“กรี๊ดดดด อย่านะ…”
สวบ!
“ช… ช่วยด้วย!อ๊ากกก”
ฉัวะ!
“ได้โปรดอย่าเลยนะ! อย่า!!!”
สับ!
“อ่าห์… นี่สินะ…เสียงต้อนรับ!” ริงเกอร์ผู้สังหารนักเรียนหญิงด้วยทวนสีดำทมิฬยืนประกาศศักดาต่อหน้านักเรียนที่ต่างตื่นกลัว พวกเขาถูกกลุ่มเนตรสีชาดล้อมไว้ทุกทิศทาง เื อวัยวะ และซากศพละเลงเกลื่อนบนพื้น
“หึหึ อะไรกัน เ้าพวกแบล๊คโกล้บมือใหม่พวกนี้…พวกแกเป็ใบ้หมดเลยรึไง! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
เปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำที่อาคารเรียนหลักจู่ ๆ ก็รวมตัวกันเป็กลุ่มก้อนกลางอากาศ บินว่อนไปมาบนท้องฟ้าราวกับว่าวที่ถูกใครบางคนชักใยอยู่ ไม่นานนัก เปลวไฟที่แหวกว่ายราวกับปลาบนท้องฟ้าก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มนักเรียนด้านล่าง
ซู่ม!
“อ๊ากกกก”
นักเรียนชายผู้โชคร้ายถูกไฟคลอกจนไหม้เป็เถ้าในทันที การตายอย่างน่าสยดสยองของเพื่อนร่วมรุ่นคนแล้วคนเล่า ทำให้นักเรียนเตรียม ARPD ที่แต่เดิมอยู่รวมกลุ่มวิ่งแตกกระเจิง เปิดช่องให้ริงเกอร์นับสิบคนเข้าถึงตัวได้ไม่ยากและจับตายทีละคนอย่างง่ายดาย
“น…โนอา…”ท่ามกลางความโกลาหลซ้ายขวา เนปจูนเดินเข้าไปหาหัวของโนอาที่ตกอยู่ใกล้ ๆ “ฮ.. เฮ้ย… นี่ไม่ตลกนะเว้ย… น… โนอา…”
“แล้วที่สัญญาไว้ล่ะ! ทั้งเงินเดือนแรกที่แพ้พนันแล้วก็เื่สันติภาพ! แกจะผิดสัญญากันง่าย ๆ อย่างนี้งั้นหรอ!?”
“ลุกขึ้นสิวะ! โนอา!”
“โนอา!!!”
เนปจูนะโจนเส้นเสียงแทบขาด น้ำตาของเขาไหลนองหน้า เขาไม่เคยเห็นใครตายมาก่อนในชีวิต และไม่คิดว่าคน ๆ นั้นจะเป็เพื่อนสนิทที่เพิ่งชนแก้วและคุยกันอย่างสนุกสนานเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบรับกลับมาจากหัวที่ไร้ชีวิต มีเพียงเสียงกรีดร้องของเพื่อน ๆ ที่กำลังถูกพวกเนตรสีชาดเชือดทีละคน
“ท..ท …. ทำไมพวกเนตรสีชาดถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?” โรมหันซ้ายขวาหาทางออกจากหายนะนี้ แล้วจึงหันไปถามเลเวียร์ที่ยืนแน่นิ่งอยู่ข้าง ๆ “พ… พวกเราจะเอาไงดีเลเวียร์?ถ้าไม่มีอาวุธ พวกเราไม่มีทางสู้กับริงเกอร์ได้หรอก แล้วคลังแสงก็อยู่หลังโรงเรียนด้วย…พวกเราพอจะวิ่งฝ่าพวกมันไปได้ไหม?”
กึก…กึก…
เลเวียร์กำหมัดแน่น เขาพยายามจัดการกับความคิดอันสะเปะสะปะในหัว ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งมั่นว่าเขาจะช่วยเหลือริงเกอร์กับมนุษย์ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่เมื่อเห็นหัวของโนอา หนึ่งในเพื่อนสนิทที่สุดในอคาเดมี่อยู่ตรงหน้า กับภาพเพื่อน ๆ ที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนทำให้เขาชะงัก สับสนกับสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้ั้แ่แรก ในวินาทีนั้นทำให้เขานึกถึงคำถามของแม๊คเวลล์ที่บอกให้เขาคิดให้ดีก่อนจะเข้าโรงเรียนเตรียมตำรวจต่อต้านริงเกอร์
ถ้าวันหนึ่ง เธอสูญเสียคนที่เธอรักไปเพราะริงเกอร์ …
เธอจะยังคงยึดมั่นใจเจตนารมณ์ของเธอได้รึเปล่า เลเวียร์?
