หมอหญิงอัคคี

    ตอนที่ 65 ลอบสังหาร

    เรากำลังจะพาซือซือให้กลับไปทำแผลและจะให้อยู่พักในค่ายก่อน ส่วนเหวินหลางจะช่วยออกไปตามหาพี่ชายของนางในเมือง ซือซือจึงพยักตอบตกลงเพราะตอนนี้นางเองก็เจ็บแผลมากจนเดินแทบไม่ไหว


    เฟยเจินจึงหันมาพูดแกมหยอกว่าให้เขาอย่าฆ่าโจรแต่ฉันกลับลงมือฆ่าเสียเอง จึงทำให้ฉันหัวเสียขึ้นมาอีกครั้งและบ่นให้เฟยเจินฟังว่า ใจจริงไม่อยากฆ่าโจรแต่พลั้งมือฆ่าเพราะถูกลวนลาม อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่ได้สบายใจเลยที่พลั้งมือฆ่ามนุษย์


    เฟยเจินจึงพูดปลอบให้ฉันอย่าคิดมาก เพราะโจรพวกนี้ไม่ใช่คนดีถ้าฉันไม่ฆ่าโจร เจ้าโจรคนนั้นก็จะฆ่าฉัน ให้คิดเสียว่าเป็นการช่วยผู้คนในค่ายกำจัดโจรป่า ฉันทำเสียงอืมพยายามสลัดความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ออกไปจากหัว


    แต่ก่อนจะกลับเหวินหลางเดินไปเก็บผ้าโพกหัวที่เหลือของพวกโจร จากนั้นก็เร่งให้เรารีบกลับค่ายเพราะเขาจะต้องออกไปตามหาพี่ชายของซือซือในเมืองอีก เหวินหลางจึงให้ซือซือนั่งม้าไปกับเขา ซึ่งในขณะที่เหวินหลางกำลังจะอุ้มซือซือขึ้นนั่งบนหลังม้า เราก็ได้ยินเสียงม้าควบมาอย่างเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อซือซือดังลั่นมาแต่ไกล


    พวกเราจึงหันไปมองทางเสียงนั้น เห็นมีชายสองคนควบม้าวิ่งตรงมาหาเรา ซือซือจึงร้องตะโกนตอบด้วยความดีใจ นางบอกเราว่านั่นคือพี่ชายกับผู้ติดตามที่ออกมาตามหานาง และเพียงครู่เดียวชายหนุ่มสองคนก็ควบม้ามาถึงและหยุดม้าตรงที่เรากำลังยืนรอกันอยู่

    ซือซือรีบเดินขากระเผลกๆเข้าโผกอดพี่ชายด้วยความดีใจ ชายคนที่ถูกซือซือกอดก็รีบถามซือซือทันทีว่าได้รับบาดเจ็บหรือ? ซือซือตอบว่าใช่และเล่าให้พี่ชายของนางฟังว่า ถูกพวกโจรลักพาตัวมาและถูกทำร้าย แต่โชคดีที่ได้พวกเรามาช่วยไว้ทันพร้อมกับชื่อนิ้วให้พี่ชายมองดูศพพวกโจรนอนตายเกลื่อนพื้น


    ชายหนุ่มจึงรีบกล่าวขอบคุณพวกเราทันทีที่ช่วยน้องสาวของเขาไว้ และแนะนำตัวเองว่าชื่อ ชงหยวน ส่วนผู้ชายอีกคนที่มากับเขาชื่อ หลี่ผิง เป็นผู้ติดตาม ชงหยวนจึงเล่าว่าเขาเดินทางมาที่เมืองหนิงอันเพื่อมาหาลู่ทางค้าขายสินค้าที่เมืองนี้ แต่พลัดหลงกับซือซือจึงเร่งออกตามหาแต่หาไม่เจอ จึงสอบถามกับชาวบ้านที่เห็นและจำลักษณะของซือซือได้ บอกว่าเห็นซือซือเดินไปกับผู้ชายคนหนึ่งพาเดินออกมาทางนี้ จนกระทั่งเขาตามมาถึงที่นี่


