บทที่ 14 บทเรียน
ผูเว่ยชางกำหมัดป้องริมฝีปากไว้ มุมปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม สตรีผู้นี้น่าสนใจจริง ๆ
อวิ๋นซิ่วชิงเลิกคิ้วขึ้นและเหลือบมองที่ผูเว่ยชาง นางค่อนข้างชอบผูเว่ยชางอยู่ทีเดียว นางอยู่ที่นี่มาเป็เวลานานและพบเจอกับวาจากระแนะกระแหนดูถูกดูแคลนมามากมาย มีเพียงแค่ท่านพ่อของนางที่ดีกับนางอย่างแท้จริง
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้พบเจอกับคนที่ไม่เกลียดนางและตัดสินนางจากรูปลักษณ์ที่อวบอ้วนและอัปลักษณ์ และยังมีมิตรไมตรีกับนางอย่างไม่มีสิ่งใดแอบแฝง
อวิ๋นซิ่วชิงถอนหายใจเมื่อคิดถึงเื่นี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ช่างเลวร้ายจริง ๆ
"ทำไมเ้าถึงถอนหายใจ? เมื่อกี้เ้ายังร่าเริงกว่านี้นี่นา" ผูเว่ยชางรู้สึกประหลาดใจมากกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาอย่างเร็วของหญิงสาว
"ข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อย" อวิ๋นซิ่วชิงกำลังคิดถึงเื่ตระกูลของนาง ยิ่งคิด นางก็ยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นเท่านั้น
อวิ๋นซิ่วชิงส่ายหัว และเมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นพ่อเฒ่าอวิ๋นกำลังรอนางอยู่ที่ประตู
อวิ๋นซิ่วชิงรีบโบกมือให้ผูเว่ยชาง "ผูเว่ยชาง ข้ากลับบ้านก่อนนะ"
ผูเว่ยชางเงยหน้าขึ้นก็เห็นพ่อเฒ่าอวิ๋น ก่อนจะพยักหน้าให้อวิ๋นซิ่วชิง “ถ้าเ้า้าให้ข้าช่วยอะไร เรียกหาข้าได้ทุกเมื่อนะ”
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้าให้อีกฝ่าย
เมื่อไปถึงที่ประตู นางก็รีบประคองพ่อเฒ่าอวิ๋น "ท่านพ่อ ตอนกลางคืนลมแรง ท่านมาทำอะไรตรงนี้ รีบเข้าไปในคฤหาสน์กันเถอะ"
“ไม่เป็ไร” พ่อเฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นซิ่วชิงขึ้นและลง เมื่อเห็นว่าอวิ๋นซิวชิงสบายดี เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "แม่ลูกตระกูลหลู่เป็คนไม่ดี ข้ากลัวว่าพวกเขาจะรังแกเ้า”
“อย่ากลัวไปเลยท่านพ่อ ไม่มีใครรังแกข้าได้ ” อวิ๋นซิ่วชิงกล่าวและประคองพ่อเฒ่าอวิ๋นกลับเข้าคฤหาสน์
ตระกูลอวิ๋นเป็ตระกูลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงมาก แต่ไม่ว่าพวกเขาจะร่ำรวยเพียงใดก็ไม่สามารถเอาชนะฤทธิ์ผีพนันได้ อวิ๋นิเซียวพี่ชายของอวิ๋นซิ่วชิงเป็ผีพนันที่วัน ๆ ไม่ทำงานทำการ ดังนั้นจึงเปรียบเหมือนตัวหายนะประจำตระกูลเลยก็ว่าได้
อวิ๋นซิ่วชิงคิดว่านางก็น่าสงสารเช่นกัน ั้แ่ที่จิติญญาเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างนี้ นางก็ไม่เคยได้มีวันที่ดีอีกเลย