เธอยังยินดีมอบสันติสุข…ให้กับฆาตกรที่พรากคนที่เธอรักไหม?
“เลเวียร์…?” โรมแตะไหล่ของเลเวียร์เพื่อดึงสติเขากลับมา เลเวียร์มองหน้าของโรม ตัวของเขาสั่นเทา
ฟึ่บ…
“…!?”
เลเวียร์หันหลังและออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต นั่นทำให้ศรัทธาและความไว้ใจของโรมดับวูบ เขายืนแข็งทื่อ ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์คิดว่าเลเวียร์นั้นไม่เหมือนคนอื่น แต่แท้จริงกลับกลายเป็พวกขี้ขลาดตาขาว แถมเลือกทำในสิ่งที่ไม่ต่างจากคนอื่น นั่นคือ วิ่งหนีเอาตัวรอด
“อ้าวเฮ้ย! ไอ้พวกผู้ผดุงความยุติธรรมจอมปลอม! ทำไมถึงวิ่งหางจุกตูดอย่างนั้นล่ะ!?ฮ่าฮ่าฮ่า” ริงเกอร์ทำท่าควงทวนไปมา หลังจากสังหารนักเรียนไปแล้วห้าคน เขาเดินเข้าหาเหยื่อคนต่อไป “เข้ามาสิ…”
“มาแก้แค้นให้เพื่อนของพวกแก”
“แกต้องชดใช้ ไอ้ริงเกอร์เฮงซวย!” โมนาร์ท คิงส์ ชายอันธพาลประจำรุ่นะโ แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ริงเกอร์ปากดีคนนั้น “ย้ากกกกก!”
เขาทุ่มกำลังวิ่งเข้าใส่ศัตรู แต่ไม่ทันถึงตัว เขาถูกท้ายทวนสกัดขาจนลอยกลางอากาศ แล้วถูกถีบกระเด็นทะลุประตูอาคารหอประชุม นอนหมดสภาพตรงนั้น
“หึหึ แกต้องพยายามมากกว่านี้นะ ไอ้ลูกเจี๊ยบ”
ครืด…
“ฮ… เฮ้ย เนปจูน?” โรมเรียกหนุ่มแว่นที่ลุกขึ้นจากพื้น เขาเดินออกไปประจัญหน้าฆาตกรที่ฆ่าโนอา แม้โรมเอามือรั้งไหล่ห้ามปราม แต่ทว่ามือนั้นกลับถูกสะบัดออกอย่างไร้ใยดี
“น… นายจะทำอะไรน่ะ!?ขนาดโมนาร์ทยังสู้มันไม่ได้เลย แล้วนายจะทำอะไรได้!?”
“ฉัน…” เนปจูนเอียงคอไปพูดกับโรม “ฉัน… จะฆ่าไอ้เวรนั่น”
มือข้างขวาของเนปจูนเปล่งแสงสีเขียวระเรื่อออกมา
“หึหึ… เข้ามาเลย ไอ้แว่น” ริงเกอร์นั้นท้าทาย
“ย้าก!”
ทุกคนรู้ดีว่าวิธีการพูดยั่วยุเป็หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ก่อการร้ายมักใช้เพื่อให้ศัตรูลดการป้องกันลง แต่วินาทีนี้ แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดของชั้นปีก็ตกหลุมพรางตื้น ๆ ได้ง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก ริงเกอร์ถือทวนคนนั้นยิ้มเยาะเพราะอีกไม่ช้า ทวนของเขาจะได้ลิ้มรสเืสด ๆ ของเหยื่อรายใหม่
เปรี้ยง!
ตูม!
