บทที่ 16 ข้าหมายถึงฝีมือท่านไม่ได้เื่ต่างหาก
ตอนที่เยี่ยหลิงหลงอ่านนิยายเื่นี้ นางก็คิดว่าจี้จื่อจั๋วเป็คนเลว
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ศิษย์พี่หกได้แนะนำพี่น้องร่วมสำนักทีละคน ซึ่งรวมถึงถึงศิษย์พี่เจ็ดจี้จื่อจั๋วด้วย เขาเป็คนอารมณ์ร้อน และชอบท้าทาย สำนักใกล้เคียงล้วนถูกเขาท้าทายกันถ้วนหน้า
ตอนที่ไปท้าทายสำนักอื่น เมื่อเห็นเขามาคนเดียว และยังเป็เพียงขอบเขตจินตาน ก็คิดจะสั่งสอนให้เขารู้ว่าการหยิ่งผยองในสำนักของพวกเขานั้นไม่มีทางมีจุดจบที่ดี
แต่ใครจะรู้ว่าทุกครั้งที่สำนักเ่าั้ตอบรับการท้า จะถูกศิษย์พี่เจ็ดตีจนหน้ายู่อยู่ร่ำไป
ถึงแม้จะมีคนในสำนักที่สามารถทำให้เขาาเ็ได้หกเจ็ดส่วน แต่เขาก็จะต้องทำให้อีกฝ่ายาเ็ถึงแปดเก้าส่วน จนเหลือลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น
ในการต่อสู้กับสำนักใกล้เคียง เขาคือผู้ไร้พ่าย ยิ่งต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งต่อสู้ยิ่งหาญกล้า ถึงแม้พลังของเขาจะไม่ได้สูงที่สุด แต่เขากลับกลายเป็คนที่ต่อสู้ได้ดีที่สุดในสำนักชิงเสวียน
ศิษย์พี่เจ็ดถึงแม้จะชอบท้าทาย แต่เขากลับไม่เคยอ้างชื่อสำนักชิงเสวียน หรือทำให้คนในสำนักเดือดร้อนเลยสักครั้ง
และทุกครั้งที่เขาไปท้าทายสำนักอื่น เขาจะส่งจดหมายไป หากอีกฝ่ายไม่ตอบรับ เขาก็จะไม่บังคับ
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขายังไม่แข็งแกร่ง เขาก็เคยถูกคนอื่นทุบตีจนน่วมมาแล้ว าเ็จนลมหายใจรวยรินกลับมาที่สำนัก แต่เขาก็ไม่ยอมบอกเด็ดขาดว่าใครเป็คนทำร้าย เขาพูดแค่ว่าตัวเองท้าทายล้มเหลว ไม่โทษใคร
หลังจากได้ฟังศิษย์พี่หก เยี่ยหลิงหลงรู้สึกว่าศิษย์พี่เจ็ดเป็คนที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ไม่มีทางทำเื่ชั่วร้ายอย่างปิดผนึกดินแดนลับฆ่าคนชิงสมบัติแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังและความสามารถของเขา ถ้าจะฆ่าคนจริง ๆ พวกศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานของสำนักเจ็ดดาราจะมีชีวิตรอดมาชี้หน้าด่าศิษย์พี่เจ็ดได้อย่างไร
รวมถึงสำนักต่าง ๆ ที่ออกมาชี้หน้าด่าศิษย์พี่เจ็ดว่าทำชั่วมานานในนิยาย ก็คงจะเป็สำนักที่เคยถูกเขาท้าทายและพ่ายแพ้กระมัง ตัวเองฝีมือด้อยกว่าแต่ผูกใจเจ็บ จึงใช้วิธีใส่ร้ายศิษย์พี่เจ็ด คิดแล้วช่างน่ารังเกียจนัก
หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่เจ็ดไม่เคยเอ่ยถึงสำนักชิงเสวียนเลยสักครั้ง ก็มีเพียงศิษย์พี่หกเท่านั้นที่เอ่ยถึงชื่อจริงของเขาว่าจี้จื่อจั๋ว นางก็เกือบจะลืมเื่นี้ไปแล้ว จนเกือบไม่ทันกาล
นางเชื่อว่าศิษย์พี่หกจะไม่โกหกนาง ดังนั้นนางจึงเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่เจ็ด นางจะไม่ยอมให้ศิษย์พี่เจ็ดต้องทนรับความอยุติธรรมหลังจากเื่ดินแดนลับหุบเขาประจิมในครั้งนี้!