    เหวินหลางจึงบอกชายทั้งสองคนว่าให้กลับไปที่ค่ายกันก่อน เพราะกังวลกลัวโจรที่หนีไปได้หนึ่งคนจะไปตามพรรคพวกให้กลับมาที่นี่ เราอาจจะรับมือกันไม่ไหว ชายทั้งสองจึงตามเรากลับไปที่ค่ายเพื่อให้ซือซือได้รักษาบาดแผลที่แขนและขา และชงหยวนก็ได้พบกับลี่จูหัวหน้าค่าย ซึ่งคนทั้งสองนั้นพูดคุยกันอย่างถูกคอถึงเรื่องการมาทำการค้าที่เมืองนี้ อีกทั้งยังเชิญให้ชงหยวนกับซือซือและผู้ติดตามพักอยู่ในค่ายด้วยกัน


    ฉันจึงพาซือซือไปทำแผลที่แขนและพันผ้าที่ข้อเท้าแพลงให้ โดยรักษาด้วยวิธีปกติทั่วไปให้หายเองตามธรรมชาติ จากนั้นก็ให้ชงหยวนพาซือซือไปพักในห้องพักที่ลี่จูสั่งให้คนจัดเตรียมไว้ให้ ฉันจึงชวนเฟยเจินไปนั่งเล่นกินองุ่นที่โถงปรุงยา เพราะในเรือนปรุงยาไม่มีคนไข้มาหาหมอจงแล้ว จึงหมดงานไม่มีอะไรทำ


    เหวินหลางจึงเดินมานั่งข้างๆเฟยเจิน พร้อมกับยื่นก้อนทองคืนให้ฉัน แต่ฉันบอกเขาว่าให้เก็บเอาไว้ซื้อของใช้ของจำเป็น เพราะเขากับหมอจงยังต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เขากับหมอจงจะได้กลับเมืองจินชาง เหวินหลางจึงตอบว่าเขาไม่เคยรับเงินรับทองจากคนอื่นไปเฉยๆ แต่ครั้งนี้ให้ถือเป็นการยืมก็แล้วกันไว้เขามีเงินเมื่อไหร่จะนำมาคืนให้ แล้วเก็บก้อนทองนั้นไว้กับตัวตามเดิม


    จากนั้นเหวินหลางก็ชักกระบี่ออกมาเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดแห้งเลอะติดที่กระบี่ แล้วพูดว่าไม่ยักรู้ว่าฉันก็มีวิชายุทธด้วย เห็นหน้าจืดๆแต่ร้ายกาจไม่เบาถึงว่าทำไมฉันจึงกล้าต่อปากต่อคำเขาไม่เกรงกลัว พร้อมกับชักชวนฉันกับเฟยเจินให้ออกไปล่าผ้าโพกหัวพวกโจรป่ากันอีกในวันพรุ่งนี้


    แต่หมอจงที่กำลังนั่งบดยาอยู่ใกล้ๆก็พูดแทรกขึ้นว่า อย่าชะล่าใจที่ล่าผ้าโพกหัวโจรได้ไม่กี่คนแล้วพวกโจรจะเกรงกลัว เพราะโจรป่าที่โหดร้ายกว่านี้ยังมีอยู่อีกมากในป่านอกค่าย ขนาดนักล่าค่าหัวมืออาชีพยังขยาดไม่กล้ามาที่นี่ ทางที่ดีอย่าออกไปนอกค่ายอีกจะดีกว่า และยังพูดกับเหวินหลางอีกว่าถ้าว่างมากนักก็ให้มาเขาบดยา เพราะพรุ่งนี้เขาจะออกไปแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้านให้ชาวบ้านในค่าย


    ฉันกับเฟยเจินจึงลุกไปช่วยหมอจงจัดเตรียมจัดยาสมุนไพรใส่ห่อสำหรับแจกจ่ายชาวบ้านในวันพรุ่งนี้ ส่วนเหวินหลางก็ถอนหายใจยาวเสียงดังเฮ่อ! ทำหน้าเบื่อหน่ายที่ถูกหมอจงขัดช่องทางทำมาหากินและช่องทางสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง แต่เหวินหลางก็ยอมมาช่วยบดยาตามคำสั่งที่ขัดเสียไม่ได้ของผู้เป็นพี่ชาย


