ตอนที่ 2 ฮอร์วิทซ์ (1)
ฮอร์วิทซ์ไม่ได้เกิดจากตระกูลมีชื่อเสียง เขาเป็ลูกชายคนโตจากครอบครัวพ่อค้าธรรมดาๆ ในเมืองหลวง มีน้องชายน้องสาวมากมาย แต่บางคนไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเืกับเขาเพราะผู้ปกครองต่างก็แต่งงานใหม่กันทั้งคู่ ต่างคนต่างหอบลูกติดจากการแต่งงานครั้งก่อนมาอยู่ด้วยกันในบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง
คุณพ่อของเขาเป็โอเมก้าระดับ A ที่แม้ร่างกายจะผอมบางแต่มีนิสัยหนักแน่น เกิดจากครอบครัวพ่อค้าเหมือนกัน เพียงแต่การแต่งงานครั้งแรกไม่ค่อยราบรื่นนักจึงมักทะเลาะกับอัลฟ่าขี้โมโหซึ่งเป็คุณพ่อแท้ๆ ของเขาเป็ประจำ ภายหลังจึงพาเขากับน้องสาวอีกสองคนหนีออกจากบ้านจนมาพบกับพ่อเลี้ยงของเขาซึ่งเป็เบต้าอบอุ่นจิตใจดีคนหนึ่ง อีกฝ่ายเป็เ้าของโรงงานผลิตอาหารที่ทำเงินได้ไม่มากนัก เ้าตัวเองก็ไม่ลงรอยกับอดีตภรรยาจนต้องเลิกราเช่นเดียวกัน เพราะโดนดูถูกว่าหัวอ่อนเกินไปจึงหย่าร้างกับอีกฝ่ายและอยู่กับลูกฝาแฝดชายหญิงกับลูกชายแสนซนอีกสองคน สุดท้ายก็มาแต่งงานใหม่กับคุณพ่อของเขาและให้กำเนิดน้องสาวคนสุดท้อง
หลายปีก่อนสมัยที่ยังไม่ได้พบกับพ่อเลี้ยง เพราะความเป็โอเมก้าของคุณพ่อ ตัวเขาที่ยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะจึงถูกบังคับให้ต้องกลายเป็หัวหน้าครอบครัวเพื่อปกป้องทุกคน จนกระทั่งพ่อเลี้ยงปรากฏตัวเขาถึงได้ปลดเปลื้องจากภาระนี้ และเมื่อพิจารณาสถานการณ์การเงินแล้ว เขาจึงตัดสินใจสมัครเป็ทหาร คุณพ่อกับพ่อเลี้ยงต่างรักเด็กๆ ทุกคนในบ้านเหมือนลูกตัวเอง เพียงแต่มีเด็กเยอะเกินไป ทำให้การเงินของทางบ้านที่เดิมทีก็ไม่ได้ดีอะไรอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
ความยากจนข้นแค้นทำให้ฮอร์วิทซ์ได้เห็นเองกับตาว่าระบบชนชั้นของประเทศนี้มันเน่าเฟะ และชนชั้นสูงนั้นน่ารังเกียจเพียงใด
น้องชายคนหนึ่งของเขาต้องมาตายจากอุบัติเหตุเพียงเพราะถูกชนชั้นสูงที่แค่ข้อเท้าแพลงแย่งห้องรักษา ทำให้ขาดใจตายก่อนที่หมอจะได้ดูอาการ ถ้าตอนนั้นมีเตียงว่างสักหลังคงไม่ต้องเป็แบบนี้ นับแต่นั้นเขาก็เคียดแค้นชนชั้นสูงเข้าไส้ อาศัยความดีความชอบทางการทหารไต่เต้าขึ้นมา จนในที่สุดก็ทำให้ชนชั้นสูงพวกนั้นต้องไว้หน้ากันบ้าง ต่อให้นึกดูถูกแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ทว่าสุดท้ายเขาก็ยังต้องแต่งงานกับชนชั้นสูงอย่างเสียไม่ได้เพื่อรักษาทุกอย่างที่พยายามสร้างมา ช่างน่าขำและน่าเศร้า เขาอุตส่าห์ไต่เต้ามาจนถึงตำแหน่งนี้ แต่แค่คำพูดประโยคเดียวของจักรพรรดิผู้เลอะเลือนก็สามารถตัดสินชีวิตของเขาได้
แล้วแบบนี้จะให้เขาเชื่อใจหรือชมชอบมูนี่ย์ได้อย่างไร
โอเมก้าคนนี้ผิวกายขาวผ่อง ทั่วทั้งตัวดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ช่างแตกต่างจากน้องสาวคนสุดท้องผู้เป็ที่รักของเขา ที่ถึงแม้ทุกคนจะสรรหาของที่ดีที่สุดมาให้ แต่คนธรรมดาสามัญ ต่อให้ประคบประหงมอย่างไรก็ยังห่างชั้นจากชนชั้นสูงที่กินหรูอยู่สบายใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย
ระบบชนชั้นช่างเป็แิจากยุคเก่าที่น่าสะอิดสะเอียน เหมือนกับการแบ่งแยกเพศในสังคมไม่มีผิด
ในหัวผุดภาพวันนั้นที่เขาเกือบหักคอบอบบางนั่นกับมือ ฮอร์วิทซ์พลันเกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“ท่านนายพล คุณมูนี่ย์รออยู่ข้างนอกมาสักพักแล้วนะครับ” เบนสัน คนที่เป็ทั้งเลขาฯ และผู้ช่วยส่วนตัวของเขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ท่านคิดจะ...”
