“เ้าอยากรู้สิ่งใด”
“แล้วท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าท่านเป็ใครเ้าคะ”
“ข้ามีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน 6 คน ข้าเป็บุตรชายคนที่ห้า และน้องหกเป็น้องชายร่วมมารดาของข้า”
“อย่างนั้นก็แสดงว่าบิดาของท่านต้องเป็คนมีฐานะคนหนึ่งสินะเ้าคะ ไม่เช่นนั้นจะมีภรรยาหลายคนได้อย่างไร” หลิวจางิ่ทำท่านับนิ้วขณะที่พูด
“มีฐานะอย่างนั้นหรือ” ฉู่อันยิ้มเมื่อได้ยินนางวิเคราะห์ถึงพระบิดาของตน
“แล้วอย่างไรต่อเ้าคะ” จางหลิวิ่ยังซักต่อ
“ในเมื่อความลับอันยิ่งใหญ่ของเ้า เ้ายังบอกให้ข้ารู้ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ปิดบังตัวตนของข้าต่อเ้า” ฉู่อันเว้นจังหวะเพื่อดูท่าทางของนาง “แม้แต่ขุนนางใหญ่เมื่อพบบิดาของข้า พวกเขายังต้องคุกเข่าลง”
“ท่า...ท่านหมายถึง บิดาของท่านคือฮ่องเ...”
ฉู่อันรีบเอามือไปปิดปากหลิวจางิ่ไว้ก่อนที่นางจะพูดคำนั้นออกมา
“เป็อย่างที่เ้าคิด” ฉู่อันปล่อยมือหลังจากที่เห็นนางพยักหน้าเข้าใจ
“ท่านบอกว่าท่านเป็บุตรชายคนที่ห้า ท่านก็คือองค์ชายห้าหรือเ้าคะ” หลิวจางิ่ลดเสียงเป็กระซิบถามทั้งที่ยังไม่คลายความใ
ฉู่อันพยักหน้ายิ้มตอบหลังจากเห็นอาการใของนาง เพราะนางไม่แต่งหน้าเข้มจัดเหมือนแต่ก่อน ทำให้เวลานี้เขามองเห็นใบหน้าของนางได้ชัดขึ้น เขาพบว่านางเป็หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามคนหนึ่ง วงหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโต จมูกโด่งรับกับใบหน้า มีลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้มทั้งสองข้าง ทำให้รอยยิ้มของนางแลดูอ่อนหวานน่ารักเป็อย่างยิ่ง
หลิวจางิ่ได้ฟังคำตอบของเขา สีหน้าที่แสดงความใเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็ใบหน้าวิตกกังวลเข้ามาแทนที่
“เ้าเป็อะไรไป เหตุใดจึงทำสีหน้าเช่นนั้น”
“หากท่านคือองค์ชาย ต่อไปท่านก็จะต้องกลับไปอยู่ในที่ของท่าน” หลิวจางิ่ลังเล “แล้วข้ากับเฟยหรงจะเป็อย่างไรต่อไปหรือเ้าคะ”
หลิวจางิ่ไม่รู้จะบอกว่าตนเองโชคดีหรือโชคร้าย จากที่เคยคิดเล่นๆ ว่าทะลุมิติมาครานี้หากโชคดีคงได้สามีเป็ท่านอ๋อง แต่พอเื่ที่เคยสมมติไว้ดูเหมือนจะเป็เื่จริงขึ้นมา มันกลายเป็ความกลัดกลุ้มเข้ามาแทนที่
“หากท่านเป็องค์ชายจริงๆ ข้าซึ่งเป็เพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งคงไม่เหมาะสมและไม่อาจเอื้อมกับตำแหน่งภรรยาหรือพระชายาของท่านหรอกนะเ้าคะ อีกประการหนึ่งคือเวลานี้ข้าก็เป็เพียงคนอื่นที่เข้ามาอาศัยในร่างของผู้หญิงคนนี้เท่านั้น ข้าไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับท่านเลยเ้าค่ะ”
“ข้าเคยบอกเ้าไปแล้วว่าเ้าคือหลิวจางิ่ เ้าเป็มารดาของฉู่เฟยหรง เ้าเป็ภรรยาของฉู่อันคนนี้ และข้าเป็สามีของเ้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้” ฉู่อันพูดอย่างเอาแต่ใจ