    วันรุ่งขึ้นเราทั้งสี่ก็ช่วยกันหอบหิ้วห่อยาเดินตามหลังหมอจงไปตามบ้านต่างๆ แล้วแจกจ่ายยาให้กับชาวบ้าน สักพักใหญ่เราก็ทำงานกันจนเสร็จ เหวินหลางจึงชวนเฟยเจินให้เดินไปสำรวจบนกำแพงค่ายด้วยกันแก้เบื่อ ฉันจึงเดินกลับไปที่เรือนปรุงยากับหมอจง เพื่อช่วยงานอื่นๆตามที่หมอจงจะสั่งให้ทำ


    ซึ่งในขณะที่ฉันกำลังช่วยหมอจงนั่งตัดก้านยาสมุนไพรใส่กล่องไม้อยู่นั้น พลันสายตาของหมอจงก็เห็นปลายหางงูสีขาวโผล่แพลมออกมานอกแขนเสื้อฉันนิดหนึ่ง แล้วเลื้อยผลุบหายเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้ง ทำให้หมอจงตกใจรีบลุกขยับตัวมาถลกแขนเสื้อฉันเพื่อหางูสีขาว จึงทำให้ฉันสะดุ้งตกใจไปด้วย


    หมอจงคิดว่างูแอบเลื้อยเข้ามาในเสื้อของฉันและกลัวว่างูจะฉกกัด แต่งูขาวที่เลื้อยอยู่ตรงแขนกลับเลื้อยหนีลึกเข้าไปภายในตัวเสื้อ หมอจงจึงพยายามจะแหวกคอเสื้อฉันออกเพื่อจับงู แต่ฉันพยายามดิ้นหนีจนคอเสื้อหลุดลุ่ยเปิดออกกว้างเห็นเนินอก ฉันรีบบอกหมอจงว่าไม่มีงูในเสื้อ และพยายามจะอธิบายว่านั่นไม่ใช่งูจริงๆ แต่หมอจงยังคงยืนยันว่าเขาเห็นงูสีขาว จึงจับฉันนั่งบนตักและจับแขนไม่ให้ดิ้นเพื่อจะจับงูที่อยู่ในเสื้อออกมา


    ซึ่งทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงลี่จูโวยวายเสียงดังมาจากหน้าเรือน รีบวิ่งเข้ามาพลักหมอจงให้ปล่อยแล้วดึงแขนพยุงฉันให้ลุกขึ้นจากตักของหมอจง แล้วลี่จูก็ต่อว่าหมอจงยกใหญ่เพราะคิดว่ากำลังข่มเหงลวนลามฉัน


    ส่วนท่านจินกับชงหยวนที่เห็นเหตุการณ์ด้วยต่างรีบเข้ามาห้าม และจับหมอจงให้หยุดยื้อยุดจับตัวฉัน ท่านจินจึงถามหมอจงทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆจึงลุกขึ้นมากอดรัดฟัดเหวี่ยงฉันเช่นนี้ ถ้ารักชอบฉันก็ใจเย็นๆหน่อยอย่ากระทำเช่นนี้มันประเจิดประเจ้อ


    หมอจงรีบปฏิเสธทันทีว่าเขาไม่ได้คิดข่มเหง แต่เพราะเขาเห็นงูสีขาวในเสื้อของฉันจึงพยายามจะจับงู แต่ลี่จูกลับไม่เชื่อและเถียงหมอจงว่าไม่เห็นมีงูสักตัว เป็นข้ออ้างจะปลุกปล้ำฉันมากกว่า แล้วหันมามองเพื่อจะช่วยฉันจัดระเบียบคอเสื้อที่กำลังแหวกเปิดกว้าง แต่ลี่จูก็ทักขึ้นทันทีว่า “เอ๊ะ?!! นี่รอยอะไร?” พร้อมกับแหวกคอเสื้อฉันดูรอยสัญลักษณ์พลังวิญญาณที่ต้นคอด้านหลัง


