การจัดอันดับศิษย์ภายในสำนักดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้หมด ระดับพลังมีั้แ่ 30 คะแนนไปจนถึง 50 คะแนน ในตอนนี้ยังไม่มีใครเกินระดับนี้เลยสักคน
“คนต่อไปหลันเย่!!”
หลันเย่ค่อยๆก้าวออกไป
“60 คะแนน!!” เมิ่งหรูซานกล่าวพร้อมมองไปยังหลันเย่อย่างชื่นชม ในตอนนี้หลันเย่ทำคะแนนได้สูงที่สุดในสำนักแล้ว เขาอยู่เพียงขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายเท่านั้น การที่ได้ 60 คะแนนจึงนับว่าไม่เบาเลย มีแววมาก!
“คนต่อไปหลิวเซิ่ง!!”
หลิวเซิ่งเดินไปหาวไป และวางมือลงบนแท่นทดสอบ จากนั้นจึงโคจรลมปราณ
“74 คะแนน!!” เมิ่งหรูซานกล่าวและมองไปยังหลิวเซิ่งด้วยแววตาชื่นชม
“สุดยอดว่ะ หลิวเซิ่งแม่งได้คะแนนโคตรเยอะเลย!!”
“เขาเป็เพียงศิษย์หน้าใหม่ชั้นในแต่ระดับพลังขนาดนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!!”
“คนต่อไปจางหลง!!”
จางเริ่มยิ้มแสยะ จากนั้นจึงเดินไปที่แท่นทดสอบอย่างเย่อหยิ่ง มันรีดเร้นพลังลมปราณออกมาอย่างบ้าคลั่งจนเหงื่อไหล “80 คะแนน!!!”
“สุดยอด!!! จางหลง สมแล้วที่เป็อัจฉริยะหน้าใหม่ของสำนักเรา ระดับพลังลมปราณสร้างแกนพลังขั้นต้นกลับสามารถทำได้ถึง 80 คะแนน!!”
“นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว!!”
“เขานับได้ว่าเป็หนึ่งในสิบยอดฝีมือของสำนักเราอย่างแน่นอนแล้ว!!”
“คนต่อไป เฉินเฟิง!!”
เฉินเฟิงยอดฝีมือลำดับสี่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าครามเดินไปที่แท่นอย่างองอาจ จากนั้นจึงวางมือลงและรีดเร้นพลังเต็มที่!!
“85 คะแนน!!”
“สุดยอด สมแล้วที่เป็ศิษย์พี่เฉินเฟิง ระดับพลัง 85 คะแนน!! ไม่เสียทีที่เป็ยอดฝีมือลำดับสี่สำนักเรา!!”
“คนต่อไป ไป๋เซวียน!!”
ไป๋เซวียนค่อยๆเดินไปยังแท่นทดสอบพลังอย่างสง่างาม เขามีใบหน้าหล่อเหลาเช่นเดียวกับเสี่ยวชวน เขามีนิสัยสุภาพ มีคุณธรรม เหล่าสาวๆในสำนักชื่นชอบเขากันมาก
“82 คะแนน!!”
“กรี๊ดดดดด!!! ศิษย์พี่ไป๋ได้ 82 คะแนนเลยนะพวกเ้าดูสิ”
“ใช่แล้วๆ เขาเก่งกาจมากจริงๆไม่แพ้ศิษย์พี่ลำดับสี่เฉินเฟิงเลย”
“ชิ!! ก็แค่ห่างกับข้า 2 คะแนน จะกรี๊ดกร๊าดอะไรกันนัก!” จางหลงแค่นเสียงอย่างโมโห
“คนต่อไปเสี่ยวชวน!!” เมิ่งหรูซานกล่าวพร้อมชำเลืองมองเสี่ยวชวนเล็กน้อย
อาจารย์เหอเองก็จับจ้องเสี่ยวชวนไม่คลาดสายตา!!