"ใช่ การช่วยเหลือเป็เื่เร่งด่วน ชีวิตของศิษย์สำนักเจ็ดดาราสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น" เซี่ยหลินอี้เผยสีหน้าจริงจัง "ขอทุกท่านหลีกทางให้หน่อย ข้าจะใช้พลังิญญาทำลายทางเข้าดินแดนลับนี้"
ได้ยินคำพูดนี้ คนจากสำนักอื่นต่างถอยหลัง กลั้นหายใจรอผล
หากไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเจ็ดดาราติดอยู่ข้างใน พวกเขาคงไม่รู้เลยว่าในดินแดนลับหุบเขาประจิมยังมีดินแดนลับซ่อนอยู่อีกแห่ง
ดินแดนลับแห่งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ มิเช่นนั้นจะขังคนไว้ข้างในได้อย่างไร
เซี่ยหลินอี้ยกมือขึ้นกำลังจะใช้พลังิญญา ทันใดนั้น เยี่ยหลิงหลงที่อยู่ด้านหลังก็วิ่งมาขวางไว้
"ช้าก่อน!"
"เ้าคิดจะทำอะไรอีก ก่อเื่ครั้งเดียวยังมิพอหรือ คิดว่าทุกคนจะตามใจเ้ากี่ครั้งกัน"
เซี่ยหลินอี้พอเห็นเยี่ยหลิงหลง หัวก็คุกรุ่นอีกครั้ง เด็กอายุเท่านี้ ความคิดก็ชั่วร้ายเช่นนี้ พูดจาไม่ยั้งคิดต่อหน้าผู้คนมากมาย ทำให้พี่สาวของนางอับอาย
"ข้ากำลังก่อเื่หรือท่านโง่กันแน่ ท่านรู้ว่านี่คือทางเข้า คนข้างในก็รู้ ท่านคิดจะทำลายมันจากด้านนอก คนข้างในก็คงไม่ยอมนั่งรอความตายหรอก ตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังพยายามอยู่หลังทางเข้าก็ได้ หากท่านใช้กำลังทำลายทางเข้า หากคนที่อยู่อีกฝั่งได้รับาเ็จะทำอย่างไร"
เซี่ยหลินอี้ชะงัก คำเตือนของเยี่ยหลิงหลงถูกต้อง แต่เขาไม่อาจเสียหน้าได้
"ไม่ต้องให้เ้ามาบอกหรอก เื่เล็กน้อยเช่นนี้ข้าก็รู้ ข้าจะระวังตอนทำลายทางเข้า รับรองว่าจะไม่ทำให้คนที่อยู่อีกฝั่งได้รับาเ็แน่นอน ไปให้พ้น!"
ทว่าเยี่ยหลิงหลงก็ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม ไม่มีท่าทีจะถอยสักนิด
"การทำลายทางเข้าที่ปิดตาย แต่ไม่ทำร้ายคนอีกฝั่ง เื่ยากเช่นนี้ท่านทำได้หรือ ท่านเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ข้าไม่ ท่านรับการโจมตีของศิษย์พี่ใหญ่ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าฝีมือไม่ได้เื่ มีดีแค่ลิ้นคมคายเท่านั้น"
เซี่ยหลินอี้ถูกแทงใจดำ ใบหน้าดำคล้ำเป็ก้นหม้อ เขาโกรธจนตัวสั่น ยกฝ่ามือขึ้นหมายจะฟาดใส่เยี่ยหลิงหลง
"ศิษย์น้อย เ้าช่างไร้มารยาทยิ่งนัก เ้าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเ้างั้นหรือ"
ทันใดนั้น เผยลั่วไป๋ก็ะโเข้ามาขวางไว้ตรงหน้าเยี่ยหลิงหลง สีหน้ายังคงเ็าเช่นเคย
"งั้นเ้าลองขยับมันเองละกัน!"