    ฉันจึงจำเป็นต้องบอกกับทุกคนว่ารอยที่เห็นเป็นสัญลักษณ์พลังวิญญาณของพี่ชายทั้งสี่ ที่ฝึกวิชายุทธขั้นสูงจนสามารถฝังพลังวิญญาณไว้บนตัวฉันได้ และเพื่อเชื่อมพลังวิญญาณถึงกันแม้จะอยู่ห่างไกลกันก็สามารถตามหากันเจอ ส่วนงูขาวที่หมอจงเห็นนั้นก็มิใช่งูจริงแต่เป็นรอยพลังวิญญาณของเสวียฉีที่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ มิได้มีพิษฉกกัดฉันแต่อย่างใด


    ทำให้ทุกคนต่างสงสัยเพราะไม่เคยเห็นไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีพลังวิญญาณแบบนี้ด้วย ทุกคนจึงขอให้ฉันคลายเสื้อออกเพื่อขอดูรอยพลังวิญญาณแปลกประหลาดบนแผ่นหลัง ฉันจึงจำใจต้องให้พวกเขาดูและเพื่อให้หมอจงแน่ใจว่างูขาวที่เขาเห็นนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์พลังวิญญาณจริงๆ


    เมื่อหมอจงเห็นสัญลักษณ์งูขาวที่ตอนนี้ย้ายที่ไปปรากฎอยู่บนหัวไหล่ เขาก็พูดทันทีว่างูตัวนี้แหละที่เขาเห็นและพยายามจะจับ ชงหยวนจึงพูดขึ้นว่าเหมือนเขาเคยเห็นรอยสัญลักษณ์ทั้งสี่นี้ผ่านตาจากตำราอะไรสักเล่มที่อยู่ในชั้นตำราของพ่อเขา แต่จำไม่ได้ว่าเป็นตำราอะไร


    ท่านจินจึงหันมามองหน้ากับหมอจง ส่งสายตาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่รู้กันสองคน หมอจงจึงรีบกล่าวขอโทษที่เข้าใจผิดจนกระทำเรื่องที่ทำให้ฉันเสื่อมเสีย ฉันจึงตอบว่าไม่เป็นไรแต่คราวหน้ามีอะไรให้ถามกันดีๆก่อน อย่าเพิ่งรีบกระชากถอดเสื้อกัน


    ท่านจินกับชงหยวนก็พากันยิ้มคิกคักกันเบาๆ จนหมอจงรู้สึกอายหน้าแดงรีบพูดตัดบททันทีว่าพอดีมีธุระจะต้องพูดคุยกับท่านจิน แล้วก็รีบเดินนำท่านจินออกไปจากเรือน ลี่จูจึงหันมาบอกให้ฉันต่อเถอะ นางแค่พาชงหยวนมาเดินดูค่ายเพราะอยากจ้างช่างมาปรับปรุงพัฒนาค่าย และบ้านเรือนของชาวบ้านภายในค่ายให้มีความแข็งแรงและดีขึ้นกว่าเดิม


    ซึ่งชงหยวนบอกว่าที่แคว้นฮุ่ยจูมีช่างชำนาญงานก่อสร้างฝีมือดีอยู่หลายคน เมื่อเขากลับถึงแคว้นฮุ่ยจูจะช่วยเกณฑ์ช่างและคนงานมาซ่อมแซมค่าย และนับเป็นก้าวแรกที่ดีด้วยที่เขาจะได้ทำการค้ากับค่ายนี้ เพราะลี่จูจะทำข้อตกลงซื้อพืชพันธุ์ธัญญาหารจากแคว้นฮุ่ยจูกับชงหยวน เพื่อชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเสี่ยงออกไปปลูกพืชผักนอกค่ายอีก


    ฉันจึงถามชงหยวนว่าแล้วไม่กลัวโจรป่าดักปล้นขบวนสินค้ากลางทางเหรอ ชงหยวนตอบด้วยความมั่นใจว่าเรื่องโจรป่านั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเขาชำนาญเรื่องการขนส่งสินค้า รู้เส้นทางหลบเลี่ยงโจรป่าโดยไม่ต้องเดินทางผ่านแคว้นซูเซียว ทั้งยังรับรองอีกว่าสินค้าของเขานั้นยังคงสดใหม่และราคาถูกโดนใจแน่นอน จากนั้นลี่จูก็พาชงหยวนเดินออกไปจากเรือนเพื่อไปดูส่วนอื่นๆในค่าย


