉิงอิ้นส่ายหน้า"ข้าเพียงเห็นว่าไม่มีประโยชน์อันใดจึงไม่ได้ใส่ใจขอรับ"
จะว่าไปแล้วก็เหมือนกันทั้งนายทั้งผู้ติดตาม...ไม่ใส่ใจ
หลินหลานหรูคลี่กระดาษอีกแผ่นที่แนบมาพร้อมออกนางถึงกับเบิกตาโพลง สองมือวางยันพื้นโต๊ะด้วยความขบขัน ไหล่เล็กๆไหวขึ้นลงอย่างน่ารัก หัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนเฉิงอิ้นมองอย่างงุนงง"คุณชายเย่าวาดภาพได้ห่วยแตกยิ่ง"
"ภาพอะไรหรือขอรับ"
นางยังหัวเราะไม่หยุดคำพูดที่เอ่ยจึงเจือเสียงหัวเราะ พลางยื่นกระดาษให้เขา "ข้ามองไม่ออก"
เฉิงอิ้นรับมาลายเส้นสีดำบนกระดาษยุ่งเหยิงราวกับเศษฟางก็มิปาน ยื่นไปใกล้แสงเทียนให้ภาพชัดพลิกหมุนเพื่อมองหลายๆ มุมก็แล้ว ยังมองไม่ออกว่าเป็ภาพอะไร จึงเผลอหลุดปากไปว่า"เห็นทีคงต้องถามเ้าตัวเองแล้วกระมังขอรับ"
เฮือก!
ในห้องถึงกับเงียบงันลงทันควันแทนที่ด้วยสีหน้าเ็าและสายตาที่พร้อมจะแช่แข็งคนมองสบให้สลบคาที่ได้ทุกเมื่อหลินหลานหรูหยุดหัวเราะแล้ว
เฉิงอิ้นก็รู้ตัวว่าถูกจับพิรุธได้แล้วเช่นกันจึงเอ่ยเปลี่ยนเื่ฉับพลัน "เหตุใดคุณหนูถึงคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องหรือขอรับ"
ช่างกู้สถานการณ์กลับได้รวดเร็วได้ผล... แววตาหลินหลานหรูไหวไปมาเล็กน้อยสายตาเย็นยะเยียบของนางเมื่อครู่ก็พลอยลดความกดดันลงไปด้วย
นางมองป้ายเหล็กสีดำในมืออีกครั้งถึงอย่างนั้นก็ยังแคลงใจคำพูดประโยคเมื่อครู่ของเฉิงอิ้นอยู่ แต่ยังไม่เอ่ยถามรอคิดบัญชีในครั้งเดียว จากนั้นก็พลิกมองแผ่นป้ายไปอย่างสนใจ
นี่ไม่ใช่ป้ายคำสั่งลับเฉพาะทหารองครักษ์เงาหรอกหรือ หลินหลานหรูยิ้มเยาะ เฉิงอิ้นสังหารบุตรชายแม่ทัพได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น?
