“เฮ้ย! ฉินหลินที่หลังไม่ต้องทำแล้วนะปล่อยให้แม่ของเ้าทำเองหรือใครก็ได้ที่ไม่ใช่เ้า แล้วเ้าก็อย่าเสนอหน้าของมายุ่งกับมันอีก เพราะแกลงมือทำผลลัพธ์มันเลยเป็แบบนี้ไง” ชายวัยกลางคนสีหน้าดุดันเต็มที่เรียกได้เวลาอารมณ์ตอนนี้โกรธอย่างที่สุด โต๊ะกับเก้าอี้ทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์แต่สิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะอันสมบูรณ์เรียกได้ว่าน่ารังเกียจ จานที่เติมเต็มไปด้วยก้อนสีดำอันสยดสยอง
“แค่ไข่ทอดเ้ายังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับอาหารอย่างอื่น!” ชายวัยกลางคนดุด่าชายหนุ่มฉินหลินอย่างไม่ไวหน้า พร้อมกับทอดสายตามองไปยังจานที่เต็มไปด้วยก้อนสีดำซึ่งมันก็คือไข่ที่ถูกทอด ไข่นี้ไม่อาจกินได้ไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตใดก็ตาม หรือต่อให้คนผู้นั้นลิ้นไร้ต่อมรับรสชาติยังไม่อาจกินมันได้ มันแย่จริงๆ
“ฮ่า ฮ่า! ท่านลุงอย่าโกรธไปสิ ข้ากำลังฝึกปรุงทำอยู่อีกไม่นานรับรองได้เลยว่าลุงจะติดใจอาหารของข้าไปจนวันตาย ไม่อาจกินร้านอื่นได้อีก” ชายหนุ่มผู้มีนามฉินหลินดูแล้วอายุได้ยี่สิบกว่าปีเท่านั้นดูเป็ชายหนุ่มที่กระตือรือร้นเป็อย่างมาก แม้จะถูกต่อว่าแต่ยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าที่ไม่ได้ซ่อนสิ่งแอบแฝงไว้อยู่
“แม่! พี่เอาอีกแล้ว พี่ทำอาหารไปให้ลูกค้าอีกแล้ว ดูสิเป็ยังไง” เสียงหญิงสาวที่ดูแล้วน่าจะเยาว์วัยพอสมควรดังขึ้นมาจากทางด้านหลังร้านส่วนของครัวภายในร้าน ซึ่งหลังเสียงนั้นไม่นานก็มีหญิงที่ดูมีอายุเดินมมายังทิศทางของฉินหลิน
“ขออภัยท่านลูกค้า ทางเราจะชดเชยเื่นี้โดยการไม่คิดเงินแถมทางร้านจะให้ท่านเลือกเมนูอาหารใดก็ได้ตามสบายโดยไม่คิดเงินแม้แต่น้อย เพื่อเป็การขอโทษที่ทำให้ท่านรู้สึกไม่ดีกับร้านเรา” หญิงผู้มีอายุหรือก็คือแม่ของชายหนุ่มฉินหลิน ก้มหัวลงเพื่อเป็การขอโทษพร้อมกับจับหัวของฉินหลินกดลงไปพร้อมกันเพื่อให้ลูกชายของนางขอโทษที่เสียมารยาทกับลูกค้าเช่นนี้
“อย่าได้ทำเช่นนี้ฉินซง! เ้ากับข้ารู้จักกันมาหลายปีเื่แค่นี้นับว่าเล็กน้อย แต่ก็เอาเถอะเ้าดูแลลูกของเ้าให้ดีหน่อยก็แล้วกัน หากเป็ลูกค้าคนอื่นมีหวังเื่ใหญ่เป็แน่แท้” ชายวัยกลางคนที่เคยโกรธเกี่ยวได้สงบลงเมื่อได้ฟังคำกล่าวขอโทษของฉินซง พร้อมกับหยิบเมนูขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสั่งอาหารเพียงไม่กี่อย่างแม้จะได้กินฟรีก็ตาม
“เฮ้! เป็ไงพี่ผู้เป็อัจฉริยะตลอดกาล ลูกค้าพึ่งพอใจกับอาหารของพี่หรือไม่?” เ้าของเสียงหญิงสาวผู้เป็น้องนั้นเป็เด็กสาวอายุได้สิบหกปีเท่านั้น น้องคนนี้ผู้เปียสองฝั่งแต่งกายด้วยชุดนักเรียนพร้อมกับผ้ากันเปื้อนกำลังลงมือทำอาหารอย่างชำนาญ
“เ้าน้องตัวแสบ! คอยดูเถอะอีกไม่นานพี่จะแซงหน้าเ้าไปไกลโข จนเ้าต้องขอร้องอ้อนวอนให้พี่สอนอย่างแน่นอน” ฉินหลินเดินเข้าหาน้องสาวก่อนจะหยิกแก้มจนแก้มอันขาวเนียนของน้องสาวเปลี่ยนไปเป็สีแดง
“เ้าพี่บ้า พี่กลับไปเป็นักดนตรีเหมือนเดิมนั้นแหละดีแล้ว การเล่นตนตรีมันไม่เหมือนกับการทำอาหารนะ” น้องสาวะโไล่หลังฉินหลินมาหลังจากได้รับความเสียหายที่ผู้เป็พี่ได้ก่อ แก้มของเขารู้สึกเจ็บไปหมด เ้าพี่บ้านี้!
