บทที่ 31 ตกลงเป็แฟนกัน
จวีซือหนานถือซองเอกสารในมือด้วยความงุนงง เธอยื่นหน้าไปถามกงเจ๋ออวี้ “ถ้าฉันร่วมมือแสดงละครกับคุณแล้ว คุณจะเซ็นสัญญาให้ฉันใช่ไหม”
“อืม!”
กงเจ๋ออวี้มองดวงตากลมโตที่กำลังคิดคำนวณไม่หยุดของเธอ เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง
จวีซือหนานกลับทิ้งตัวพิงเบาะอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน แค่แสดงละครก็ยอมเซ็นสัญญาแล้วเหรอ แถมยังช่วยไม่ให้แม่ของกงเจ๋ออวี้ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอีก แบบนี้ถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายงั้นสิ!
ครู่ต่อมา จวีซือหนานก็จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของกงเจ๋ออวี้จากด้านข้าง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เอ่อ... เพื่อตอบแทนที่คุณตกลงจะเซ็นสัญญากับฉัน ฉันจะยอมแสดงละครตบตากับคุณ! แต่คุณต้องสัญญากับฉันด้วยว่า พอถึงเวลาที่เหมาะสม คุณจะต้องช่วยฉันอธิบายให้คุณแม่ของคุณเข้าใจด้วย!”
“ได้ นอกจากฉันจะช่วยเธอเซ็นสัญญาแล้ว ฉันยังจะช่วยเธอจัดการคู่ผีเน่ากับโลงผุนั่นด้วย!”
ดวงตาเรียวยาวของกงเจ๋ออวี้หรี่ลงเล็กน้อย
จะอธิบายให้แม่เข้าใจงั้นเหรอ หึหึ เขาคงไม่มีวันให้โอกาสเธอได้อธิบายอะไรทั้งนั้นหรอก!
“คุณ…” จวีซือหนานมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “นี่คุณสืบประวัติฉันแล้วเหรอ”
กงเจ๋ออวี้เหลือบมองเธอด้วยหางตา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ “มีคนบุกเข้ามาในบริษัทของตัวเอง ฉันก็ต้องสืบประวัติสักหน่อยสิ”
จวีซือหนานมองเขาอย่างหงุดหงิด แม้จะรู้สึกไม่พอใจที่ความเป็ส่วนตัวถูกละลาบละล้วง แต่เธอก็ต้องยอมรับว่า ตัวเองเป็ฝ่ายบุกรุกเข้าไปก่อน สิ่งที่กงเจ๋ออวี้พูดก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
หญิงสาวนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้าปากพูด “เื่ของพวกเขา... คุณรู้หมดแล้วงั้นเหรอ”
“แน่นอน”
“...”
จวีซือหนาน สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ!
“เอ่อ... ฉันขอบอกไว้ก่อนนะ พวกเราเป็แฟนปลอม ๆ ดังนั้นเราจะไม่ทำตัวสนิทสนมกันเด็ดขาด ห้ามจับมือ ห้ามกอดฉัน... ยังไงก็ช่าง อะไรที่คู่รักทำได้ เราจะไม่ทำมันเด็ดขาด…”
จวีซือหนานจ้องมองเขา แล้วเริ่มพูดจาเพ้อเจ้อ!
กงเจ๋ออวี้หัวเราะเยาะแล้วขัดจังหวะเธอ “รูปร่างของเธอก็ไม่ได้ขนาดนั้น”
หืม? รูปร่างของเธอ รูปร่างของเธอมันเป็ยังไงกัน? จวีซือหนานไม่ยอมแพ้ เธอมองตัวเองจากบนลงล่าง จากนั้นก็เงยหน้ามองกงเจ๋ออวี้ด้วยความไม่พอใจ “คุณหมายความว่ายังไง ฉันบกพร่องตรงไหน?”
กงเจ๋ออวี้ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เธอก็มั่นใจตัวเองมากเลยนี่!
เขาไม่ต่อปากต่อคำกับเธอต่อ ชายหนุ่มจอดรถในทันที ก่อนจะลงไปเปิดประตูรถให้เธอ “ลงมา!”
จวีซือหนานมองคนซึ่งกำลังยืนขวางอยู่ที่ประตูรถก็ถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด
“ไม่ต้องหรอก ทุกอย่างก็แค่ละครปาหี่ คุณไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้... ไม่ต้องถึงขั้นเปิดประตูให้ฉัน…”
แขนเรียวยาวของกงเจ๋ออวี้ยังคงกีดขวางอยู่ที่ประตู แต่สีหน้าของเขากลับดูเรียบเฉย “ถึงจะเป็แฟนปลอม ๆ แต่ก็ถือว่าแฟน ต้องปรับตัวให้ชิน ไม่อย่างนั้นจะถูกจับได้ง่าย ๆ”
“...”
ยังจะมาพูดแบบนี้อีกเหรอ! งั้นต่อไป ตอนอยู่ข้างนอกเธอต้องแสร้งทำเป็รักใคร่กับกงเจ๋ออวี้ด้วยงั้นสิ เธอสั่นสะท้านอย่างน่าขนลุก พอคิดภาพนั้นก็รู้สึกว่ามันยากจะยอมรับ
แต่ในเมื่อเธอตกลงกับกงเจ๋ออวี้ไปแล้ว มันก็ช่วยไม่ได้
จวีซือหนานมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยประคองเธอตอนลงจากแบบนั้นก็ยังรู้สึกเก้อเขินไม่น้อย
เมื่อประตูรถปิดลง หญิงสาวก็รีบดึงแขนตัวเองกลับมา เธอเอามือทัดผมไว้ที่หูเพื่อปิดบังความเขินอาย
“เอ่อ... ฉันถึงบ้านแล้ว... ขอบคุณนะคะ!”
กงเจ๋ออวี้ก้มมองเธอแล้วก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ฉันรอดูเธอขึ้นไปบนตึก”
“คุณจะดูฉันขึ้นตึกไปทำไม” จวีซือหนานทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก คุณกลับไปเถอะ คุณเป็ประธานบริษัทแล้วยังจะมาส่งฉันกลับบ้านอีก…” ถ้าคนอื่นรู้เข้า เธอคงโดนนินทาแน่ ๆ!
เธอไม่กล้าทำตัวแบบนี้หรอก และไม่กล้ารับการปฏิบัติแบบนี้จากเขา!
“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก”
“...” จวีซือหนานเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของกงเจ๋ออวี้! “งั้นฉันขึ้นไปก่อนละ!”
จวีซือหนาน หันหลังกลับ แล้วกดรหัสประตูหน้าตึก จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในตึกอย่างไม่สบอารมณ์
ด้านนอกประตูทางเข้าตึก
จวีซือเฝยซึ่งยืนอยู่หลังเสาพอดี เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ั้แ่ที่กงเจ๋ออวี้มาส่งจวีซือหนานด้วยตัวเอง กระทั่งตอนเปิดประตูรถและประคองเธอลงจากรถ เธอขบฟันแน่น กำหมัดทั้งสองข้างด้วยความขุ่นเคือง
จนกระทั่งไฟท้ายรถหรูของกงเจ๋ออวี้หายลับไป เธอจึงวิ่งขึ้นตึก แล้วคว้าแขนจวีซือหนานที่กำลังหยิบกุญแจอยู่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นด้วยความไม่พอใจ “เธอนี่มันหน้าด้านจริง ๆ! ยังมีหน้าให้กงเจ๋ออวี้มาส่งถึงบ้านอีก!”