เนปจูนยังไม่ทันจะขยับไปไหนไกล ก็มีลมอันเบาบางพุ่งผ่านหูของเขาไป ลำแสงสีม่วงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้าใส่ริงเกอร์ตนนั้น รู้ตัวอีกที ก็เกิดแรงะเิโครมด้านหน้าดังราวกับฟ้าผ่า ฝุ่นควันฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ เมื่อควันจางลงก็พบว่าศัตรูคนนั้นได้ลงไปกองครืนที่พื้นเรียบร้อย ทั้งนักเรียนและเนตรสีชาดต่างผงะกับเื่ไม่คาดฝันเพราะหนึ่งในนักเรียนของอคาเดมี่ได้กำราบริงเกอร์คนนั้นด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียว เธอยืนอยู่เหนือร่างศัตรูที่ร่างกายไหม้เกรียมอยู่แทบเท้าเธอ หญิงสาวผู้ยืนตระหง่านราวกับวีรสตรีในา ดวงตาสีม่วงของเธอสะท้อนกับเปลวไฟจากอาคาร ผมของเธอสยายไปด้านหลังตามไอร้อนที่แผดจากกองไฟด้านหน้า ถุงมือข้างซ้ายโอบล้อมด้วยสายฟ้าสีม่วงสว่างไสวที่แผดไปมาอย่างบ้าคลั่ง
“หนอยแน่! นังหนู…แก!” เนตรสีชาดที่อยู่ใกล้ ๆ ง้างอาวุธขึ้นเหนือหัวเพื่อแก้แค้นให้เพื่อนของเขา “อย่าได้ใจให้มากนัก!”
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงขยับตามปลายนิ้วที่เรียวเล็กของวีโอเลต ทันทีที่ัักับเป้าหมาย กระแสวิ่งจากตัวเธอผ่านไปยังศัตรู เกิดแสงวาบราวกับฟ้าผ่าใกล้ ๆ ตามด้วยเสียงดังกังวานราวกับหม้อแปลงะเิ กล้ามเนื้อทุกส่วนของศัตรูหดตัวจากไฟฟ้าที่ไหลผ่านจนหงิกงอ วีโอเลตะโเอาเข่ากระแทกอีกฝ่ายกลางท้องเขาจนตัวงอ แล้วะโอ้อมไปด้านหลัง มือขวาจับตรงขมับ มือซ้ายจับคางศัตรูเอาไว้อย่างมั่นคง
กร๊อบ!
ตุบ…
ศัตรูคอหัก ล้มทรุดลงกับพื้น
“โดยเฉลี่ย… เ้าหน้าที่ ARPD1 คนสังหารริงเกอร์ไป 4 ตน… ส่วนริงเกอร์ 1 ตนสังหารเ้าหน้าที่ไป 17 คน” วีโอเลตพูด แล้วเงยหน้าขึ้นมองศัตรูที่เหลืออยู่เบื้องหน้าเธอ “พวกเราไม่พอใจกับตัวเลข 1:4เลยสักนิด… ถ้าจะให้พูดกันตรง ๆ ละก็…”
“รู้สึกสมเพชเสียด้วยซ้ำ!”
เสียงะโของสาวน้อยท่ามกลางาทำให้เหล่านักเรียนเตรียมARPD ที่ต่างตื่นกลัวมองเห็นเงาอันเลือนลางของรุ่นพี่คลอเดีย มันได้ย้ำเตือนความอ่อนแอของพวกเขาที่มัวแต่ยืนเป็ผักปลาให้ริงเกอร์ไล่ล่าอยู่ฝ่ายเดียว เธอได้ปลุกกำลังใจให้เหล่าเพื่อนๆ โดยไม่รู้ตัว แววตาของพวกเขาเริ่มลุกโชนและตั้งสติเพื่อตอบโต้เหล่าผู้บุกรุก
“สู้สิคะ! อีกไม่นานพวกรุ่นพี่คลอเดียและรุ่นพี่แกเร็ตก็จะกลับมาช่วยพวกเราแล้ว!” วีโอเลตะโ “ไม่ต้องสู้เพื่อใครทั้งนั้น... จงสู้…”
“เพื่อตัวเอง!”
“ย้าก!!”