เดิมทีป้ายคำสั่งเช่นนี้หากไม่ใช่แม่ทัพใหญ่ก็คงถือครองกันง่ายๆไม่ได้กระมังก่อนหน้านั้นนางมัวแต่ระแวงว่าเขาจะกลับชาติมาเกิดเหมือนนางจึงไม่ได้เอะใจถึงเื่ฐานะที่แท้จริงของเขาหากเฉิงอิ้นไม่เล่าว่าคุณชายเย่ากำลังจะกลับเมืองหลวง นางคงไม่ฉุกคิด
มาลองใคร่ครวญดูแล้วคุณชายเย่าผู้นี้ถูกเลี้ยงดูมาในจวนแม่ทัพ มีทหารคอยติดตามคุ้มกันกลับเมืองหลวงก็สมเหตุสมผลอยู่ส่วนเื่จำนวนทหารมากหรือน้อยนั้นยังต้องหาเหตุผลมารองรับอีกที
เพียงแต่ว่าป้ายคำสั่งนี้ไม่ใช่ใครก็สามารถมีได้จึงคิดเป็เพียงอย่างเดียวว่าเย่าเสวี่ยเฟิ่งก็คือโอรสของฮองเฮาที่เป็น้องสาวแท้ๆ ของแม่ทัพเย่ามีแต่ฐานะองค์ชายถึงจะมีป้ายคำสั่งเช่นนี้ได้
ส่วนเื่ที่ว่าเหตุใดเขาถึงไม่อยู่ที่เมืองหลวงแต่กลับมาโผล่ที่นี่ ทั้งยังถูกเลี้ยงดูมาในจวนแม่ทัพ นางเองก็สุดจะรู้
ดังนั้นจดหมายฉบับนี้ถูกทิ้งไว้เพราะความบังเอิญหรือจงใจไม่อาจแน่ชัด หาก้าให้ถึงมือนางไม่ว่าจะเขียนระบุตรงถึงนางหรือเขียนถึงสกุลเย่าเฉิงอิ้นย่อมเก็บกลับมาทั้งสอง แต่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือหากระบุชื่อนางคงไม่รอเวลาให้ผ่านมานานขนาดนี้เฉิงอิ้นย่อมส่งให้นางกับมือทันทีที่พบ
หวังว่าคุณชายเย่าจะไม่มีแผนใดซ่อนอยู่หรือหากบังเอิญเฉิงอิ้นไม่พบจดหมายนี้เข้า ท้ายที่สุดแล้วถึงมือแม่ทัพเย่าก็เป็ที่รู้กันว่าตราคำสั่งไม่อยู่กับเ้าของ เช่นนั้นเ้าของก็มีอันเป็ไปในภาพวาดแผ่นนั้นจะใช่สารลับเฉพาะพวกเขาหรือไม่ถ้าให้นางวิเคราะห์เส้นยึกยือเหล่านี้ อ๊า! ...ขอตายดีกว่า
ทว่าเย่าเสวี่ยเฟิ่งฉลาดพอควรเขาย่อมคาดไว้แล้วกระมังว่าเรือนจะถูกเผ่าและคงคาดไว้แต่แรกอีกแล้วเช่นกันว่าจดหมายนี้ต้องถึงมือนางไม่อย่างนั้นจะมีเหตุผลใดที่เขาไม่เรียกใช้องครักษ์เงาที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีให้คอยอารักขาบรรดาเชื้อพระวงศ์โดยเฉพาะ กลับกันเขาเลือกจะทิ้งป้ายไว้
ไม่แน่ว่าเื่การหายตัวไปของเขายังเงียบอยู่ก็เป็สิ่งที่เขาควบคุมไว้หมดแล้ว จะมีจดหมายอีกฉบับซ่อนอยู่หรือไม่นั้นผู้ใดจะรู้ได้ เฉิงอิ้นก็เผาเรือนหลังนั้นไปแล้วด้วย
ดังนั้นเขาไม่ยอมใช้ตราคำสั่งรักษาชีวิตตัวเองแต่กล้าเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อให้ป้ายนี้ถึงมือนาง ท้ายที่สุดแล้วเขา้าสิ่งใดหรือแค่เพราะให้นางไว้ชีวิตเขาน่ะหรือ
ฉะนั้นั้แ่ต้นจนจบเขาคิดใช้ฐานะองค์ชายอันสูงส่งมาแลกกับการให้นางไว้ชีวิตถ้าเช่นนั้นก็นับว่าเขาวางเดิมพันได้ถูกฝังแล้ว