    เมื่อท่านจินกับหมอจงเดินเข้าไปในห้องตำราของจวนหลังใหญ่ ท่านจินก็หยิบตำราเล่มหนึ่ง ที่วางกองรวมกับตำราเล่มอื่นขึ้นมาเปิดหน้าตำราหน้าหนึ่งให้หมอจงดู แล้วชี้ที่รูปภาพพร้อมกับพูดว่า รอยสัญลักษณ์บนร่างกายฉันนั้นตรงกับรูปภาพในตำนานเทพของแคว้นหลวนเซียน


    ทั้งยังพูดอีกว่าตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าฉันกับเฟยเจินต้องไม่ใช่คนธรรมดา เพราะเมื่อครั้งที่เขาพบกับฉันครั้งแรกที่บ้านของหมอจง เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังแปลกประหลาดและความร้อนรุนแรงที่แผ่กระจายออกมาจากตัวฉัน

    จนกระทั่งหมอจงเล่าให้เขาฟังถึงวีรกรรมของฉันกับเฟยเจินบนเกาะกระต่ายผี เขาจึงสั่งให้คนไปค้นหาตำราเกี่ยวกับแคว้นหลวนเซียน ซึ่งเขาก็ได้ตำราเล่มนี้มาและในตำราได้เขียนไว้ว่า นกอัคคีสวรรค์ คือนกเทพผู้มอบพรวิเศษให้กับแคว้นหลวนเซียน นกเทพผู้เป็นนายของสี่สัตว์เทพ อีกทั้งยังมีชีวิตเป็นอมตะสามารถชุบชีวิตคนตายแล้วฟื้น


    และเขายังได้ยินข่าวมาอีกว่า ที่ฉันเดินทางออกมาจากแคว้นหลวนเซียน เพราะถูกพระชายาของท่านอ๋องเมิ่งสาดน้ำกรดเพราะหึงหวงพระสวามี ซึ่งในตอนแรกเขายังไม่ปักใจเชื่อ จนกระทั่งได้เห็นรอยสัญลักษณ์บนตัวฉัน เขาจึงมั่นใจว่าฉันจะต้องเป็นนกอัคคีสวรรค์แน่นอน


    ท่านจินจึงแนะนำหมอจงว่า ให้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันกับพี่ชายทั้งสี่มาอาศัยอยู่ที่แคว้นจินชาง เพราะเขาต้องการให้ฉันกับพี่ชายช่วยล้มล้างอำนาจอันใหญ่โตของราชครู และหลังจากนั้นเขาจะยกย่องแต่งตั้งฉันกับพี่ชายให้เป็นเทพแห่งแคว้นจินชาง


    หมอจงแม้จะมีความคิดแบบเดียวกับท่านจิน แต่หมอจงก็ไม่แน่ใจว่าฉันกับพี่ชายจะอยากอยู่ที่แคว้นจินชางต่อหรือไม่ แต่ยังไงเขาก็จะลองพยายามเกลี้ยกล่อมฉันดู จากนั้นหมอจงจึงกลับมาที่เรือนด้วยอาการอ้ำๆอึ้งๆ ดูเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ใกล้ฉัน


    ฉันเห็นหมอจงทำหน้าทำตัวแปลกๆจึงถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หมอจงก็ตอบว่าเปล่าแล้วก้มหน้าก้มตาบดยาไม่พูดคุยอะไร กระทั่งช่วงกลางคืนเฟยเจินก็พูดว่าคืนนี้เขาอยากจะบินไปดูพวกนกอินทรีย์ดำที่เกาะกระต่ายผีสักหน่อย ว่าฝึกฝนเพิ่มพลังก้าวหน้าไปยังไงบ้าง


    ซึ่งเขาจะบินไปเกาะกระต่ายผีคืนนี้เลย เพราะบินไปตอนกลางคืนคนในค่ายจะได้ไม่เห็นตอนที่เขากางปีก แล้วจะบินกลับมาในวันพรุ่งนี้ช่วงค่ำ ทั้งยังกำชับห้ามฉันออกไปนอกค่ายเด็ดขาด จากนั้นเฟยเจินก็เดินออกไปจากเรือนพร้อมกับนกเหยี่ยวคู่หู