เสี่ยวชวนมีใบหน้าหล่อเหลา ผมยาวมัดสูงปลิวไสวไปตามสายลม ดูจากภายนอกแล้วหล่อเหลาสงบนิ่งสง่างาม บรรดาเหล่าศิษย์หญิงในสำนักต่างใจเต้นระทึกกันเป็แถวเมื่อเห็นท่วงท่าการเดินอย่างสง่างามของเขา
แม้ก่อนหน้านี้จะมีการทดสอบประหลาดเกิดขึ้นทำให้เย่หานจากสำนักจิติญญาสั่งคอยจับตาดูเสี่ยวชวน และศิษย์คนอื่นๆก็หลีกเลี่ยงเขา แต่เสี่ยวชวนนั้นหล่อเหลาเกินไปจริงๆ ผิวขาวคิ้มคมเข้ม ใบหน้าทั้งทรงอำนาจทั้งอ่อนโยน แม้แต่เพ่ยเหยาและจินเยว่เองก็แอบใจเต้นเล็กน้อย
เสี่ยวชวนยื่นมือไปแตะหินทดสอบพลัง จากนั้นจึงโคจรพลังลมปราณพื้นฐานอย่างสงบนิ่งไม่ได้เร่งพลังะเิพลังมหาศาลเหมือนคนอื่นเขาทำกัน
“75 คะแนน!!” เมิ่งหรูซานกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง เขาจำได้ว่า่แรกเมื่อเดือนก่อนเสี่ยวชวนยังอยู่ในขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางอยู่เลย เหตุใดตอนนี้มาถึงระดับสร้างแกนพลังขั้นต้นแล้ว?!
เ้าสำนักซ่งเทียนอวิ๋นหันไปมองเสี่ยวชวนด้วยสายตาคมกริบ เขายังจำคำแนะนำของอาจารย์เหอในวันนั้นได้
อาจารย์เหอหัวเราะอย่างสะใจ
“เ้าสามารถะเิพลังแล้วทำคะแนนได้สูงกว่านี้โดยใช้เคล็ดกลืนิญญารวบรวมพลังิญญาจากเฒ่ากระดูกและนักพรตไร้หน้า คะแนนเ้าย่อมเกิน 100 คะแนน ทำไมถึงไม่ทำ?” เซวียนซากล่าวถาม
“แล้วข้าจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไรเล่า?” เสี่ยวชวนกล่าว
“เ้าไม่อยากได้รับความสนใจจากสำนักงั้นหรือ? ไม่รู้หรือหากได้รับความสนใจเ้าจะก้าวะโเพียงใด ช่างโง่เขลาจริงๆ” เซวียนซากล่าว
“โฮ่โฮ่โฮ่ ไม่ชิงดีชิงเด่น… ไม่โอ้อวด… สมแล้วที่ข้ายอมติดตาม” นักพรตไร้หน้ากล่าว
“เฮอะ!! พวกโง่!!” เซวียนซาแค่นเสียง
“หู้ยยยย!! พี่เสี่ยวชวนได้ 75 คะแนน เท่าๆศิษย์พี่หลิวเซิ่งเลย พี่เสี่ยวชวนมีพลังลมปราณเยอะขนาดนี้ั้แ่เมื่อใดเนี่ย?” เพ่ยเหยากล่าวอย่างตกตะลึง!!
“คนต่อไป เพ่ยเหยา!!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกนามตน เพ่ยเหยาก็เดินยิ้มๆไปยังหินทดสอบ จากนั้นนางก็ะเิพลังออกมาอย่างมหาศาล พลังมากจนบรรยากาศสั่นไหว!
“90 คะแนน!!!”
“ฮ๊ะ?!!”
“เฮ้ย!!”
“อะไรวะน่ะ?!!”
“นางเป็ใคร?!!”
“ไม่รู้เหมือนกัน เหมือนจะเป็ศิษย์ใหม่”
“นางชื่อเพ่ยเหยา อายุสิบห้าสิบหก นางอยู่ในกลุ่มศิษย์พี่หญิงจินเยว่ตอนทำภารกิจที่เทือกเขาหลังสำนัก ข้าเคยเห็นฝีมือนางมาแล้ว ไม่ธรรมดาจริงๆ!!”
ทุกคนต่างตกตะลึง บรรดาอาจารย์ ผู้าุโต่างนิ่งเงียบราวป่าช้า
“เด็กคนนี้…” ผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
“สัตว์ประหลาดน้อยนี่มาจากไหนกัน?!” อาจารย์เหอมึนงง
“คนต่อไป จินเยว่!!”