เหล่านักเรียนที่ฮึดสู้ทุ่มกำลังเข้าหาศัตรูพร้อม ๆ กับวีโอเลต นั่นสร้างความตื่นตระหนกแก่ริงเกอร์ไม่น้อย แต่โชคร้าย ที่เปลวไฟที่บินอยู่้าโฉบไปมาบนสมรภูมิ ทำให้สถานการณ์ยังคงเสียเปรียบอยู่เพราะมันบินอยู่บนฟ้าราวกับเหยี่ยวที่กำลังเลือกเหยื่อ หลังจากบินว่อนอยู่เหนือหัวทุกคนสักพัก มันก็พุ่งเข้าใส่วีโอเลตที่อยู่ใจกลางสนามรบ
ซู่ม!
ไฟโหมใส่วีโอเลต แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ลุกไหม้มีเพียงพื้นซีเมนโล่งๆ เท่านั้น ส่วนตัวของเธอพุ่งหลบไปด้านหลังั้แ่แรก กองไฟนั้นค่อย ๆ ลอยขึ้นบนท้องฟ้า บินวนไปมาเพื่อหาเหยื่อของมันอีก
ตราบใดที่เรายังจัดการริงเกอร์ที่ควบคุมเพลิงนั่นไม่ได้ มันก็จะคอยขัดขวางไม่ให้พวกเรารวมกลุ่มกัน วีโอเลตวิเคราะห์ขณะที่เธอกำลังถูกศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังชิ พวกน่ารำคาญนี่มันไม่ปล่อยเราไปไหนเลย
“มองอะไรอยู่… นังตัวดี!”ริงเกอร์ร่างใหญ่โผล่ข้างหลังเธอ
ผัวะ!
หมัดอันหนักหน่วงของริงเกอร์ที่อยู่ข้างหลังชกเข้าการ์ดแขนของวีโอเลตจนเธอกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น ถ้าไม่ได้ริงเกียร์กายาช่วยเพิ่มความทนทานแก่ร่างกายั้แ่แรก แขนที่บอบบางของเธอคงหักไปแล้ว
“ลาขาดนะ สาวน้อย!” ริงเกอร์อีกตนง้างค้อนั์เตรียมหวดเข้าใส่เธออย่างเต็มเหนี่ยว
บึก!
ค้อนนั้นกระเด็นตกไปที่พื้น ส่วนริงเกอร์นั่นก็ลอยหมุนติ้วกลางอากาศ
“วีโอเลต… ฉันมาช่วยแล้ว!”กำปั้นอันทรงพลังของโรมเพิ่งซัดศัตรูปลิวไปหนึ่งราย
“คุณโรม!?”วีโอเลตมองชายที่วิ่งเข้ามาช่วยเธอ“แล้วพี่เลเวียร์ล่ะคะ!?”
“ล… เลเวียร์…หรอ…” โรมลังเลที่จะตอบเธอ เพราะเขาเองก็ไม่อยากยอมรับความจริงที่เลเวียร์วิ่งหนีไป และไม่อยากให้น้องสาวของเ้าตัวรู้ถึงความขี้ขลาดของพี่ชายด้วย เขาจึงหลบตาและโกหกออกไป “ฉันไม่รู้เหมือนกัน…”
“งั้นหรอคะ…” เธอพยักหน้า ก่อนจะหันหลังชนโรม “ถ้างั้นฝากคุ้มกันด้านหลังด้วยนะคะ!”
“ไว้ใจฉันได้เลย!”