แต่สิ่งเลวร้ายทั้งหมดก็มาถึง ตอนนี้ตระกูลอวิ๋นมีคฤหาสน์อยู่หลังเดียวซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ แต่แม้จะใหญ่เพียงใด ในเวลานี้ตระกูลอวิ๋นที่มีสมาชิกเหลืออยู่สี่คนก็ไม่มีปัญญาจ้างคนงานและคนใช้มาคอยช่วยทำความสะอาดหรืออำนวยความสะดวกอะไรให้กับคนในบ้าน
อวิ๋นซิ่วชิงช่วยประคองพ่อเฒ่าอวิ๋นเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่ เมื่อเห็นฮูหยินอวิ๋น อวิ๋นิเซียว และเฉียวฮุ่ยกำลังนั่งสบาย ๆ ในห้องรับรอง อวิ๋นซิ่วชิงก็นึกโมโหเมื่อเห็นสามคนนี้
"ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!" เมื่อฮูหยินอวิ๋นเห็นอวิ๋นซิ่วชิงกลับมา ใบหน้าของนางก็ปรากฏความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
"หุบปาก!" พ่อเฒ่าอวิ๋นตำหนิทันทีเมื่อเห็นฮูหยินอวิ๋นกำลังรังแกลูกสาวของเขา
“ข้าพูดอะไรผิดไป นางเป็ผู้หญิงไร้ยางอาย ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีบุรุษคนไหน้านาง”
แต่ก่อนฮูหยินอวิ๋นไม่กล้าขัดคอสามีตัวเอง เพราะในอดีตเขาเป็หัวหน้าประจำตระกูลที่กุมเื่ต่าง ๆ ภายในบ้าน ทว่าตอนนี้มันต่างออกไป ตระกูลอวิ๋นกำลังตกอับ พ่อเฒ่าอวิ๋นก็แก่ชราลงไปมาก ซึ่งก็ไร้ประโยชน์แล้ว ตอนนี้เสาหลักของครอบครัวต้องเป็ลูกชายของนางเท่านั้น!
อวิ๋นซิ่วชิงประคองพ่อเฒ่าอวิ๋นนั่งลงพลางตบหลังบิดาเบา ๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองฮูหยินอวิ๋นที่น่ารำคาญ
ด้วยความที่ตระกูลอวิ๋นร่ำรวย ฮูหยินอวิ๋นจึงไม่เคยหุงข้าวเองเลย กระทั่งกองขี้เถ้าก็ไม่เคยกวาดทิ้ง ตอนนี้ตัวคนในอายุราวสี่สิบปีที่ดูคล้ายกับคนอายุสามสิบปีกลับมีสิ่งเดียวที่ดีคือฝีปาก ดูๆ ไปแล้วก็ไม่ได้ต่างจากหมูเท่าใดนัก
“เ้าพูดเื่อะไร? หุบปากซะ!” พ่อเฒ่าอวิ๋นโกรธมากจนหอบตัวโยน เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว และยังอยากเป็ปากเป็เสียงให้ลูกสาวของเขา แต่เพราะสังขารอันโรยราทำให้เขาไม่สามารถช่วยนางได้
ฮูหยินอวิ๋นเห็นอวิ๋นซิ่วชิงกำลังจ้องมองตัวเอง จึงพูดอย่างเ็า “เ้ากำลังมองอะไร?! วัน ๆ ดีแต่สร้างปัญหา! ไม่มีชายใด้าเ้าหรอก!”
อวิ๋นซิ่วชิงไม่ใช่คนขี้ขลาดอีกแล้ว ตอนนี้นางสามารถทำทุกอย่างที่นาง้า
ตอนนี้นาง้าฉีกปากของฮูหยินอวิ๋น!
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปหาฮูหยินอวิ๋นสองสามก้าว จากนั้นก็ตบหน้าแม่ตัวเองฉาดใหญ่จนเกิดเสียงดังลั่น
ด้วยความที่อวิ๋นซิ่วชิงมีร่างอวบอ้วนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว และนางก็ออกแรงตบไปมากพอสมควร ดังนั้นใบหน้าของฮูหยินอวิ๋นจึงบวมแดงขึ้นทันที ซ้ำร้ายเืยังกลบปากอีกด้วย
……………………………………………………………………………………………………………………..