“มันไม่ง่ายเลยวงการอาหาร แต่อย่าพึ่งท้อไปหนทางพึ่งจะเริ่มเท่านั้น” ฉินหลินเดินขึ้นไปยังชั้นสองของร้านซึ่งเป็ที่พักอาหารของคนในครอบครัวเขาทั้งหมด มีทั้งสามชั้นด้วยกันบ้านหรือร้านหลังนี้ ฉินหลินตรงไปยังชั้นสองห้องแรกพร้อมกับเข้าไปทันที
ฉินหลินนั่งลงบนเตียงก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาเป็หนังสือเล่มที่เก่าเป็อย่างมาก ตัวหน้าปกก็แทบจะไม่อาจใช้งานได้อีกตัวแผ่นกระดาษก็เหลืองจนน่ากลัวเรียกได้ว่าผ่านมาเยอะหนังสือเล่มนี้ ฉินหลินค่อยๆเปิดมันทีละหน้าทีละหน้าอย่างช้า
“การทำอาหารมันก็เหมือนกับดนตรีนั้นแหละ คู่มือหรือสูตรลับบ้าบออะไรกันมันต้องใช้อารมณ์และจินตนาการเป็หลัก” ฉินหลินนั่งอ่านหนังสือเล่มเก่านี้พร้อมกับบ่นออกมาเพียงลำพังถึงหลักการทำอาหารของผู้คน ตัวตนของเขานั้นเป็ศิลปินขนานแท้เรียกได้ว่าอัจฉริยะโดยเฉพาะด้านดนตรี ตัวเขาเป็จะตัวตนที่ประเทศต้องจารึกชื่อในฐานะนักดนตรีของชาติหากตัวเขายังคงมุ่งหน้าในด้านนี้ต่อ แต่เขาก็ต้องล้มเลิกมันไปเสียก่อน เพราะเขารู้สึกว่าดนตรีมันเติมเต็มเขาไม่ได้อีกต่อไป
การพลิกผันวิถีชีวิตของเขาเริ่มมาจากการดูรายการอาหารช่องหนึ่งใช่แล้วรายการอาหารจากโทรทัศน์ เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งภายในโทรทัศน์กำลังกำลังบรรเลงท่วงทำนอง แต่ไม่ใช่กับเครื่องดนตรีแต่เป็อาหารแทน หญิงสาวคนนั้นเธอใช้ความรู้สึกและความรักของเธอลงไปบนอาหารจานนั้นของเธอ มันแปลกใหม่และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่ตัวเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนตลอด่ชีวิตกว่ายี่สิบปีว่าการทำอาหารมันจะทำได้ถึงเพียงนี้ ตลอดเวลามาเขาคิดเพียงว่าคนทำอาหารก็เหมือนกับหุ่นยนต์นั้นแหละ แค่จดแค่จำทำตามตำราทุกสิ่งอย่าง มุมมองของเขาคับแคบมากเรียกได้ว่าเขาไม่เคยคิดจะย่างก้าวเข้าไปสู้โลกแห่งการทำอาหารเลย ถึงแม้ครอบครัวของเขาจะเปิดร้านอาหารมายาวนานหลายชั่วอายุคนก็ตาม อาหารมันก็เป็อาหารมันจะเป็ไรอีก เป็เพียงของที่กินเพื่อจะมีชีวิตรอดเท่านั้น จะไปอะไรมากกับมัน เขาคิดเพียงนี้!
“จานไข่จานนั้นของเรา มันยังไม่สมบูรณ์พอเราต้องเติมเต็มท่วงทำนองและสีสันให้แก่มันอีก ตัดไปหนึ่งถั่วไม่อาจเพิ่มสีสันและรสชาติให้แก่มันได้!” ฉินหลินขีดฆ่าความคิดสร้างสรรค์เมนูไข่ของเขาไปหนึ่งรายการ หนทางยังอีกยาวไกลกับเมนูไข่และเมนูอื่นๆที่มันพร้อมจะบรรเลงให้แก่ผู้รับประทานคนอื่นรับฟังและลิ้มลองเพลิดเพลินไปกับมัน
“ลูกหลินลงมาล้างจานเร็ว จานจะหมดแล้ว” เสียงผู้เป็แม่ะโขึ้นมา ฉินหลินรีบเก็บหนังสือทันทีพร้อมกับลงไปยังชั้นล่างอย่างรวดเร็ว แต่ไอความรวดเร็วนี้แหละจะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล!
ฝีเท้าที่เร่งรีบของฉินหลินเร่งรีบลงสู่ชั้นล่างขั้นบันไดที่แห้งสนิทและไม่ชันทำให้ความเร็วไม่ลดลงแต่เมื่อเขามาถึงยังส่วนของำการล้างจาน พื้นที่เคยแห้งกับเปียกไปด้วยน้ำยามากมาย ความเร็วที่เร่งรีบเกินไปบวกกับความรื่นเหล่านี้ ฉินหลินไม่อาจหยุดร่างกายได้ทันภาพเบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนจากกำแพงกลายเป็เพดาน จากเพดานกลายมาเป็ภาพดำอันมืดสนิท
‘ยินดีด้วย! เ้าเป็ผู้ถูกเลือกโดยเทพแห่งการสรรค์สร้าง”