สิ่งเดิมพันครั้งนี้ถูกใจนางจริงๆเพียงแต่นางยังระแวงเขาอย่างไรก็ยังคงเป็เช่นนั้น"เขาขอให้เ้าทำสิ่งใด"
เฉิงอิ้นชะงักแต่ก็คาดไว้แล้วว่าคุณหนูต้องมองออก แค่รอให้ความคิดของนางตกผลึกเท่านั้นจึงเอ่ยตอบไปตามจริง "คุณชายเย่ารู้ว่าไม่ว่าอย่างไรคุณหนูก็คงต้องสั่งเก็บเขาอีกครั้งและไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องสังหารเขา จึงขอให้ข้าอย่าลงกระบี่ซ้ำปล่อยให้โชคชะตาเป็ผู้กำหนดขอรับ"
"ไร้สาระปล่อยให้ผ่านมานานขนาดนี้... จริงสิ" หลินหลานหรูเพิ่งกระจ่างเหตุใดบนนั้นถึงเขียนระบุว่าเป็สกุลเย่าหากเขาคิดจะส่งจดหมายนี้ให้ถึงมือนางทั้งหมดนี้ก็เพื่อรอเวลานี้อย่างไรล่ะ
เพื่อรอเวลาให้ข้าเอ่ยถึงเื่นี้ขึ้นมาเองถึงตอนนี้ข้าย่อมให้น้ำหนักเื่ผลประโยชน์มากกว่าความระแวงที่ไม่สมเหตุสมผลอีกอย่างหากคนจะหนีก็หนีไปไกลแล้ว เ้าเล่ห์หนัก
กระนั้นนางก็อยากจะหยั่งเชิงดูสักหน่อยจึงได้ถามเฉิงอิ้นประโยคนี้ "เ้ารู้นานแล้วว่าเขาอยู่ที่ใด"
เฉิงอิ้นก้มหน้าเล็กน้อยรับรู้ถึงความไม่พอใจของคุณหนูได้อย่างชัดเจนแม้น้ำเสียงของนางจะยังคงเรียบนิ่งก็ตามที"ข้าเพิ่งทราบเมื่อไม่กี่วันก่อนขอรับ"
"เฮอะ!" นางแค่นเสียงขึ้นจมูกเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน "นั่นก็คือสิ่งที่เขาขอไว้กับเ้าด้วยงั้นรึ?"
"..." ไม่ตอบ
"เช่นนั้นรถม้าเก็บศพคันนั้นเ้าก็จงใจส่งเขาออกนอกเมืองเพื่อหลบสายตาข้า"
ในใจเฉิงอิ้นรู้สึกหวั่นเล็กน้อย"เดิมเป็เช่นนั้นจริงขอรับภายหลังข้ารู้มาว่าเ้าของรถม้าเก็บศพไม่ทันนำคนออกไปร่างคุณชายเย่ากับผู้ติดตามก็หายไปแล้วขอรับข้าจึงสืบหาและพบว่าพวกเขาอยู่ที่ใด"
"ดี... ดียิ่งเ้าช่างภักดีต่อข้านัก!" นางได้แต่บันดาลโทสะเงียบๆ
เฉิงอิ้นคุกเข่าข้างหนึ่งลงเร็วไวก่อนเอ่ยขออภัยพร้อมรับโทษจากคุณหนู
"ลงโทษเ้า? ข้ามีเหตุผลใดให้ต้องลงโทษเ้าเ้าสังหารคนไปแล้วก็นับว่าทำตามคำสั่งของข้าลุล่วง ยังจะมีเหตุผลใดเอาผิดเ้าหากว่าเ้าไม่ลงมือแล้วปล่อยไปเฉยๆ นั่นจึงเรียกว่าผิด เ้าทำเช่นนั้นหรือไม่เล่า"
เฉิงอิ้นหลุบตามองพื้น
รอจนหลินหลานหรูควบคุมโทสะในใจให้สงบลงแล้วจึงเอ่ยสรุปในที่สุด "เอาเถอะ ข้าจะให้โอกาสเขาสักครั้งหากเขาคลายความสงสัยในใจข้าไม่ได้ ก็สังหารอีกรอบจะเป็ไรไปแต่ถ้าหากไม่ใช่อย่างที่ข้าระแวง ก็นับว่าการเอาชีวิตมาเสี่ยงเป็เดิมพันครั้งนี้ของเขาคุ้มค่าแล้วทั้งข้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากฐานะของเขาได้"