การต่อสู้ระหว่างนักเรียนเตรียม ARPD กับผู้บุกรุกนั้นดำเนินไปไม่ถึงชั่วโมง ก็มีนักเรียนเสียชีวิตไปเกือบครึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งก็ต่างดิ้นรนต่อสู้หลังชนฝาโดยหวังว่าความดื้อด้านจะพาพวกเขารอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ ถึงแม้จะได้รับการถ่ายทอดวิธีการรับมือริงเกอร์จากครูฝึกที่เก่งกาจมาตลอด 6 เดือน แต่พอในสถานการณ์จริง บทเรียนต่าง ๆ นั้นถูกหลงลืมไปเสียหมด แม้รู้อยู่แก่ใจว่าการตัดแขนข้างที่สวมแหวนมนตราของริงเกอร์จะสังหารศัตรูได้ทันที แต่ริงเกียร์นิ้วกลาง แหวนที่เหมาะสมกับหน้าที่นั้น เมื่อไร้ซึ่งอาวุธริงก้อนผสม ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ ริงเกียร์นิ้วโป้ง จึงเป็วงที่มีประโยชน์มากที่สุด อย่างน้อยก็ช่วยให้พวกเขาไม่ตายทันทีจากการจู่โจมเพียงครั้งเดียวและถ้าโชคดีก็สามารถใช้ศิลปะป้องกันตัวสวนกลับได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีทักษะการต่อสู้เหมือนวีโอเลต และการเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายที่มีอาวุธและพลังเหนืุ์นั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย ส่วนริงเกียร์นิ้วชี้ ถึงแม้จะมีพลังในการควบคุมกฎทางฟิสิกส์ หรือควบคุมธาตุได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมางานจริงได้ เว้นเสียแต่จะสามารถควบคุมธาตุได้ดังเช่นวีโอเลตหรือโนอา
“แฮ่ก.. แฮ่ก… พวกเรา..จัดการไปได้กี่คนแล้วเนี่ย… วีโอเลต” โรมหอบอย่างหนัก แม้เขาจะทำได้ดีในการสอบภาคปฏิบัติ แต่ในสถานการณ์จริงที่เจอศัตรูมากกว่าหนึ่ง โรมที่ไม่ได้ว่องไวและมีทักษะต่อสู้เทียบเท่ากับวีโอเลต จึงเริ่มสะบักสะบอมจนเรียกได้ว่ากำลังฝืนสังขารตัวเองอยู่รำไร
“ประมาณ 6คน มั้งคะ…”วีโอเลตตอบโรมอย่างเหนื่อยล้า“ยังเหลือศัตรูอีก 25 คนที่นี่ค่ะ… คุณโรม”
“ขืนเป็อย่างนี้ต่อไป พวกเราได้ตายกันหมดแน่…” โรมกัดฟันแน่น “เมื่อไหร่พวกเ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีคนมาช่วยพวกเรานะ!”
“เื่นั้น… คงไม่มีทางหรอกค่ะ” วีโอเลตตอบ
“ต… แต่เธอบอกว่า พวกรุ่นพี่กำลังกลับมาช่วยเราไม่ใช่หรอ…?”
“ร… เื่นั้น…” วีโอเลตหลบตา “วีโกหกค่ะ”
“ว่าไงนะ…!?”
“ปกติอาคารเรียนจะมีสัญญาณอัคคีภัยติดไว้โดยรอบค่ะ ถ้ามันทำงาน อย่างน้อยก็น่าจะมีเ้าหน้าที่ระดับสูงได้รับการแจ้งเตือนว่าเกิดเื่ผิดปกติที่อคาเดมี่ แต่ทั้ง ๆ ที่มันเกิดไฟไหม้ขนาดนั้นแล้วสัญญาณยังไม่ดัง นั่นหมายความว่า พวกเนตรสีชาดคงทำอะไรกับระบบเตือนภัยแน่ค่ะ” เธออธิบาย “ไม่มีใครมาช่วยพวกเราหรอกค่ะ เพราะไม่มีใครรู้ว่าทางนี้กำลังถูกโจมตีอยู่ และระยะทางจากอคาเดมี่ไปถึงสถาบันวิจัยริงเกอร์เมืองลูมอสไกลถึง 150 กิโลเมตร ต่อให้พวกเขาปราบริงเกอร์ทางนั้นได้ทันทีที่ไปถึง ก็ต้องใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่า จึงจะกลับมาถึงที่นี่…”
“ถึงตอนนั้น พลังงานในริงเกียร์กายาของพวกเราก็คงหมดไป และพวกเราคงจะตายกันหมดแล้วค่ะ”
“ธ… เธอโกหกทุกคน โดยให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ กับพวกเขาอย่างนั้นหรอ!?”
“ถ้าวีไม่ทำอย่างนั้น… ป่านนี้ก็คงไม่มีใครรอดแล้วล่ะค่ะ” เธอเอาแขนเสื้อเช็ดสิ่งสกปรกที่ติดตามใบหน้า “หยิบยื่นความหวังกับคนที่สิ้นหวัง… นั่นเป็สิ่งที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรอคะ?”