    รุ่งเช้าฉันตื่นนอนเร็วกว่าทุกวัน จึงเดินออกมาที่โถงเรือนจุดเตาไฟเพื่อเตรียมต้มน้ำชาไว้ให้หมอจงดื่ม และเมื่อเหวินหลางตื่นนอนเดินออกมาจากห้อง ก็ถามหาเฟยเจินก่อนเหมือนเด็กติดเพื่อน ฉันจึงตอบเหวินหลางว่าเฟยเจินไปดูนกอินทรีย์ดำที่เกาะกระต่ายผี


    เหวินหลางก็บ่นเสียดายทันทีที่เฟยเจินไปเกาะกระต่ายผีไม่ยอมชวน เพราะเขาเองก็อยากไปที่เกาะกระต่ายผีด้วย ฉันจึงบอกเขาว่าเฟยเจินรีบไปทำธุระเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ไว้คราวหน้าถ้าเฟยเจินไปอีกจะให้พาเขาไปด้วย แต่เหวินหลางยังคงบ่นง๊องแง๊งเสียดาย แล้วยกน้ำชาร้อนๆขึ้นดื่มก่อนจะลุกเดินไปบดยาที่หมอจงบดค้างไว้เมื่อวาน


    ฉันกับเหวินหลางช่วยเป็นลูกมือหมอจงรักษาคนไข้ จนกระทั่งตอนบ่ายเราจึงมีเวลาว่างหยุดพัก หมอจงจึงชวนเหวินหลางเล่นหมากกระดาน เพราะดูอาการเหวินหลางท่าทางจะเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในค่าย ส่วนซือซือที่ข้อเท้าแพลงมีอาการดีขึ้นแล้ว ก็เดินมาหาฉันที่เรือนเพื่อนั่งพูดคุยกันตามประสาผู้หญิงวัยใกล้เคียงกัน


    โดยซือซือบอกว่าอยากจะมาช่วยงานฉันกับหมอจงในเรือนปรุงยา เพราะนางอยากเรียนรู้เรื่องยาสมุนไพรและการรักษาแบบง่ายๆ เพื่อไปใช้ดูแลพ่อของนางที่แคว้นฮุ่ยจู หมอจงจึงตอบว่าได้พรุ่งนี้เช้าค่อยมาช่วยงานที่เรือน


    เรานั่งพูดคุยกันไปได้สักพัก ก็มีชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาตามหมอจงให้ไปรักษาคนเจ็บที่หน้าประตูค่าย หมอจงรีบคว้ากระเป๋าเครื่องมือแพทย์รีบเดินตามชาวบ้านคนนั้นออกไป พวกเราที่นั่งกันอยู่จึงรีบวิ่งตามหมอจงไปด้วย


    เรารีบเดินกึ่งวิ่งมาถึงหน้าประตูค่ายก็พบทหารและชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง กำลังยืนมุงดูชายคนหนึ่งมีเลือดเลอะเต็มตัว กำลังนั่งนิ่งพิงเสาคล้ายหมดสติอยู่ที่หน้าประตูค่าย ทหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่บอกเราว่า เห็นผู้ชายคนนี้นอนบาดเจ็บหมดสติอยู่ด้านนอกหน้าประตูค่าย เขากับพวกทหารจึงช่วยกันพาชายคนนี้เข้ามาด้านในเพื่อให้หมอจงช่วยทำแผล แต่ไม่กล้าพาเข้าไปในเรือนปรุงยา เพราะไม่รู้ว่าเป็นใครอีกทั้งยังกลัวจะเป็นโจร


    หมอจงมองชายบาดเจ็บอย่างพิจารณา แล้วพูดว่าลักษณะของชายคนนี้ดูไม่เหมือนคนในค่าย และไม่เหมือนคนในเมืองหนิงอัน น่าแปลกที่จู่ๆชายคนนี้มานอนอยู่หน้าประตูค่ายได้ยังไง หมอจงจึงถามทหารและชาวบ้านที่มายืนมุงดู ว่ามีใครเห็นชายคนนี้ตอนที่มานอนอยู่หน้าประตูค่ายหรือไม่ ซึ่งทุกคนต่างพากันส่ายหน้าว่าไม่รู้ไม่เห็น