“แต่ข้ากับท่านจะอยู่ด้วยกันเหมือนคนแปลกหน้าไปอย่างนี้หรือเ้าคะ”
“เ้า้าจะสื่อความว่าอย่างไรกันแน่”
“เอ่อ...ในเมื่อท่านไม่เคยคิดอะไรกับข้าหรือแม้แต่กับเ้าของร่างเดิม แล้วท่านจะรั้งความสัมพันธ์ของเราไว้ทำไมหรือเ้าคะ ในอนาคตท่านอาจจะเจอกับคนที่เหมาะสมกว่าข้า และอาจจะมีสตรีที่เหมาะสมมากกว่าข้าอีกมากมาย”
เมื่อครั้งที่นางยังเป็เพียง 'ช้อย' เด็กสาวที่ทำงานในบ้านเ้านาย นางเห็นมาตลอดว่าบ้านที่มีภรรยาหลายคนนั้นไม่อาจหาความสงบในบ้านได้เลยสักวัน จนต่อมานางกลายเป็ 'เมธาวี' และเติบโตมากับค่านิยมเื่ผัวเดียวเมียเดียว เช่นนั้นจะให้นางทำใจได้อย่างไร ด้วยสถานะของเขาและประเพณีของเขา เขาสามารถมีได้ทั้งพระชายา พระชายารอง อนุ หรือแม้แต่สาวใช้อุ่นเตียง แค่คิดว่าหากนางกับเขาเกิดรู้สึกดีและมีความรักต่อกันขึ้นมาจริงๆ นางจะทนให้เขามีภรรยาคนอื่นได้อีกหรือ
“เ้ากังวลเื่ที่ข้าจะมีหญิงอื่นนอกจากเ้าหรือ”
“ด้วยฐานะของท่าน เื่นี้เป็ไปได้อย่างมากเ้าค่ะ”
“ด้วยสาเหตุที่ยังไม่เกิดนี้ เ้าจึงคิดที่จะไปจากข้า และหย่ากับข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่”
“ข้าทำเพื่อท่านนะเ้าคะ เวลานี้ยังไม่มีใครรู้เื่ของเรา ข้ากับเฟยหรงสามารถย้ายไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกข้าได้ ข้ามีความรู้ติดตัว ข้าเลี้ยงดูเขาได้เ้าค่ะ”
“เ้าคิดว่าหากข้ากลับไปในที่ของข้า แล้วข้าจะทิ้งเ้ากับเฟยหรงหรือ เ้าเลิกคิดเื่พวกนี้ได้แล้ว มันไม่มีทางเกิดขึ้น” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็ข้าไม่ใช่..” นางกำลังจะพูดตอบเขา แต่ถูกบางอย่างปิดกั้นเอาไว้
ฉู่อันเดินเข้าไปประชิดตัวแล้วโน้มใบหน้าเข้าหานางปิดกั้นคำพูดจากปากของนางเอาไว้ หลิวจางิ่อยู่ในอาการตกตะลึงค้างอยู่อย่างนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธและหลบเลี่ยงการกระทำของเขา ส่วนฉู่อันมันเป็ความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้นในหัวของเขา เขาทนฟังไม่ได้ที่ว่านางจะไม่อยู่กับเขา จะไปจากเขา หรือไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา
“ท่านทำอะไรเ้าคะ” หลิวจางิ่ถามด้วยความโกรธหลังจากได้ที่ได้สติกลับมา
“เ้ายังจะพูดออกมาอีกหรือไม่ว่าจะไม่อยู่กับข้า และจะพาลูกไปจากข้า”
“ก็ท่าน...ข้ากับท่าน” หลิวจางิ่หายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบอารมณ์ นางไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาการได้อยู่กับเขาทำให้นางรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และมีความสุข “ข้ากับท่านฐานะต่างกันมากเกินไป และถึงแม้ร่างกายนี้กับท่านจะมีลูกด้วยกันแล้ว แต่ความรู้สึกข้างในล่ะเ้าคะ ความรู้สึกของท่านที่มีต่อข้า ท่านตอบข้าได้หรือไม่”