“ทางเดียวที่จะรอดได้ คือจัดการกับเนตรสีชาดทุกคนที่นี่เท่านั้นค่ะ…” เธอเค้นพลังจากริงเกียร์ที่พลังริบหรี่ลงจากตอนแรก“และวีจะตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!”
โรมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่หัวเราะในลำคอ“หึหึ เธอนี่มัน…ต่างจากพี่ชายเธอจริง ๆ นะ”
“ไว้รอดจากที่นี่ ฉันมีเื่สำคัญจะบอกเธอ วีโอเลต”
“เห… ถ้ามันสำคัญนัก บอกตอนนี้เลยก็ได้นะคะ เพราะถ้าเกิดวีตายขึ้นมา วีก็ไม่ได้ยินสิ่งที่คุณโรมบอกนะคะ”
“หึหึ อย่างนั้นแหละดี” โรมยิ้มให้เธอ “ฉันสัญญาเลย... ว่าจะช่วยให้เธอรอดไปจากที่นี่และฟังสิ่งที่ฉันจะพูดให้ได้เลยล่ะ วีโอเลต!”
หวอ… หวอ… หวอ…
ลานกว้างที่ตอนแรกมีแต่เสียงะโและเสียงกรีดร้องของผู้คน ตอนนี้ถูกกลบด้วยเสียงสัญญาณที่ดังกึกก้องสะท้อนกับูเารอบด้านจนก้องดังไปหลายสิบกิโลเมตร ทั้งนักเรียนและริงเกอร์ต่างหยุดชะงักกับเสียงดังคั่นกลางา
“เสียงสัญญาณจากในตึกงั้นหรอ!?” โรมชะงักพลางมองหน้าวีโอเลตด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง“ม… มาดังอะไรตอนนี้เล่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงสัญญาณยังทำงานได้อยู่หรอ? มันน่าจะถูกพวกเนตรสีชาดตัดขาดแล้วนี่นา?วีโอเลตสงสัยแม้ว่าจะรู้สึกดีใจไม่แพ้โรมไม่ใช่เื่บังเอิญแน่ คงมีใครสักคนในหมู่พวกเราไปเปิดสัญญาณ…
ฟิ้วว…
วีโอเลตมองเห็นเงาวัตถุขนาดใหญ่หลายชิ้นบินมาจากอาคารที่ลุกไหม้และกำลังพุ่งมายังสมรภูมิราวกับทุ่นะเิที่ปล่อยมาจากเครื่องบินรบ
“ทุกคน! ระวัง!” วีโอเลตะโลั่น
“!?”
โครม!ตู้ม! โครม! ครืด!
“โอย…” โรมะโหลบได้อย่างฉิวเฉียด เขามองกลับไปทางอาคาร ที่ ๆ กระเป๋าปริศนาใบใหญ่ปลิวมา “หนอยแน่…ไอ้พวกเนตรสีชาด…ดันปาของบ้า ๆ นี้มาซะได้”
“คุณโรมคะ…ดูนี่สิคะ” วีโอเลตมองที่ตรงกระเป๋าที่ซิบแตกนั้น ก่อนจะหยิบวัตถุแวววาวที่ตกเกลื่อนพื้นขึ้นมา “นี่ไม่ใช่ฝีมือเนตรสีชาดหรอกค่ะ!”
“หา?” โรมกำลังสงสัยเื่ที่วีโอเลตพูด ก่อนจะเบิกตากว้างทันทีที่เห็นพื้นที่เต็มไปด้วยมีด ดาบ ปืนพก สนับมือ และอาวุธต่าง ๆ ที่พวกเขาคุ้นเคยจากการฝึกกระจัดกระจายทั่ว “นี่มันอาวุธจากคลังแสงนี่!?มันน่าจะโดนไฟไหม้อยู่หลังอาคารแล้วไม่ใช่หรอ!?แล้วทำไม…?”
“จะยังไงก็ไม่สำคัญแล้วล่ะค่ะ” วีโอเลตยิ้ม ก่อนจะหยิบมีดสั้นขึ้นมาถือทั้งสองมือ “ตอนนี้ได้เวลาเอาคืนแล้วค่ะ!”