    ซึ่งพอดีกับท่านจิน ลี่ถัง ชงหยวนและหลี่ผิงผู้ติดตาม เดินเข้ามาดูแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น หมอจงจึงถามชงหยวนว่ารู้จักชายที่บาดเจ็บคนนี้หรือไม่ ชงหยวนก็ตอบว่าไม่รู้จัก เพราะเขาเดินทางมาที่เมืองนี้แค่สามคนเท่านั้น คือเขากับซือซือและหลี่ผิง


    ลี่จูกำลังจะนั่งลงข้างๆชายบาดเจ็บ เพื่อดูอาการและจะสอบถามว่าเป็นใคร แต่ถูกหมอจงห้ามไว้แล้วบอกว่าเขาจะดูอาการและสอบถามคนเจ็บให้เอง จากนั้นหมอจงก็บอกทหารให้ช่วยกันพยุงชายบาดเจ็บไปนอนบนแคร่ที่ตั้งวางอยู่ใกล้ๆหน้าประตูค่าย


    ซึ่งในขณะที่ทหารกำลังพยุงชายบาดเจ็บเดินผ่านหน้าฉันกับลี่จู แวบหนึ่งฉันสังเกตุเห็นชายคนนั้นลืมตาเหลือบมองมาที่ลี่จู แล้วทันใดนั้นชายคนดังกล่าวก็สะบัดแขนให้หลุดจากทหารกำลังหิ้วปีก พร้อมกับชักมีดพกเล่มเล็กออกมาแล้วพุ่งตัวจะแทงลี่จูในระยะประชิด ทำให้ฉันที่ยืนอยู่ข้างๆลี่จูขยับขาขยับตัวเข้าขวางมีดโดยอัตโนมัติ จนถูกมีดแทงเข้าที่ท้องมิดด้าม มันเจ็บจนตัวงอได้แต่ส่งเสียงร้อง “โอ๊ยย!!!” ออกมา


    พลันคนร้ายก็ปาผงฝุ่นสีขาวกระจายคลุ้งเต็มไปหมดจนผงฝุ่นสีขาวเข้าตา เพื่อพลางกายหลบหนีวิ่งหายออกไปจากค่าย เหวินหลางกับหลี่ผิงปัดฝุ่นผงที่เข้าตาออก รีบวิ่งตามออกไปจับคนร้ายพร้อมกับทหารอีกจำนวนหนึ่งรีบวิ่งตามออกไปด้วยทันที


    ส่วนฉันเจ็บจี๊ดที่ท้องจนตัวงอขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น รีบใช้มือข้างหนึ่งปิดปากแผลทั้งๆที่ยังมีมีดปักคาอยู่ที่ท้อง พยายามเอามือปิดกุมไว้ไม่ให้เปลวไฟเลือดพุ่งออกมาถูกคนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งในขณะเดียวกันลี่จูที่ยืนอยู่ข้างหลังเอื้อมมือมาประคองจับตัว เรียกหาหมอจงด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่าฉันถูกแทง


    ฉันรีบสะบัดตัวปัดมือลี่จูออกทันที พร้อมกับใช้มือข้างที่ยังไม่เลอะเลือดผลักลี่จูให้ถอยห่างออกไปแล้วตวาดนางว่า “อย่าแตะตัวข้า!!!” รีบประคองตัวเองเดินถอยห่างจากทุกคน จากนั้นก็ล้วงหยิบผลอัคคีมาใส่ปากเคี้ยวกินทันทีเพื่อให้เลือดหยุดไหลโดยเร็ว


    หมอจงจึงรีบวิ่งมาหาฉันด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ตะโกนบอกทุกคนห้ามเข้าใกล้เพราะเขารู้ว่าเลือดของฉันมีพิษ จากนั้นจึงถอดเสื้อคลุมมาห่มคลุมตัวฉันไว้เพื่อไม่ให้สัมผัสถูกเลือดพิษ และบอกกับทุกคนว่าเขาจะพาฉันไปรักษาที่เรือนปรุงยา ทั้งยังสั่งห้ามทุกคนเข้าไปในเรือนปรุงยาซึ่งไม่เว้นแม้กระทั่งลี่จูกับท่านจิน

    คล้ายกับเรื่องหมอหญิงอัคคี ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258