จากนี้หลินหลานหรูยังต้องกลับเมืองหลวงต้องรับมือกับหลินหลานหย่าผู้นั้น ยังมีฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลินด้วยอีกคนฟังจากที่จิวซื่อเล่าแล้ว ยายแก่นางนี้เผด็จการนัก หากไม่ระวังอาจถูกพวกเขารังแกจนใช้ชีวิตลำบาก
กับแค่ฐานะบุตรบุญธรรมสกุลหลินนางจะสู้อะไรได้ลำพังแค่ความรักที่หลินหานฉีมีให้ก็ไม่รู้ว่าจะพานางรอดไปได้สักกี่น้ำไร้ประโยชน์สิ้นดี หากต้องพัวพันกับอำนาจในวังอย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขได้ ถ้าเช่นนั้นก็บุกตะลุยมันให้เละไปเลย
ก่อนอื่นนางต้องสร้างฐานอำนาจไว้ต่อกร...เย่าเสวี่ยเฟิ่งก็ค่อนข้างเหมาะทีเดียว
"คุณหนูจะใช้วิธีใดคลายความสงสัยในตัวคุณชายเย่าหรือขอรับ"เฉิงอิ้นรู้สึกกังวลแทนยิ่ง
หลินหลานหรูโน้มตัวลงหยิบผ้าห่มบนพื้นมาห่อไหล่ก่อนเอ่ย "ก็มีอยู่วิธีเดียวไม่ใช่หรือ ทรมานให้พูดความจริงอย่างไรล่ะ"
เฉิงอิ้นเคยเห็นหลินหลานหรูทรมานผู้อื่นเพื่อเค้นความจริงมาแล้วจึงรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทั่วร่างตามด้วยขนลุกซู่เมื่อนึกถึงความเ็ปที่ต้องได้รับ
จากนั้นภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบนานทีเดียวเสียงฝนซ่าดังกระทบหลังคาลงมาอีกห่าใหญ่
หลินหลานหรูจู่ๆก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง มือเขี่ยแผ่นป้ายบนโต๊ะไปมาแสงเทียนในห้องส่องให้เห็นเรียวคิ้วเล็กๆ ของนางขมวดแล้วก็คลาย
ผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา[1] นางก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามเฉิงอิ้นที่ยังคงคุกเข่า ราวกับพึ่งนึกเื่นี้ขึ้นมาได้"เป็ผู้ใดให้ที่ซ่อนคุณชายเย่า"
เฉิงอิ้นเลิกคิ้วสูงคล้ายตามอารมณ์ของคุณหนูไม่ทัน จากนั้นจึงเอ่ย "เหลยเมี่ยวขอรับ"
เอ๋? หลินหลานหรูถึงกับอ้าปากค้างด้วยคาดไม่ถึงชั่วอึดใจให้หลังนางก็แหงนหน้าตะเบ็งเสียงอย่างไม่พอใจ"ตาแก่เหลยเมี่ยว!!!!!"
ตะเบ็งเสียงแล้วก็กระชับผ้าห่มสีน้ำเงินเดินดุ่มๆไปทางประตูเรือน
"ไปไหนหรือขอรับ"
"ไปตีหัวตาแก่เฒ่า!"
เฉิงอิ้นลุกพรวดขึ้นยืนดึงผ้าห่มเพื่อหยุดหลินหลานหรูแทบไม่ทัน
"อ๊ะ! เ้าปล่อยข้า"
"ท่านง่วงมากแล้วกระมังขอรับเลอะเลือนใหญ่แล้ว ข้างนอกฝนตกอยู่ จะออกไปตอนนี้ได้อย่างไร"
"เฉิงอิ้น! เ้าดึงผมข้า!"
เฉิงอิ้นปล่อยมือเร็วจี๋เอ่ยประโยคติดปากว่า "ขออภัย"
__________________________
[1] หนึ่งถ้วยชาเป็คำเปรียบหมายถึง่เวลาที่สั้นมาก บางตำรากล่าวว่าเทียบได้กับเวลาประมาณ 10-15 นาที