ฮอร์วิทซ์ก้มมองนาฬิกาแวบหนึ่ง วันนี้เดิมทีเขามีงานเลี้ยงที่ต้องไปเข้าร่วม ตอนออกจากบ้านเลยบอกมูนี่ย์ไปว่าให้มารอที่นี่ พวกเขาต้องไปร่วมงานด้วยกัน แต่หลังประชุมเสร็จ เขาที่เพิ่งจะเตรียมหยิบเสื้อโค้ตกลับได้รับแจ้งว่างานเลี้ยงถูกยกเลิก
ส่วนมูนี่ย์ เ้าคนที่เป๊ะเื่เวลาจนแทบคลั่งนั่นแน่นอนว่าต้องมารอเขาที่ห้องรับรองแขกล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงแบบไม่มีขาดเกินไปแม้แต่นาทีเดียว
“ให้เขารอไป” ฮอร์วิทซ์ปัดมือ ไม่แม้แต่จะปิดบังความเกลียดชังของตัวเอง
คนที่ติดตามเขาย่อมมีความคิดไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่ล้วนไม่พอใจชาติกำเนิดของมูนี่ย์กันทั้งนั้น เบนสันได้ยินแบบนั้นก็ทำแค่หลุบตาลง วางเอกสารแล้วถอยออกไปอย่างนอบน้อม
“เรามาดูกันต่อที่เคสนี้ค่ะ เื่นี้มาจากท่านผู้ชมทางบ้านนะคะ จดหมายโดยคุณ ‘A ผู้ดุดันไม่เกรงใจใคร’ จดหมายฉบับนี้พูดถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเกี่ยวกับโอเมก้าท่านหนึ่งที่ถูกทำสัญลักษณ์แล้ว โดยโอเมก้าท่านนี้ได้ถูกอัลฟ่าที่มีระดับสูงกว่าคู่สมรสของตัวเองทำร้ายระหว่างทางกลับบ้าน ซึ่งสุดท้ายศาลกลับตัดสินยกฟ้อง โดยเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดระลอกคลื่นตามมา ดูเหมือนว่าจะทำให้โอเมก้าจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ ตัวแทนของกลุ่มความเท่าเทียมทางเพศออกมากล่าวว่า ‘นี่เป็การล่วงละเมิดทางเพศซึ่งขัดกับกฎหมายสมรส หวังว่าศาลจะกลับคำพิพากษา และเปิดให้มีการพิจารณาคำตัดสินใหม่อีกครั้ง
“คุณ ‘A ผู้ดุดันไม่เกรงใจใคร’ กล่าวว่าคำตัดสินนี้เป็การคืนความยุติธรรมแก่อัลฟ่าทั้งหลายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่โอเมก้าบางกลุ่มก็ยังมิวายออกมาดิ้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าคนอื่นๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้าง
“วันนี้พวกเราได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์จากราชวิทยาลัยหลวง มาแสดงความคิดเห็นให้พวกเรารับฟังกันค่ะ”
เสียงหวานใสของพิธีกรที่แฝงอารมณ์เหน็บแนมดังแว่วมา กิลสันชะงักเล็กน้อย เขาลุกไปนั่งตรงขอบหน้าต่างก่อนจะหรี่ตาลง สูบบุหรี่ไปพร้อมกับฟังคลื่นกระจายเสียงที่กำลังถ่ายทอดความคิดเห็นอันน่ายกย่องของ ‘ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์’ คนนั้น
“เพราะแบบนี้พวกเราถึงได้ร้องขออยู่ตลอดว่า โอเมก้าที่ไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงาน กรุณางดออกจากบ้านยามวิกาล ์เป็ผู้กำหนดพันธุกรรม เป็สัญชาตญาณของอัลฟ่าที่อยากจะขย้ำโอเมก้า บางทีโอเมก้าท่านนั้นอาจจงใจยั่วยวนก็ได้นี่ คนที่แต่งงานแล้วออกมาเตร็ดเตร่ข้างนอกตอนกลางคืนน่ะเป็สิ่งที่ผิดอยู่แล้ว เขาถูกทำร้ายแต่ไม่ขอความช่วยเหลือแล้วยังจะไปโทษอัลฟ่าคนนั้นอีก เขาไม่คิดจะพิจารณาตัวเองก่อนเลยเหรอว่าในเวลาแบบนั้นเนี่ยทำไมถึงออกไปเพ่นพ่านข้างนอก...”