เซี่ยหลินอี้โกรธจนควันออกหู ชาตินี้เขายังไม่เคยโดนใครทำให้โมโหขนาดนี้มาก่อน เขาคิดไม่ออกว่าเหตุใดสำนักไร้นามถึงมีฝีมือระดับนี้ได้ คนที่มีพร์เช่นนี้ หากอยู่ในยุทธภพ ไม่ใช่ว่าทุกสำนักจะต้องแย่งตัวกันหรอกหรือ
"พวกเ้ามาจากสำนักใด ถึงได้สอนศิษย์ให้ไร้มารยาทเช่นนี้ ขัดขวางข้าช่วยศิษย์ร่วมสำนักหลายต่อหลายครั้ง อย่าบอกนะว่าพวกเ้าจงใจกลั่นแกล้งสำนักเจ็ดดารา"
"ท่านเลิกหาเื่ได้หรือไม่ พูดอะไรก็อ้างแต่สำนักเจ็ดดารา ข้าหมายถึงฝีมือท่านไม่ได้เื่ต่างหาก"
"เ้า..."
"ท่านบอกว่าจะระวัง แต่ข้าไม่เชื่อเลยสักนิด ข้าจะไม่ยอมให้ท่านทำลายทางเข้าแล้วทำร้ายคนข้างในเด็ดขาด"
"หลิงหลง จะเกินไปแล้วนะ เ้าจะดื้อรั้นหรือโกรธเกลียดข้าก็ได้ แต่เ้าอย่าเอาชีวิตศิษย์สำนักเจ็ดดารามาล้อเล่นเลย ยังไงศิษย์พี่ใหญ่ก็เป็ศิษย์สำนักเจ็ดดารา เขาไม่มีทางทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักตัวเองหรอก เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกเ้า ได้โปรดหลีกทางเถอะ!"
เยี่ยหรงเยว่ที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหวจึงก้าวออกมาตำหนิเยี่ยหลิงหลง ตอนนี้คนจากสำนักอื่น ๆ ก็เริ่มตำหนิเยี่ยหลิงหลงว่ากระทำเกินไป ความดื้อรั้นพวกเขายอมรับได้ แต่การเอาชีวิตคนอื่นมาล้อเล่นนั้นเป็เื่ที่ไม่อาจยอมรับได้
"ใครบอกว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกข้า? ศิษย์พี่เจ็ดของข้าก็อยู่ข้างในเช่นกัน ข้าเห็นศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าไม่น่าไว้ใจ ข้าจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร?"
พอพูดออกไป คนที่เพิ่งจะตำหนิเยี่ยหลิงหลงก็เปลี่ยนคำพูดทันที
"ที่แท้ศิษย์พี่ของนางก็อยู่ข้างใน ไม่แปลกใจเลยที่จะร้อนใจขนาดนั้น"
"ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเจ็ดดาราดูไม่ค่อยน่าไว้ใจจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเป็ข้าก็คงกังวลเหมือนกัน ศิษย์พี่ของตัวเองอยู่ข้างใน ต้องฝากความหวังไว้กับเซี่ยหลินอี้ที่ไม่น่าไว้ใจ ใครจะวางใจได้"
เยี่ยหลิงหลงยืนขวางอย่างแน่วแน่
"ข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านทำลายทางเข้าเด็ดขาด"
เซี่ยหลินอี้โกรธจนคล้ายมีควันลอยออกมาจากหัว ตอนนี้ไม่ใช่แค่เด็กคนนี้ที่ต่อต้านเขาเท่านั้น แต่คนจากสำนักอื่น ๆ ก็พากันเห็นด้วยกับนาง ทำให้แรงกดดันมหาศาลโถมลงบนบ่าเขา
"แล้วเ้า้าอะไร?"
เยี่ยหลิงหลงชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งจั้ง
"ทำลายมันจากตำแหน่งนี้"
สิ้นคำ ทั้งสถานที่ก็เกิดความโกลาหลขึ้น ทุกคนต่างมองไปที่เยี่ยหลิงหลงด้วยความตกตะลึง
"เ้าบ้าไปแล้วหรือ?"