จินเยว่ลอยตัวเหินฟ้าด้วยท่าทางนุ่มนวลเหาะเหินลงไปยังแท่นทดสอบอย่างสง่างาม บรรดาศิษย์ชายจากสำนักกระบี่ฟ้าครามจับจ้องนางอย่างเหม่อลอย
“กะ…กระบี่บุปผา… ศิษย์พี่หญิงจินเยว่งดงามจริงๆ” กระบี่บุปผาคือฉายาที่ทุกคนในสำนักเรียกจินเยว่
“ใช่ๆ ข้านึกว่าข้ากำลังอยู่บน์”
จินเยว่วางมืออย่างแ่เบาลงที่หินทดสอบ จากนั้นจึงโคจรลมปราณอย่างนุ่มนวล “95 คะแนน!!”
ตะลึง!!
งงแตกกันไปทั้งสำนัก
“สุดยอด!! 95 คะแนนสูงที่สุดในตอนนี้เลย!! ศิษย์พี่หญิงจินเยว่สมแล้วจริงๆที่เป็โฉมงามอันดับหนึ่งของสำนักเรา!!”
บรรดาผู้าุโต่างพยักหน้าช้าๆ ผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิงยิ่งอยากรับจินเยว่มาเป็ศิษย์ส่วนตัวขึ้นไปอีก เขาถูกใจนางั้แ่คราที่แล้ว
“คนต่อไป มู่หรงเจี๋ย!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็ถึงตาข้าสักที…” มู่หรงเจี๋ยศิษย์ยอดฝีมือลำดับสองหัวเราะพร้อมก้าวเดินไปที่แท่นทดสอบอย่างองอาจ! จากนั้นจึงวางมือลงและะเิพลังทันที!!
“98 คะแนน!!!”
“สุดยอดดดดด!!!”
“สมแล้วที่เป็ลำดับสองศิษย์พี่มู่!! ระดับพลังมหาศาลจริงๆ!!”
มู่หรงเจี๋ยเดินยิ้มๆลงจากแท่นทดสอบพร้อมชำเลืองไปทางหานอวี่
“คนสุดท้าย หานอวี่!!”
หานอวี่เหาะอย่างอหังการลงไปกลางแท่นทดสอบ จากนั้นะเิพลังลมปราณมหาศาล บรรยากาศบริเวณนั้นถึงขั้นปั่นป่วน หินทดสอบแตกร้าวะเิ “ตู้ม!!”
“นะ… นี่มันนนน!!!”
“อะไรกัน หินทดสอบะเิเลยงั้นหรือ?!”
“การที่หินทดสอบะเิเช่นนี้หมายความว่าระดับพลังของศิษย์พี่หานอวี่เกินระดับ 100 คะแนนไปไกลแล้ว สมแล้วจริงๆที่เป็อันดับหนึ่งสำนักเรา!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิงหัวเราะอย่างมีความสุข
เ้าสำนักซ่งเทียนอวิ๋นเองก็ยิ้มอย่างใจเย็น
“หานอวี่ฝีมือร้ายกาจขึ้นทุกปี สมแล้วที่เป็ศิษย์เ้า” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวชมเชย
“อวี่เอ๋อร์นั้นทั้งฉลาดและสุขุมแถมยังขยันฝึกยุทธ ข้าไม่แปลกใจเท่าไรนักที่เขามีระดับพลังถึงเพียงนี้ คาดว่าอีกไม่นานคงบรรลุขอบเขตหลอมรวมิญญาขั้นต้นแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิงกล่าวชมพร้อมหัวเราะอย่างสะใจ
“เอาล่ะ พวกเ้าสามสิบคนผ่านทั้งหมด ต่อไปจะเป็การจับคู่ประลอง ชนะ 3 ครั้ง มีโอกาสเข้าไปชิงลำดับเพื่อขึ้นป้ายเกียรติยศของสำนักกระบี่เรา!” ผู้าุโกระบี่กล่าวเสียงเข้ม
“หากแพ้คัดออก ห้ามสังหาร ยอมแพ้หรือหลุดเวทีถือว่าแพ้!!”
“เอาล่ะคู่แรก… เสี่ยวชวน ปะทะ เหล่ยฟง ขึ้นเวทีได้!!”